ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,287 Views

  • 124 Comments

  • 286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    426

    Overall
    11,287

ตอนที่ 33 : บทที่ 9.1 : ร่วมสับพายในมือ หมายส่งเรือถึงฝั่ง (จบฉบับลงบนเว็บ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    21 ม.ค. 62

เหลียงซินส่ายหน้าห้าม ตัดสินใจเลิกเล่นคำวกไปวนมา เฉลยสาเหตุที่ทุกคนยิ้มอยู่มิคลาย

นางจับมือคนเก่งมาวางไว้บนหน้าท้อง พยักหน้ายิ้ม ๆ ให้เจ้าตัวรู้ถึงอีกหนึ่งชีวิตถือกำเนิดอยู่ ซานอินขยับปากช้า ๆ คล้ายไม่เชื่อ ทว่าถูกถ้อยคำประโยคถัดมาปราบพยศจนไร้วาจาไปชั่วขณะ

ไม่เหนื่อยจริงรึ แต่มีบางคนกำลังอ่อนแอนัก ถ้าเขาพูดได้คงอยากให้ท่านพักผ่อนมากกว่าใครอื่น

เหลียงซินกับกลุ่มสตรีชาวบ้านหัวเราะรื่น หวนคำนึงถึงประสบการณ์ครั้งเก่าหยาดน้ำใสซึมหางตา เล่าไปพลาง ๆ ให้อีกฝ่ายหายตกใจ คงมีแต่อี้จิงบุรุษหนึ่งเดียวในกลุ่มยืนตัวแข็งทื่อ ทำตัวไม่ถูกราวกับตั้งท้องเสียเอง

รอให้ผ่านไปสักสี่เดือนก่อนเถิด ท่านตัวน้อยในท้องจะสำแดงฤทธิ์ เทียวถีบเท้ากล่าวท้วงแทนเหล่าป้า ๆ อีกแรง

เหลียงซินยิ้มในหน้า หยิบผ้าขึ้นซับน้ำตาประหนึ่งสายธารารินไหล ปากขยับเล่าต่อถึงความสำคัญในการดูแลตัวเอง

ตอนก้มดูท้อง เรามักคิดว่าใหญ่เกินกลัว โดยเฉพาะท้องสาว[1] แต่ต่อให้ขยายใหญ่สักเพียงไร ไม่เคยมีพื้นที่พอสำหรับนายท่านตัวน้อยหรอกเจ้าค่ะ ท่านชอบขยับเส้นสายอวดตนเป็นนิจ สังเกตดูตอนท่านเขาบ่นเราจะถีบเท้ารัว ๆ เชียว ท่านแม่ทำไมท้องท่านเล็กนัก ท่านแม่ข้าแข็งแรงยิ่ง ท่านแม่ข้าหิว

ซานอินพูดไม่ออก นางลืมเรื่องนี้อย่างมิน่าให้อภัย ปลายนิ้วเรียวเกิดสั่นไม่หยุด โผเข้ากอดเหลียงซินสะอื้นตัวโยน กลายเป็นภาพที่ทำร้ายคนไกลที่มองอยู่อย่างเจ็บสาหัส แม้จะไม่รู้ว่านางร้องไห้เพราะเหตุใด

เอาล่ะ เวลาอื่นป้าเหลียงจะไม่ห้าม แต่ตอนนี้มิควรร้องไห้ เหลียงซินเล่าเรื่องที่ตนเคยประสบพบ นางให้กำเนิดบุตรชายสามคน บุตรหญิงสามคน หวังปลอบให้นายหญิงน้อยคลายกังวลลง

พอมีเขาแล้ว...เราอยากกินอะไร มิใช่เราเป็นผู้เลือกนะเจ้าคะ บางคราใบไม้แห้งที่เห็นร่วงอยู่นั่นก็กินได้อร่อยเหลือแสน แม้แต่ของที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา ต้องดั้นด้นสืบค้นจนเจอ เคยมีครั้งหนึ่งตอนตั้งท้องจาเหิง ป้าเคยกินหนอนจมูกวัวที่จัดว่าเหม็นที่สุดในใต้หล้า แต่ไม่หนักเท่าเหม็นหน้าสามีตัวเอง  พอเขาเข้าใกล้ทีไรเป็นได้อยากเอาไม้จามหน้า มือสั่นตัวสั่นทุกคราไป มารู้สาเหตุภายหลังว่าเขามีหญิงม่ายมาติดพัน

พูดพลางดันตัวออกห่าง ดวงตาทอแสงอ่อนโยน กล่าวถ้อยคำที่กลั่นจากหัวอกสตรีด้วยกัน ฉะนั้นแล้ว นายหญิงอย่าหมิ่นนายท่านตัวน้อยนะเจ้าคะ เขารู้เหมือนที่เรารู้ แต่บางคราเขากลับรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้

เหลียงซินผินหน้าไปบนเนินเขา ก่อนเลื่อนสายตามองไปทางคอกม้า

หากเป็นตัวข้าในอดีต ยากจะบอกได้เช่นกันว่าควรหันหน้าไปทางใด ซ้ายอาจเป็นหุบเหว ขวาอาจเป็นบ่อน้ำสีดำมืดมิด ตรงกลางมีกรวดหนามดินทรายตำเท้า แต่คำว่าลูกจะทำให้ตัวเรามีพลังเสมอ จงทุกข์ให้น้อยลง ปิดตาข้าง ปิดหูข้าง ก้าวพ้นมันไปให้ได้นะเจ้าคะ

คำว่าลูก... หยุดเสียงร้องไห้เปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ ทุกคนเคารพการตัดสินใจของนางมาโดยตลอด เหลียงซินมิอาจกล่าวได้มากเกินกว่าที่ควร แต่นางเชื่อในตัวสตรีร่างเล็กเบื้องหน้า หากวันใดนายท่านฮานเก่อทอดทิ้ง เหล่านางพร้อมอ้าแขนออกรับเสมอ

แถวหมู่บ้านป้าเหลียงมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่ง ช่วงคิมหันต์กลิ่นอายฟ้าดินแกร่งกล้า การถือกำเนิดบุตรหญิงชายนับเป็นเรื่องมงคลยิ่ง เด็กส่วนใหญ่มีความชาญฉลาดเหนือคน ประดุจสนทองตระหง่านค้ำสามกาล[2] สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมปกป้องคุ้มครองให้นายท่านน้อยปลอดภัย

เหลียงซินวางมือบนไหล่มน ซานอินอมยิ้มน้ำตาคลอสองข้าง พอรู้ว่าในท้องมีอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ให้นางดูแล กำลังกายและความกล้าหาญ ลดน้อยถอยเหลือเพียงไม่กี่เสี้ยว ซ้ำนางมิอาจอธิบายให้ทุกคนเข้าใจถึงเหตุผลระหว่างนางกับเผิงอวี้ในตอนนี้ได้ ล้วนเป็นเพราะพ่อหมีตัวร้ายนั่นผู้เดียว

ซานอินขบฟันด้วยความแค้นเคือง สวมกอดเหลียงซินสบถถ้อยคำไหว้เจ้าที่ร่ายยาวหลายบท อี้จิงเพิ่งตื่นจากความตระหนก ถึงได้เข้าใจความหมาย คำไหว้เจ้าที่ตนเคยได้ยินก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน แท้จริงแล้วเจตนาสื่อถึงผู้ใด

ฮือ...ป้าเหลียง เขา...เขาทำ

เขาทำ!!”

เขาทำ!!”

เขาทำ!! ท่านป้าต้องจัดการเขา!!”

ซานอินพูดวนซ้ำ ๆ ราวกับต้องการพร่ำฟ้องมารดาในบ้านเดิมให้ช่วยจัดการสามี เสมือนตัวการใหญ่ของเรื่องราวทั้งหมด

นายหญิง...เอาล่ะไม่ร้องแล้ว ท่านป้าทุกคน ณ ที่นี้เชื่อว่า เขาทำ แน่นอน มิฉะนั้นจะมีนายท่านนายหญิงตัวน้อยในท้องได้อย่างไรล่ะเจ้าคะ

เหลียงซินพูดจาสองแง่สองง่าม เรียกเสียงหัวเราะดังทั่วบริเวณใต้ร่มสน  

            ทว่า... จู่ ๆ ซานอินก็นึกขึ้นมาได้ นางผละออกจากป้าเหลียง หันกายเดินไปทางด้านหลังพ้นชายไม้แพหนา เอาให้เห็นกันชัด ๆ ว่าใครเป็นใคร พร้อมตั้งท่ายืนเท้าสะเอวตะโกนใส่ตัวการร้ายบนเนินเขา จุดบัญชาการกลุ่มพยัคฆ์ขาว

รู้ไหมว่าท่านทำ!! แล้วยังมายืนให้ข้าเห็นหน้าอีกหรือ ซานอินขึ้นเสียงสูง ไม่ว่าใครก็ต้องหยุดหันมามอง

เผิงอวี้ฟุบมอบกับพื้นเพราะคำตะวาดลั่น อาศัยกอหญ้าแฝงหินบดบังตัว มือยังแอบแหวกหญ้าดูภรรยาตัวน้อยก่นบ่นยืดยาว แม้จะยังจับใจความไม่ได้ว่าเขาทำอะไร สืบจากมันมีมากเหตุเกินจะรวมนิ้วขึ้นนับเป็นข้อ ๆ

กลุ่มพยัคฆ์ขาวในเพิงไม้ยื่นหน้าสลอนมองท่านฮานเก่อ คลานต่ำ พลางจดจำกลวิธีนี้ไว้เป็นแบบอย่าง หลบภรรยาอย่างไรให้ตนเองรอด แต่ดูเหมือนนายหญิงน้อยจะไม่ปล่อยให้นายท่านรอดเสียแล้ว

ข้ารู้ว่าท่านหลบอยู่ ข้าถาม...รู้ไหมว่าท่านทำ!!”

ชาวบ้านลุกขึ้นมายืนล้อมหลังเงาสน ต่างคนต่างยิ้มรื่นรอชมศึกสำคัญ ท่านฮานเก่อจะแก้ต่างให้ตนเองอย่างไร  

ตอบข้า!!” ซานอินเดือดปุด ๆ อี้จิงพยายามห้าม ไม่แคล้วโดนลูกหลงถูกหมวกสานลอยลิ่วใส่หน้า อึดใจสั้น ๆ ผู้ที่อยู่ข้างล่างและบนเนินเขา ต่างได้ยินเสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบหนักแน่น  

ข้ารู้เผิงอวี้หน้าสลด หลายวันมานี้เขาคิดถึงนางแทบขาดใจ แต่ติดตรงถูกสั่งห้ามให้เข้าใกล้เกินสองร้อยจั้ง วัน ๆ จึงได้แต่ยืนเฝ้าห่วงอยู่ห่าง ๆ แม้อยากทำมากกว่านั้นก็ตามที

ดี!! ถ้าเช่นนั้น...ซานอินหรี่ตาลงแฝงแววมาดร้าย ขยับปากตะโกนต่อ กระทั่งเหลียงซินก็ยังรั้งไว้ไม่อยู่

ต้าหนิง เทียนซือฉาง อยู่ไหนจงออกมา!!”

ต้าหนิง เทียนซือฉาง สะดุ้งโหยง ค่อย ๆ เดินอ้อมหลังโขดหิน ยืนอาลัยตายอยากราวกับปลาคอหัก ก่นบ่นในใจเสียงเบา พวกเขารึอุตส่าห์ยืนหลบอย่างดีแล้วเชียว นายหญิงยังมองเห็นอีกหรือ

ตีเขาให้ข้าได้ยินสามครั้ง!!” ซานอินสั่งเสียงแข็ง แววตาเยือกเย็นเจือความเสียใจล้นเหลือ นางชี้กิ่งไม้ไปที่ตัวบุคคลต้นเหตุ ทุกฝ่ายอาจยำเกรงเขา แต่ไม่ใช่นาง!!

ต้องให้ข้าพูดย้ำอีกครั้งหรือไม่?”

หา!! นะ...นะ...นายหญิงต้าหนิง เทียนซือฉาง ร้องเสียงหลงยืดตัวยืนตรงดิ่ว ราวกับชีวิตของพวกเขาแขวนอยู่ปลายหุบเหว ขึ้นอยู่กับว่าจะยอมตกลงไปเอง หรือจะทำตามที่นายหญิงสั่งเพื่อปีนไต่ขึ้นมา  

ตีเขาให้ข้าได้ยินสามครั้ง ข้าจะเป็นคนนับต่อหน้าทุกคนความสูงของเนินพยัคฆ์ขาวอยู่ราว ๆ น้ำตกสามชั้น ไม่นับว่าสูงหรือไกลเกินจะได้ยิน ถ้อยคำดังกล่าวสั่นสะท้านถึงรูขุมขน สายลมยามบ่ายพัดกรรโชกความอุ่นร้อนกระทบร่าง ปลายยอดหญ้าพลิ้วไหวลู่ตามลม แต่ใจนางรวมทั้งใจเขาขื่นขมเกินจะเอ่ย     

เผิงอวี้หยัดกายยืนกลางเนินหิน รวบแขนกอดอกนิ่ง ไม่สนว่าใครจะครหาลับหลัง หรือใช้สายตาชนิดใดมองมาที่ตน ชาวบ้านหลายกลุ่มทั่วสารทิศวางงานออกมายืนอยู่ตามจุดที่มองเห็นได้ถนัดตา ก่อนได้ยินเสียงกำชับสั่งดังกว่าคราไหน ๆ   

ทำตามที่นางสั่งเผิงอวี้เอ่ยเสียงเข้ม เบนหน้ามองลูกน้องใต้อาณัติ   

แต่...ต้าหนิงยิ้มแหย นี่มิเท่ากับส่งของร้อนให้เขาถือไว้หรอกรึ

นายท่านแผนของเรา...

ดวงตาคมปลาบตวัดมองเทียนซือฉาง แรงกดดันมหาศาลบีบรัดให้ผู้พูดฝืนกลืนคำลงคอ จากนั้นค่อยหันหน้ากลับไปหาภรรยาตัวน้อยด้านล่าง ความเกรี้ยวกราดโกรธเคืองแผ่กลิ่นอายทั่วร่างบางจนเขารู้สึกได้ แต่เห็นจะมีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่เขาสามารถมองนางได้ถนัดตา

ผ่านไปนานครู่ใหญ่ เผิงอวี้ตัดสินใจตะโกนสั่งให้ลูกน้องในกลุ่มเข้ามาแทนต้าหนิงเทียนซือฉาง

เฉิงเอ๋อร์ เฉิงซาน

ขอรับนายท่านสองพี่น้องฝาแฝดหยิบไม้ไผ่เหลาข้างชั้นหนังสือ ยาวราว ๆ หนึ่งฟักกระบี่ลำกว้างหนึ่งชุ่น เดินดุ่ม ๆ ออกมาจากเพิงพยัคฆ์ พวกเขาเตรียมใจไว้อยู่แล้ว เผือกร้อนหนนี้ย่อมหล่นมาถึงหัว ซึ่งมิผิดจากที่คาด เผิงอวี้พยักหน้าให้สองพี่น้อง พร้อมยืนกอดอกนิ่ง เพื่อแสดงให้นางเห็นว่าตนพร้อมแล้ว  

ซานอินฝืนกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ปรับเปลี่ยนร่องเสียงเสียใหม่ ให้ดูสมบทนางมารหัวขาวพิฆาตสามี เพื่อกลบใจที่ปวดร้าว

ถอดเสื้อเขาออก ข้าพูดจบหนึ่งประโยค ตีเขาหนึ่งครั้ง หากข้าไม่ได้ยินให้เริ่มใหม่

.....ทุกคนโดยรอบสูดปาก ยกมือปาดเหงื่อ ต้องโกรธเคืองกันเพียงไรถึงยอมกระทำให้ฟ้าดินได้แลเห็น   

เผิงอวี้อุปปากเงียบ ถอดเสื้อบรรณาการจากแคว้นฉู่พ้นกาย ยืนตระหง่านเหนือเงาไม้รายล้อมด้วยอากาศอึมครึม รอรับการลงทัณฑ์อย่างจำยอม  

ซานอินมองเงาสะท้อนผ่านสายตาคู่งาม จนบัดนี้เขาก็ยังไม่ปริปากพูดว่าผิดอะไร แม้นางจะร่างกฎ ระยะเกินสองร้อยจั้งห้ามเข้าใกล้ ทว่าผ่านมาร่วมเดือน เขาไม่แม้แต่จะเขียนจดหมายบอกกล่าวอธิบายกับนางสักฉบับ น้ำตาที่แยกแยะไม่ออกว่าสิ่งใดคือความชัง สิ่งใดคือความยินดี แต่ก็ต้องจำใจฝืนทนดำเนินต่อ ลองเมื่อขึ้นหลังเสือนางก็ยากจะลง

น้ำเสียงติดสั่นประกาศกร้าวราวกับมีบางสิ่งเฉือนใจอยู่ทุกชั่วขณะ

ครั้งนี้...แทนคำสาบานของท่านที่กล่าวต่อหน้าผู้อื่น จะดูแลข้าอย่างดี ข้ากินข้าวสองคำ ท่านกินข้าวหนึ่งคำ

ซานอินชูมือเป็นสัญญาณ ฉับพลันเสียงไม้ไผ่หวดลงหลังไม่ยั้งมือ เพราะกลัวว่าเบาไปจะทำให้นายหญิงไม่ได้ยิน ความซื่อของสองพี่น้องฝาแฝดทำเอาทุกคนตาถลน ยากจะทนมองต่อ

ครั้งนี้...เพื่อระบายความโกรธแทน เขา อีกทั้งเป็นเพราะข้าที่ใจดำได้ไม่มากพอ

ถ้อยคำปริศนาพร้อมเสียงไม้กระทบหลังดังเปรี๊ยะ!! มากพอที่จะทำให้ฝูงนกบนยอดไม้บินแตกรัง ไม่มีใครฉุกใจถึงคำว่า เขานอกเสียจากกลุ่มชาวบ้านกับตัวผู้พูด    

ซานอินมองสามีตัวโตด้วยสายเลื่อนลอย หยาดน้ำตาที่หล่อรวมความแข็งแกร่งไว้รินหลั่งไปพร้อมกับเสียงตีครั้งที่สอง นางอยากมองให้ชัดถึงแก่นแท้ในจิตใจเขา มองให้ลึกว่าสิ่งที่นางคิดจะตรงกันกับเขา กลืนเสียงสะอื้นจนตัวสั่น

มือกำกิ่งไม้ยันพื้นยึดเป็นหลักยืนไม่ให้ล้มลง หลังจากพ้นผ่านเรื่องนี้ไปแล้ว ได้โปรดอย่าส่งบทพิสูจน์รักใดในใต้หล้ามาหยั่งเชิงหัวใจดวงนี้อีกเลย

ครั้งนี้...แทนค่าน้ำตาที่ไหลอยู่ และท่านจะไม่มีวันรู้ว่าข้า...ร้องไห้เพราะอะไร

เสียงไม้คำรบที่สามแตะบนรอยเดิมแผ่นหลังปริแตก ไม้ไผ่ว่าแข็งแล้วพลันหักเป็นสองท่อน ราวกับต้องการย้ำให้ถึงความเจ็บช้ำในใจอีกคน กลุ่มเมฆเคลื่อนบดบังเนินพยัคฆ์ให้ตกอยู่ในเงามืด ทว่าพระอาทิตย์กลับฉายแสงส่องร่างบอบบางลู่ลม ยืนไหล่สะท้านหนแล้วหนเล่า  

เผิงอวี้บดกรามแขนเกร็งแน่น มิใช่เจ็บปวดเพราะแรงตี แต่ทว่าเป็นเพราะเสียงพูดเจือสะอื้นดังบีบรัดใจเจียนขาด ผสานในสิ่งที่ตาเห็น พาให้นึกอยากเลิกล้มความตั้งมั่นเดิม โผเข้าไปคว้านางมากอด พร่ำบอกเหตุผลทั้งหมดให้นางเข้าใจ

ต้าหนิง เทียนซือฉาง สัมผัสได้ถึงความปวดร้าวแผ่กำจายออกจากเรือนร่างสูงใหญ่ ครั้นเห็นนายท่านขยับตัวหมายจะลงเนินเขา พวกเขารุดเข้าไปรั้งไว้โดยเร็ว แต่ถูกซัดกระเด็นไปคนละทิศละทาง เหล่าพยัคฆ์ขาวจึงทยอยรวมใจช่วยกันสยบ เพื่อมิให้เสียการใหญ่

นายท่าน อดทนอีกหน่อยเถิดขอรับ เสียงเตือนสติจากเหล่าพยัคฆ์ขาวสี่ร้อยคน นั่งชันเข่าขวางมือผสานเทียมอก อาจหาญห้ามไม่ให้นายตนผลีผลาม เพราะพวกเขาเองก็สงสารนายหญิงเช่นกัน  

เผิงอวี้คำรามลั่น นัยน์ตาคมแดงฉานดุจเพลิงเผาร่างเป็นจุณ ได้แต่ทนเห็นนางเดินจากไปพร้อมแว่วเสียงสุดท้าย

อย่ามาให้ข้าเห็นหน้า จงภาวนาอย่าให้ถึงวันที่ข้า...ตัดใจได้

 ซานอินเดินหันหลังจากไป ชีวิตนี้น้อยครั้งนักที่นางจะเดินช้าจนแทบนับก้าวได้ หลุมบ่อคันดินอยู่ทิศใดไม่ไปทางนั้น ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ผิดใจกันจวบจนบัดนี้ นับเป็นครั้งแรกที่นางเห็นตัวเองเป็นหญิงอ่อนแอผู้หนึ่ง หาใช่ผาหินที่สามารถยืนรับแรงลมกรรโชกใส่ไร้ความเจ็บปวด   

นางจะไม่พูดว่าจากลาหรือเลิกรัก เพียงแค่ได้ระบายความอัดอั้นหลังรู้ว่ามีอีกคนในท้องให้นางห่วงมากกว่าเขา ประกอบกับรอบด้านมีกลุ่มคนอยู่หลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะสองสตรีต่างแคว้นย่อมเฝ้าดูอยู่เช่นกัน

เพื่อส่งให้เขาเดินตามแผน นางจำต้องทำร้ายกระทั่งใจตัวเอง ยอมเป็นสตรีชั่วร้ายทุบตีสามีต่อหน้าฟ้าดิน ยอมผิดต่อผู้เฒ่าจันทรา[3] เพื่อกันให้เขาออกห่างตัว นางกับลูกจึงจักปลอดภัยในกาลหน้า มิให้ฝ่ายที่สบโอกาสรออยู่ได้ใช้นางเป็นกับดักวางไว้ให้เผิงอวี้เลือก

ก้าวแต่ละก้าวหนักแน่น พร้อมกับใจที่อ่อนแรงลง สูดรับอากาศบริสุทธิ์เติมพลังกายให้มีแรงหยัดยืนต่อ เดินผ่านทิวไม้สนป่าและต้นสาลี่ต้นแล้วต้นเล่า ปล่อยความรู้สึกไปกับลมพัดผ่านร่าง จวบจนถึงทางแยกเข้าหมู่บ้าน นางถึงได้หยุดนั่งพักบนขอนไม้

ต้นบ๊วยเริ่มออกดอกติดก้านใบเป็นทิวแถว อีกไม่นานคงบานสะพรั่งเต็มทุ่ง ซานอินทาบมือบนส่วนที่ยากต่อการกลั้นน้ำตามิให้ไหล ลูบสัมผัสเพียงเบา ๆ กลัวว่าจะปลุกนายท่านนายหญิงตัวน้อยให้ตื่นสำแดงฤทธิ์อย่างที่ท่านป้าเหลียงบอก แม้จะรู้ว่าอายุครรภ์ยังไม่ถึง แต่นางอยากพูดกับลูกให้เข้าใจ

แม่จัดการพ่อเจ้าให้แล้ว ใช้ได้หรือไม่

คำพูดประโยคเดียว แต่ความหมายนั้นกระทบถึงใจชาวบ้านที่ยืนรั้งรออยู่ข้างหลัง ไม่มีใครจะกลั้นน้ำตาได้ไหว 

จงอย่าโกรธพ่อเจ้าที่เขาทำให้แม่เสียใจ แม้ไม่ได้อยู่ดูแลให้เราสองคนมอบความสุขสบายไปกว่านี้ แต่เชื่อเถิดนายท่านตัวน้อย หรือจะเป็นนายหญิงตัวน้อยของแม่ เขาคงทำเพื่อเรา เพื่อทุกคนในหมู่บ้าน จึงมิอาจตัดช่องเดินแต่พอตัว เรื่องนี้เอาไว้ค่อยถามเขาเองในภายภาคหน้าละกัน แม่จะไม่ห้ามเจ้าแม้แต่คำเดียว ตกลงหรือไม่?”

ความอุ่นสายหนึ่งวูบเข้ามา พาให้ดวงใจหายเศร้า เสมือนการตอบรับจากอีกหนึ่งชีวิตในท้อง ไม่ว่านางจะคิดไปเองหรืออะไรก็ตามแต่ มันกลับทำให้นางสบายใจขึ้นมาก จึงเอ่ยพูดต่อไปเรื่อย ๆ ดั่งการเปิดเจรจาการค้าหวังกำไร

หากพ่อเจ้ารู้ ว่ามีก้อนแป้งกลม ๆ นิ่ม ๆ ขดตัวนอนรอเขาอยู่ในท้องแม่ เชื่อเถิดเขาคงดีใจยิ่งนัก เพราะหมั่นฟูมฟักอยู่แรมเดือนเชียวล่ะซานอินพูดทั้งน้ำตา ไม่รู้ว่าใครปลอบใคร แต่ช่วงที่เราอยู่กันเพียงลำพังสองคน หากสงสารแม่ ช่วยลดความงอแงลงสักหน่อยนะเจ้าคะ ให้แม่เจ้าทำงานได้บ้าง ถ้าขืนเอาแต่นั่งเอาแต่นอนอย่างเดียว อีกหน่อยคงไม่ต่างจากตุ่มน้ำ โดยเฉพาะเรื่องกิน…”

ซานอินตีหน้าดุ เป็นฝ่ายเปิดเจราจาอย่างเอาจริงเอาจัง เคาะนิ้วบนท้องที่ดูเหมือนไม่มีสิ่งใดผิดปกติ แต่ป้าเหลียงบอกว่าอีกหน่อยจะกลมเหมือนเอาหมอนยัดไว้

อะแฮ่ม... ใบไม้ใบหญ้าไม่อร่อยเท่าเนื้อปลาย่างหอม ๆ อะไรที่ขนขวายหามาได้ยาก ๆ อย่าร้องหิวอยากกินเป็นอันขาด แต่แม่จะพยายามดูแลตัวเองให้ดี กินแต่ของมีประโยชน์ รอคอยนายท่านนายหญิงตัวน้อยอยู่ข้างนอก

ชาวบ้านพากันหัวเราะยกใหญ่ ไม่คิดว่าบุคคลที่กล้าสั่งตีท่านฮานเก่อจะกลัวเรื่องที่ฟังมาจากเหลียงซิน แถมยังย้ำถามถึงรสชาติใบไม้แห้งอร่อยไฉน

ขณะเดียวกัน...ทุกคนเริ่มเข้าใจความรักโดยถ่องแท้ ความรู้สึกด้านลบต่อตัวท่านฮานเก่อ ไม่หลงเหลือเป็นตะกอนต่อใจสืบไป ส่วนสาเหตุที่นายหญิงเลือกพูดให้พวกเขาได้ยินด้วยนั้น ไม่มีใครคาดเดาได้

ทางฝ่ายอี้จิงจากที่นิ่งเงียบมาตลอดหนึ่งชั่วยาม กลายเป็นสารถีไม่ต้องรอให้ซานอินสั่ง ล้วนเกิดจากความเคารพต่อหัวใจสตรีผู้นี้อย่างยิ่งยวด ในที่สุดตัวเขาก็เข้าใจ สิ่งใดคือการเสียสละ

แสงแดดเหือดหายไปจากผืนฟ้า หมู่เมฆอาบไล้สีแดงส้ม สายลมอุ่นร้อนเปลี่ยนผันกระแสเป็นลมเย็น ๆ พัดเส้นผมของนางปลิวไสว ภายหลังทุกคนแยกย้ายกลับไปแล้ว ซานอินคงนั่งมองทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์อัสดง พลันนึกถึงกวีบทหนึ่งในบันทึกของท่านพ่อ

ไม่ทาบทุกข์ถูกอดีต เรื่องเศร้าราวโลกสิ้น พลันผินสุด[4]

ซานอินจดใจความสำคัญลงในสมุด แทรกระหว่างหน้าที่นางร่างงานไว้หลายสิบแผ่น จั่วหัวกระดาษด้วยตัวอักษรตัวใหญ่เน้นคำ หมดเวลาของคนเก่งตามด้วยสิ่งที่สอบถามมาจากชาวบ้าน การกินการอยู่สิ่งที่พึงระวังช่วงตั้งครรภ์ ตราบตะวันรอนถึงกลับกระท่อมหลังน้อย  



[1] ท้องลูกคนแรก มักเรียกกันว่าท้องสาว เป็นช่วงที่หลายคนกลัว วิตกกังวลกับการเป็นแม่มือใหม่ ถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้า

[2] กล่าวถึง สนสามฤดู ต้านหนาว ทนร้อน ทนฝน ต่อให้มีหิมะขาวโพลนก็ยังสามารถผลิใบสีเขียวสด 

[3] ผู้เฒ่าจันทรา มีหน้าที่เป็นพ่อสื่อชักนำคนรักให้กับมนุษย์โลก โดยจะเป็นผู้ผูกด้ายแดงไว้ที่นิ้วของชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กัน

[4] ปล่อยอดีตให้ผ่านพ้น เรื่องทุกข์พลันหมดลง


ทิ้งท้ายจากผู้เขียน

ได้เวลาโบกมือบอกลาทุกคน พร้อมคำกล่าวขอบคุณที่ร่วมติดตามกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่วิวแรก ๆ ไม่กี่สิบกี่ร้อยจนถึงจุดนี้ อาจจะทิ้งไว้ที่บทกึ่งดราม่า แต่บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ เป็นหนังสือเรียกน้ำตาฉบับสุขนิยม  เน้นความรักของตัวละคร ในบทชีวิตที่สุขบ้างดิบบ้าง 

ไรท์ขอเก็บตัวเข้าถ้ำดำงานเขียนที่เหลือ ให้จบก่อนเปิดจองเป็นรูปเล่ม + Ebook อย่างเป็นทางการ 

กำหนดออกประมาณเดือนกุมภา ต้นเดือนมีนาคม - กลางเดือน หรือก่อนงานหนังสือ 

ซึ่งบทที่เหลือจะเป็นบทที่กู้คืนความเป็นพ่อหมี + น้ำตาเจือเล็ก ๆ + รวมบทพิเศษ

ฝากติดตามได้ที่ >  

FB ผู้เขียน : Kritsana Kongkeaw https://www.facebook.com/ckck.advance

แฟนเพจ : คุณชายรีวิวหนังสือ https://www.facebook.com/Khchinesebook/

กลุ่มเฉพาะอับเดทนิยาย : คุณชายน้อยเหนือกำแพงวังหลวง https://www.facebook.com/groups/180280056097447/

หวังว่า...นิยายเรื่องนี้จะทำให้ทุกคนมีความสุขที่ได้อ่านมัน แล้วเจอกันนะครับ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #124 jeed_porn (@wannapos) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:58
    รอเล่มนะคะ
    #124
    0
  2. #116 srisupanuch (@srisupanuch) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 18:39
    ขอบอกไม่สะใจ และแนะนำยึดเมืองตั้งตัวเป็นใหญ่
    #116
    1
    • #116-1 สายลมกลางเมฆา (@azooii) (จากตอนที่ 33)
      21 มกราคม 2562 / 18:57
      เอาแบบนั้นเลยใช่ไหม 5555555 เอาไว้เดี๋ยวจะทยอยตัดบทซานอินเอาคืน 20 เปอร์มาโพสต์ให้ดับอารมณ์งับ
      #116-1