ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,268 Views

  • 124 Comments

  • 285 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    407

    Overall
    11,268

ตอนที่ 29 : บทที่ 8 ชะตาพิสูจน์ใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 524
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

บทที่ ๘

หนึ่งอาทิตย์ให้หลัง พลังกายที่ถูกสามีหาญกล้าสูบกลืนทุกชั่ววัน ฟื้นคืนมาเหมือนเก่า ช่วงเวลาแห่งความหอมหวาน เสมือนลมพัดวูบผ่านผิวห่มกายให้อุ่นชั่วเวลาสั้น ๆ ฉากหน้ามีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นยังหมู่บ้านท้ายเชิงเขา นั่นเป็นเหตุผลที่เผิงอวี้ตั้งใจกักตัวนางไว้ให้ห่างจากปัญหา

แคว้นเหนือใต้ยุติสงคราม สถาปนาราชวงศ์ใหม่ภายใต้สายเลือดขุนนางใหม่ผนวกกลุ่มอำนาจพ่อค้าวาณิชช่วยเสริมแรงสร้างเมืองอีกทาง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ...เผิงอวี้ เจ้าหุบเขาม่านเมฆา ผู้ครองหัวเรือทางการค้าอยู่เบื้องหลังฉากใหญ่

เขาได้นำสินแร่เกินครึ่งในหุบเขามอบให้กับทั้งสองแคว้นทัดเทียมกัน พร้อมเส้นสายทางการค้าอีกสามสิบส่วน ดูเหมือนเสียเปรียบไร้ทางให้หลีกถอย แต่สิ่งที่เผิงอวี้ถือครองอยู่ในมือมีมากกว่าที่ปัดออกไป โดยเฉพาะโรงหลอมเหล็ก โรงม้าพันธุ์ดี กับกลุ่มคนมากความสามารถที่เร้นกายจากอำนาจทั้งปวง

ถิงซูกล่าวว่า เผิงอวี้ร่างพันธะสัญญาขึ้นมาสามข้อ ดั่งราชสีห์ยอมยื่นดินแดนส่วนหนึ่งให้แด่พญาเสือดีมังกรออกล่าเหยื่อ ทว่าคงไว้ซึ่งเขตแดน มิควรเข้าห้ามเข้า ขอตั้งต้นเป็นอิสระไร้อำนาจสวมศีรษะ ไม่เป็นหัวเมืองให้กับฝ่ายใด หมายบูรณาการให้หมู่บ้านท้ายเชิงเขาม่านเมฆาเป็นนครแห่งการค้าแทนที่เมืองฮานถง

หูคอยฟังถิงซู อันหยง สลับกันเล่ารายงานข่าวสารในรอบหลายวัน ตามองมีดกันพลาด ขยับข้อมือฝานเปลือกส้มไว้ตากคู่กับปลาแห้งไล่หมู่แมลงบินตอม ไม่โวยวายกระเง้ากระงอด ไม่สงสัยอะไร แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรเช่นกัน จากนั้นค่อยหันมาเก็บชิ้นปลาแห้งห่อใส่กระจาดไม้ ไว้ปรุงอาหารมื้อต่อไป

เล่ามาตั้งนาน เจ้าไม่นึกอยากถามอะไรเลยหรือ?” ถิงซูเห็นซานอินยิ้มบาง ๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ผู้มองสัมผัสได้ถึงความเด็ดเดี่ยว ราวกับคนตัดใจปลงเตรียมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นภายภาคหน้า พลันเกิดลางสังหรณ์ใจบางอย่าง

ข้าผิดหวังกระมัง แต่อาจจะเรียกว่าผิดหวังคงไม่ได้ซานอินหยิบหัวผักกาดขึ้นมาหั่นต่อ จังหวะยกมีดกดลงในแต่ละครั้ง ประหนึ่งกดลงบนหัวใจอันหนักอึ้ง ทว่าแปลกที่ไม่รู้สึกเจ็บ เพราะความสุขในหลายชั่ววันช่วยสร้างเกราะกำบังให้นางหลบซ่อนความรู้สึกหลายหลากเอาไว้มิดชิด

อันหยงกระแซะไหลถิงซูให้พูดต่อ ลำพังนางถนัดแต่แต่งสวย เดินเฉิดฉายสร้างเสียงหัวเราะ ครั้งนี้นางรู้สึกเศร้ามากกว่าจะปั้นหน้าปลอบใจสหายได้ 

ชายหนุ่มที่อยู่นอกโรงครัว เริ่มนั่งไม่ติด ลุกขึ้นเดินวนจวนขาดสติ พร่ำบอกตัวเองไม่ให้หุนหันรอฟังอยู่เฉย ๆ หากกล่าวตามสัตย์จริง เขาไม่ได้จงใจปิดนางแต่กลัวนางรู้แล้วไม่สบายใจ วันนี้จึงไหว้วานให้ถิงซู อันหยง เป็นตัวกลางช่วยเป็นปากเป็นเสียงแทน

นานครู่หนึ่งซานอินจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น ถิงซู เจ้าคิดจะปิดข้าหรือไม่กล้าพูด

อันหยง แล้วเจ้าล่ะ

ซานอินเจ้าฟังเราสองคนก่อนอันหยงทนเงียบไม่ไหว กระตุกแขนสหายรักแต่ไม่ทันได้อ้าปากต่อคำ ซานอินบอกปัดพยักหน้าเบา ๆ ราวเข้าใจดีแล้ว ดวงตาคู่งามเจือประกายอ่อนล้าหลุบมองเขียงไม้ ขยุ้มเกลือโรยบนผักกาดหมักในโถดิน น้ำเสียงไร้อารมณ์เอ่ยเนิบช้า

ทั้งสองแคว้นส่งสตรีเชื้อพระวงศ์มาเชื่อมสัมพันธ์กับเจ้าหุบเขาม่านเมฆา บัดนี้โฉมงามทั้งสองอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากข้า หนึ่งเป็นองค์หญิง อีกหนึ่งเป็นบุตรีแม่ทัพเสาหลักของแผ่นดิน แม้ไม่อยากรับ แต่ก็ยากปฏิเสธ คนผู้นั้นจึงให้พวกเจ้ามาเล่านิทานให้ข้าฟัง

ถ้อยคำประดั่งรู้แจ้งในเรื่องราว กระทบกลุ่มคนที่ฟังอยู่มากกว่าสาม สีหน้าของแต่ละคน แสดงถึงความลำบากใจเอ่อล้น ต้าหนิงทะเล้นไม่ออก เทียนซือฉางไม่กล้าผ่อนเสียงหายใจดัง ทางฝั่งผู้เป็นนายใหญ่แววตารวดร้าว ท่อนแขนแกร่งกระตุกเกร็ง พยายามรวบนิ้วเข้าหากัน ต่อให้ทำสักกี่ครั้งหาได้สำเร็จไม่ พลันตัดสินใจขยับเท้ารุดเข้าไปทางด้านหลังโรงครัว

คำถามของข้า เพื่อเหตุผลอันใดกัน ซานอินย่อมรู้ว่าสหายของนางมีนิสัยเช่นไร ลึก ๆ ไม่รู้สึกโกรธแต่คงอยากถามในฐานะสหาย เช่นเดียวกับต้องการถามอีกคนที่เพิ่งเข้ามา

ให้ข้าเปิดใจให้กว้างดุจแม่น้ำหวงฮวงโห[1] รับนางขึ้นเรือ ผัวนั่งหัวลำเมียทั้งสามร่วมสับพายอย่างนั้นหรอกรึ หรือว่าเป็นข้าควรปล่อยมือจากพายด้ามนั้นเสีย หรือว่าข้าควรร้องไห้ฟูมฟายร่ำร้องน้ำตาหลั่งนอง ให้ผู้อื่นเห็นใจภรรยาที่มาก่อน หรือว่า...เพราะสิ่งใด

ถิงซู อันหยงช่วงเจ็ดวันมานี้ ซานอินยังแกล้งหูหนวกตาบอดไม่พอรึ ไฉนจึงต้องช่วยกันออกมือปิดตาข้า อุดหูข้าอีกเล่า สิ่งนี้เรียกว่าปกป้องหรอกรึ

ตอบข้า!!”

ซานอินขึ้นเสียงสูง นัยน์ตาแดงเรื่อ ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง แผ่นฟ้าว่ากว้างแล้วก็ยังมิอาจหนีพ้นเมฆดำขาว ชีวิตคนเราย่อมเจออุปสรรคผิดจากผืนฟ้าไฉน มีวันที่ยิ้มเริงร่า ทั้งมีวันที่ทุกข์ตรม นางรู้ทุกอย่างกระทั่งใจคนผู้นั้น แต่สิ่งที่ทำให้นางเสียใจอย่างสุดซึ้ง มิใช่เพราะสตรีบรรณาการจากสองแคว้น หรือเรื่องที่ผู้อื่นจงใจช่วยกันปิดบัง คงเป็นเพราะเขาที่นางรัก

ท่านพ่อเคยกล่าวไว้เสมอมา ไม่สิ่งใดที่กลืนลงท้องแล้วมีรสหวานหอมเสียทุกสิ่ง ชอบกินปลาใช่ว่าจะกินดีปลาได้หวานเหมือนเนื้อใต้เกล็ด ความรักในบางคราย่อมมีรสชาติขมฝาดไม่ต่าง

แม้จะมีเหตุสนกลใดอยู่หลังม่านเงาซานอินเงยหน้าสะอื้นตัวโยน ข้าจะรู้สึกดียิ่ง หากไม่ถูกกันให้เป็นคนนอกเช่นนี้ ฉะนั้นฝากถามใจเขา แล้วตรึงตรองด้วยใจเจ้าดู หรือแม้แต่สหายก็เป็นแค่คำลมเพยพัดเช่นกัน

ซานอิน...ถิงซูสิ้นคำพูด ความรู้สึกผิดบังเกิดแก่ใจนาง กวาดสายตามองไปทางคนที่ยืนอยู่ข้างประตูพลางส่ายหน้าอ่อน

อันหยงโผเข้ากอด แต่ซานอินเบี่ยงตัวหนีปาดน้ำตาออก ไม่แม้แต่จะมองคนตัวโตที่ก้าวมายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง สายลมโชยพัดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง กลิ่นดอกไม้ประทินกายของอิสตรีชั้นสูงกำจายออกมาจากร่างของเขา ราวกับได้ย่ำใจนางซ้ำ ๆ สายตาสะดุดกับชุดคลุมตัวยาวตัดเย็บประณีตขลิบริมด้ายสีเงิน ยิ่งย้ำให้นางรู้สึกเหมือนเผชิญอยู่กับคนแปลกหน้าเพียงข้ามวัน

ซานอินหันมามองเขาเพียงผ่านตา เป็นการมองทะลุไปยังประตูด้านหน้าโรงครัวเปิดอ้าไว้รอให้นางก้าวออกไปให้พ้น นางอยากเอ่ยถามท่านพ่อสักคำ ดีปลาที่ขมปร่าเมื่อเทียบกับน้ำตาเพลานี้แล้ว สิ่งใดรสชาติขมกว่ากันแน่

มือหนึ่งหยิบกระจาดปลา อีกมือหนึ่งคว้าเอากระปุกผักกาดหมักเกลือ เจ้านิลน้อยเหมือนรู้ว่าจะถูกทิ้ง สองตัวมันหันไปคำรามใส่เผิงอวี้ระบายอารมณ์แทนนายสาว อุ้งเท้าหน้าแข็งแรงกระชากกัดชายผ้าคลุมกลิ่นสีแปลกตาจนขาดติดปากออกมา เปล่งเสียงโฮกยาวข่มขู่ทิ้งทวน ตามจริงมันตั้งใจจะเก็บไปปูนอนในโพรงใหม่ ทว่ากลิ่นหอมฉุกกึกแฝงกลิ่นอายชั่วร้าย แม้แต่หมีป่าเช่นมันยังคิดว่าไม่ควรค่า เจ้านิลน้อยยิ่งพาลโกรธ กางอุ้งเท้าตะกุยขยี้เศษผ้าจนแหลกเป็นชิ้น  

เผิงอวี้ไม่สนใจจะถูกกัดหรือโดนส่วนไหนเจ็บ เพราะสิ่งที่เขากลัวยิ่งกว่า คือช่วงเวลาที่นางหันหลังให้พร้อมกับสายตาว่างเปล่า เรื่องบานปลายเกินมือเขาจะคว้าไว้ด้วยคำพูดเดียวว่ารัก ทุกอย่างอัดแน่นในอกประดุจชนักปักชีพจรสำคัญไว้ทั่วร่าง ซานอินไม่ให้เวลาเขาอธิบายแม้แต่น้อย

ถ้าท่านฮานเก่อก้าวตามข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว ผู้น้อยสัญญาจะหลีกให้ไกลจนตามหากันไม่พบ

เผิงอวี้หน้าเผือดสี ทั้งคำว่า ผู้น้อย ที่ใช้เอื้อนเอ่ย ทั้งน้ำเสียงยามเรียก ท่านฮานเก่อให้ได้ยิน เท่ากับนางตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ชายหนุ่มหยิบไม้คานหาบน้ำมือไม้สั่นส่งยื่นให้ภรรยาตัวน้อย ดวงตาคมสิ้นแสงเจือเงาน้ำ ปากขยับเอื้อนเอ่ยเสียงแหบพร่า

ตีข้า แต่อย่าไป

ตีข้า

แล้ว...อยู่ฟังก่อน

ซานอินยิ้มเย็น พลางคิดในใจว่า...ช้าไปหรือไม่ น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินให้เขาได้เห็นถึงความบอบช้ำ ปอยผมทัดหูถูกลมตีปลิวล้อมดวงหน้าเรียว เปลือกตาค่อย ๆ ปิดลงเพียงครู่แล้วเปิดออก ยกฝีเท้าหนักอึ้งเยื้องเดินผ่านเหล่าสหายกับชายคนรัก จากไปพร้อมกับเจ้านิลน้อย ปิดกั้นประสาทสัมผัสทุกการรับรู้ ทุกเสียงเรียกร้องให้นางรั้งอยู่

สวรรค์ต้องการพิสูจน์ใจ หรืออะไรก็ช่างเถิด เพียงข้ารู้สึกเหนื่อยนัก ต่อให้ระดมคนทั้งใต้หล้ามายื้อไว้ในเมื่อคับใจก็ยากจะอยู่ต่อ

ยามมา มาแต่ตัว ยามจากมิอยากหยิบสิ่งใดไปให้ใจจำ




[1] แม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสองของจีน รองจากแม่น้ำแยงซีเกียง ที่มีต้นกำเนิดของสายน้ำมณฑลซิงไฮ่เซิง มีอีกชื่อหนึ่งที่หลายคนเรียกว่า แม่น้ำเหลือง เป็นอารยธรรมอันทรงคุณค่าแห่งหนึ่งของแผ่นดินจีน เสมือนที่ตั้งรกรากชาวจีนมาแต่แรกเริ่ม มีเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ทั้ง ๗ แห่ง ซีอาน นานกิง ปักกิ่ง ลั่วหยาง ไคฟง อานหยาง หางโจว


 ทิ้งท้ายบท

และแล้วก็เดินทางมาถึง 40 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือของเรื่อง (จาก100) พาร์ทต่อไปนี้คืออุปสรรครักเล็ก ๆ ไม่มาม่า แต่มีความฮาแฝงอยู่ สองแคว้นตั้งแคว้นใหม่อีกครั้งจึงส่งสตรีสองนางมากินพ่อหมี ซึ่งนักเขียนก็จะอธิบายเพิ่มว่า...ในหุบเขาม่านเมฆาเป็นดินแดนป่าเถื่อนหรือเสือหลับมังกรหาว หาคำตอบได้ตั้งแต่บทนี้เป็นต้นไป ถึงจะจับพระ-นาง แยกคู่กันชั่วคราว แต่ความน่ารักไม่ลดลงแน่ 5555555 รอดูสกิลการง้อเมียได้เลยคุณปู้ชม

ไรต์อาจจะลงงานเขียนเพียง 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 ฝากติดตามใน ebook กับนส.ทำมือ อาจจะเปิดจองช่วงปลายกุมภาพันธ์ - มีนาคม  (จำนวน 1 เล่มจบ )

- เนื้อหาที่เหลือ -

- บทนางเอกท้อง แบบมีน้ำตามาปน ๆ

- บทครอบครัวอลเวง 3 หนุ่ม เด็ด ๆ คือพ่อหมีมีลูก แล้วต้องเลี้ยงลูก

- บทไฮไลท์ใหญ่ตอนจบ พร้อมกับบทพิเศษ

ติดตามกันได้ที่กลุ่ม คุณชายน้อยเหนือกำแพงวังหลวง (ระบุนิดนึงว่ามาจากที่ไหน) กับ แฟนเพจ คุณชายรีวิวหนังสือ 

จะใช้สองช่องทางนี้พูดคุยกัน ทั้งนส.ตัวเอง นส.ซื้ออ่านทั่วไป  ส่วนใหญ่จะอัพเดทนิยาย + เตรียมแพลนทำเรื่องต่อไปจะได้ทราบกันทั่วถึง


***วันนี้ค่ำ ๆ จะลง 8.1 ให้ได้อ่านต่อจากที่ลงไว้ ขอบคุณทุกคนนะครับ ดีใจที่มีคนอ่าน ฝากติดตามต่อด้วยน้าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #108 แอน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 10:55

    ไปเถอะซานอิน อย่าอยู่ต่ออีกเลย คำว่ารักคงไม่สไคัญแล้วแหละ อยู่ดีๆ รับผู้หญิงเข้ามาถึงสอง เป็นเราก็รับไม่ได้ หลีกทางให้เค้าเถอะ อยากสร้างความยิ่งใหญ่หรือความมั่นคงอะไรก็ปล่อยเค้าไป เราไปอยู่ที่อื่นเถอะ

    #108
    1
  2. #107 นัท (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 13:53

    โอ๊ยยยยยยยยสงสารซานอินจังเลย ชีวิตคู่แบบจริงๆจังๆมีอะไรควรปรึกษากันป่ะ ไม่ใช่ปกปิดจนเรื่องราวมันบานปลายไปหมดแล้ว

    เฮ้อออออออซานอิน เหนื่อยใจนักก็หลบไปพักผ่อนหย่อนใจที่อื่นสักพักเถอะ ถ้าไม่ไหวจริงๆก็ออกไปอยู่ที่อื่นเถอะ อย่างที่บอก

    คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก

    #107
    1
    • #107-1 (@azooii) (จากตอนที่ 29)
      12 มกราคม 2562 / 22:05
      มันมีซัมติงแฝงอยู่เล็ก ๆ แต่ขอบคุณนะครับ รับรู้ถึงพลังอิน 555
      #107-1
  3. #105 MyGalaxyKoii (@meigeni_bebe) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 11:09
    ตีเรา ตีเรา!! ร้องไห้เเล้วนะ!!
    #105
    1
    • #105-1 (@azooii) (จากตอนที่ 29)
      12 มกราคม 2562 / 22:04
      เผิงอวี้บอก ร้องไห้แปปเดียว 5555 เดี๋ยวไปง้อเมียมา
      #105-1