ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,301 Views

  • 124 Comments

  • 285 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    440

    Overall
    11,301

ตอนที่ 2 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    7 พ.ย. 61

ภายหลังจากคมดาบอาบเลือดทหารโฉด ศึกขนาดย่อมจบลงด้วยการสังหาร ร่างสูงใหญ่ชุดหนังสัตว์ยืนหันหน้ามองเนินเขาเวิ้งว้าง บัดนี้เต็มไปด้วยป้ายหลุมศพตั้งเรียงรายนับร้อย เขาเร่งสั่งการให้ทุกคนนำร่างชาวเมืองถงฟางฝังไว้ตามเนินดิน เพื่อแสดงถึงการตอบแทนในสิ่งที่เจ้าเมืองเคยช่วยเหลือตนในอดีต  

ตอนได้รับข่าวจากคนในหมู่บ้าน ชายหนุ่มเร่งเดินทางออกจากหุบเขาม่านเมฆาสามวันสามคืน หวังเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี ทว่าทุกอย่างกลับสายเกินแก้ การช่วงชิงอำนาจของสองแคว้นใหญ่ได้พรากทุกสิ่งไปจากผู้คนนับพันครอบครัว ดอกเหมยสีสดเปรอะคราบเลือดแดงฉาน เมืองถงฟางในความทรงจำมลายหายไปราวกับฝุ่นละออง เสียงขลุ่ยไม้ไผ่ผสานพิณเพลงแปรเปลี่ยนเป็นลำนำอันแสนเศร้า ใครเล่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ได้ดีกว่าผู้เร้นรอด หนึ่งในนั้นคือหญิงสาวใจเพชรที่เขาช่วยไว้

ท่านฮานเก่อ ทางเราไม่เจอเบาะแสของแม่นางหลานหลันเลยขอรับ พบแต่เพียงสิ่งนี้ตกอยู่ข้างกองขี้เถ้าต้าหนิงกล่าวรายงานเสียงเข้ม ยื่นแหวนหยกสีขาวขุ่นมอบให้แด่เจ้าหุบเขา  

ฮานเผิงอวี้ มองสิ่งที่อยู่ในมือ นึกถึงดวงหน้าใสกระจ่างฉีกยิ้มท่ามกลางมวลดอกไม้ยามวสันต์ ครั้งนั้นเขาอายุเพียงสิบปีเศษ หัวใจกลับเปิดรับนางเข้ามาโดยมิอาจห้าม เผิงอวี้รับอาสาติดสอยห้อยตามขบวนม้าของท่านพ่อเข้ามาในเมืองถงฟาง ได้แอบมองนางอยู่มุมใดมุมหนึ่งของกำแพง แต่มิเคยกล้าเผชิญหน้า

จวบจนกระทั่งวันหนึ่งสวรรค์ได้มอบโอกาสให้เขาช่วยขับไล่กลุ่มโจรภูเขาออกจากเมืองถงฟางได้สำเร็จ ข่าวการหมั้นหมายของตระกูลหลานเจ้าเมืองถงฟางกับบุตรชายพ่อค้าแดนไกล สร้างความอิ่มเอมใจให้กับชายหนุ่มผู้รักมั่น  

เวลาล่วงผ่านไปเกือบสิบปีที่เขาใช้เวลาไปกับการก่อร่างสร้างตัว หวังรับนางมาเคียงกาย ทั้งหมดกลับสูญเปล่า เขาเฝ้าอดทนไม่เคยมาให้นางเห็นหน้าก็เพราะกลัวจะหักห้ามใจไม่ได้ จึงเพียรส่งจดหมายบรรยายคำสั้น ๆ ท้ายกระดาษ บ้างก็เป็นรูปวาดทิวทัศน์แดนไกลที่เขาได้ไปเยือน สะสมหินสี หยกเนื้องาม แพรพรรณหลายสิบพับ ส่งถึงนางไม่เคยขาด

เผิงอวี้ร้อยแหวนหยกเข้ากับสร้อยเงิน เก็บไว้ในถุงผ้าขนาดเล็ก ราวกับต้องการซ่อนหัวใจตนไว้ในนั้น ดวงตาคมแสบร้อนเพราะความคิดถึงพลางเงยหน้าขึ้นมองฟ้าไกล ไม่พูดกล่าวคำใดกับลูกน้องคนสนิท ความเงียบของเจ้าหุบเขาเสมือนคำสั่งเด็ดขาดว่ามิให้ผู้ใดรบกวน

ต้าหนิงถอยร่นออกมาอย่างรู้ความ ปล่อยให้เวลาล่วงผ่านไปอย่างช้า ๆ เขาหันไปเร่งเหล่าสหายให้ช่วยกันค้นหาผู้รอดชีวิตเพิ่มเติม ทั้งกำชับคนอีกกลุ่มหนึ่งให้เตรียมตัวเดินทางกลับสถานที่ตั้งค่ายก่อนพลบค่ำ

วสันต์ปีที่แล้วเจ้าเคยเขียนจดหมายถึงข้า บอกว่าจะใส่ชุดสีแดงสวมผ้าคลุมปักมุกเลื่อมพรายรอให้ข้ามาหามเกี้ยวอยู่หน้าประตูเมือง เหตุใดยามวสันต์ครานี้เจ้าถึงไม่อยู่รอเล่า

หลานหลัน...ข้าอดทนมาสิบปีเพื่อสิ่งใดกัน

เผิงอวี้รำพึงรำพันกับตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย เอื้อมมือหักกิ่งเหมยวางไว้บนป้ายหลุมศพ ผินหน้าไปทางอื่นเพื่อบังคับน้ำตามิให้หลั่งริน

 

สามเดือนพ้นผ่าน การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในหุบเขาม่านเมฆา เปรียบเสมือนโอกาสที่ฟ้ามอบให้ สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยทิวเขาสูงลักษณะคล้ายปลายหอกชูตั้ง ต้นไม้อายุนับร้อยปีรายล้อมเป็นกำแพงชั้นนอกหนาแน่น หากมองจากมุมสูงจะเห็นธารน้ำตกสายใหญ่ไหลตัดผ่านกลางดินแดน ตามผาหินเรียงรายด้วยบ้านไม้ต่างขนาด งดงามราวกับสวรรค์สร้าง เหตุที่ชื่อหุบเขาม่านเมฆาก็เพราะความสูงของสถานที่อยู่ในระดับเดียวกันกับปุยเมฆสีขาว ใจความสำคัญนั้นอยู่ที่ ไม่เคยมีสตรีอยู่อาศัยมาก่อน ทว่าวันนี้บริเวณท่าน้ำมีถึงสามคน เสียงทุบผ้าปนเสียงหัวเราะดังทั่วคุ้งน้ำ     

ซานอินก้มหน้าลงมองผิวน้ำใสกระจ่าง ส่องให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในระยะสามเดือนที่ผ่านมา ผิวขาวเริ่มคล้ามแดดลง เรือนผมหยาบกร้านมวยขึ้นสูงใช้ผ้าพันรอบคล้ายบุรุษ นางสำรวจตัวเองเพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะวักน้ำเข้าหาใบหน้า ลบล้างร่องรอยของความอ่อนแอมิให้บิดาบนฟ้าได้แลเห็น

ห่างไปไม่ไกลนัก ความวุ่นวายขนาดย่อมของกลุ่มชายฉกรรจ์หลายสิบคนช่วยกันตอกตั้งแผงไม้ริมฝั่ง ต่างออกแรงช่วยกันสร้างหลุมพรางป้องกันผู้รุกราน ในความเหนื่อยยากผสมปนเปด้วยเสียงหยอกล้อตามประสาชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน

นางส่ายหน้ายิ้ม ยิ้มที่มิรู้ว่าเป็นเพราะได้เห็นพวกเขา หรือยิ้มให้กับชีวิตที่ผกผันของตนเอง ไม่มีหลานหลันผู้นั้นอีกต่อไปแล้ว บัดนี้นางคือ ซานอิน สาวใช้ของเจ้าหุบเขา สถานะไร้ญาติขาดมิตร เช่นเดียวกันกับกลุ่มคนที่ได้รับความช่วยเหลือในคราก่อน

ซานอิน ฝันกลางวันอีกแล้วนะ ซักผ้าเสร็จหรือยัง ทางนี้เหลือแค่สามชุด ประเดี๋ยวบ่าย ๆ เราเก็บเห็ดท้ายป่ากันดีหรือไม่? หลังฝนตกใหม่ ๆ เห็ดป่าขึ้นเต็มหน้าดินเชียวล่ะ ข้าน่ะเบื่อผักตากแห้งผัดน้ำมันเต็มทน วันนี้สวรรค์ทรงประทานให้เราได้ลิ้มรสของสดใหม่ดูบ้าง เฮ้อ...แค่คิดก็อิ่มท้อง

อันหยงออกแรงทุบไม้บนเสื้อตัวหนาของเหล่าเหล่าบุรุษที่นางมักเรียกว่ามนุษย์หิน เพราะคนธรรมดาทั่วไปตัวย่อมเล็กกว่าพวกเขาสามเท่า การทำงานแลกความเป็นอยู่ จำพวกซักผ้าตระเตรียมอาหารให้กับมนุษย์หินนับร้อยชีวิต ง่ายเสียที่ไหนกัน นางจึงเอสแต่บ่นถึงอาหารมื้อเย็น ทว่าใจความทั้งหมดนั้นยกให้ซานอินเป็นผู้รับผิดชอบในการปรุงรส

ข้าซักเสร็จนานแล้วเจ้าค่ะคุณหนูซานอินเอ่ยคำกลั้วเสียงหัวเราะ มือเล็กคว้าหินโยนใส่ผิวน้ำไปทางอีกฝ่าย อันหยงที่นั่งอยู่สะดุ้งร้องหวีดดังราวกับโดนมนตร์ดำ

ไม่ได้นะ ไม่ได้ ซานอินหยุดปาเดี๋ยวนี้เลย ข้าเพิ่งทาแป้งสูตรใหม่ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อท่านเจ้าหุบเขาโดยเฉพาะ กว่าจะงามถึงเพียงนี้ ต้องทาทับถึงสามชั้นสามเวลาติดกัน อันหยงยืดตัวลุกขึ้นนำผ้าขึงกันใบหน้า รีบถอยออกจากริมน้ำ มิวายบ่นอุบทิ้งท้ายถึงความสวยงามที่ได้มากอย่างความยากลำบาก      

ถิงซูนั่งล้างผ้าในตะกร้าสาน ส่ายหน้ายิ้มให้กับสาวงามอันดับหนึ่งประจำหุบเขา อันหยงนั้นเป็นอดีตคณิกาเลืองชื่อ มีดวงหน้ารูปไข่ ดวงตาเรียว คิ้วเป็นทิวโค้งราวเสี้ยวจันทร์ เรือนร่างอรชร โดยเฉพาะเอวคอดรับสะโพกงาม แม้จะอยู่ในชุดบุรุษตัวโคร่งก็มิอาจปิดบังความนูนเว้านั้นได้

ซานอินอย่าแกล้งนางอีกเลย วันนี้เป็นเวรของอันหยงส่งสำรับให้ท่านฮานเก่อ นางลุกขึ้นมาสางผมอบตัวให้หอมตั้งแต่ไก่มิทันขันเวลา ดูสิแต่งเสียเต็มเครื่องแต่เหตุใดถึงงามน้อยลงก็มิรู้ได้ ถิงซูรับไม้ต่อจากซานอิน กล่าวคำชมแฝงสัพยอกสหายรักที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกว่าสามเดือน การจับให้หญิงสาวนิสัยต่างขั้วมารวมตัวกันนับเป็นโชคชะตาอย่างหนึ่ง ซึ่งในแต่ละวันจึงมีเรื่องราววุ่นวาย สร้างสีสันให้กับผู้คนในหุบเขา เพราะไม่เคยมีสตรีอยู่ในสถานที่นี้มาก่อน

อันหยงทิ้งหางตาใส่ถิงซู ก่อนสะบัดก้นแต่พองาม เดินนวยนาดเข้าไปหาซานอิน เล่าเรื่องอันสุดแสนประทับใจที่ตนพบมา แน่นอนว่าสิบส่วนล้วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหุบเขาที่พวกนางได้ยินแต่ชื่อเสียง แต่ไม่เคยพบหน้า  

ข้าเคยดูเขาอาบน้ำ ให้ตายเถอะ...แค่แผ่นหลังก็ทำให้ข้าอยากแปลงร่างเป็นผ้าขัดตัวชิ้นนั้น เทียวไล้ไปตามผิว แล้วเน้นหยุดอยู่ตรงจุดเร้นลับใต้พงหญ้า

.....

ถิงซูยักคิ้วให้ซานอิน ก่อนจะพากันหัวเราะพร้อมกัน อันหยง ถ้าเจ้ากรีดนิ้วแล้วบิดเอวอีกนิด เริ่มใกล้เคียงกับผ้าที่บิดอยู่ในมือข้าแล้วล่ะ

อันหยงเบ้ปากโค้งคว่ำ กล่าวตัดพ้อสหายรักเป็นบทกลอน โอ้อนิจจาดวงตามองเห็นแต่ท่าน ดวงจันทร์ลาลับดับแสง แต่...

อันหยงของเราก็ยังซักผ้าไม่เสร็จ ซานอินชิงต่อบทกลอนให้จนจบ แล้วหันไปหยิบตะกร้าเตรียมนำผ้าไปตาก

ซานอินเจาก็เป็นเสียเยี่ยงนี้ ใกล้บรรลุความเป็นชายเข้าไปทุกที อารมณ์อ่อนไหวแรกพบเข้าใจบ้างหรือไม่?” อันหยงเอียงใบหน้าไถกับฝ่ามือของตน วาดฝันต่อไม่เกรงใจฟ้า

ในบรรดาชายหนุ่มทั้งหุบเขามีแต่ท่านฮานเก่อเท่านั้นที่...บึกบึนสมชายชาญ แข่งแกร่งผงาดคำฟ้า!!” อันหยงรวบมือกำท่อนแขนชูขึ้นฟ้าอีกหนก่อนลดมือลงแนบใจ

“…..”ซานอิน ถิงซู พรั่งพรูลมหายใจพร้อมกัน ต่างหันหน้าไปคนละทางอย่างปลงตก   

สามสหายหารู้ไม่ว่า ผู้ที่นอนเอกเขนกอยู่บนตั่งไม้แดงเหนือลานหิน กลับได้ยินเรื่องราวทั้งหมด ชายหนุ่มสะอึกคำโตเมื่อเห็นภาพชูแขนประกอบ พลางลุบตามองจุดกลางลำตัวของตนอย่างอดไม่ได้    

เอาล่ะ ข้าเชื่อ เพราะวันก่อนเจ้าก็บอกว่าท่านต้าหนิงสง่างาม อกกว้างราวกับแผงเหล็กแกร่งซานอินสะบัดผ้าตากบนราวไม้ แต่ไม่ตัดน้ำใจของคนอยากเล่าจึงกล่าวต่อ วันนี้มีผู้อื่นอยู่เหนือท่านต้าหนิงหลายเท่านัก วันต่อไปหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่อาจต้องคิดหนักกว่าเดิม จะทำอย่างไรให้ได้รับคำชมจากอันหยังของเรา 

เสียงหัวเราะคิกของซานอินกับถิงซู พาให้อันหยงรีบอธิบายเพิ่มเติมเจ้าสองคนไม่รู้อะไร ต้าหนิงเหมือนนกเป็ดน้ำ จับมาลอยในอ่างอยู่อย่างไรอย่างนั้นไม่เปลี่ยน สั่งซ้ายไปซ้าย ขวาไปขวา บางครั้งก็ดูน่าเบื่อไปบ้าง แต่เจ้าหุบเขา แค่มองบั้นท้ายใจก็อ่อนระทวย ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงในยามกดแรงโยกคันน้ำเข้านาตัวข้าจะอิ่มเอมเพียงใด

ถิงซูยืนตากผ้าอยู่แถบลื่นล้มหัวคะมำกับถ้อยคำสองแง่สองง่ามที่ได้ยิน จึงอดโวยไม่ได้ อันหยง!! เจ้าเป็นหญิงหรือชายปลอมตัวมากันแน่ นี่แน่ะ..จะได้เลิกฟุ้งซ่านว่าแล้วก็สะบัดผาบิดน้ำมาด ๆ ไปทางอันหยง หาได้สนใจเสียงหวีดร้องห้าม แม้นางจะเคยมีสามีมาก่อนแต่คำจำพวกนี้นางเองก็เพิ่งเคยได้ยิน ซึ่งดูเหมือนซานอินจะอาการหนักกว่าใครพวก คว้าตะกร้าเปล่าเดินจ้ำอ้าวหน้าแดงหูแดงก่ำไปหมด

ถิงซูข้ารู้ว่าเจ้ากำลังอิจฉาข้าที่ได้เห็นความแข็งแกร่งนั้นเพียงผู้เดียว

“แล้วนั่นซานอิน จะรีบไปไหนฟังข้าเล่าให้จบก่อนสิ”อันหยงตะโกนไล่ตามหลัง แต่ด้วยความห่วงสวยจึงเดินช้ากว่าปกติ พบเข้ากับกลุ่มทหารที่นางเคยหยอกเย้าทุกเช้าค่ำ  

แม่นางหยงเอ๋อร์ วันนี้พวกเรายังไม่ได้เห็นท่าสวย ๆ จากท่านเลย พวกข้าแทบไม่มีเรี่ยวแรง โปรดเอื้อเฟื้อชายหนุ่มผู้ยากไร้ด้วยเถิดหนึ่งในผู้กล้าหลายสิบคนเอ่ยท้วงเสียงดัง ขณะพรรคพวกที่เหลือต่างวิ่งกรูเข้ามาเกาะแผงไม้รอคอยสาวงามมอบจุมพิตผ่านฝ่ามือบาง ให้พวกเขาได้เก็บไปฝันหวานได้หลายวัน   

อันหยงถลกชายกางเกงขึ้นมองค้อนด้วยหางตา วันนี้สาวงามไม่สบอารมณ์เจ้าค่ะ บรรดาถั่วเขียวทั้งหลายรอไปก่อนแล้วกัน

เหล่าทหารอีกฝั่งที่ฝึกเพลงดาบอยู่หัวเราะเฮลั่น เป่าปากหวือเย้ยกลุ่มพ่อหนุ่มถั่วเขียว บ้างก็เลียนแบบเสียงนกเสียงกา จ้องสะโพกงามงอนบิดตามจังหวะก้าว การมีสาวงามถึงสามคนอยู่ในค่ายไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออย่างที่คิด      


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #5 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 16:01
    ชอบผู้ชายแบบนี้จัง
    รักมั่นคงเหลือเกินนนน
    #5
    1
    • #5-1 สายลมกลางเมฆา (@azooii) (จากตอนที่ 2)
      7 พฤศจิกายน 2561 / 20:48
      เดี๋ยวจะค่อย ๆ ทยอยส่งความไม่พูดเยอะของพระเอกได้ยล
      #5-1