ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,195 Views

  • 126 Comments

  • 288 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    227

    Overall
    14,195

ตอนที่ 18 : บทที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 962
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    18 ธ.ค. 61

บทที่ ๕

การเจรจาการค้าในสองวันสุดท้ายจบลงอย่างราบรื่น เหล่าผู้ติดตามราวหนึ่งร้อยคน ช่วยกันลำเลียงสัมภาระขึ้นรถม้าตั้งแต่หัวรุ่ง ต้าหนิง กับเฉิงเอ๋อร์ เฉิงซาน ตรวจดูความเรียบร้อยก่อนเคลื่อนขบวนออกจากเมืองฮานถง

ยามอุ้ย[1] เหล่าอาชาสายพันธุ์แห่งท้องทุ่งกว้างทะยานสู่เส้นทางสายหลัก เผิงอวี้นั่งเด่นตระหง่านอยู่บนอานม้า สวมชุดตัวเดิมเข้ากันกับรองเท้าบูทพื้นหนาสำหรับเดินทางไกล ผมบางส่วนถักเป็นเปียยาวเส้นเล็กไม่ได้เกล้าสูง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาแฝงความดุดัน

สายตาคู่คมจับอยู่ที่หนังสือในมือ ปากพึมพำพูดกับตัวเอง ชนิดที่คนอื่นฟังไม่เข้าใจ

ข้าเลี้ยงง่ายกว่าเจ้านิลน้อย

ข้าไม่ชอบของหวาน

ข้าไม่ชอบทานผัก

วันนี้พ่อหมีตื่นแต่เช้า

ข้าซื้อของมาฝาก

เผิงอวี้หัดพูดตามคำที่จดไว้แทบไม่มีสะดุด ทว่ามาหยุดชะงักตรงประโยคต่อมา เขาชั่งใจอยู่นานทีเดียวก่อนจะค่อย ๆ ออกเสียงช้า ๆ ตามรอยพู่กันที่ขีดกรอบเน้นคำเอาไว้   

ข้า...ข้า...รักเจ้า

หน่วยพยัคฆ์ขาวสองคนยังด้านข้างได้ยินคำบอกรักชัดแจ๋ว หัวคิ้วเต้นตุบ ๆ พลันหันมามองหน้ากันเอง นายท่านพูดกับเจ้าหรือข้าฝ่ายหนึ่งไหวไหล่พร้อมกับส่ายหน้าบอกเป็นนัย ๆ ชะลอม้าเดินช้าลงอีกหน่อย อย่าด่วนสงสัยในตอนนี้  

พวกเขาอาจจะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของการหัดท่องคำของท่านฮานเก่อสักเท่าไรนัก แต่การจะบอกรักใครสักคน ไยต้องทำเสียงดุเพียงนั้น หากบวกกับถ้อยคำถัดไปยิ่งแล้วใหญ่ นายท่านหนอนายท่าน มันไม่ข้ามขั้นไปหน่อยหรือขอรับ    

ข้าอยากมีลูกกับเจ้าแปดคน

เผิงอวี้ครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพิ่งพูดจบไป รู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้อง เขาหยิบดินสอถ่านบวกเพิ่มไปอีกสองแบ่งเพศชายหญิงไว้พร้อมสรรพ จากนั้นจึงกลับมาทบทวนทุกบทใหม่ตั้งแต่ต้น ทิ้งปริศนามากมายไว้ให้กับคนช่างสงสัยได้ตามหาคำตอบกันเอาเอง

ท่านต้าหนิง ค่อนวันมาแล้วนายท่านไม่ยอมทานข้าวทานน้ำ เอาแต่อ่านหนังสือบ้านั่น ลองได้เป็นเช่นนี้เราควรทำอย่างไรดีเฉิงเอ๋อร์ดึงบังเหียนม้าขึ้นมาเดินเทียบ พยักพเยิดหน้าให้ต้าหนิงดูนายของตน แต่งกายเหมือนประมุขชนเผ่า หล่อเหลารึก็หล่อเหลาดีอยู่หรอก แต่วางท่าราวกับบัณฑิตแก่เรียนมันดูขัด ๆ กันพิกล    

ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันเป็นหนังสืออะไร เฉินซานกล่าวพลางเลิกคิ้วสูง เพ่งมองไปยังจุดเดียวกัน

ต้าหนิงยิ้มน้อย ๆ มุมปาก ยื่นเนื้อปลาย่างให้สองพี่น้องคนละไม้ พวกเจ้าไม่ต้องห่วง นี่อาจเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีแปลกกว่านี้อีกมาก รีบทำตัวให้ชินเสีย

เฉิงเอ๋อร์ เฉิงซา ยกมือเกาหัวแกรก ๆ เหลียวมองไปทางนายใหญ่อีกหน สรุปแล้วพวกเขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

พูดมาถึงตรงนี้ ถ้าต้าหนิงไม่เจอกับตัว อาจคิดว่านายท่านเป็นตัวปลอม เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปสถานที่ใด เขาไม่เคยอยู่ห่างเกินสองจั้ง แต่กลับถูกสั่งให้อยู่ห่างเกินหูได้ยิน หากอยากรู้เรื่องราวทั้งหมด คงต้องกล่าวย้อนไปช่วงสองวันก่อน

ห้องนอนชั้นบนยังหอคล้อยดาว สว่างจ้าด้วยแสงตะเกียงแก้วจนรุ่งสาง เสียงสะกดตัวหนังสือทีละคำ ปลุกเขาให้ตื่นกลางดึก เพียงเคาะประตูเรียก ถูกกระดาษปาใส่หัวสามทีติด ตัวอักษรด้านในคือสิ่งที่เขาต้องอุบปากเงียบ เกิดความเคารพหัวใจของลูกผู้ชายด้วยกัน

กลับไปครั้งนี้ ข้าอยากพูดกับนางได้บ้าง เจ้าไม่ต้องห่วง

 

กระท่อมเชิงหุบเขาม่านเมฆา

เมฆฝนบนฟ้าแปรปรวนสุดจะหยั่ง ลำพังชะตาชีวิตผู้คนก็เวียนวนเช่นเดียวกันนั้น[2] ซานอินวางหนังสือลง หลุบตามองเจ้านิลน้อยสองตัวนอนแผ่หลาบนตั้งไม้ไผ่ร่วมกันกับกลุ่มเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน วันไหนที่นางได้อ่านหนังสือให้เด็ก ๆ ฟัง เจ้านิลน้อยจะไม่ยอมออกไปไหนไกล ก็เพราะรู้ว่าหลังอ่านจบจะต้องมีของกินเผื่อแผ่ถึงมันด้วย

เด็ก ๆ ได้กินขนมหนึ่งชิ้น เจ้านิลน้อยต้องร้องกินสองชิ้นเป็นอย่างต่ำ นับวันยิ่งตัวใหญ่เหมือนกระสอบข้าว นิสัยรึก็เริ่มจะเหมือนคนเข้าไปทุกที รู้แม้กระทั่งนางบ่นมันว่ากินเก่ง แถมยังบ่นมากไม่ได้ ประเดี๋ยวท่านทั้งสองตัวโกรธไม่ยอมออกมาจากโพรง ลำบากคนเลี้ยงต้องไปพูดจาหว่านล้อมอยู่นานสองนาน หากใครรู้เข้าคงหาว่านางบ้า       

ซานอินคลี่ยิ้มให้กับวันแห่งฝนพรำ พอฝนหยุดตกอากาศโดยรอบเย็นลงถนัด ทุ่งร้างนาแล้งเจิ่งนองด้วยน้ำสีขุ่น เกิดเป็นภาพงดงามชนิดหนึ่ง      

คนนั่งกอดเข่า มักเป็นผู้ที่ทุกข์ในรัก ถิงซูช้อนตาขึ้นมองสหายแฝงความหมายลึกซึ้ง มือยังง่วนกับการถักหญ้าแฝกทำไม่รู้ไม่เห็นคนงามปาค้อนใส่

ซานอินพลันเหยียดขาตรง ทุบตรงนั้นทีตรงนี้ทีแก้เขิน จริงรึ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน เอ...ข้าเคยได้ยินแต่เพียง คนปากแข็งมักแพ้คนเอาใจเก่ง ข้าต้องกล่าวชมท่านต้าหนิงสินะ มิรู้ตีด่านหัวใจคนปากแข็งด้วยวิธีใด ถึงทำให้ใครบางคนแถวนี้กอดเสื้อผู้อื่นนอนทุกวี่วัน

ซานอินนนน

เจ้าค่ะถิงซู ซานอินหัวเราะเสียงใส ขยิบตาล้อเลียนทับถมคนเริ่มก่อน เอาล่ะไม่พูดต่อก็ได้ ข้ารู้เจ้าไม่คิดอะไรเลยจริง ๆ ดูจากสีหน้าแดง ๆ หูแดง ๆ นั่นสิ ไม่มี๊ไม่มี แค่ถักหญ้าแฝกผิดร่องผิดรอยไปหลายแนวเท่านั้นเอง

ซานอินโบ้ยปากให้คนปากแข็งดูผลงานตัวเอง ถิงซูสลัดความเก้อกระดากโดยเร็ว แก้เชือกปอออกจากราวไม้ เริ่มต้นถักใหม่ทั้งหมด ใช้ความเงียบสยบเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ ทว่าเสียงหัวใจเต้นฟ้องอาการคิดถึงอยู่นาน

ถิงเหอเองรบเร้านางตลอดเช้าบ่าย ถามไถ่ถึงคนผู้นั้นไม่หยุด ป่านนี้คงนั่งชะเง้อรออยู่จุดใดจุดหนึ่งของหุบเขา ตามกำหนดเดิมขบวนม้าของท่านฮานเก่อต้องกลับมาถึงหมู่บ้านก่อนค่ำนี้ อย่างช้าไม่เกินวันพรุ่ง

แล้วนั่นเจ้าจะไปไหนน่ะ ถิงซูโพล่งถาม แลเห็นสหายคนงามมวยผมสวมหมวกสานปีกกว้าง ใช้เศษผ้าพันมือหนาเตอะ   

ข้าจะออกไปเกี่ยวหญ้าแฝกมาเพิ่มอีกสักสองคันรถลาก หลังฝนตกใหม่ ๆ เกี่ยวได้ง่ายกว่าตอนถูกลมโกรกจนแห้งกรอบ ถิงซูอยู่ทำต่อให้เสร็จเถอะ ไหนจะเด็ก ๆ กับเจ้านิลน้อยนี่ด้วยคงต้องรบกวนเจ้าดูแลพวกเขาด้วย เอาเป็นว่าถ้าอันหยงมาเมื่อไร ค่อยให้นางตามข้าไป กว่าจะเย็นค่ำข้าคงเกี่ยวได้อีกมาก

ถิงซูพยักหน้าส่ง ๆ เพราะนางรู้ดี ขืนเอ่ยปากห้ามก็ไร้ประโยชน์ รีบลุกขึ้นมาช่วยติดสายเชือกผ้าคลุมโอบเรือนร่างเล็ก ช่วงคอระหงของคนดื้อรั้นมีแต่รอยขีดข่วนบ้างก็เป็นผื่นแดง แก้มนวลถูกริ้วหญ้าบาดเป็นรอยเล็ก ๆ ถ้อยคำต่าง ๆ ที่นางอยากเอ่ยพลันจุกอยู่ในอก แต่เจ้าตัวยังหัวเราะคิกคักคล้ายกับไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร

ริอ่านหมายปองบุรุษที่เป็นถึงเจ้าหุบเขาปกครองผู้คนเรือนร้อย เราก็ต้องรู้จักความยากลำบาก แต่งตามสุนัขอยู่อย่างสุนัข ครั้นคิดแต่งให้ราชสีห์ก็ต้องลงแรงกันเสียหน่อยถึงจะได้ใจเขามาครอง เจ้าอย่าห่วงไปเลยถิงซู แค่รอยขูดขีดเล็กน้อย ปล่อยไว้ไม่กี่วันก็หายซานอินพูดกลั้วเสียงหัวเราะ นัยน์ตาคู่งามเปล่งประกาย รับรู้ถึงความห่วงใยสายหนึ่งที่ใจสัมผัสได้ ยืนเป็นหุ่นให้ถิงซูจับหมุนตรวจดูรอบตัวขณะพูดต่อไป สิ่งที่ข้าทำอยู่นี้มิใช่เพราะเขาคนเดียว เพียงเพราะมิอาจดูดายชาวบ้านเหล่านั้นให้นอนกลางดินกินกลางแดด เจ้าเองก็เหมือนกันมิใช่หรือ ถิงซูข้าสัญญาหากกระท่อมหลังน้อยร้อยหลังคาเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ จะยอมให้อันหยงประคบแป้งให้งามผ่อง ทั้งยอมเป็นหุ่นให้ถิงซูของเราตัดเย็บชุดสวย ๆ ทำงานอยู่แต่ในครัว เชื่อฟังนายหญิงทุกสิ่ง

ซานอินชูสี่นิ้วสาบาน ริมฝีปากสีกลีบกุหลาบคลี่ยิ้มกว้าง ถิงซูหน่ายจะต่อความ ยกมือกันไว้มิให้อีกฝ่ายเข้ามากอดออดอ้อนดั่งเช่นทุกครั้ง   

ข้ามีถิงเหอคนเดียวพอแล้ว ไม่อยากมีบุตรีนิสัยอ่อนหวานแต่ภายนอก ทว่าคงความดื้อรั้นมิมีใครเกิน อีกหน่อยท่านเผิงอวี้คงปวดหัวไม่เว้นว่าง ทั้งรักทั้งชังในคราเดียวกัน ถิงซูค้อนใส่วงใหญ่ หมุนร่างหนีกลับไปนั่งสานหญ้าแฝกต่อ ปากยังเอ่ยไล่ทวนทิ้งท้ายให้อีกฝ่ายรีบกลับมาก่อนค่ำ ตรองดูแล้วนางก็เริ่มทำตัวเป็นเหมือนมารดาห่วงบุตรสาวเข้าไปทุกที ซานอินที่นางรู้จักในยามนี้มีความต่างจากหญิงสาวทั่วไป ยิ่งถ้าหากวางเป้าหมายไว้แล้ว นางจักต้องทำให้สำเร็จถึงจะหยุดได้ จึงมักมีเรื่องให้นางห่วงอยู่เรื่อย

ข้าไปก่อนนะ

อืม

ถิงซู...ข้าไปแล้วนะ

อืม

ถิงซู...

ซานอินแกล้งเย้าต่อ กลั้นยิ้มมองคนงามสานหญ้าแฝก โดยไม่ยอมเงยหน้าคุยกับนาง จะว่าไปแล้วความงามของถิงซูมีมากกว่านางมากนัก งามทั้งท่วงท่ากิริยาอ่อนหวาน แต่ไม่บอบบางอย่างที่เห็น ผู้ใดอยู่ใกล้มิวายอดหวั่นไหวอาจเสียหัวใจโดยง่าย แม้อยู่ในชุดเสื้อผ้าบุรุษสีน้ำตาลซีด นั่นกลับทำให้ถิงซูดูมีเสน่ห์ล้นเหลือ อีกทั้งนางยังเลือกมวยผมใช้ผ้าพันรอบ ยิ่งเผยให้เห็นดวงหน้าสะอาดหมดจดไร้เครื่องประทินเติมแต่ง ราวกับดอกไม้แย้มบานรอหมู่ภมรดอมดม ซานอินไม่แปลกใจเลยจริง ๆ ที่ต้าหนิงถลำใจเข้ามาจนยากจะถอนคืน

อะแฮ่ม...ถิงซูข้าขอเตือนอย่างหนึ่ง อย่านั่งก้มหน้าพูดแบบนี้ต่อหน้าใครเป็นอันขาด

หืม...อะไรกันถิงซูเลิกคิ้วสูง  

ซานอินเดินมาใกล้ ๆ ก้มกระซิบข้างหู เพราะมันจะทำให้ผู้อื่นขาดสติเอาได้ ยิ่งเจ้าก้มต่ำคนมองยิ่งชัดแจ้งในรูปลักษณ์ของเรา แพขนตา จมูก ริมฝีปาก อาจเชื้อเชิญให้ ผู้อื่น คิดนอกลู่นอกทางไปถึงไหนต่อไหน นางกล่าวแค่นี้มีหรือถิงซูจะไม่เข้าใจ

แล้วอย่าลืมเสียเล่า...ต้าหนิงบอกกับใครบางคนไว้ กลับมาคราวนี้เขาต้องได้คำตอบ ระหว่างนี้ช่วยคิดไปพลาง ๆ ก่อนก็แล้วกัน เปิดใจให้เขา หรือจะยืนยันคำเดิมว่าไม่ แต่เลือกคำตอบไหนก็มีค่าเท่ากัน

..... ถิงซูหยุดมือ เงยหน้าขึ้นมอง พลันรู้สึกรอยยิ้มของซานอินมีลับลมคมนัยบางอย่าง

ซานอินกระแอมไอเบา ๆ เอ่ยพูดในสิ่งที่บังเอิญได้ยินมา ถ้าปฏิเสธหนนี้ หญิงสาวนางนั้นคงไม่พ้นถูกอุ้มเข้าหอรอรักทีหลัง ปล่อยให้มีลูกสองสามคนไม่ถือว่าช้าเกินไป ไม่เลว...ไม่เลวเลยจริง ๆ ความรักของต้าหนิงสมกับอายุยี่สิบต้น ๆ เฉียบคม กล้าหาญ สาวงามวัยยี่สิบห้าปลาย ๆ หรือจะทานไว้...มิรู้ว่าโอ้ยยย..... พูดไม่ทันจบถูกตีเข้าที่แขนดังเพียะ พอลุกขึ้นได้ก็รีบเดินออกนอกกระท่อม ท่องกลอนรักหวานหูเคล้าไปกับสายลม ทิ้งให้คนงามนั่งหน้าแดงก่ำมองหยาดฝนหยดลงจากชายหญ้าแฝกกระทบผิวดิน กระทั่งซานอินโบกมือไหว ๆ ให้บนเนินสูง สายตากลับเห็นเป็นอีกคนป่าวปากตะโกนจะรักษาหัวใจมิให้สาวใดช่วงชิง

ความรักมักทำให้คนเปลี่ยน ถิงซูย่อมกระจ่างชัดข้อนี้ดี  

เขาทิ้งคำถามไว้ให้นางช่วยเติมอยู่หลายข้อ เพียงแต่นางต้องการเวลาเยียวยาจิตใจสักพัก เจ้าสักพักที่ว่า...นานเท่าใดมิรู้ได้ สหายของนางจึงหันไปร่วมมือกับอีกฝ่าย เพราะอยากให้นางลืมอดีตเพื่อตั้งต้นใหม่

ในสายตาเจ้าข้าอาจจะเป็นแค่เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่า ไร้หลักปักฐานมีเพียงบ้านไม้หลังน้อยกับไร่นาไม่กี่หมู่[3] แต่ข้าก็ไม่ได้อ่อนต่อโลกถึงกับแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือความรัก ความรู้สึกใดคือความใคร่หลงชั่ววูบ ถิงซู...ข้าทนให้เจ้าปฏิเสธข้าได้ไม่ว่าจะกี่ครั้ง จงอย่าดูหมิ่นใจผู้อื่นเป็นอันขาด

ข้าต้าหนิง...อยากเป็นชายคนรักที่เจ้าพร้อมฝากใจให้ดูแล ไม่ใช่หวังได้เพียงสิ่งเดียว แต่ข้าต้องได้ทั้งหมด มิฉะนั้นคืนนี้ต่อให้เจ้าร้องค้าน ข้าก็มีวิธีให้เจ้าเงียบได้

ดวงตาดำเข้มวาวโรจน์จับจ้องนางมิให้หลบเลี่ยง คำประกาศกร้าวยังก้องชัดอยู่ในหูของนางทุกชั่วขณะ ถิงซูเกลี่ยนิ้วลูบรอยกัดยังต้นคอ แม้รอยนั้นจะจางลงแต่ใจกลับจำมั่น สุดท้ายแล้ว...เขาก็สามารถทำให้นางคิดถึงได้อย่างที่พูดไว้ ส่วนผู้กระทำ...จะอยู่ดีมีสุขหรือไม่ นางก็ได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างราบรื่น

 

ทิ้งท้ายจากผู้เขียน

เดือนธันวาคม...เป็นเดือนแห่งงานการถล่มฟ้า งานเขียนเลยช้าหน่อยนะครับ อย่างอน อย่าโกรธ อย่าแบนคนเขียน ใจจริง อยากเขียนทุกวัน เพราะไม่อยากทิ้งนานกลัวความจำหายยยยยยย หวังว่าบทนี้จะช่วยเยียวยาทุกคน



[1] ยาม บี่ (อุ้ย) เท่ากับ เวลา ๑๓.๐๐ น. จนถึง ๑๔.๕๙ น.

[2] หนึ่งในประโยคที่ถูกบันทึกอยู่ในพงศาวดารชายน้ำซ้องกั๋ง วีรบุรุษเขาเหลียงซาน

[3] หมู่(ไร่จีน) ๑ หมู่ = ๑๖๖.๕ ตารางวา หรือ ๖๖๖ ตารางเมตร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #61 mummummi (@narm_tip) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 13:44
    เฮียเผิงน่ารักกกกก อะไรคือการท่องคำไปพูดกับสาว 5555 ต้าหนิงเห็นตลกๆตอนอยู่กับเฮีย พออยู่กับสาวทำเป็นเข้มเว้ยยยยยย แอร้ย เขิน
    #61
    1
    • #61-1 (@azooii) (จากตอนที่ 18)
      20 ธันวาคม 2561 / 15:01
      555555 เดี๋ยวพี่เผิงจะใจแตกในไม่ช้า
      #61-1
  2. #60 Pioil (@Pioil) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 01:17
    คนอ่านรอได้ค่ะ
    เอาที่คนเขียนว่าง
    สบายใจค่อยเขียนนะคะ
    ผบงานจะได้ดีๆค่ะ
    #60
    1
    • #60-1 (@azooii) (จากตอนที่ 18)
      20 ธันวาคม 2561 / 15:01
      ขอบคุณนะครับ รู้สึกเลยว่าเขียนช้ากว่าเรื่องแรกมากมาย แต่พยามให้มันต่อเนื่อง
      #60-1