ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,221 Views

  • 126 Comments

  • 287 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    253

    Overall
    14,221

ตอนที่ 17 : บทที่ 4.4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 957
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    13 ธ.ค. 61

ชาวเมืองฮานถงกล่าวกันว่า ยามพระจันทร์เฉิดฉายเต็มดวง อาจเป็นช่วงเวลาที่ตลาดฮัวตงงดงามเป็นที่สุด

ทั่วสารทิศอุ่นหนาฝาคั่งด้วยผู้คนมากมาย มองไปทางใดมีแต่ร้านรวงตั้งแผงขายสินค้าขนาบข้างทั้งสองฝั่ง แสงสว่างจากโคมไฟต่างขนาดแขวนโยงระย้าทุกหนระแห่ง ราวกับได้ท่องเดินอยู่บนดาวใดดาวหนึ่ง ซึ่งจุดเด่นในตลาดเห็นจะเป็นการแต่งกายของผู้คน สตรีส่วนใหญ่ใช้ผ้าปิดปากห้อยสร้อยติดพลอยหลากสี สวมกระโปรงตัวยาวกรอมพื้น ช่วงบนคล้ายเสื้อกล้ามเย็บติดม่านสีขาวบาง ๆ ฝ่ายบุรุษนั้นยิ่งแล้วใหญ่ สวมชุดคล้ายชนเผ่า ผมบางส่วนถักเป็นเปียเส้นเล็ก ๆ มองดูแล้วจะว่าสง่างามหรือสวยงาม เขาเองก็จำกัดความไม่ได้

 ผ่านไปเพียงครึ่งก้านธูป ต้าหนิงได้ของมาสองอย่าง ส่วนเผิงอวี้เดินเลี่ยงฝูงชนมาหยุดอยู่หน้าร้านขายรองเท้า ติดหัวสะพานข้ามฝั่ง คนขายเป็นชายชรานั่งสานรองเท้าที่ทำจากเชือกปอไม้ บนแผงร้านยังมีรองเท้าหนังกวางปักลายผีเสื้อเหลืออยู่อีกหนึ่งคู่

แต่ด้วยความที่ไม่รู้จะเริ่มถามด้วยประโยคใดก่อน เผิงอวี้ยืนแข็งทื่อบังหน้าร้านจนมิด คิ้วขมวดเล็ก ๆ แล้วคลายออกอยู่นานที สร้างความหวาดกลัวให้คนขายอย่างเลี่ยงไม่ได้

ไม่กลัวได้รึ? แต่งกายอย่างกับนักรบโบราณสวมเสื้อหนังผูกผ้าโพกหัวพกกระบี่เล่มใหญ่ถึงเพียงนั้น    

เอาท่านเอาไป ข้าเพิ่งขายได้เพียงเท่านี้ อย่าขูดรีดกันนักเลย ชายชราปาดน้ำตาข้างแก้ม มือยังสั่นไม่หาย วันนี้เขาเพิ่งขายรองเท้าได้เพียงสามคู่ มีไม่กี่สิบอีแปะ[1] ใจจึงนึกเสียดายที่ได้เงินมาแต่ยังไม่ทันซื้อข้าวสารกรอกหม้อ

“…..” เผิงอวี้มองเศษเงินในมือ ใบหน้ายิ่งแดงก่ำ เขาไม่น่าด่วนแยกกับเจ้าสุนัขต้าหนิงเลยจริง ๆ แล้วจะอธิบายยังไงเล่า

ข้าอยากได้..

ข้าอยากได้..

เผิงอวี้เจ้าพูดสิ พูดอีกนิด พยายามหน่อยเจ้าทำได้

สุดท้าย...เขากลับพูดไม่ได้ มันคงค้างอยู่ที่คำเดิม ครู่เดียวก็เกิดเสียงกระดูกข้อมือลั่นตามอารมณ์ จากแรงหมัดที่กำไว้ข้างตัว

นายท่านข้ายังมีหลานชายกำพร้าพ่อแม่ ข้าเองก็แก่ชราจะตายวันตายพรุ่ง ได้โปรดเถิดข้ามีเหลืออยู่เท่านี้จริง ๆ หรือท่านจะนั่งรอสักพัก ข้าจะรีบทำรีบขายเพิ่มชายชราพูดลนลานมือไม้สั่น พร่ำขอให้เขารอสักหน่อย แต่ใจที่มีความกลัวเป็นตัวตั้งครั้นจะหยิบจับอะไรก็พากันร่วงจากมือ

ยามความต้องการที่แท้จริงถูกตีความเป็นอีกอย่าง เผิงอวี้ย่อมวางตัวไม่ถูก เขาจึงยอมตัดใจในสิ่งที่อยากได้ ถือเสียว่าไม่มีวาสนาต่อกัน หยิบเงินในถุงจำนวนหนึ่งวางรวมกับของเก่า กล่าวคำขอโทษเสียงเบา เลือกเดินข้ามสะพานไปอีกฝั่ง กวาดสายตามองหามุมสงบใจ แล้วลองพูดประโยคเดิมซ้ำ ๆ เหมือนคนเสียสติ

ข้าอยากได้รองเท้าคู่...

ข้าอยากได้รองเท้าคู่นี้ ท่าน...

ข้าอยากได้รองเท้าคู่นี้ ท่านขายราคาเท่าไหร่

เผิงอวี้พยายามฝืนตัวเองเวียนท่องอยู่อย่างนั้น แต่พอพูดได้มันก็ไม่มีผลอะไรกับใคร และไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดขึ้นครั้งแรก ดวงตาพยัคฆ์เหม่อมองท้องฟ้า ยิ้มหยันให้กับตัวเอง ความทรงจำบางช่วงตอนแล่นปราดเข้ามาในหัว

ท่านโกรธรึ โกรธตัวเอง หรือโกรธพวกเขา พี่อวี้...ท่านไม่จำเป็นต้องทำให้คนอื่นเข้าใจเราเสมอไป ท่านไม่ถนัดพูดไม่ผิด ข้าว่าดีเสียอีก รอท่านตัวโตกว่านี้ ข้าบ่น ท่านฟัง นึกอยากจะเถียงข้าก็เถียงไม่ได้

น้ำเสียงแว่วหวานที่แว่วดังอยู่ข้างใน ราวกับน้ำมันเติมตะเกียงในคืนไร้แสงจันทร์ส่อง เผิงอวี้ยืดกายลุกขึ้นเดินไพล่หลัง ลัดเลาะไปตามแนวร้านริมน้ำ ย้อนคิดถึงในอดีต เขาสั่งสมประสบการณ์ติดตามบิดาทำการค้ากับคนทั่วแคว้น สามารถวิเคราะห์ความคิดผู้คนอย่างแม่นยำ ใช้หลักกลยุทธ์ทางการค้าตั้งรับหรือรุกคืนเล่ห์กลได้ทุกรูปแบบ แต่กลับไม่อาจถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดนั้น ๆ ได้

เดิมคิดว่าไม่ใช่เรื่องผิดแปลก ทว่ายามได้เจอสิ่งกระตุ้นซ้ำ เขาจึงรู้ถึงความแตกต่าง เผิงอวี้ยิ้มเย็น ดวงตาเปี่ยมล้นด้วยความรู้สึกดั่งน้ำไหลหลาก เสมือนมองเห็นหุบเขาม่านเมฆาอยู่ตรงหน้า ท่ามกลางสายหมอกสีขาวปกคลุม มีคนที่ใจคะนึงถึงยืนโบกมือไหว ๆ ตะโกนเสียงใสบอกเขาว่าให้รีบกลับมา

นั่นสิ...ไยต้องถามหาความเข้าใจจากผู้อื่น ทั้งที่เขามีใครคนหนึ่งอยู่เต็มหัวใจ แค่...คนเดียวก็พอแล้วไม่ใช่หรือ

รับอะไรดีครับนายท่าน เชิญเลือกดูก่อนเสียงกล่าวทักฉุดเผิงอวี้ตื่นจากภวังค์ เหลียวหน้ามองชายชุดขาวหนวดเครายาวจรดอก แต่งกายคล้ายบัณฑิต หน้าตายิ้มแย้มอารมณ์ดี มือผายออกพลางพูดเชื้อเชิญให้เขาเดินเข้าไปในร้าน

เผิงอวี้รู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง ซึ่งปกติแล้วหน้าตาของเขาเป็นภัยแก่เด็กสตรีและคนชรา เด็กเห็นหนวดเคราไม่วายร้องไห้จ้า ส่วนคนอื่น ๆ ผมดำพลันขาวได้ ยามเขาตวัดหางตาเพียงครั้ง

หนังสือทางร้านของเรามีทั้งบันทึกการเดินทาง นิยายรักวังหลวง หักเหลี่ยมคมกระบี่สามผสาน เณรน้อยเจ้าหลักการ หลักคำสอนขงจื๊อ ตำรับตำราเรียนเบื้องต้น ถ้าหากท่านหาสิ่งที่ต้องการไม่เจอ บอกกล่าวกับข้าได้

เผิงอวี้พยักหน้าช้า ๆ กวาดสายตาไล่มองทีละส่วน ซานอินน่าจะชอบอ่านหนังสือ ความคิดนี้ไม่เลวเลยทีเดียว

เฒ่าแก่ร้านเผยยิ้มกว้าง เขายึดถือคติมองคนอย่ามองที่ภายนอก คอยเดินตามพร้อมให้คำแนะนำหนังสือในร้านอย่างใจเย็น

เล่มที่ท่านถืออยู่ เหมาะกับเด็กช่วงหัดพูดใช้ฝึกออกเสียง แต่จะให้ดี ท่านอาจต้องกล่าวนำให้เขาพูดตาม โดยเฉพาะการผันเสียงสูงกลางต่ำให้ถูกต้องตามหลักคำเขาหยิบอีกเล่มบนชั้นสองยื่นให้ แล้วกล่าวต่อ ถ้าหากเป็นเด็กพูดยากปากหนัก ข้าน้อยแนะนำเล่มนี้ขอรับ

เผิงอวี้ออกมือรับหนังสือ บทเรียนการอ่านออกเสียงขั้นต้นไล่สายตาดูเนื้อหาด้านในครู่หนึ่ง ค่อยยื่นให้เฒ่าแก่ร้านนำไปห่อรวมกับหนังสืออ่านเล่นอีกสามเล่ม

ฮ่า ๆ นายท่านตาถึงจริง ๆ นั่นคือโหมน้าวกลางดาวเดือน[2]ฉบับสมบูรณ์ ข้ามั่นใจว่าทั่วทั้งแคว้นในยามนี้ อาจมีเหลือเพียงสองเล่ม เฒ่าแก่ร้านปรี่เดินไปหยิบส่งให้เผิงอวี้ ยกมือเฉียงป้องปากพลางพูดต่อไปว่า อย่าเอ็ดไป...ถ้าท่านสนใจข้าจะลดให้สามสิบอีแปะ เฒ่าแก่ร้านสังเกตเห็นชายหนุ่มเอาแต่มองหนังสือชั้นบนด้านขวา แสงจากใกล้โคมไฟหน้าร้านฉายชัดให้เห็นหูที่เริ่มออกสีแดง ๆ ใบหน้าตื่น ๆ ลองได้เป็นเช่นนี้ไม่ผิดแน่...

ข้า...เผิงอวี้ยืนอ้ำอึ้ง เขาเพียงสะดุดตากับสมุดภาพที่ตรงกับของสองพี่น้องฝาแฝดในขบวนม้า พอถูกทักท้วงขนาดนี้จะปฏิเสธอย่างไรดีเล่า

ไม่เอาน่าท่าน บุรุษด้วยกัน บอกมาท่านมีอนุแล้วกี่คน หุ่นก้านสูงใหญ่เช่นนี้ไม่ต้องอาย อาชาไนยวิ่งได้พันลี้ล้วนต้องผ่านการเคี่ยวกรำมาแทบทั้งนั้น หากท่านหวังอยากเป็นยอดชายก็ต้องฝึกเช่นกัน หากท่านปฏิบัติดี นางจะไปไหนเสีย จริงหรือไม่ขอรับ

เผิงอวี้ยกมือกุมหน้าผากอย่างกลัดกลุ้ม ถูกอีกฝ่ายตีความเป็นอย่างอื่นไปได้ ทางฝ่ายเฒ่าแก่ร้านได้แต่ยืนหัวเราะลั่น เอื้อมมือตบลงบ่าเยื้อนยิ้มให้กำลังใจ     

ห้าคน อืม...ไม่ธรรมดา แต่ข้าว่ายังน้อยไป หรือติดปัญหาอะไรตรงไหน ท่านสู้ไม่ไหว หรือว่านางรบเร้าจนฟ้าเปลี่ยนสี เฒ่าแก่ร้านกล่าวตามที่เห็น ขนาดถุงเงินในมือนั่นคงไม่ต่ำกว่าร้อยตำลึง ท่าทางอาจหาญโดดเด่นแฝงกลิ่นอายดุดัน สายตาคนผ่านโลกมามากย่อมมองคนไม่ผิด เพราะสิ่งที่มิอาจเทียบกันได้ระหว่างคนเราคือบารมีที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ชายผู้นี้ย่อมไม่ใช่คนจรทั่วไปแน่   

เอาน่า ๆ นายท่าน ข้าลดให้อีกสิบอีแปะ เพราะเห็นว่าท่านเป็นผู้กล้า ออกมาซื้อด้วยตนเองไม่ผ่านลูกน้อง

ข้า...  

ไม่ต้องพูดข้า ข้า ข้า แล้ว ข้าเข้าใจถือว่าท่านตาถึงมาถูกร้าน ประเดี๋ยวข้าแถมของดีให้หนึ่งตลับ รอเดี๋ยว ๆพูดจบเฒ่าแก่ร้านชิงตัดบท เดินสาวเท้ายาว ๆ อ้อมไปด้านหลังร้าน พริบตาเดียวก็กลับมาพร้อมกับตลับยาสูตรลับที่ว่า ไม่ลืมชี้ทางในการใช้ให้เรียบร้อย ตบท้ายด้วยการกล่าวย้ำให้เผิงอวี้อ่อนโยนมากหน่อย เวลาใดควรฮึกเหิม เวลาใดควรร่นถอยเพื่อรักษากำลัง

เผิงอวี้ผู้โชคร้ายจะหนีก็หนีไปไหนไม่ได้

มังกรในยามดุดันอย่าตะบันฝ่า ไหนท่านลองท่องสิ เพราะประโยคนี้ข้าถึงมีภรรยาเกือบสามสิบคน    

“…..”

เผิงอวี้หน้าซีดเผือดเหมือนคนตายไปแล้ว ความหมายนั้นใครบ้างจะไม่รู้ เขากลืนน้ำลายจนฝืดคอ คิ้วคดไปข้าง หางตาตกข้าง แต่จำใจต้องพูดตาม มิเช่นนั้นคงถูกอีกฝ่ายคะยั้นคะยอไม่เลิกรา มังกร...ใน...ยาม...ดุ...ดัน...อย่า...ตะบัน...ฝ่า

เพี้ยะ!!

เฒ่าแก่ร้านตวัดแกว่งม้วนหนังสือตีบ่าไปหนึ่งที วางท่าดั่งอาจารย์สอนลูกศิษย์ท่องตำรา มั่นใจหน่อยสินายท่าน เราต่างเกิดมาเป็นบุรุษอกกว้างสามฉื่อ ฉะนั้นเสียงต้องหนักแน่นกล้าหาญ อย่างนั้น...ใช่แล้ว...ถูกต้อง...เสียงดังอีกหน่อย...ดีมาก

หลังจากบทเรียนท่องสูตรลับจบลง เผิงอวี้รีบคว้าหนังสือมาถือไว้อีกสามสี่เล่มแบบสุ่มเลือก หนึ่งในนั้นมีเล่มที่เขาหมายตาไว้แต่แรก แล้วหาจังหวะในช่วงที่เฒ่าแก่ร้านยืนหันหลัง หยิบเงินวางไว้สิบตำลึง เดินจ้ำอ้าวหายไปจากร้านปานสายลมพัด หูแว่ว ๆ คล้ายได้ยินเสียงหัวเราะไล่หลังตามมา หยิบผิด หยิบผิด นั่นมันของสตรี อะไรสัก เขาอย่างคร้านจะสนใจ    

เพียงชั่วหนึ่งกาน้ำหยด[3] เผิงอวี้เดินเข้าออกร้านค้าย่านตรอกหอบงกชครบทั้งสองฝั่ง ครั้งนี้เขาตั้งต้นใหม่ หยิบเงินวางพลางหยิบของไป ไม่อยู่เสวนากับใครทั้งสิ้น ประเดี๋ยวหยุดยืนยิ้มดูของในมือ ประเดี๋ยวหัวเราะอยู่คนเดียว ตราบราตรีกาลผ่านพ้น



[1] หน่วยเงินของจีน ๑ อีแปะ = เหรียญทองแดง

[2] หนังสือสมุดภาพร่วมภิรมย์ระหว่างชายหญิง

[3] การเปรียบเทียบเวลาของจีน หนึ่งกาน้ำหยดเท่ากับ ๑๕ นาที

.

.

.

ทิ้งท้ายบท

ใกล้สิ้นปีเหมือนสิ้นใจกับงาน ไรต์เพิ่งกลับมาจากตจว. เดี๋ยวจะรีบอัปชดเชยให้นะคร้าบบบบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #59 Pioil (@Pioil) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 20:13

    แต่งช่วงบรรยากาศ
    กับสถานที่ดีจัวค่ะเห็นภาพตาม
    ให้กำลังใจค่ะ
    #59
    1
    • #59-1 (@azooii) (จากตอนที่ 17)
      20 ธันวาคม 2561 / 15:02
      ขอบคุณนะครับ กำลังใจล้นจอเลยทีเดียว
      #59-1
  2. #58 mummummi (@narm_tip) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 20:51
    พี่เผิงต้องหัดพูดแหละเราว่า
    #58
    0
  3. #57 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 17:26
    พระเอกเหมือนพูดไม่ค่อยได้ มากกว่าไม่ชอบพูดนะคะ
    #57
    1
    • #57-1 (@azooii) (จากตอนที่ 17)
      20 ธันวาคม 2561 / 15:02
      พยายามใส่รายละเอียดเพิ่ม เอาไว้จะเก็บเป็นการบ้านตอนใส่ในตันฉบับครับ
      #57-1