ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,152 Views

  • 126 Comments

  • 286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    184

    Overall
    14,152

ตอนที่ 16 : บทที่ 4.3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1023
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    7 ธ.ค. 61

เมืองฮานถง หอคล้อยดาว

เผิงอวี้ละมือจากพู่กัน กดหัวนิ้วโป้งมือนวดขมับทั้งสองข้าง วันทั้งวันไม่เคยได้ออกไปไหน ไล่ตรวจสอบเงินในบัญชีพร้อมกับจำนวนของที่แลกมา ความเหนื่อยล้ามากมายปรากฏอยู่บนใบหน้าคมสัน

ช่วงแขนแกร่งยืดคลายเส้นอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม พลันเจ็บแปลบตามผิวอกซ้าย เขาเพิ่งนึกขึ้นได้...มีคนฝากรอยประทับตราเอาไว้ให้ดูต่างหน้า หรือนั่นอาจเป็นอาการป่วยจากโรคคิดถึงที่ใคร ๆ เขาว่ากัน

เผิงอวี้พาดขาขึ้นบนโต๊ะ มือไขว้รองศีรษะแทนหมอน สายตาทอดมองแสงหลากสีสันในเมืองผ่านทางหน้าต่าง โคมไฟลอยสู่ผืนฟ้าพ่วงคำอธิษฐานมากกว่าหนึ่งข้อ เสียงจุดประทัดดับทุกข์ บวกความสวยงามของดอกไม้ไฟสว่างวูบดุจดาวตก หัวใจดวงโตหาได้สัมผัสกับความรื่นเริงเหล่านั้น กลับมองเห็นเพียงภาพกระต่ายน้อยขดตัวอยู่ในอ้อมกอด ถูกพ่อเสือรังแกจนผล็อยหลับไป ป่านนี้นางจะทำอะไรอยู่ คิดแล้วก็แทบจะทนรอให้งานเสร็จไม่ไหว

ดูท่าคงไม่ใช่เขาคนเดียวกระมัง เผิงอวี้น้อยคงคิดถึงไม่ต่างกัน เขาเมินหน้าไปอีกมุมหน้าต่าง วางเฉยต่อสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น  

เจ้าต้องทน เหมือนที่ข้าทน อย่าดื้อ ต้องรอพบแม่ของเจ้าก่อน เขาพูดกับตัวเองอยู่ในใจ แต่ร่างกายบางส่วนกลับกระตุกสองครา ตอบรับหรือดื้อรั้นยากจะบอกได้

ต้าหนิงเคาะประตูเรียกอยู่พักใหญ่ คอยเงี่ยหูฟังเสียงตอบรับแต่ก็ยังไร้วี่แวว ครั้นเมื่อประตูถูกดีดให้เปิดออก คนที่เขาต้องการพบกำลังนอนหงายอยู่บนเก้าอี้เอนหลัง ชายเสื้อหลุดเลื่อนจนถึงหน้าท้อง พานให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน โชคดีของทุกฝ่ายที่ท่านฮานเก่อตื่นมาแล้วจำอะไรไม่ได้

            นายท่าน วันนี้เหล่าพ่อค้าร่วมกันจัดตลาดกลางคืน ความครึกครื้นไม่ด้อยไปกว่าเทศกาลใหญ่ มีหลายเทียบเชิญส่งมาให้ทางเรา หนึ่งในนั้นคือโรงสุราเหลาฉาง เปิดประมูลสุราประจำตระกูลที่มีเพียงสามไห ว่ากันว่าเพียงเปิดผ้าแดงออกกลิ่นนั้นก็พร้อมมอมเมาผู้คน รสชาติหวานหอมแรกกลืน นุ่มลิ้นละมุนคอยิ่งนัก

ต้าหนิงพูดต่อไปอีกหลายประโยค อีกฝ่ายไม่ฮืออือตรงตามที่คิดไว้ แต่คนอย่างต้าหนิงมีรึจะละความพยายามลากพ่อเสือออกจากถ้ำ เพราะถ้าหากนายไม่ไป เขาจะไปได้หรือ   

เรือนบุปผาชื่อดังทั้งสามแห่ง มอบสาวงามร่วมงานลอยโคม แม่นางซุยเซียว ซุยซิง ซุยฉี สามพี่น้องยอดบุปผาแห่งแดนใต้ แม้แต่อดีตองค์ฮ่องเต้ยังไม่เคยสบพักตร์ หากนายท่าน...

รองเท้าที่ลอยมาตกบนหัวเขาอย่างแม่นยำคือคำตอบ แถมด้วยอีกข้างลอยตามมาติด ๆ ทว่าต้าหนิงก็ยังไม่ยอมแพ้ เขายังคงพูดไปคิดหาหนทางไปพลาง ๆ กระทั่งนึกบางอย่างขึ้นได้

ดวงตาของต้าหนิงฉายแสงแห่งความหวัง คิ้วเข้มยกสูงข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกยิ้ม หากต้องการจับเสือจำศีลลงเขา ครั้นจะวางกวางรสชาติธรรมดาย่อมไม่ประสบผลสำเร็จ ฉะนั้นจำต้องใช้เหยื่อล่อสมน้ำสมเนื้อกันสักหน่อย  

ยังมีพ่อค้าวาณิชต่างถิ่นที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนการค้ากับทางเรา ได้นำผ้าพื้นเมือง เครื่องหยกแหวนกำไร ชาดผงแป้งทาหน้า ว่ากันว่าห้าปีทำได้เพียงไม่กี่สิบชุด กระบวนการทำนั้นช่างยากนัก เผื่อนายท่านอยากได้ของไปฝากเจ้านิลน้อย ต้าหนิงแสร้งพูดตบท้ายไปอีกทาง มุมปากยกยิ้มรอดูอาการของคนเอาใจยาก เสียงขยับเก้าอี้ลุกขึ้นนั่งสวมใส่เสื้อผ้า นั่นเท่ากับพ่อเสือถูกจับไว้ในแผน สร้างความยินดีต่อต้าหนิงเป็นอย่างยิ่ง เขาหมุนตัวเดินนำออกไปก่อน ไม่อยากสะกิดหนวดเสือโดยใช่เหตุ ประเดี๋ยวจะพาลเดือดร้อนกันทั่ว

ครึ่งชั่วยามให้หลัง เผิงอวี้เดินเตร็ดเตร่อยู่ในตลาดฮัวตง แม้ไม่อยากมาแต่ในมือกำถุงเงินไว้หนึ่งปั้นใหญ่ ๆ ไม่ต้องพูดถึงโจรขโมย ลำพังกระบี่ยาวสามจั้ง[1]กว้างสี่ชุ่น[2]ที่พาดแขวนอยู่ด้านหลัง ผนวกกับสายตาคมปลาบกวาดมองไปทางใด เงียบปริบทุกทาง แค่เดินสวนเงาซ้อนกันก็ยากแล้ว

ต้าหนิงเดินตามหลังอยู่เงียบ ๆ ลอบส่ายหน้าหน่ายใจ ท่านฮานเก่อหนอท่านฮานเก่อ รูปร่างหล่อเหลาเพียงนี้ ยืนให้ผู้อื่นเชยชมสักหน่อยมิได้หรือ ไยต้องวางท่าดุใส่ทุกคนที่มอง ซ้ำยังทำเหมือนออกมาล่าชู้จับคนชั่วต้าหนิงอยากหัวเราะอยู่หลายคราว แต่เกรงว่าชีวิตจะยิ่งสั้นลง ฉะนั้นขอดูเรื่องสนุกอยู่ห่าง ๆ อาจดีกว่าเป็นไหน ๆ

มาพบสำนวน นอนนิ่งเยี่ยงศพ ใกล้สิ้นลมปราณ[3] ครั้นได้พบกับเจ้าของเสียงใสเจือรอยยิ้มหวาน หน้าร้านขายโคมไฟ

หัวใจเกือบหยุดเต้น เสมองไปทางอื่นแทบไม่ทัน เรือนร่างอรชรสวมใส่เนื้อผ้าบาง ๆ น้อยชิ้นเหลือเกิน ผนวกเครื่องหน้างดงามสลักเสลาด้วยแล้ว ยิ่งมิควรอยู่ใกล้นานเกินไป ความงามเช่นนี้ปลิดใจผู้คนมานักต่อนัก

มิทราบว่านายท่านมีคู่ลอยโคมหรือยังเจ้าค่ะ ลานบงกชทางร้านหัวมุมฝั่งใต้ จะปล่อยให้หนุ่มสาวร่วมลอยโคมอีกหนึ่งเค่อข้างหน้าซุยฉี หนึ่งในสามพี่น้องยอดบุปผาแห่งแดนใต้ เอ่ยทักพร้อมปิดทางหนีของต้าหนิงไว้ทุกประตู บุรุษผู้นี้จะว่าสง่างามก็ไม่ แต่หากพูดว่าใครโดดเด่นสมชายชาตรี เขามีครบทุกสิ่งไม่แพ้ชายหน้าดุที่เดินนำอยู่

ต้าหนิงได้ยินเสียงร้อง ฮึ สั้น ๆ ของท่านฮานเก่อ ต่างอะไรกับการถูกย้อนคมดาบคืนสู่คอตนเอง[4] เขาขยับเท้าหนี คิดรึว่าจะพ้น ถูกหญิงสาวซ้อนรอยใช้แขนคล้องเกี่ยวไว้ พลันแนบหน้าอิงแอบหัวไหล่กว้าง

นี่แหละ...ตายของจริง!!

ข้าชื่อซุยฉี ไม่เคยทำตัวไร้ยางอายเช่นนี้กับผู้ใดมาก่อน แอบมองท่านอยู่นานแล้ว ซุยฉีไม่รังเกียจร่วมลอยโคมผ่านคืนวสันต์...กับท่าน...ทั้งคืนโลกนี้มิได้มีเพียงบุรุษที่ใช้สายตาดูสตรีใดขาวสะอาดผุดผ่อง นางเองก็สามารถมองหาสิ่งนั้นจากบุรุษได้เช่นกัน ดูสิ...แค่คำเย้าเล็ก ๆ น้อย ๆ กล้ามเนื้อหัวไหล่จรดช่วงแขนตรึงเครียดยังสั่นสะท้านตอบรับนาง หากได้มีโอกาสสอนให้เขาร่ายรำเฟ้นบุปผากลางคืนแรม ความรู้สึกหอมหวานยามกลืนกินความดิบเถื่อนของเขา คงมิอาจพรรณนาออกมาได้หมดเพียงหนึ่งครั้งหนึ่งคืน  

ข้า...โธ่...นายท่านอย่าเพิ่งไปสิ  

ต้าหนิงส่งสัญญาณให้ผู้เป็นนายช่วยเหลือ อีกฝ่ายเพียงหันมามองนิ่ง ๆ ยิ้มในหน้า มิวายก้าวเดินต่อ ความหวังเพิ่งก่อเป็นรูปร่างถูกพังทลายลง เสียงหัวเราะที่คนอื่นอาจไม่ได้ยิน ต้าหนิงกลับได้ยินเต็มสองหู

พุธโธ่...นายท่านอย่าเพิ่งอาฆาตแค้นกันเองเลย ให้อภัยข้าเถิด ช่วยข้าที

ต้าหนิงหน้าสลดเมื่อถูกทิ้ง ขยับตัวหนีมือนุ่ม ๆ วาดปลายนิ้วรุกรานเขาทั่วทุกส่วน ความคิดชั่วร้ายแวบเข้ามาในหัว เขานึกถึงเหตุการณ์ สุราหลอมอารมณ์ ช่วงคืนก่อน พลางเริ่มร่างแผนในใจ

ได้ท่านฮานเก่อ ท่านทิ้งข้า!! ฉะนั้นอย่าหาว่าต้าหนิงโหดร้ายกับท่าน

ต้าหนิงสูดหายใจเข้าปอดดัง ฮึบ!’ ก่อนเริ่มทำตัวไหลไปตามแผน

เขาจีบนิ้วหยุดมือแม่นางซุยฉี ชม้อยตาขึ้นมองกระพริบปริบ ๆ แสร้งเอียงหน้าเหนียมอายซ้ายครั้งขวาครั้ง พร้อมทั้งผลักซุยฉีออกสุดแรง แม่ปลิงสาวถึงยอมหลุดออกจากตัวเขาได้ ต้าหนิงบีบเสียงพูดเสียใหม่ ขนาดเผิงอวี้ได้ยินยังต้องหันกลับมามอง

แม่ปลิงน้อย ข้าน่ะ...ไม่อยากเปิดเผยตัวตนต่อหน้าเจ้าเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ แต่...สามีของข้าดูเหมือนจะกินน้ำส้มไปสามโถ ดูสิโกรธข้าใหญ่แล้ว กลับไปคงโดนกดอยู่ บะ...บะ...บนนั้นจนถึงเช้าต้าหนิงสบตาเผิงอวี้แล้ววกกลับมามองซุยฉี เขาบิดแขนคว่ำส่ายตัวไปมาด้วยความกระดากปาก เพิกเฉยต่อคนที่ถูกดึงเข้ามาในแผนเอาตัวรอดชั่วคราว

จริงสิ...เจ้ารู้จักวิธีทำให้ เข้าง่ายออกง่ายบ้างหรือไม่ สามีข้า...อันเท่านี้...ยาวเท่านี้ ต้าหนิงยกลำแขนโอบรอบให้อีกฝ่ายนึกภาพตาม ทั้งดุดัน ร้อนเร่า ขาเตียงไม่คณาต่อแรงเขาสักนิด เหตุที่ข้ารั้งอยู่ให้เจ้าเกาะติดก็เพราะต้องการแลกเปลี่ยนสูตรลับ

ซุยฉีริมฝีปากสั่นระริก อับอายชนิดไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้มุมเสาต้นใด นางเป็นถึงหนึ่งในสามพี่น้องยอดบุปผาแห่งแดนใต้ สายตามองชายไม่เคยพลาด แต่กับคนผู้นี้ ถึงกับ...ถึงกับ....นิยมถ้ำหลัง ยังกล้าปรึกษานางต่อหน้าสายตานับสิบคู่ถึงเรื่องอย่างว่า จึงได้แต่ยืนปั้นยิ้มเพื่อรักษาภาพลักษณ์เอาไว้ ทั้งที่ใจเดือดปานน้ำพุร้อนผุดจากหิน

ทางฝ่ายเผิงอวี้บดกรามลั่น เขามิรอช้า รีบเดินดุ่ม ๆ เข้ามารวบคอเสื้อเจ้าต้าหนิงน่าตายหวังลากฝ่าวงออกไป แต่...มันไม่ง่ายเช่นนั้น เจ้าตัวดีแกล้งสะบัดสะบิ้งเอาคืนเขาอย่างสาสม  

อย่าทุบตีข้าเลย นางเพียงเข้าใจผิด ข้าไม่เคยนอกใจท่านมาก่อนต้าหนิงใช้แผนสำรองหยุดมือหนาบนต้นคอให้คลายลง ใจอยากหัวเราะทั้งอยากร้องไห้กับบทบาทที่ตนแสดงอยู่ ข้อดีของการอ่านหนังสือช่วยได้มากจริง ๆ ต่อจากนั้นเขาจะเป็นตายยังไง ขอแค่สลัดซุยฉีออกไปเสียก่อนค่อยว่ากันทีหลัง  

เผิงอวี้ยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม หรี่ตามองลูกน้องมือขวา ยาวเท่านี้ ใหญ่เท่านี้ ขาเตียงยังรับไม่ไหว เข้าง่ายออกง่ายอย่างนั้นหรอกหรือ ฟ้องว่าข้าทุบตีเจ้า ดีเจ้ากล้ามากไอ้ลูกหมา มาดูกันว่าหน้าใครจะหนากว่ากัน

ทันใดนั้นเผิงอวี้ตวัดแขนอุ้ม เมียรักขึ้นแนบอก หยิ่งฟันขาวไรหนวดตั้งชันก่อนจูบลงข้างแก้มภรรยาจำเป็นต่อหน้าทุกคนที่มองอยู่

เสียงคนในตลาดแตกฮือ เปล่งเสียงร้องตกใจเสียยิ่งกว่าถูกฟ้าผ่า

ซุยฉีหมดสติกองอยู่ตรงนั้น ฝืนยิ้มแบกความจริงเอาไว้ไม่ไหว ยามร่างแตะถึงพื้นยังบรรจงใช้ผ้าปิดหน้าไว้มิด

ต้าหนิงตาเบิกโพลนปานไข่ไก่ ในหูลั่นเปรียะได้ยินแต่คำว่าเมียรัก ถูกกระเตงอุ้มไปทั่วซอย คิดจะชิงแกล้งตายไปก่อน แต่ก็ถูกลงทัณฑ์บนจากจมูก สามี อีกหลายฟอด เผิงอวี้เลิกคิ้วสูงส่งหมายท้า เพราะเรื่องพรรค์นี้เขาไม่ถือสาอยู่แล้ว

            ครึ่งชั่วยามต่อมา ต้าหนิงเดินหงอยปั้นหน้าดุราวกับพญาเหยี่ยวจอมอาฆาต

            อีกครึ่งชั่วยามต่อมา ต้าหนิงเดินไปทางใด ทางนั้นเงียบปริบไม่มีใครกล้าส่งเสียง

เผิงอวี้เดินกอดอกยิ้ม ๆ

นาน ๆ ครั้งจะเรียกเมียรักให้วิ่งตามมาใกล้ ๆ  



[1] หน่วยวัดของจีน ๑ จั้ง = ๑๐ ฉื่อ หรือ ๓.๓ เมตร

[2] หน่วยวัดของจีน ๑ ชุ่น = นิ้ว

[3] สำนวนจีนในสามก๊ก อุปมาถึงคนใกล้ตาย

[4] คำหรือการกระทำที่พูดออกไปย้อนกลับมาหาตัวเอง

.

.

ชวนคุยท้ายบท

บทนี้ไม่ได้ขายความเป็นวาย ชายจิ้นชายนะครับ  แต่เผิงอวี้ กับ ต้าหนิง สนิทกันมาก ห้ามจับไปจิ้นกันเด็ดขาด เพราะจะเก็บตัวไว้ให้ ถิงซู กับ ซานอิน 

ยังอยู่ในตลาด เตรียมหาซื้อของ...ไป...ฝากคนไกล เช่นเคย...แสดงความิคดเห็นกันได้ ติชม ติติง เสนอแนะ อันไหนไม่เข้าใจ มุกไหนไม่เก็ทฝากเตือนคนเขียนด้วยนะครับ

หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกคนมีความสุขกับศุกร์หรรษา เดี๋ยวเจอกันตอนหน้า  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #118 jeed_porn (@wannapos) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:18
    5555555555
    #118
    0
  2. #84 กาแฟยามบ่าย (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 17:17

    ถูกใจ ฮา ฮาฮา

    #84
    1
    • #84-1 (@azooii) (จากตอนที่ 16)
      3 มกราคม 2562 / 14:04
      ขอบคุณครับ
      #84-1
  3. #76 Le_U (@Le_U) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 15:23
    5555 สมน้ำหน้าเจ้าข้าเอ๊ยยย
    #76
    1
    • #76-1 (@azooii) (จากตอนที่ 16)
      29 ธันวาคม 2561 / 21:48
      กองเชียร์ฝ่ายไหน 555555
      #76-1
  4. #70 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 19:12

    ถ้ายังไม่กลับถึงบ้าน

    คงมีฉากชายรักชายกันบ้างล่ะ

    #70
    1
  5. #51 mummummi (@narm_tip) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 00:21
    สงสารรรรรร ต้าหนิง เกือบโดนปล้ำไม่พอ กลายมาเป็นเมียรักอีก 555555
    #51
    1
    • #51-1 (@azooii) (จากตอนที่ 16)
      20 ธันวาคม 2561 / 19:07
      ต้าหนิงหวิดหลายรอบละ 5555
      #51-1