ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,147 Views

  • 126 Comments

  • 286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    179

    Overall
    14,147

ตอนที่ 15 : บทที่ 4.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 999
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    6 ธ.ค. 61

ดวงดาราถูกลิดรอนแสงลงเมื่อย่ามรุ่ง เสียงนกร้องไก่ขันรับเช้าวันใหม่ ปลุกผู้คนในหุบเขาผุดลุกจากที่เตียงนอน เตรียมตัวออกปฏิบัติหน้าที่   

ห้าวันมานี้ ซานอินตื่นแต่เช้าปัดกวาด ลงครัว ซักเสื้อผ้า รดน้ำผัก วุ่นอยู่กับการอยู่การกินของผู้อื่นดังเช่นที่เคยทำ แตกต่างกันแค่เพียงความนึกคิดทั้งหมดถูกคนผู้หนึ่งครอบงำจนสิ้น    

ข้ากินข้าวหนึ่งคำ เจ้าต้องกินสองคำ อย่าให้ผอมจนเกินไป แล้วไม่ต้องกังวล เผิงอวี้จะดูแลตัวเองให้ดี ถ้อยคำฝากฝังไว้ในจดหมายถูกเปิดอ่านมากกว่าสิบหน ตามด้วยรอยยิ้มเฉิดฉันหลังพับเก็บตามเดิม คงเป็นแบบนี้ตราบกระทั่งอีกฝ่ายโผล่หน้ากลับมาให้นางเห็น

อะแฮ่มข้าคิดว่าถ้าท้องฟ้าปั้นก้อนเมฆเป็นหน้าคน ๆ นั้นคงจะดีไม่น้อยเลยนะ หรือไม่ก็...ถ้าหากยิ้มอีกสักหน่อย หนุ่มน้อย หนุ่มปานกลาง จนถึงหนุ่มใหญ่แถบโน้น คงไม่มีแรงแบกหามไม้ที่อยู่บนบ่า ถิงซูแกล้งพูดกระเซ้าคนช่างฝัน หลังจากซานอินกลับมาเรือนไผ่เขียวอีกครั้ง สหายรักดูเหมือนกักตัวเองอยู่ในโลกอีกใบ

เขารู้หรือยังเรื่องหลานหลัน

ซานอินพยักหน้า ยิ้มบาง ๆ ระหว่างเพื่อนไม่ต้องถามกันให้มากความ เป็นเช่นนี้เองสินะ

แล้วเจ้ากลัวอะไรไยต้องกังวลกัน มิใช่บอกข้ารู้จักหาความสุขให้ได้ทุกวันหรอกหรือไร ถิงซูกล่าวตามที่เห็น ตามจริงปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขารู้ เรารู้ แต่เป็นใจที่เริ่มรัก อย่าเพิ่งเร่งรัดตัวเองสิซานเอ๋อร์ ปล่อยไปตามครรลองของมันเถิด ข้าเชื่อว่าที่เขาไม่พูด เพราะไม่อยากกล่าวย้ำเรื่องราวในอดีตให้เจ้าทุกข์ใจ และที่เป็นอยู่นี้ก็ดีอยู่แล้วนี่นา

ซานอินเงยหน้ามองแสงสีเหลืองทองตัดกระทบยอดภูผา ความงดงามยามรุ่งอรุณ สวยงามเสมอไม่ว่าจะอยู่ผืนแผ่นดินใด อาจจะใช่ แต่ไม่ทั้งหมด นางกล่าวยิ้ม ๆ หลับตาพริ้มรับสายลมระลอกแรก สูดลมหายใจสดชื่นเต็มปอด   

แปลกดีนะถิงซู พอคนเราพบเจอคนที่เข้าใจกันโดยไม่ถามสิ่งใดสักคำ พลอยทำให้เราไม่รู้จะเริ่มก้าวจากจุดใดก่อน ส่วนเขา...เพียงคืนสร้อยสิ้นนี้ให้ข้า ไม่คาดคั้นทั้งไม่ถามต่อ ความละอายต่อใจจึงมีมากขึ้น แล้วมันเลี่ยงให้คิดไม่ได้เสียด้วยสิ เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มคนเดิมที่เอาแต่แอบอยู่หลังกำแพง คอยมองอยู่ห่าง ๆ ผู้นั้น แต่ก็ยังพูดน้อยจนน่าเอ็นดู

ถิงซูหัวเราะเริงร่า หลุบตามองสร้อยเงินคล้องแหวนหยกขาวบนคอระหง พลันรวบมือบางมากุมไว้แกว่งไปตามจังหวะขับร้องของเสียงนกคีรีบูน[1] ช่วยกล่อมเกลาจิตใจผ่อนคลายลง กระทั่งผ่านไปพักใหญ่จึงพูดขึ้นว่า     

ซานอิน เราก้าวผ่านสิ่งที่โหดร้ายมาด้วยกัน เขาเองก็คงไม่ต่าง  หนึ่งโดดเดี่ยวกับอีกหนึ่งเดียวดายมาอยู่คู่กันแล้ว ทุกอย่างต้องไม่เหมือนดังเดิม ดูเจ้านกคีรีบูนด้านโน้นสิถิงซูชี้ให้สหายดูสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่บนราวไม้ไผ่ ตอนเด็ก ๆ ข้าชอบเรียกมันว่านกสุ่ยเซียน[2] เพราะขนทั่วตัวมีแต่สีเหลืองลออเหมือนดอกสุ่ย ปกตินกชนิดนี้ชอบหาโอกาสร้องเพลงเสมอ แต่มันมักจะส่งเสียงร้องตอนที่อยู่เพียงลำพัง ทั้ง ๆ ที่มีเสียงอันไพเราะก้องพนา

ที่ข้าพูดเพราะไม่อยากให้เจ้าเป็นเช่นมันถิงซูกล่าวปิดท้ายเป็นนัย ๆ ให้สหายของนางรู้จักรักษาสิ่งที่พึงมีอยู่

ซานอินรู้สึกถึงความเจ็บปวดระคนห่วงใยในถ้อยคำเหล่านั้น นางจึงหันมากอดอีกฝ่าย พลางโยนตัวไหวไปมา ใช้ความเงียบปลอบโยนกันและกัน

เจ้านี่นะเห็นข้าเป็นเด็กไปได้ ข้าไม่เป็นไรจริง ๆ ที่รู้สึกอยู่บ้าง ก็เพราะยังมีหัวใจ ถิงซูกล่าวตามสัตย์จริง นางไม่เคยคิดอยากตายมานานแล้ว เพียงใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข เลี้ยงดูถิงเหอให้เติบใหญ่ เพื่อให้คนที่จากไปหมดห่วง

ซานอินได้ยินดังนั้นก็ดันตัวออก เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นสูง ปรับน้ำเสียงแหลมเล็กเลียนแบบอันหยง ผู้พลาดโอกาสกลับเข้ามาในหุบเขาเพราะติดภารกิจชั่วคราว ไม่มีทางเสียหรอกเจ้าค่ะ เพราะข้าน่ะงามกว่าเจ้านัก บุรุษของข้าเปรียบไม่ได้กับนกพรรณนั้น

แต่เอ...ซานอินขบคิดชั่วอึดใจสั้น ๆ จะว่าไปเขาก็ใกล้เคียงกับพ่อหมีตามที่เล่าลือกัน หล่อเหลา สูงใหญ่ หนวดเครารกกรุงรังเหมือนเจ้านิลน้อย

อืม...เห็นจะจริงอยู่บ้าง ถิงซูตอบรับทันควัน สองสาวมองตากัน พลันเปล่งเสียงหัวเราะลั่นภูผา

ทั้งคู่นั่งดูตะวันเบิกฟ้าเหนือหุบเขา หมู่ไม้นานาพรรณงดงามจับตายามต้องแสงสีทองอ่อน ๆ ต้นไหถัง[3]ริมธารน้ำเริ่มผลิดอกออกใบเต็มต้นแทบมองไม่เห็นกิ่งก้าน

ถิงซูและเห็นถิงเหอวิ่งป้วนเปี้ยนวิ่งล้อมวงอยู่กับกลุ่มพยัคฆ์ขาวหน้าลานฝึก หัวใจของคนเป็นแม่ก็เต็มตื้นสุขล้น ขณะเดียวกันซานอินเองรู้สึกไม่ต่าง ชีวิตเช่นนี้ดีเพียงใดใจนางนั้นที่รู้   

จริงสิซานอิน ข้าได้ยินอี้จิงพูดว่า ท่านฮานเก่อจะสร้างหมู่บ้านรอบเชิงเขาให้กับผู้อพยพ ข้ายังแอบเห็นด้วยอยู่ลึก ๆ บางทีนี่อาจเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นครั้งใหญ่ เหล่าพยัคฆ์ขาวตัวน้อยของเราอาจได้มีครอบครัวกับเขาบ้าง เจ้าเห็นว่าอย่างไร?”

ซานอินลุกขึ้นหันหน้าไปทางทิศใต้ ตรงกับทางเข้าทางออกของหุบเขา ปรากฏควันไฟสีขาวจากปลายกระท่อมพวยพุ่งเป็นทางสู่เบื้องบน เมื่อหลายวันก่อนนางมองเห็นเพียงไม่กี่สิบหลังคาเรือน หนนี้กลับมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าตกใจ

หากตรองดูดี ๆ คนเราหาได้ต่างจากนกไม่ เพียงพบป่าผืนใดให้ความร่มเย็น พากันบินย้ายตามกันมาไม่ขาดสาย ซึ่งการจัดสร้างหมู่บ้านสักแห่งไม่ใช่เรื่องยาก แต่การดูแลคนหมู่มากนั่นคือปัญหาอันใกล้ที่ควรวางแผนไว้เสียแต่เนิ่น ๆ ข้อนี้นางเรียนรู้มาจากบิดาตอนออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในอดีต

ระหว่างเผิงอวี้ไม่อยู่ นางคงต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อเขาบ้าง

ครั้นได้เห็นคนทุกข์ใจย่อมทุกข์ตาม เขาสุขเรายิ่งสุขกว่า สำหรับข้าการช่วยผู้อพยพนับเป็นเรื่องดี งานครัวปล่อยให้ต้าเอ๋อร์ อู่ต้า หานเพ่ยได้ลองรับผิดชอบ ส่วนเรื่องนี้...ต้องรบกวนเจ้าอีกแล้วถิงซู

ซานอินอธิบายคร่าว ๆ ตามแผนที่นางคิดไว้ ถิงซูนั่งจับใจความซึ่งก็ไม่น่าจะยากอะไร หลัก ๆ คือการหาวัสดุใช้ทำหลังคาหัวใจหลักของบ้านเรือนทุกหลัง ต้องทนแดดทนฝนต้านลม ส่วนข้อต่อมากำลังคน มีจนล้นเหลือ สามารถตัดออกไปได้ไม่ต้องห่วง แต่ประเด็นสำคัญ...คำสั่งอนุญาตให้ออกจากหุบเขา

นอกจากท่านฮานเก่อกับต้าหนิง ยังมีคนผู้หนึ่งรับช่วงต่อ

เทียนซือฉาง มือซ้ายของเจ้าหุบเขาที่พวกนางไม่เคยพบหน้า ถิงซูขอความช่วยเหลือจากอันหยงอีกทอดหนึ่ง สุดท้ายก็ได้ตราประทับเข้าออกหุบเขา ทั้งคู่จึงเร่งออกสำรวจพื้นที่โดยรอบ   

ซานอินกับถิงซูมาหยุดอยู่บนเนินเขาหัวโล้น ด้านข้างเป็นทุ่งหญ้าแฝกถือเนินเขาไว้ทั้งลูก สายลมยามซื่อ[4] ประหนึ่งระลอกคลื่นพัดผ่านทุ่งหญ้าไหวเอนไปในทิศทางเดียวกัน กลิ่นหอมสดชื่นคล้ายทิวไผ่ต้องฝน

ห่างออกไปไม่ไกลนัก กลุ่มของอี้จิงช่วยกันขุดหลุมลงเสาตอกฟากไม้ดังสนั่นลั่นบริเวณปนเสียงพูดคุยจอแจอยู่เป็นระยะ ซานอินคลี่ยิ้มพรายสัมผัสได้ถึงความสุขที่จะตามมาในไม่ช้า เริ่มร่างภาพในหัวแล้วเรียบเรียงสิ่งที่คิดเล่าให้ถิงซูฟัง  

หญ้าแฝกมีมากพอที่จะตัดนำมาสานทำหลังคา ส่วนเสาเรือนทางกลุ่มพยัคฆ์ขาวน่าจะรู้ดีกว่าเราสองคน ว่าต้องเป็นไม้ชนิดใดจึงจะเหมาะ ดงไผ่ก็เลือกตัดเฉพาะกอใหญ่มาทำเป็นไม้ฟากชั่วคราว ดีเสียอีกมันจะได้ไม่แน่นขนัดเกินไป หน้าฝนครั้งหน้ารับรองว่าหน่อไม้จะผุดรอบกอมากกว่าเดิมนัก เจ้านิลน้อยคงกินจนอ้วนพี ครั้นพอถึงกาลเหมันต์ค่อยเปลี่ยนเป็นไม้ตงปิดช่องลมป้องลมหนาวได้ดีกว่า เจ้าคิดเห็นอย่างไรบ้าง?” ซานอินร่ายยาวเผื่อคิดเผื่อขาดไว้พร้อมทุกทาง การเปลี่ยนบางส่วนผันตามฤดู สามารถป้องกันเภทภัยได้ชะงัด

ถิงซูนั่งเท้าคางมองเจ้าของเสียงใส พลันคลี่ยิ้มบาง ๆ ท่าทางยามนี้ของเจ้า ช่างดูไม่เหมือนซานอินในหุบเขา นี่กระมังที่เรียกว่าแม่หงส์กรีดปีก เพียงได้โบกบินน้อยนิดยังคงความโดดเด่นเกินใคร วันนี้ซานอินอยู่ในชุดเสื้อกระโปรงไขว้ทับสีน้ำตาลเข้มดุจเดียวกับบุรุษ เลือกที่จะม้วนมวยผมยาวสลวยพันรอบไว้ด้วยเศษผ้าผืนเก่า ขับดวงหน้าหวานลวงใจผู้มอง หยัดกายยืนต้านลมแสดงถึงความเด็ดเดี่ยวทระนง เมื่อคิด ๆ ดูแล้วสายตาของท่านฮานเก่อเฉียบคมนัก เขาทำเช่นใดไยถึงคว้าหัวใจดวงน้อยเอาไว้ได้ตั้งแต่แรกเห็นกันนะ   

เอาล่ะเอาล่ะ ข้าไม่กล่าวชมเจ้าแล้วเจ้าค่ะถิงซูพูดกลั้วเสียงหัวเราะ ถูกซานอินมองค้อนขวับให้วงใหญ่ ที่เจ้าพูดมานั้นครบถ้วนหมดแล้ว เหลือแต่ลงแรงทำ อีกอย่าง...อย่าเพิ่งไปกังวลล่วงหน้า ต่อให้มีคนมาเกินกว่านี้อีกร้อยครัวเรือน ฝ่ายเราก็ยังพอรับไหวถิงซูกวาดสายตามองทิวหญ้ารกร้าง หากถูกแทนที่ด้วยกระท่อมเรียงราย อีกหน่อยคงไม่ต่างอะไรกับเมืองใหญ่ ซ้ำยังพัฒนาได้อีกมาก

จะว่าไปแล้วมองจากมุมนี้ หุบเขาซ่อนเมฆาเหมือนป้อมสวรรค์ประทานลงมา อาณาเขตกว้างขวางเสมือนตั้งอยู่กลางเกาะภูเขาหินรายล้อม เพิ่มความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าโจรร้ายหรือผู้ประสงค์ทำลายก็ยากจะตีฝ่า

ซานอินไม่ได้พูดอะไรต่อ รีบหยิบดินสอถ่านขึ้นจดในสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนวันพรุ่งนี้จะมาถึง ส่วนถิงซูถูกสั่งให้อธิบายเกี่ยวกับวิธีการทำหลังคาหญ้าแฝกอย่างละเอียด ทั้งสองคนผลัดกันเสนอแนะในสิ่งที่ตัวเองเห็นว่ามีประโยชน์ มารู้ตัวอีกทีดวงตะวันลอยข้ามพ้นหัวไปไกล ซานอินเดินกลับเข้ามาในหมู่บ้านสมทบกับกลุ่มอี้จิง ให้ชาวบ้านทั้งหมดรวมตัวกัน ขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย

ภายหลังจากอธิบายให้พวกเขาฟังคร่าว ๆ กลุ่มพยัคฆ์ขาวแจกจ่ายเครื่องมือให้ทุกคนแยกไปทำภารกิจที่ได้รับ ไม่มีคำพูดใดบั่นทอนเกี่ยงงอนกัน กลุ่มหนึ่งลงแรง กลุ่มสองคอยผลัดเปลี่ยน กลุ่มสามเทียวขนกลับไปยังจุดที่ตั้ง  

ตราบแสงอุทัยจะชิงลับผืนฟ้า ซานอินกับถิงซูยังอยู่กับพวกเขาจนเสี้ยวนาทีสุดท้าย เนินเขาที่เต็มไปด้วยหญ้าแฝกขึ้นเป็นทิวทุ่ง บัดนี้หายไปกว่าครึ่ง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวันของการเริ่มต้นที่ดี



[1] นกคีรีบูน  เป็นนกที่มีสีเหลืองทั่วทั้งตัว จุดเด่นนั้นคือเสียงขับร้อง จึงถูกจัดให้เป็นราชาแห่งเสียงเพลง

[2] สุ่ยเซียน หรือดอกนาร์ซัส กลีบใบสีเหลืองล้วน บางสายพันธุ์มีสีขาว

[3] ดอกไห่ถังเป็นดอกไม้ ตระกูลเดียวกับแอปเปิ้ล ที่จะบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม มักจะพบมากบริเวณทางตอนใต้ของประเทศจีน

[4]  ยาม จี๋ (ซื่อ) เท่ากับ เวลา ๐๙.๐๐ น. จนถึง ๑๐.๕๙ น.

.

บทนี้ปูเข้าเนื้อหาในการจัดสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ จะเป็นการเขียนปนเอื่อยในช่วงแรก แต่พอเข้าบทต่อไปก็จะเขียนเข้าภารกิจในการทำเลย คือ..เกริ่นยาวทีเดียวให้จบ นอกนั้นเป็นบทการทำงาน อุปสรรคเล็ก ๆ ท่ามกลางความรัก(ตอนพระเอกกลับมา)

ขอบคุณนะครับที่ติดตาม ดีใจทุกครั้งที่มีคอมเม้น + คนอ่าน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #55 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 15:53

    เดี๋ยวนะคะ

    นางเอกรู้ได้อย่างไร

    ตอนไหนเอ่ย?

    ว่าพ่อหมีรู้ตัวตนที่แท้จริงแล้วคะไรท์

    #55
    1
    • #55-1 (@azooii) (จากตอนที่ 15)
      20 ธันวาคม 2561 / 19:03
      อยู่ตอนต้น ๆ เลยจร้า
      #55-1
  2. #50 คิม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 01:23

    อ่านไปยิ้มไปน่ารักค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    #50
    1
    • #50-1 (@azooii) (จากตอนที่ 15)
      20 ธันวาคม 2561 / 19:05
      ขอบคุณครับผม ฝากติดตามด้วยนะ ^^
      #50-1
  3. #49 mummummi (@narm_tip) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 23:04
    เพราะชอบชื่อ เลยไปหาเสิร์จดู ปรากฏว่าเป็นดอกไม้ที่สวยมากเลยค่ะ ดอกไห่ถัง ชื่อเหมือนผู้ชาย แต่เป็นดอกไม้ที่สวยจังเลยค่ะ
    #49
    1
    • #49-1 (@azooii) (จากตอนที่ 15)
      20 ธันวาคม 2561 / 19:05
      ส่วนตัวชอบดอกนี้มากเช่นกัน สีสวย กลีบดอกสวย
      #49-1
  4. #48 bigsun1120 (@bigsun1120) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 20:28

    พ่อหมีรีบกลับมาอ้อนแม่หมีนะ

    #48
    1
    • #48-1 (@azooii) (จากตอนที่ 15)
      6 ธันวาคม 2561 / 21:37
      เดี๋ยวส่งตัวไปโดยเร็วครับ ขอเก็บวิชาอ้อนเมียก่อน
      #48-1