ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,261 Views

  • 124 Comments

  • 285 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    400

    Overall
    11,261

ตอนที่ 14 : บทที่ 4.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 829
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    4 ธ.ค. 61

ล่วงเข้ายามอิ่ว[1] ประตูหอคล้อยดาวปิดลง ทั่วบริเวณเงียบสงัด ตะเกียงน้ำเต้าหน้าซุ้มประตูถูกจุดรับแสงในยามใกล้ค่ำ

ชายหนุ่มในกลุ่มขบวนม้าสามสิบกว่าคน ยืนอัดแน่นอยู่หน้าห้องหนังสือ คัดเลือกหน่วยหน้ากล้าตายเพื่อเข้าไปพบท่านฮานเก่อ ขอออกนอกหอคล้อยดาวเดินเที่ยวในตลาดฮัวตง วันนี้เป็นวันเทศกาลลอยโคมไฟจัดขึ้นทุกช่วงปลายวสันต์ฤดู หอบงกชแถบย่านสราญรมย์ แขวนโคมเปิดรับเหล่าบุรุษผ่านคืนวสันต์สุดท้ายร่วมกัน บรรดาหนุ่มเลือดร้อนที่เก็บงำเมล็ดพันธุ์ไว้นานปี เฝ้ารอเวลานี้มานานเนิ่น ติดปัญหาตรงไม่มีใครกล้าเอ่ยขอ จึงได้แต่ยืนเป็นหัวหอมฟ่อคาขั้วอยู่เช่นนั้น

เฉิงเอ๋อร์ เฉิงซาน สองพี่น้องฝาแฝดวัยยี่สิบปี หน่ายจะรอจึงเข้าไปเป็นกลุ่มแรก ผู้ที่นั่งเดินหมากอยู่ในห้องจบไปแล้วสองกระดาน เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน

เผิงอวี้กระตุกยิ้มเย็น สำหรับตัวเขาไม่ใช่สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย ในอดีตเคยขนสินค้าร่อนเร่ไปยังถิ่นต่าง ๆ นอกเหนือจากสินจ้างแล้ว การได้ยลสาวงามในโลกกว้างนี่ต่างหากคือสวรรค์ของนักเดินทาง แม้ไม่เคยกระทำตามรอยผู้อื่น แต่เขาก็เข้าใจความต้องการของมนุษย์   

ต้าหนิงถอนหายใจสั้น ๆ พลางส่ายหน้าอ่อน เอ่ยปากแทนผู้เป็นนายที่พยักหน้าให้เขารับผิดชอบ ยอมเข้ามากันได้แล้วรึ ถ้าเป็นคนอื่นข้าจะไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย แต่นี่...เฉิงเอ๋อร์ เฉิงซาน ไฉนเป็นเจ้าสองคนได้ เก็บเอาไว้ไม่ไหวแล้วอย่างนั้นหรือ?”

ไม่...ไม่ไหว แล้วขอรับ มะ...มันรบเร้าไม่ยอมปราชัยมาหลายวัน นายท่านโปรดอภัย ขะ...ข้าเดินลำบากนักเฉิงเอ๋อร์ยืดอกพูดเสียงดัง แม้จะตะกุกตะกักในแรกเริ่ม ทางเฉิงซานเลือกกล่าวในสิ่งที่คนฟังหาคำมาต่อความถามอีกไม่ได้ พวกนั้นเอาแต่เล่ากรอกหูข้าอยู่ทุกวัน เจ้าน่ะอายุยี่สิบแล้วถ้าขืนเก็บไว้อีกหน่อย น้ำคงได้ท่วมทุ่งใดทุ่งหนึ่ง หากยืดเวลาอีกปีครึ่งปี โพรงมดหรือโพรงกระต่ายก็ยากจะแยกออก

เสียงลมหายใจติดขัดด้านนอกดังเกรียวเป็นลมพัด เผิงอวี้วางหมากสีขาวลงสามตัวติด จับสายตาอยู่ที่ย่ามผ้าคล้องไหล่ของเฉิงเอ๋อร์   

หนึ่งในสองพี่น้องไม่รีรอให้นายตนสงสัย เขารีบหยิบของที่หาซื้อมาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงออกมาวางไว้บนโต๊ะขาสั้นทีละอย่าง  

ต้าหนิงสำลักน้ำชาคำโตที่ได้เห็นสิ่งของชิ้นแรก ทางด้านเผิงอวี้ เผลอกดกระดานหมากเอียงไปข้าง ตัวหมากสองสีจึงไหลลงมากองอยู่กระจุกเดียวกัน เงี่ยหูรอฟังคำอธิบายทั้งหมดว่ามันคืออะไร  

สมุดภาพ สะ..สมุดภาพโหมน้าวกลางดาวเดือนขอรับ

ทะ...ทะ...แท่งหยกเหมันต์

สุราเมืองซือจินสิบหยด เปลี่ยนห้วงอารมณ์สตรีในยาม...

เสียงของเฉิงเอ๋อร์แล่นเข้าปล่องหู ได้ยินกันทั่วทั้งสองฝ่าย เผิงอวี้ในวัยหนุ่มฉกรรจ์เกิดมายังไม่เคยเห็นสมุดภาพส่วนอีกสองอย่างนั่นก็ด้วย ทว่าลูกน้องของตนกลับมีครบครัน

สายตามองปราดผ่าน ๆ สมุดภาพหน้าแรก ความพิสดารประกอบกับภาพด้านในพาให้น้ำลายฝืดคอ อะไรที่ไม่ควรร้อนก็เริ่มปะทุออกแรงดุนดันอยู่เงียบ ๆ กระนั้นก็ยังไล่เปิดดูต่ออีกห้าหน้าติด ความคิดกับสายตาเกิดทัดทานกันอย่างหนัก เมื่อรู้สึกย้อนแย้งกับสิ่งที่เห็น  

ข้า ต้อง ยืน แบบ นี้ จริง ๆ หรือ?” เผิงอวี้พูดออกมาทีละคำพร้อมกับหัวคิ้วที่ยกสูงกว่าทุกคราก่อนกดต่ำลง ต้าหนิงชะโงกหน้าดูเพื่อคลายความสงสัย พลันรู้สึกว่ารูม่านตาของตนขยายกว้างพอ ๆ กับปากที่อ้าค้างไว้ เขาพบคำตอบ อะไรที่ต้องยืนแต่ไม่รู้จะสาธยายให้ท่านฮานเก่อเข้าใจได้อย่างไร

นะ...นายท่าน ข้าคิดว่าคงไม่ต้องกระมัง ต้าหนิงกล่าวอย่างขอไปที แต่มีคนไม่เห็นด้วย   

ต้องยืนขอรับ ข้าศึกษามาอย่างดี เฉิงเอ๋อร์ค้านเสียงสูงพลางทำท่าประกอบ เฉิงซานรับไม้ต่อจากน้องชาย ถลกชายเสื้อเบ่งช่วงแขนแข็งแรงที่ตนฝึกฝนหลายเดือน แล้วค่อยปรับเปลี่ยนท่าเป็นอุ้มลมห่มฟ้าหยัดกายยืนตรงตามภาพ

เผิงอวี้จ้องมองเขม็ง เสมือนคนพร้อมจะเรียนรู้ทุกสิ่ง ขณะที่ต้าหนิงก้มหน้ากระแอมไอไม่หยุด ก่นด่าเจ้าสองพี่น้องอยู่ในใจ  ส่วนกลุ่มที่อยู่ข้างนอกนั้นแทบจะกลั้นใจตายกันไปหมดแล้ว

เผิงอวี้พยักหน้ามองเฉิงเอ๋อร์สลับเฉิงซานยืนผสานมือไว้หน้าเป้า ก่อนหันเหความสนใจมายังของชิ้นที่สอง แท่งหยกเหมันต์รูปร่างช่างคล้ายส่วนที่อาจหาญของเหล่าบุรุษในยามเช้าตรู่ เนื้อหยกเกลี้ยงเกลาทั้งแข็งแกร่ง เขาลองทดสอบกำเข้าแล้วคลายออกอยู่ชั่วเวลาสั้น ๆ พลางเอ่ยต่อไปว่า

เล็ก เกิน ไป

เฉิงเอ๋อร์ เฉิงซาน มองด้วยความสงสัย เล็กเกินไป อะไรที่เล็กเกินไปเล่านายท่าน กว่าจะหามาได้ใช้เวลาถึงครึ่งปี พวกเขาสองพี่น้องมารู้ความหมายก็ตอนมองตามสายตาของนายท่านหยุดลงที่ จุดนั้นของตนเอง มิวายบ่นซ้ำว่ามันเล็กอยู่อีกหลายคำ

โธ่...ท่านฮานเก่อ มันเทียบวัดกันได้ด้วยหรือ  

ต้าหนิงยกมือนวดขมับ ยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ เสียงร้องของเฉิงเอ๋อร์ เฉิงซานแทรกดังขึ้นก่อน พร้อมกับชี้นิ้วมาที่ต้นเหตุ เห็นท่านฮานเก่อยกขวดสุราซือจินสิบหยดเทลงคอไปเสียแล้ว

เผิงอวี้ส่ายหน้าดิก เป่าลมพรูออกจากปากยืดยาวเพราะความแสบร้อนในคอ โยนส่วนที่เหลือคืนให้สองพี่น้อง

ไม่เลว รส แรง ดี

คนหน้าตาบอกบุญไม่รับคงไม่พ้นเฉิงเอ๋อร์ เขาลองจับขวดสุราขนาดจิ๋วเขย่า ๆ ฟังเสียง พร้อมช่วยกันส่องก้นขวดว่ามีเหลืออยู่เท่าใด ผ่านไปเพียงเสี้ยวอึดใจเดียว พวกเขาทั้งสามคนในห้องโถงต่างก็เห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของท่านฮานเก่อ โดยเฉพาะดวงตาคมดุจพยัคฆ์บัดนี้เจือแววหวานล้ำหาใดเปรียบ     

ต้าหนิง เจ้างามขึ้นมาก เสียงบุรุษที่ขึ้นชื่อเรื่อง มีปากแต่ไร้คำเอ่ย กลับพูดออกมาไม่มีติดขัดเหมือนดังเก่า มือหนาของคนโดนพิษสุราหลอมอารมณ์เอื้อมสัมผัสใบหน้าต้าหนิงราวกับภาพหลอน ซ้ำร้ายไม่มีแววจะหยุดอยู่แค่นั้น พริบตาเดียวต้าหนิงก็ตกอยู่ใต้ร่างคนพละกำลังเหนือกว่า ท่ามกลางความกระอักกระอ่วนของทุกคน

อกเจ้าอ่อนนุ่ม

หนวดเจ้าช่างน่ารักนัก

ข้าเป็นพ่อหมีใหญ่ พร้อมจะกกเจ้าให้อุ่น ยอมเปิดทางให้ข้า จงอย่ากลัว เผิงอวี้น้อยจะดูแลเจ้าอย่างดี     

“…..” ต้าหนิงน้ำตาตกผลึก ดิ้นเท่าไรก็ไร้ความหมาย 

เฉิงเอ๋อร์ เฉิงซาน เห็นท่าไม่ดีจึงโบกไม้โบกมือเรียกพรรคพวกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาช่วยกันจับแยกพ่อหมีตัวโตออกจากร่างท่านต้าหนิง แต่กลับถูกถีบส่งออกมาไม่เป็นท่า พลันตัดสินใจร่วมแรงกันเข้าไปทีละสิบคนมะรุมมะตุ้มกันอยู่พักใหญ่ ซึ่งกว่าจะหยุดพ่อหมีได้ ฝ่ายถูกทับอยู่กระดูกแทบเคลื่อนทั้งตัว

ต้าหนิงคาดไม่ถึง ฤทธิ์สุราหลอมอารมณ์จะทำให้บุรุษผู้หนึ่งเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้ มองเสื้อที่ถูกฉีกขาดยิ่งพานให้ขนลุก ต้าหนิงพาร่างเผิงอวี้ขึ้นนอนบนเตียง และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อาละวาดพาวุ่น  เขาจัดการช่วยปลดผ้าออกไปบางส่วน ยึดมือหนาของนายใหญ่วางไว้ในตำแหน่งเหมาะสม หวังให้เจ้าตัวดับอาการทุรนทุรายนั้นด้วยตนเอง

จับเอาไว้นะขอรับ นั่นล่ะเผิงอวี้น้อยของท่าน ค่อย ๆ ทำไป ข้าต้องขอตัวก่อน

เดินไม่พ้นหน้าประตูดี เสียงครางครวญไม่ได้ศัพท์ออกมาจากในห้องไม่ขาดสาย ทุกคนต่างเอาหูไปให้ไกลเอาตัวไปให้ห่าง รีบแยกย้ายกันคนละทิศทาง

ราตรีกาลคืนนี้ยังอีกยาวไกลนัก เช่นเดียวกับเสียงที่ได้ยินครึ่งค่อนคืน ทว่ามีบางคำที่ทุกคนต่างต้องจำไว้ให้มั่น

อาจเป็นเพราะพวกเขาเชื่อว่า คนเมามายมิอาจโกหกใจตัวเองได้ หรืออาจเป็นเพราะรอยยิ้มที่พบเห็นได้บ่อยมากขึ้น ทุกอย่างล้วนมาจากหญิงสาวธรรมดาเพียงคนหนึ่ง

...ซานอิน... เจ้าของหัวใจของจ้าวหุบเขา



[1] ยาม อิ้ว (อิ่ว) เท่ากับ เวลา ๑๗.๐๐ น. จนถึง ๑๘.๕๙ น.


ทิ้งท้ายบท...ช่วงพ่อหมีโดนของ

บทนี้พยายามเขียนให้อยู่ในแนว ผช + ผช อยู่ด้วยกัน (คำบางคำจะสองแง่สองง่าม) เลยใส่บางคำแบบอ้อมโลกไม่ให้มันตรงเกินไปเข้าไปแทนที่

บอกแล้ว...เรื่องนี้ไม่มีดราม่า หวังว่าจะชอบกันน้าาาาาาา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #47 valled (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 18:05

    เอิ้กๆๆน่ารัก

    #47
    1
    • #47-1 (@azooii) (จากตอนที่ 14)
      6 ธันวาคม 2561 / 21:37
      ขอบคุณครับบบ
      #47-1
  2. #46 Colorberry (@Colorberry) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 08:37
    เหล้าแร๊งแรง5555
    #46
    1
    • #46-1 (@azooii) (จากตอนที่ 14)
      6 ธันวาคม 2561 / 21:36
      ผลของการลองของ
      #46-1
  3. #45 bigsun1120 (@bigsun1120) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 07:45

    โอ๊ยตายพ่อหมี นึกว่าจะเสียน้ำทิพย์สวรรค์สะแล้ว 55555

    #45
    1
    • #45-1 (@azooii) (จากตอนที่ 14)
      6 ธันวาคม 2561 / 21:36
      ยังก่อนออเจ้า 555
      #45-1
  4. #44 mummummi (@narm_tip) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 22:10
    ตลกตรง เผิงอวี้น้อยจะดูแลเจ้าอย่างดี โอ้ยยยย สงสารต้าหนิง 55555555555555555
    #44
    1
    • #44-1 (@azooii) (จากตอนที่ 14)
      6 ธันวาคม 2561 / 21:36
      ต้าหนิงเกือบเสียตัวแล้วบอกเลย
      #44-1