ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,152 Views

  • 126 Comments

  • 286 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    184

    Overall
    14,152

ตอนที่ 13 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    3 ธ.ค. 61

ขบวนม้าขนสินค้าเคลื่อนเข้าเมืองฮานถง ใช้เวลาเกือบสี่วันเต็ม เผิงอวี้หน้าตาอิดโรยแทบรั้งกายยืนไม่อยู่ ระหว่างทางจัดการโจรปล้นเสบียงเปลืองแรงไปไม่น้อย ต้าหนิงจึงรับหน้าที่ดูแลส่วนที่เหลือต่อ

เมืองฮานถงตั้งอยู่ทางทิศตอนใต้ รายล้อมด้วยลุ่มน้ำสายใหญ่กัวเฉิง เสมือนหมู่เกาะที่มีทางเข้าออกทางเดียว ซึ่งน้อยคนนักจะรู้ แหล่งต้นน้ำนั้นไหลมาจากหุบเขาม่านเมฆา เดิมทีเมืองฮานถงเคยเป็นนครแห่งการค้า ทว่าภายหลังจากเกิดสงครามครั้งใหญ่ บางส่วนกลายเป็นที่รกร้าง ตลาดฮัวตงย่อมหมุนไปตามกลไกชีวิต มีทั้งแลกเปลี่ยนเสบียงกรัง คนงาน และแหล่งสราญรมย์ขึ้นชื่อ สิ่งที่มูลค่าสูงสุดคงไม่พ้นพวกเด็กหนุ่ม เพราะสามารถนำไปฝึกปรือใช้งานในภายหน้าได้ ส่วนค่าจ้างนั้นมากกว่าการเป็นทหารอยู่หลายเท่า   

ต้าหนิงพาพรรคพวกในกลุ่มเคลื่อนย้ายสัมภาระไปยัง หอคล้อยดาวจัดสร้างด้วยไม้ประดู่แดงทั้งหลังสองชั้น มีลานหินกว้างตรงกลางสำหรับเทียมม้าขนสินค้า เหล่าผู้ติดตามต่างรู้หน้าที่กันดีอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งแยกย้ายกันพักผ่อน อีกส่วนจัดเวรยามอย่างเคร่งครัด เผิงอวี้จึงปลีกตัวเข้าห้องพัก กว่าจะตื่นขึ้นมาก็ปาเข้าไปรุ่งสางของอีกวัน

ยามเช้าอากาศสดชื่นเหมาะกับการเจรจาซื้อขาย ต้าหนิงได้รับคำสั่งให้เปิดประตูต้อนรับพ่อค้า ต่างทยอยพากันมายังหอคล้อยดาวจนเต็มที่นั่ง ทว่าการเจรจาครานี้ไม่ง่ายนัก ดูจากสีหน้าของเจ้าหุบเขาม่านเมฆา ไม่ว่าใครก็อย่าได้ผลีผลาม

ท่านฮ่านเก่อ ท่านกับข้าซื้อขายด้วยกันมาเนิ่นนาน ท่านช่วยลดหย่อนให้ข้าหน่อยเถิด สินแร่หนึ่งตันแลกกับข้าวสารพร้อมธัญหารสามสิบคันม้า ท่านก็รู้คนเป็นพ่อค้ามิอาจแข็งข้อต่ออำนาจได้ คนพวกนั้นบีบคั้นข้าทุกทาง มีแต่เพียงท่านที่ช่วยได้ชายร่างท้วมวัยห้าสิบปียืนสาวเครายาวสีดอกเลา อีกมือหนึ่งตวัดชี้ปลายด้ามพัดประกอบคำพูด ในสายตาของเผิงอวี้เพียงคนผู้นี้อ้าปากพูด ลิ้นที่ว่าสั้นกลับมีมากกว่าสามแฉก เขาหันไปพยักหน้าให้ต้าหนิงปิดการเจรจา หยิบจอกสุราจิบไปพลาง ๆ แม้เหล้าหมักในไหดิน จะมีรสชาติร้อนคอไปสักหน่อย แต่ความหอมหวานติดปากของมันช่วยให้สมองโลดแล่นดีนัก     

รถม้าของเราหนึ่งคัน บรรทุกกระสอบข้าวได้เพียงสามลูก ท่านจูจวี้ไม่คิดว่าเอาเปรียบกันไปหน่อยรึ ผู้อื่นเสนอให้นายข้าสี่สิบคันม้า ยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ ฉะนั้นท่านเก็บไปตรองดูดี ๆ ก่อนว่าใครกันที่เอาเปรียบ เอาเป็นว่านายข้ายังอยู่ในเมืองฮานถงสี่วัน ท่านจูจวี้ยังมีเวลาคิด

ต้าหนิงพูดตัดบทอย่างถือดี หากต้องชมก็ต้องกล่าวชมผู้เป็นนายที่มองกลไกตลาดทะลุปรุโปร่ง ก่อนหน้านี้พวกเขากวาดซื้อสินแร่ทั้งสี่หัวเมืองใหญ่ไปกักตุนไว้ในหุบเขา ครั้นสบโอกาสหยิบมาขาย กำไรกลับทวีพูนราวยี่สิบเท่า สิ่งจำเป็นต่อการทำอาวุธยุทโธปกรณ์ในยุคแย่งชิงอำนาจ ฝ่ายใดมีอาวุธครบครันย่อมได้เปรียบกว่าเสมอ

จูจวี้เคาะด้ามพัดเสียงดัง ใบหน้าถมึงทึงไม่ต่างจากด้ามพัดที่หักครึ่ง พลางเหลือบตาดูทุกคนในห้องก่อนหมุนร่างเดินออกไปไม่เหลียวหลัง แต่ไหนแต่ไรเจ้าฮานเก่อผู้นี้เหมือนงูไร้พิษปล่อยให้ลูกน้องออกหน้า ทว่าความคิดแยบยลยากจะคาดเดา พวกเขาเคยรวมตัวกันใช้กำลังปลุกปล้น ยังไม่ทันลงมือก็ถูกมันกวาดล้างเสียคนไปนับไม่ถ้วน

การเจรจากับพ่อค้ารายอื่นคงดำเนินต่อไป มีเพียงสามรายที่ยอมแตกหักเหมือนกับจูจวี้ ขณะกลุ่มพ่อค้าที่เหลือได้รับข้อเสนอมาอย่างสมน้ำสมเนื้อ ทุกอย่างราบรื่นราวกับยืนอ่านตำราคนละเล่ม

ใคร ๆ ก็ต่างรู้ดี สายขั้วอำนาจทางการค้าของเจ้าหุบเขา มีมากเสียจนผู้อื่นหวั่นกลัว ถ้าหากหลงก้าวผิดเพียงครึ่งเท้า ผลที่ตามมาอาจไม่ดีสักเท่าไร

แพรพรรณสิบหีบ ท่านฮานเก่อคงไม่รังเกียจที่จะรับไว้ ถ้าหากไม่ได้ท่านยื่นมือช่วยไว้ โรงทอซีซางทั้งสามแห่งคงไม่โตวันคืนถึงเพียงนี้ เขาเป็นชายวัยกลางคนอายุไม่เกินสี่สิบ ใบหน้าแย้มยิ้ม ลักษณะน่าคบหา คิ้วข้างหนึ่งขาว ข้างหนึ่งดำ ชวนให้คนจำได้ไม่ยาก หลังกล่าจบก็รีบนำผ้าฝ้ายทอมือหนึ่งพับให้เผิงอวี้ตรวจดู เขาเลือกแต่โทนสีอ่อนไม่ฉูดฉาดเกินไป เพราะดูจากลักษณะการแต่งกายของผู้รับเป็นหลัก ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นสีน้ำตาล ดำ และสีเปลือกไข่เน้นความเรียบง่ายไร้รอยปัก

เผิงอวี้ตัดใจวางจอกสุราลงเป็นครั้งแรก ดวงตาเปี่ยมอำนาจจับจ้องอยู่ที่ผืนผ้าบนมือของชายคิ้วดำขาว พลางนึกถึงคนไกลที่ใจพะวงหา   จนตกอยู่ในภวังค์ลึก คล้ายมองเห็นนางสวมชุดนี้อยู่เบื้องหน้า สักพักภาพก็เปลี่ยนเป็นอีกด้าน มือเรียวเล็กจับเขาหมุนกายรอบตัวให้นางพิศดูชุดใหม่ที่นางตัดเย็บ แว่วเสียงใสยังกล่าวชมอีกหลายคำว่าเขาตัวโตขึ้นมาก เผิงอวี้นั่งยิ้มอยู่นาน ยิ้มจนผู้อื่นลอบถอยหลังไปหลายก้าว ยกมือปาดเหงื่อไปตาม ๆ กัน

ท่านฮานเก่อ ถ้าหากยังยิ้มต่อไปอีกอีกครึ่งเค่อ พวกเขาคงฉี่ราดในไม่ช้าต้าหนิงกระแอมไอสั้น ๆ กล่าวเตือนให้นายท่านของตนให้รู้ตัว นับตั้งแต่เดินทางออกจากหุบเขา ท่านฮานเก่อใส่แต่เสื้อบุหนังตัวเดิมไม่ยอมเปลี่ยน ไหนจะรอยแดงคล้ายรอยประทับตราให้คนจำที่ข้างต้นคอ ยังไม่รวมรอยข่วนอีกสองจุดตรงหน้าอกกับแผ่นหลังกว้าง แต่ใครจะกล้าถามถึงที่มาของรอยปริศนานั้น ๆ        

ขอบคุณท่านมาก

ทุกคน ณ ในห้องโถง เงยหน้าขึ้นมองตาไม่กระพริบ เมื่อได้ยินถ้อยคำที่ยาวที่สุดตั้งแต่ทำการค้าด้วยกันมา เผิงอวี้เพิกเฉยต่อเสียงรอบข้าง ยกมือบอกเป็นสัญญาณให้คนของตนนำสิ่งที่เตรียมไว้เข้ามา ต้าหนิงพลันรับช่วงต่อเป็นฝ่ายอธิบายแก่ชายคิ้วดำขาวอีกทอดหนึ่ง

ในกระสอบเป็นเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวจากหุบเขาม่านเมฆา หลังทดลองว่านอยู่หลายต่อหลายครั้งกลับได้ผลดีไม่น้อย จากดินที่เพาะปลูกอะไรล้วนตายหมด เพลานี้ปลูกได้ทั้งข้าวโพด บางส่วนใช้ปลูกนำร่องเก็บเกี่ยวก่อนหลังว่านข้าว พลอยทำให้พืชพรรณต่าง ๆ งอกงามเสียจนน่าตกใจ ทางเราขอมอบให้ท่านเป็นการตอบแทน    

ชายคิ้วดำขาวค้อมศีรษะขอบคุณเป็นการยกใหญ่ ในยุคแผ่นดินนองเลือด โรคระบาดพรากผู้คน ท้องไร่ห้างนาแห้งแล้ง พืชพรรณธัญหารจึงนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต พ่อค้ารายอื่น ๆ ได้ยินดังนั้นต่างก็ตารุกวาว  

พวกท่านที่เหลือไม่ต้องห่วง หลังจากเราตกลงทำการค้ากันเรียบร้อย ท่านฮานเก่อเตรียมไว้ให้เช่นเดียวกัน แม้จะน้อยกว่าที่เห็นอยู่ แต่ท่านก็สามารถนำไปต่อยอดได้ด้วยตนเอง ว่านปลูกเพียงหกสิบวันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว

ต้าหนิงพูดตามที่เผิงอวี้สั่งไม่มีตกเลยสักคำ บรรยากาศการเจรจาการค้าครั้งใหญ่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้เวลาจะบีบรัดให้เผิงอวี้ลงมือก่อนกำหนด แต่เพื่อป้องกันสายอำนาจใหม่แคว้นเหนือใต้ฉกฉวยผลประโยชน์กักตุนเสบียง ส่งผลให้ชาวบ้านรวมทั้งเหล่าตนเดือดร้อนถ้วนหน้า แม้อาจจะเริ่มด้วยการโต้แย้งถกเถียง ทว่าจบด้วยความเห็นพ้องต้องกัน ไม่มีฝ่ายใดได้อยู่ฝ่ายเดียว เผิงอวี้ยังแสดงให้ทุกคนเห็นจุดสำคัญของการค้า หากกุมไว้ในมือได้ นั่นก็คืออาวุธอย่างหนึ่งเช่นกัน ขอเพียงหยิบใช้ให้เป็น อย่าคล้อยตามผลประโยชน์ชั่ววูบ

.

.

ทิ้งท้ายบท  

บทนี้จะดูเอื่อย อืดหน่อย แต่......อยากเขียนให้รู้ว่าพระเอกมีของ มีอาชีพทำมาหากิน และเช่นเคย...ท่านไม่เคยออกหน้า เพราะพี่ไม่ชอบพูดเยอะ จะใช้ล่ามอย่างต้าหนิงช่วยพูดแทน ซึ่งจะเป็นพาร์ทเดียวที่จะกล่าวถึงการงานของพระเอก พาร์ทหน้า 4.1 จะกลับมาสายน่ารัก ๆ เหมือนเดิม   เย็น ๆ ของวันนี้จะลงให้อ่านนะครับ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #43 bigsun1120 (@bigsun1120) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 19:50

    เก็บอาการหน่อยพ่อหมีได้ข่าวว่าเป็นหมียิ้มยากไม่ใช่หรือไง นี่แค่เห็นผ้าถึงกับยิ้มถ้าเห็นคนใส่มิต้องละรายเลยหรือค่ะพ่อหมี

    #43
    1
    • #43-1 (@azooii) (จากตอนที่ 13)
      6 ธันวาคม 2561 / 21:36
      พ่อหมีจะอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ
      #43-1
  2. #42 mummummi (@narm_tip) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 17:41
    เฮียเผิงคือหลงว่าที่ภรรยามากค่ะ แค่เห็นผ้าก็คิดถึงน้องซานอินแล้ว
    #42
    1
    • #42-1 (@azooii) (จากตอนที่ 13)
      6 ธันวาคม 2561 / 21:35
      พระเอกของนักเขียนต้องรักเมียหลงเมียทุกคนนนนน
      #42-1
  3. #41 srisupanuch (@srisupanuch) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 13:48
    อยากรู้ท่านเผิงไม่มีกำลังยึดเมืองหรือ อยู่เมืองน่าจะดีกว่าอยู่ป่าเขา
    #41
    1
    • #41-1 (@azooii) (จากตอนที่ 13)
      3 ธันวาคม 2561 / 14:18
      จริง ๆ เขียนให้ในหุบเขามีทำเลที่ตั้งประมาณว่า 'ป้อมสวรรค์' สอดส่องใต้หล้า ตอนวาดแผนที่ วาดให้เป็นเมืองใหญ่กว่าเมืองฮานถง (เพิ่งถูกภัยสงครามกวาดล้างไปบางส่วน) ส่วนหุบเขาซ่อนเมฆาไม่ได้ออกแนวบ้านป่านะ (เหมือนมีเกาะของตัวเองอะไรประมาณนี้งับ) ซึ่งตอนกลาง ๆ เรื่องจะเขียนให้เริ่มสร้างเมืองของตัวเองให้ชัดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เริ่มปูให้ชาวบ้านมาปลูกบ้านอยู่แถบชายเขาบ้างแล้วงับ
      #41-1