[จบแล้ว/E-BOOK]จอมนางเหนือบัลลังก์ [王位上等]

ตอนที่ 30 : 28#ร้านใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 561 ครั้ง
    15 มิ.ย. 63



เมื่อทั้งสามกลับมาถึงแผงเซียนเซียนสมุนไพรก็พบว่าพ่อบ้านเซียวจากจวนอี้มารออยู่พักใหญ่แล้ว ลี่เซียนจึงรีบเดินเข้าไปหา

“ท่านลุงเซียวมาคอยข้านานแล้วหรือเจ้าคะ”

“ไม่นานเลยขอรับ”

พลันเห็นว่าสีหน้าของคนสูงวัยมีเลือดฝาดมากกว่าเมื่อก่อนลี่เซียนก็ดีใจนัก “ยาที่ให้ท่านไปคงทำงานได้ดี ดูท่านลุงสดชื่นขึ้นนะเจ้าคะ”

พ่อบ้านเซียวยิ้มจนตาหยี นับตั้งแต่กำจัดหญิงชั่วผู้นั้นไปได้ภายในจวนก็สุขสงบ สิ่งที่คุณหนูเฉินผู้นี้ทำไว้นับว่ามีบุญคุณต่อคนสกุลอี้มากมายจริงๆ

“ที่ข้ามารอท่านวันนี้ก็เพื่อจะแจ้งข่าวดีขอรับ เรื่องแรกนายท่านได้จัดการไต่สวนท่านเจ้าเมืองเกี่ยวกับการรู้เห็นในการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในระยะสองสามปีมานี้พบว่ามีความผิดจริงจึงได้สั่งจับกุมพวกเขารอการลงโทษทันที ส่วนเรื่องที่สอง นายท่านให้มาแจ้งคุณหนูว่านายท่านได้ตึกดีๆที่คุณหนูต้องการแล้วขอรับ”

“จริงหรือเจ้าคะท่านลุง!!” ลี่เซียนตื่นเต้นดีใจยิ้มกว้างจนไปถึงดวงตา พระพุทธองค์น้อมรับฟังคำขอของนางจริงๆ จากนี้นางจะมีร้านค้าเป็นของตนเองแล้ว!

“คุณหนู!” ทั้งซูหลัวและหลูจินดีใจจนแทบกระโดด

“ท่านลุง เรารีบไปกันเถอะเจ้าค่ะข้าอยากเห็นเต็มทีแล้ว” จบคำลี่เซียนก็หันไปหาเหรินอี้ “คุณชาย ไปด้วยกันนะเจ้าคะ”

“คงไม่ได้ ข้ามีกิจธุระสำคัญต้องไปทำ เอาไว้คราวหน้าเถอะ”

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ”

เมื่อเหรินอี้จากไป พวกเขาจึงเดินทางตรงไปยังจุดหมายที่ใต้เท้าอี้จัดหาไว้ให้ ไม่ถึงหนึ่งเค่อพวกเขาก็มาถึง เพียงครั้งแรกที่ได้เห็นลี่เซียนก็ชอบทันที

มันเป็นตึกสองชั้น ชั้นล่างก่อจากอิฐหนา ด้านบนทำจากไม้แข็งดูแข็งแรงและทนทาน สภาพโดยรวมก็กลางเก่ากลางใหม่ ถึงจะดูเรียบง่ายแต่ก็มีเสน่ห์ ลี่เซียนรีบเดินเข้าไปดูด้านในด้วยความตื่นเต้น

ชั้นล่างนั้นทั้งกว้างขวางและโปร่งโล่งสบายนักสามารถแบ่งพื้นที่เป็นห้องตรวจชีพจร ห้องเก็บสมุนไพร และห้องบดยาได้สบายๆเลย พอได้ขึ้นไปยังชั้นบนลี่เซียนก็ยิ่งถูกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อมีห้องว่างอยู่ถึงสามห้อง นางกับซูหลัวอยู่กันคนละห้อง อีกห้องที่เหลือนางจะเอาไว้สำหรับอ่านและเก็บตำรา ส่วนหลูจินเขาเป็นผู้ชายคงต้องให้นอนชั้นล่าง

“ชอบหรือไม่ขอรับ” พ่อบ้านเซียวถามขึ้น

“ชอบสิเจ้าคะ ชอบมากๆ แล้วใต้เท้าอี้ได้บอกหรือไม่เจ้าคะว่าจะคิดค่าเช่าข้าสักเท่าใด”

“อ้อ เรื่องนั้นคุณหนูไม่ต้องห่วงขอรับเพราะใต้เท้าอี้ยินดีที่จะไม่คิดเงินคุณหนูสักอีแปะเดียว”

“ไฮ้!! ไม่ได้เจ้าค่ะ ตึกใหญ่โตจะมาให้อยู่เปล่าๆได้อย่างไร ใจจริงข้าตั้งใจจะขอซื้อด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เงินที่มีคงยังไม่พอจึงอยากจะขอเช่าไปก่อน”

“โธ่ คุณหนูเฉิน ท่านมีบุญคุณกับสกุลอี้มากมาย เรื่องเท่านี้เองนะขอรับ นายท่านยินดีจะมอบให้ท่านจริงๆ”

“ไม่เจ้าค่ะท่านลุง อย่างไรข้าก็รับน้ำใจนี้มาเปล่าๆไม่ได้ การรักษาคุณชายใหญ่ให้หายดีมันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว ฉะนั้นก็ไม่นับว่าเป็นบุญคุณมากมายอันใด ส่วนเรื่องของหญิงผู้นั้นก็ถือว่าเป็นหน้าที่ที่ข้าพึงกระทำเพื่อให้ความจริงปรากฏก็เท่านั้นเอง”

พ่อบ้านเซียวถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ คุณหนูผู้นี้ช่างใจแข็งนัก “เช่นนั้นคุณหนูคงต้องไปแจ้งแก่นายท่านด้วยตนเองแล้วขอรับ เพราะข้ามีหน้าที่เพียงพาท่านมาเท่านั้น”

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ ไว้ข้าจะไปพูดกับใต้เท้าด้วยตนเอง แล้ว...ข้าจะเข้ามาอยู่ที่นี่ได้เมื่อใดเจ้าคะ” แค่นางคิดว่าจะได้ย้ายมาอยู่ที่นี่นางก็ตื่นเต้นจนบอกไม่ถูกแล้ว

“ตามแต่ใจคุณหนูเลยขอรับ”

“เช่นนั้น ฝากบอกใต้เท้าด้วยนะเจ้าคะว่าอีกสองสามวันให้หลังข้าจะไปพบที่จวนเพื่อตกลงกันเรื่องค่าเช่า”

“ทราบแล้วขอรับ บ่าวจะแจ้งให้นายท่านทราบตามนี้”

 

ที่โรงเตี๊ยมเล็กๆกลางป่านอกเมืองฉางซู เหรินอี้เป่าขลุ่ยอยู่ที่ริมหน้าต่างห้องนอน เส้าเฉิงฟังนายตนเป่าเพลงมาก็หลายต่อหลายเพลง ทว่าเพลงนี้กลับไม่เคยได้ยินมาก่อน ทำนองของมันทั้งอ่อนหวานและดุดันในเวลาเดียวกัน นั่นย่อมหมายความว่าเจ้าตัวกำลังทั้งอารมณ์ดีและขุ่นมัวปนเปกันไปหมด ซึ่งเขาเองก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าเพราะเหตุใด กระทั่งเหรินอี้ลดขลุ่ยในมือลง องครักษ์หนุ่มเจียงเส้าเฉิงตัดสินใจเอ่ยถาม

“เป็นเพราะฮ่องเต้แคว้นเยี่ยนใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่จำความได้ หากไม่นับว่าผู้หนึ่งเป็นองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวและผู้หนึ่งเป็นองครักษ์คู่พระทัย พวกเขาก็เปรียบเป็นเสมือนพี่น้องที่รู้ใจกันอย่างมาก ไม่ว่าเรื่องใดก็ล้วนอ่านใจกันออก ขนาดฮ่องเต้เองยังไม่อาจล่วงรู้ความนึกคิดขององค์รัชทายาทหยางเหรินอี้ได้เลยแม้แต่น้อย

“ใช่ ยังดีที่ฮ่องเต้ผู้นั้นไม่เคยเห็นใบหน้าเรามาก่อน ไม่อย่างนั้นตัวตนของเราคงถูกเปิดเผยต่อหน้านาง และเขาก็คงสั่งให้องครักษ์จัดการเราไปแล้ว”

“แล้วเหตุใดพระองค์จึงไม่บอกความจริงให้นางรู้เสียเลยเล่าพ่ะย่ะค่ะ”

เหรินอี้ทอดถอนหายใจเบาๆ พลางล้วงเศษผ้าบางของลี่เซียนออกมามองนิ่งงัน “เรากลัว กลัวว่านางจะไม่ยอมคุยกับเราอีก หลังจากได้รู้จักนางถึงจะแค่เพียงไม่นานเราก็พอจะอ่านนิสัยนางออกว่านางเป็นสตรีที่ไม่เหมือนสตรีคนใดในใต้หล้านี้ นางเป็นพวกไม่ยอมเป็นหนี้บุญคุณผู้ใด ไม่เอาเปรียบและซื่อตรงต่อความรู้สึก เกลียดก็คือเกลียด ชอบก็คือชอบ ฉะนั้น เราจึงเลือกที่จะยังไม่บอกนาง”

“พระองค์ทรงรักนางไม่ใช่หรือ”

“เจ้ายังพูดได้ตรงเช่นเคยนะเส้าเฉิง” เหรินอี้เก็บผ้าเข้าในอกเสื้อตามเดิม สายตาทอดมองออกไปไกล “ใช่ เรารักนาง อาจจะตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบหน้ากันแล้วด้วยซ้ำ แต่เราก็หวั่นใจเหลือเกิน ว่าหากนางรู้ความจริงนางจะโกรธเราหรือไม่ แล้วหากนางโกรธเราขึ้นมาจริงๆเราจะทำเช่นไรดี”

เส้าเฉิงไม่เคยเห็นองค์รัชทายาทสับสนในเรื่องอย่างนี้มาก่อน พระองค์ทรงเก่งกาจและปราดเปรื่องในทุกเรื่อง แม้แต่ในสนามรบพระองค์ก็เอาชนะศัตรูนับพันนับหมื่นได้โดยไม่มีความเกรงกลัว แต่กับสตรีผู้เดียวเขากลับสับสนจนไม่เป็นตัวของตัวเอง

ความรัก นับเป็นเรื่องพิสดารที่สุดจริงๆ บางครั้ง สามารถบันดาลให้คนโง่เขลากลายเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องที่สุด แต่บางครั้ง กลับสามารถบันดาลให้คนชาญฉลาดกลายเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญาได้[1]

“กระหม่อมโง่เขลาและไม่เคยมีความรักมาก่อนจึงไม่อาจแนะนำสิ่งใดให้พระองค์ได้ ต้องขอพระราชอภัยพ่ะย่ะค่ะ”

“ช่างเถิด รอให้งานใหญ่เสร็จสิ้นเมื่อใดเราจะบอกนางเอง” เหรินอี้พรูลมหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะว่าขึ้นใหม่ “เตรียมตัวไว้ เราจะกลับแคว้นจ้าวคืนนี้ เรามีเรื่องต้องไปแจ้งแก่เสด็จพ่อ”

“แล้วเหตุใดไม่ไปเสียแต่ยามนี้เลยเล่าพ่ะย่ะค่ะ”

“เราอยากไปพบนางก่อน”

เส้าเฉิงลอบยิ้มเล็กน้อยพลางค้อมศีรษะลง “รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”

 

หลังจากช่วยกันเก็บแผงที่อยู่หน้าหมู่บ้านเหม่ยหย่งเสร็จสิ้นในยามอู่ ตลอดช่วงบ่ายของวันนั้นลี่เซียนและผู้ช่วยอีกสองคนก็รีบพากันไปทำความสะอาดตึกเก่าของผู้อื่นแต่ใหม่ของพวกนางกันอย่างขยันขันแข็ง ยังดีที่ที่นี่ไม่ได้ถูกทิ้งร้างนานเกินไปจึงไม่ได้สกปรกนัก เครื่องเรือนส่วนใหญ่ที่มีคนทิ้งไว้ก็ยังใช้ได้เกือบทุกชิ้น พวกนางจึงไม่ต้องไปหาซื้อใหม่ให้สิ้นเปลือง ส่วนข้าวของส่วนตัวที่อยู่ที่เรือนหลินหลิงทั้งหลายลี่เซียนเลือกจะจ้างคนจากหมู่บ้านเหม่ยหย่งให้ขนมาให้ ซึ่งนางก็ไม่ได้เอามาทั้งหมดเลือกเฉพาะสิ่งของที่ติดกายนางมาแต่เดิมเท่านั้น สิ่งที่เป็นของฮ่องเต้นางไม่ต้องการ

ส่วนแปลงสมุนไพรที่ปลูกเอาไว้ นางก็จ้างคนจากหมู่บ้านเหม่ยหย่งให้ช่วยดูแลทั้งพรวนดิน ปักชำ รดน้ำและเก็บผลผลิตมาส่งที่ร้าน จากเรื่องนี้พวกเขาก็จะได้มีทั้งงานและรายได้ไม่ว่างงานอีกได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย โดยที่นางจะให้หลูจินทำหน้าที่ไปตรวจสอบความเรียบร้อยทุกๆวันสุดท้ายของสัปดาห์ ห้องว่างในเรือนหลินหลิงนางก็ให้พวกเขาดัดแปลงเป็นที่จัดเก็บสมุนไพรเสียจะได้ไม่เปล่าประโยชน์

กว่าจะจัดห้องหับเรียบร้อยก็ปาเข้าไปดึกดื่นค่ำคืน นางจึงเตรียมจะจ่ายเงินให้ทุกคนที่มาช่วยกันขนของแต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับ เถียงกันไปมาอยู่ชั่วครู่ทุกอย่างจึงจบลงด้วยการกินเลี้ยงมื้อใหญ่

หลังจากอิ่มหนำสำราญต่างคนก็ต่างแยกย้าย ลี่เซียนเองก็เตรียมตัวเข้านอน ทว่าหลังจากที่นางปิดงับประตูและจะเดินไปปิดหน้าต่าง สายตาก็ดันกวาดไปเห็นใครบางคนนั่งหย่อนขาพิงกรอบหน้าต่างอยู่ด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนที่ครู่ต่อมาเขาจะพลิกตัวเข้ามาด้านในห้องและยืนพิงกำแพงใกล้ๆแทน

“คุณชาย!” ลี่เซียนถึงกับตาเบิกกว้าง ทั้งตกใจทั้งไม่อยากจะเชื่อ นางรีบวิ่งไปที่หน้าต่างห้องนอนตัวเองก่อนจะชะโงกออกไปมองนอกหน้าต่างโดยมีเหรินอี้มองการกระทำของนางอยู่ด้วยท่าทางนิ่งๆก่อนจะขำเบาๆ

“เจ้าทำอันใดลี่เซียน”

ลี่เซียนหันหน้ามามองคนพูด “นี่มันสูงมากนะเจ้าคะ ท่านขึ้นมาได้อย่างไรกันน่ะ”

เหรินอี้ขำมากกว่าเดิม “ดูทำหน้าเข้าสิ น่าขันจริง ข้าก็กระโดดขึ้นมาบนนี้น่ะสิจะอันใดเสียอีก”

“กระ...กระโดด” นางทวนคำ “สูงขนาดนี้น่ะหรือเจ้าคะ”

“อืม” เหรินอี้พยักหน้าซื่อก่อนจะย้ำอีกครั้ง ”ข้ากระโดดขึ้นมา”

“โอ้โห คราวหน้าท่านช่วยสอนข้าบ้างได้หรือไม่ หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นข้าจะได้เอาตัวรอดได้บ้าง” สีหน้าตื่นเต้นยังไม่จางหาย ดวงตาของนางทอประกายวิบวับ ยิ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์ยิ่งชวนให้คนมองหลงใหลเสียจนไม่อาจถอนตัว ใบหน้านวลกระจ่างราวกับดวงจันทราที่อยู่บนท้องนภาในยามนี้ ริมฝีปากเล็กบางอิ่มเอิบเชิญชวนให้สัมผัส เหรินอี้ต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งที่จะข่มใจไม่ให้ล่วงเกินนาง

“ได้สิ หากเป็นเจ้า...อันใดข้าก็ให้ได้ทั้งนั้นเพียงแค่เจ้าเอ่ยปาก เซียนเซียน”

เขาบอกมุมปากยกยิ้มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จนลี่เซียนเผลอมองไม่กระพริบตา เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อของนางอย่างสนิทสนม และเพราะนางมัวแต่เหม่อลอยยามที่นิ้วเรียวขาวไล้ไปตามผิวแก้มเย็นๆนางจึงไม่รู้สึก สัมผัสแผ่วเบาที่แสนอ่อนโยนของเขาทำให้นางรู้สึกดีเกินกว่าจะกระถดกายหนี นางกำลังรู้สึกดีๆกับเขากระนั้นหรือ

“ข้าอยากให้เจ้าไม่ต้องสวมผ้าปิดบังหน้าตาเพราะอยากมองให้เต็มๆตาทุกครั้งที่พบกัน แต่ก็อยากให้เจ้าสวมผ้าปิดเอาไว้เหมือนเดิมเพราะไม่อยากให้ผู้ใดได้เห็นใบหน้าที่งดงามของเจ้าเช่นกัน”

พวงแก้มขาวซับสีแดงระเรื่อ ดวงตาวาววับจับตาคนมอง นางใคร่อยากรู้เหลือเกินว่าคำพูดหวานเลี่ยนรวมถึงท่าทางนุ่มนวลอ่อนหวานของเขาเหล่านี้เป็นความรู้สึกที่แท้จริงหรือเพียงเพราะเขาหลงใหลในรูปโฉมของนางเท่านั้นกันแน่

“เหตุใด...คุณชายต้องดีกับข้าที่เป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาเช่นนี้ด้วยเจ้าคะ”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันน้อยๆ “ไยจึงได้ถามข้าเช่นนั้น”

“ก็ข้า...” นางอึกอักลังเลไม่กล้าเอ่ย นางพรูลมหายใจเบาๆก่อนจะว่าขึ้นใหม่” ข้าไม่รู้ ข้าเพียงไม่แน่ใจ ข้ากลัว...กลัวว่าคุณชายจะไม่ได้จริงใจกับข้า บางทีท่านอาจแค่ชื่นชอบในรูปร่างหน้าตาของข้าก็ได้”



[1] ประโยคดังกล่าวเป็นคำคมของโกวเล้ง ผู้แต่งหยิบยกมาเสริมเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นและเพื่ออรรถรสในการอ่านค่ะ

           TALK: น้องมีร้านใหม่แล้วค่าาา นับจากนี้กิจการของน้องจะยิ่งเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปอีกแน่นอนคับโผ๊มมม งานก็รุ่ง รักก็รุ่ง อะไรๆมันก็ดีไปโม๊ดดด ดีเนาะๆ อิอิ

                    ปอลิง ในที่สุดทุกคนก็รู้กันสักทีเนอะว่าพี่หยางเป็นผู้ใด เอ้าาา มาลุ้นกันว่าด่านเคราะห์นี้จะเป็นไปในทิศทางใด จะมีคนเดาทางไรท์ถูกไหมหนอออ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 561 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,352 ความคิดเห็น

  1. #1008 เมมฟิส (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 13:53
    พี่หยางมีพระชายารออยู่ที่แคว้นรึเปล่า

    และต่อไปล่ะ

    เป็นถึงรัชทายาทต้องมีสนมชายามากมายน่ะ

    แบบนี้ไม่ดีเลย
    #1,008
    0
  2. #738 jaroenrampijitra (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 00:12
    หวานมากกกกก
    #738
    0
  3. #735 chanchan123 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 22:53
    พี่หยางคือไท่จื่อแคว้นจ้าวซึ่งเป็นศัตรูกับแคว้นพี่เต้ แต่เซียนเซียนคงไม่โกรธพี่หยางหรอกมั้งเพราะเซียนเซียนเกลียดพี่เต้
    #735
    0
  4. #734 Close my eye (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 22:07
    โว่วววว พี่หยางอย่าคว่ำรถอ้อยบ่อย เดี๋ยวไก่ตื่น
    #734
    0
  5. #733 Emmajung2 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 17:15

    รัชทายาท...ต้องวุ่นวายกะสตรี มากมายแน่ๆเลย ...แค่คิดถึงวังหลังตอนเปน อีเต้ ปวดใจแล้ว..แง่ๆ #ไหนจะอีเต้ สามีเก่าอีกทีงี้มาตามวอแว ตอนไล่ไม่คิด อย่ามาเอาคืนนะ ชิชะ
    #733
    0
  6. #732 BoonthongSupo (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 14:00

    รีดลงเรือพี่หยางแล้วห้ามไรท์ล่มเรือรีดเด็ดขาด เดี๋ยวรีดฟาดก้นด้วยไม่เรียวถ้าล่มเรือพระเอกรีดคอยดู
    #732
    0
  7. #731 pat2514 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 13:12
    ลงเรือพี่หยางมาตั้งแต่แรกพบเลยจ้า..เป็นรัชทายาทงั้นก็เป็นพระเอกชัวร์..ตอนแรกกลัวเป็นพี่เต้มากกก
    #731
    0
  8. #730 tigerdog (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 12:42
    เรือเหรินอี้อยู่แล้ว ละมุนละไม 555
    #730
    0
  9. #729 dokao (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 12:13
    นางน่ารักนะ
    #729
    0
  10. #728 Meris_t (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 11:59
    สงสัยเฉยๆว่า ถึงน้องจะโดนขับออกจากวัง แต่ก็ยังถือว่าเป็นสนมของพี่เต้อยู่ แล้วน้องจะไปรักกับพี่หยางยังไง??

    แต่ก็ขอโดนลงเรือพี่หยางล่ะกัน
    #728
    1
    • #728-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 30)
      16 พฤษภาคม 2563 / 12:05
      มีคนสงสัยจุดนี้เยอะมาก 555 คือว่าไรท์ไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องราชโองการปลดตำแหน่งน้องค่ะ ตอนนี้คือโสดไม่มีสถานะค่ะ ถือเป็นคนใหม่ไปแล้ววว ต่อให้อิเต้จะตกหลุมรักก็คือเป็นคนใหม่แล้วค่ะ
      #728-1
  11. #727 kook-kook22 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 10:47
    ทีมเต้ค่ะ
    #727
    1
    • #727-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 30)
      16 พฤษภาคม 2563 / 11:00
      สปอยว่า น้องกับเต้ยังต้องเจอกันอีกแน่นอนค่ะ
      #727-1
  12. #726 smile1432 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 10:34
    ทีมพี่หยาง สู้ไม่สู้ สู้สิค้าบบ รอไรร555
    รอน้าา
    #726
    1
    • #726-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 30)
      16 พฤษภาคม 2563 / 10:41
      เมื่อเรารักใครแล้วเราก็ต้องสู้สิคะ ไปค่ะจับไม้พายย
      #726-1
  13. #725 Preen772 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 10:33
    ปักเรือพี่หยางแล้วนะบอกให้
    #725
    1
    • #725-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 30)
      16 พฤษภาคม 2563 / 10:40
      ไม่เปลี่ยนใจแล้วนะคะ
      #725-1
  14. #724 LovelyWonbin (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 10:27
    เตรียมตัวลงเรือพี่หยาง
    #724
    1
    • #724-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 30)
      16 พฤษภาคม 2563 / 10:40
      จับไม้พายเล้ย
      #724-1
  15. #723 199158 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 10:15
    รีดลงเรือพี่หยางไปแล้ววววว ละมุน5555 พี่เต้จะสู้ไหวปะนิ
    #723
    1
    • #723-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 30)
      16 พฤษภาคม 2563 / 10:34
      อย่างพี่เต้น่ะเหรอจะไม่ไหว อย่าดูถูกกันเกินปายยย ฮึๆ
      #723-1
  16. #722 2531 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 10:04

    รอออออออ
    #722
    1
    • #722-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 30)
      16 พฤษภาคม 2563 / 10:33
      ขอบคุณค่า
      #722-1
  17. #721 beaw02 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 09:55

    ขอบคุณค่ะ
    #721
    1
    • #721-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 30)
      16 พฤษภาคม 2563 / 09:56
      ยินดีค้าบ
      #721-1
  18. #720 usaonly (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 09:45

    พีหยางจะกลับบ้านไปบอกพ่อแม่เรื่องเซียนเซียน หรือว่าจะไปหาทางมาถล่มแคว้นของพี่เต้ พี่หยางเราเป็นถึงรัชทายาทเชียวนะ ไม่รู้ว่าน้องเซียนรู้แล้วจะโกรธไหมท่ีเขาไม่พูดความจริง แต่ถ้าถามถึงเหตุผลก็เพื่อความปลอดภัยของพีหยางเองนั่นแหละ ขอบคุณค่ะ

    #720
    1
    • #720-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 30)
      16 พฤษภาคม 2563 / 09:55
      ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับจิตใจของเซียนเซียนล้วนๆเลยค่ะ
      #720-1
  19. #719 pook1819 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 09:29
    ลงเรือลำนี้ขอร๊าบ
    #719
    1
    • #719-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 30)
      16 พฤษภาคม 2563 / 09:35
      เอาเตรียมไม้พายจ้าาา
      #719-1
  20. #718 150221 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 09:29
    อย่ามีด่านเคราะห์เยอะนะสงสารเซียนๆ
    #718
    3
    • #718-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 30)
      16 พฤษภาคม 2563 / 09:35
      ชีวิตคนเรามันต้องมีอุปสรรคให้เผชิญค่ะ มาเอาใจช่วยน้องกันว่าจะหนักมากเพียงไร
      #718-1
    • #718-3 ayuzakijoy(จากตอนที่ 30)
      16 พฤษภาคม 2563 / 10:33
      5555 ไม่จริ๊งงงง
      #718-3