[จบแล้ว/E-BOOK]จอมนางเหนือบัลลังก์ [王位上等]

ตอนที่ 12 : 10#เริ่มต้นดี ลงท้ายก็จะดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 550 ครั้ง
    4 เม.ย. 63



ที่พวกข้ามาในวันนี้ก็เพราะได้ยินคนจากคาราวานพูดกันว่านายน้อยว่านซูบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของนายท่านว่านเทาเองก็ป่วยด้วยอาการเดียวกันกับบุตรหลานของพวกข้าทั้งยังหนักหนาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่เพราะได้คุณหนูเฉินช่วยรักษาและจัดยาให้อาการป่วยของนายน้อยจึงได้ดีวันดีคืน อีกทั้งยังคิดค่ายาและค่ารักษาที่ไม่แพงนัก พวกข้าจึงอยากมาขอซื้อยาจากคุณหนูบ้างก็เท่านั้นขอรับ”

ลี่เซียนถอนลมหายใจเบาๆ มีคนรู้จักร้านนางมากขึ้นมันก็ดี จะมีรายได้มากขึ้นมันก็ใช้ได้อยู่ แต่มากันตูมเดียวขนาดนี้นางจะจัดการไหวหรือ หากมีอันใดผิดพลาดขึ้นมาไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเสียงของนางที่จะดับแบบกู่ไม่กลับทั้งๆที่เพิ่งเริ่มต้น ชีวิตการเป็นอยู่ของนางที่นี่ก็อาจจะมีปัญหาตามมาด้วย แต่ว่าจะให้นางใจดำทำไม่แยแสพวกเขานางก็ทำไม่ได้อีก

เฮ้อ...ไม่น่าเกิดมาเป็นคนใจอ่อนเลยจริงๆ ให้ตายสิ

“ยาน่ะข้าจัดให้ได้ไม่มีปัญหา แต่ไม่ใช่ว่าคนป่วยทุกคนจะใช้ยาตำรับเดียวกันได้หรอกนะ ถึงข้าไม่ใช่หมอรักษาคนเป็นแค่คนขายสมุนไพรแต่ก็ต้องดูสภาพทั่วไปของผู้ป่วยเสียก่อน จะมอบยาให้พวกท่านสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไรกัน เกิดบุตรหลานพวกท่านอาการทรุดหนักเพราะให้ยาไปไม่ถูกกับโรคข้าจะมิแย่เอาหรือ”

“เช่นนั้น...”

“ข้าอยากให้พวกท่านแจ้งมาว่ามีเด็กที่ป่วยด้วยอาการเดียวกันนี้กี่คน โดยที่ข้าจะแยกคนที่อาการหนักกับคนที่เพิ่งเริ่มมีอาการก็แล้วกัน คนที่อาการหนักข้าจะไปตรวจให้ถึงที่เรือน สำหรับคนที่เริ่มเป็นข้าจะนัดหมายให้พาพวกเขามาที่นี่ ตกลงหรือไม่”

“ได้ ได้ขอรับ ขอบคุณคุณหนูเฉินยิ่งนักขอรับ” เหล่าชาวบ้านที่แบกความทุกข์มาได้ยินเรื่องดีๆเช่นนี้ก็รู้สึกซาบซึ้งใจค้อมศีรษะลงขอบคุณลี่เซียนกันเป็นพัลวัน

“ไม่ต้องๆพอแล้วๆ ข้าก็เป็นเพียงแม่ค้า แล้วก็ไม่ได้ให้ยาพวกท่านไปเปล่าๆมีค่าใช้จ่าย มันก็สมควรที่ข้าจะต้องดูแลคนป่วยให้ดีที่สุด เอาล่ะ ทีนี้ มีเรือนใดที่อาการหนักบ้าง”

ฮัวฟงจิ่วรีบยกมือ ตามด้วยคังฮูหยินและกังฉีหลัน

“หมายความว่าที่อาการหนักยามนี้มีทั้งหมดสามครอบครัว เช่นนั้น วันนี้ข้ากับหลูจินจะไปกับพวกท่านเพื่อดูอาการพวกเขาและจัดยาให้ ส่วนครอบครัวอื่นๆให้ลงชื่อและบอกอาการแก่ซูหลัวได้ นางจะจดบันทึกทุกอย่างเอาไว้ให้ข้า แล้วพรุ่งนี้ให้พวกท่านพาบุตรหลานมาพบข้าที่นี่ได้ตั้งแต่ยามซื่อได้เลย”

หลังจากนั้นลี่เซียนก็สั่งให้ซูหลัวคอยจดบันทึกชื่อและอาการของเด็กแต่ละคนที่พ่อแม่แจ้งเอาไว้อย่างละเอียด ส่วนนางและหลูจินก็พากันไปดูอาการป่วยของเด็กที่อาการหนักถึงเรือน กว่าจะจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยก็ปลายยามโหย่วแล้ว

“โอ้โห! คุณหนูขอรับ วันนี้สมุนไพรของเราขายออกไปจนเกือบครึ่งแผงเชียวนะขอรับ” หลูจินรู้สึกตื่นเต้นดีใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปุบปับในวันนี้จนเก็บอาการไว้ไม่อยู่

“จริงด้วยเจ้าค่ะ แล้วนี่ค่ายาที่ขายออกไปวันนี้เจ้าค่ะ แม้จะไม่มากนักแต่ก็มากที่สุดตั้งแต่เราตั้งแผงกันมาเลยทีเดียวนะเจ้าคะ” ซุหลัวว่าขึ้นขณะยื่นถุงเงินให้ลี่เซียนแล้วจึงช่วยหลูจินเก็บแผงอย่างอารมณ์ดี

ลี่เซียนเห็นสองคนนี้มีความสุขนางก็พลอยมีความสุขไปด้วย หลายวันมานี้มีแต่ความท้อแท้รอบกายจนนางรู้สึกหมดไฟ เหนื่อยมันก็เหนื่อยแต่ได้ผลตอบรับมาดีเช่นนี้ก็หายเหนื่อยนั่นแหละนะ

นางล้วงลงไปในถุงหยิบเงินออกมาจำนวนหนึ่งพลางสั่ง “เช่นนั้นวันนี้หลัวเอ๋อร์ก็แบ่งเอาเงินนี่ไปซื้ออาหารมาไว้เถอะ กินแต่ผักมาหลายวันคงเบื่อสินะ”

“อ๊ะคุณหนู เก็บไว้ก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ พวกบ่าวยังทานผักได้ ไม่มีปัญหาเลยเจ้าค่ะ จริงหรือไม่อาจิน”

“จริงขอรับ นี่เป็นรายได้ก้อนแรกของคุณหนู เก็บเอาไว้เป็นทุนก่อน หากมีมากกว่านี้ค่อยหาซื้อของดีๆทานก็ยังได้นะขอรับ”

ลี่เซียนยิ้มกว้างรู้สึกโชคดีนักที่มาเจอบ่าวผู้ซื่อสัตย์เช่นสองคนนี้ วันนี้นางเองก็อ่อนล้าเหลือประมาณ อยากจะกลับเรือนไปพักให้หายเหนื่อย แต่นางยังกลับไม่ได้เพราะมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกอย่างเสียก่อน

และยังไม่ทันจะได้อ้าปากสั่งความ ซวี่อี้และบุรุษรูปร่างปราดเปรียวหน้าตาไร้ความรู้สึกผู้พกกระบี่ยาวคนหนึ่งก็เดินมาถึงหน้าร้านของนางเสียก่อน

“คุณชายให้มาเชิญคุณหนูเฉินไปทานมื้อค่ำที่กระโจมเพื่อขอบคุณที่ช่วยรักษานายน้อยว่านซูจนดีขึ้นขอรับ”

หืม ข้ออ้างเดิมเป๊ะ คิดมุกอื่นไม่เป็นกันหรืออย่างไรนะ ลี่เซียนกรอกตา

ซูหลัวที่จดจำหน้าตาซวี่อี้ได้จึงชักสีหน้าไม่พอใจ “อ๊ะ คุณหนูปฏิเสธพวกท่านไปแล้วนี่ แล้วยังจะมากันทำไมอีก”

“ไม่เป็นไรหลัวเอ๋อร์ ข้าเองก็มีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกับเขาเช่นกัน”

“ให้บ่าวไปเป็นเพื่อนดีหรือไม่ขอรับ” หลูจินเสนอตัวอย่างห้าวหาญ แม้ใจจะเกรงกลัวบุรุษหน้าตาเรียบเฉยผู้พกกระบี่ยาวสีดำตรงหน้าอยู่เกือบหกเจ็ดส่วน

“ไม่ต้อง พวกเจ้ากลับไปเตรียมยาอย่างที่ข้าเคยสอน พรุ่งนี้ยังมีนัดดูอาการเด็กที่ป่วยอีกจะได้มียาเตรียมเอาไว้ อย่าได้กังวลข้าจะรีบไปรีบกลับ”

น้ำเสียงจริงจังทำเอาบ่าวผู้จงรักภักดีทั้งสองต้องเงียบปากลง ยอมให้คุณหนูของตนไปกับคนของคุณชายจางอย่างไม่ใคร่จะเต็มใจนัก

 

เสียงดนตรีครึกครื้นดังแว่วมากระทบโสตประสาทการได้ยินของลี่เซียน ทั้งไพเราะและแปลกแปร่งในเวลาเดียวกัน ชาติก่อนนางเคยฟังแต่เพลงแร็ป แต่มาชาตินี้บอกตรงๆเลยนะว่าเข้าไม่ถึง

แม้อิงเย่วเจ้าของร่างที่แท้จริงจะมีความทรงจำและความสามารถเกี่ยวกับดนตรีดีอย่างมากจนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญ แต่นางกลับรู้สึกว่ามันเกินกว่าที่ตนเองจะจินตนาการไปมากจริงๆ คงต้องเรียนรู้และฟังให้มากขึ้นจนกว่าจะเคยชินสินะ

และเมื่อใกล้จะถึงที่หมายนางก็มองเห็นแล้วว่าลานกว้างๆที่นางเห็นว่าเว้นว่างไว้มีไว้ทำสิ่งใด ที่แท้ก็คือลานกิจกรรมนันทนาการสร้างความสุขนี่เอง เหล่าพ่อค้าและผู้ติดตามหลายสิบคนพากันมานั่งจับกลุ่มล้อมวงรอบๆกองไฟกองใหญ่ สะเก็ดไฟสีเหลืองทองที่ลั่นเปรี๊ยะปลิวว่อนไปตามแรงลมให้ความรู้สึกตื่นเต้นและเร้าใจยิ่ง

พวกเขาทั้งกินและดื่มกันอย่างสนุกสนานราวกับว่าชีวิตนี้ไร้ซึ่งความทุกข์โดยสิ้นเชิง บ้างก็เต้นรำเข้ากับท่วงทำนองเพลง บ้างก็พูดคุยกันเสียงดังฟังไม่ได้ศัพท์อึงอนไปหมด

พวกเขาล้วนแต่ร่างสูงใหญ่และมักจะสวมอาภรณ์ที่ทำจากหนังสัตว์เป็นหลัก แต่จะมีบางคนที่เป็นคนที่มาจากแคว้นอื่นอย่างเช่นจูซือเจี่ยฮูหยินของว่านเทาที่สวมอาภรณ์แบบเดียวกันกับนาง

“พี่สาวมาแล้ว พี่สาวมาแล้ว! ซูเอ๋อร์รอท่านอยู่นานเลยขอรับ” ว่านซูตั้งหน้าตั้งตาวิ่งตรงเข้ามาหา เสียงพูดเจื้อยแจ้วไม่ต่างจากนกกระจอกตัวน้อยช่างน่าเอ็นดู สีหน้าที่เคยซีดเซียวก็สดใสขึ้นมากจากเมื่อวาน

พลันได้เห็นรอยยิ้มของเด็กน้อยลี่เซียนก็อารมณ์ดีขึ้นมา ความเหนื่อยล้ามลายหายไปสิ้น ดวงตาของนางยิ้มตามริมฝีปากจนเป็นเส้นโค้ง

“ร่างกายของเจ้ายังไม่แข็งแรงเหตุใดจึงได้ออกมาตากลมเช่นนี้ ฮึ”

“ก็ข้ารอพี่สาวตั้งแต่เช้า พี่หลิวเฟยบอกจะไปรับท่านมาแต่สุดท้ายก็กลับมาเพียงลำพัง ข้าจึงขู่ว่าหากวันนี้ไม่ได้พบท่าน ข้าจะไม่พูดกับเขาอีกเลย พี่หลิวเฟยจึงให้ซวี่อี้ไปพาท่านมา แล้วท่านก็มาจริงๆด้วย”

นามที่ถูกอ้างถึงทำเอาลี่เซียนได้สติว่าตนมาที่นี่เพราะอันใด นางต้องการมาพูดกับเขาให้เข้าใจต่างหาก

ซือเจี่ยที่เดินตามว่านซูมาค้อมกายลงเล็กน้อยก่อนจะว่า “เชิญคุณหนูเฉินทางนี้เถิดเจ้าค่ะ ข้าให้คนตระเตรียมที่นั่งเอาไว้ให้ท่านแล้วเจ้าค่ะ”

ลี่เซียนพยักหน้าก่อนจะถูกว่านซูคว้ามือเล็กให้เดินตาม นางยิ้มขำเด็กน้อยทำราวกับกลัวว่านางจะหนีกลับหากเขาไม่จับตัวเอาไว้

นางเดินตามซือเจี่ยมาเรื่อยๆก็เห็นว่ามีที่นั่งว่างอยู่แต่ก็ไม่เห็นอีกฝ่ายหยุดเดินเสียทีก็เกิดความสงสัย หากไม่ให้นางนั่งตรงนี้แล้วจะให้นางนั่งที่ใด

“เอ่อ...พี่ซือเจี่ย ข้าว่า...”

ไม่ทันได้ว่าอันใดนางก็มองเห็นแล้วว่าที่นั่งที่ซือเจี่ยจัดเตรียมไว้ให้นางคือที่ใดแน่

“ว่าอย่างไรเล่าคุณหนูเฉิน ข้ารอเจ้าเสียนาน ดูท่าว่างานคงจะยุ่งน่าดู มานั่งตรงนี้สิ” จบคำหลิวเฟยก็ยกยิ้มที่มุมปากพลางตบมือลงบนเบาะหนาที่บุด้วยขนสัตว์สองสามทีราวกับจะยั่วโมโหนาง

“ไม่ ข้าจะนั่งกับนายน้อย!” นางยืนกราน

เด็กน้อยเอียงคอ “นั่งกับข้าหรือ เช่นนั้นพี่หลิวเฟยให้ท่านนั่งตรงนี้ก็ถูกต้องแล้วขอรับ”

ลี่เซียนนิ่งงันอยู่กับที่เอ่ยสิ่งใดไม่ออกในขณะที่อีกฝ่ายนั่งกลั้นขำอย่างเอาเป็นเอาตาย นางหมายจะอยู่ให้ห่างคุณชายบุปผาผู้นี้สักจ้างสองจ้าง[1]เพื่อความปลอดภัยจึงได้อ้างเหตุ ลงท้ายแล้วกลับกลายเป็นขุดหลุมฝังตนเอง โง่แท้ๆลี่เซียนเอ้ย!

“นั่งเถิด ต่อให้เจ้าชักชวนว่านซูไปนั่งที่อื่นเขาก็คงไม่ยอมไปเพราะเขาชอบที่จะนั่งใกล้ๆข้า”

ลี่เซียนทำได้เพียงยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างหงุดหงิด บุรุษผู้นี้เป็นเจ้ากรรมนายเวรของนางแต่ชาติปางใดกันจึงได้กวนประสาทนางไม่เลิกราเพียงนี้

ได้ ได้ บุรุษเช่นนี้มิใช่ว่านางไม่เคยพบเคยเจอ ทนหน่อยอีกไม่นานเขาก็ต้องออกเดินทางแล้ว

ทนไว้นะลี่เซียน ทนไว้...

หลังจากนางนั่งไปได้ไม่นานก็มีคนนำอาหารมาวางตรงหน้า ดูผิวเผินแล้วหน้าตาของมันออกจะแปลกหูแปลกตาอยู่สักหน่อยแต่กลิ่นของมันช่างชวนน้ำลายสออย่างยิ่ง ทว่าในขณะที่นางกำลังตื่นตาตื่นใจกับอาหารมากมายตรงหน้าจู่ๆศีรษะเล็กๆของว่านซูก็โงนเงนไปมาก่อนจะทิ้งลงบนตักของลี่เซียน

“อ้าว หลับเสียแล้ว ต้องขอโทษคุณหนูด้วยนะเจ้าคะ วันนี้ทั้งวันซูเอ๋อร์แทบไม่ยอมนอนพักเพราะต้องการรอท่าน พอเห็นท่านมาหาเช่นนี้คงโล่งใจแล้วเผลอหลับไปน่ะเจ้าค่ะ” ซือเจี่ยที่นั่งอยู่ถัดจากว่านซูเอื้อมมือไปลูบข้างแก้มอูมๆของบุตรชายด้วยความเอ็นดู

ได้ยินอย่างนี้ความรู้สึกผิดก็ผุดขึ้นในใจของลี่เซียน “ข้าไม่คิดว่าเขาจะอยากพบข้ามากถึงเพียงนี้”

“ซูเอ๋อร์ไม่ใช่เด็กที่เข้ากับผู้ใดได้ง่ายๆดอกนะเจ้าคะ เพราะต้องเดินทางบ่อยๆเขาจึงไม่ค่อยมีเพื่อนเล่น ถึงจะมีผิงผิงอยู่ด้วยแต่นางก็ต้องทำงานอย่างอื่นบ้างจึงไม่มีเวลาให้เขาได้ทั้งวัน และในคาราวานนี้ก็มีแต่บุรุษที่มีอาชีพค้าขาย ส่วนใหญ่ครอบครัวของทุกคนมักจะรออยู่ที่เมืองเกิดและกว่าจะได้กลับไปพบหน้ากันก็นานโข ด้วยเพราะคุณชายจางมีกฎไม่ให้พาครอบครัวติดตามมาด้วยเพราะเกรงว่าจะยุ่งยาก แต่เพราะท่านพี่ของข้าร่วมขบวนสินค้ากับคุณชายมานานหลายปีรู้ใจกันดีจึงได้ยอมให้พวกข้าเป็นกรณีพิเศษ คุณหนูทราบหรือไม่เจ้าคะ ซูเอ๋อร์น่ะหากไม่ใช่คนที่ถูกใจเขาจะไม่คิดถึงมากเช่นนี้ รองจากคุณชายจางก็คงมีคุณหนูกระมังเจ้าคะที่ซูเอ๋อร์บ่นถึงทั้งวัน”

“งั้นหรือ” ฟังแล้วก็อดจะยื่นมือไปลูบศีรษะทุยๆของคนบนตักอย่างเอ็นดูมิได้ แต่ไหนแต่ไรมานางก็ชื่นชอบเด็กเล็กอยู่เป็นทุนเดิม ได้ฟังเหตุผลของผู้เป็นแม่ก็นึกสงสารเด็กน้อย ที่ว่านเทาต้องกระเตงลูกเมียมาลำบากด้วยเช่นนี้คงเพราะความเป็นห่วง หากอยู่ไกลกันก็ต้องพะวงหน้าพะวงหลังไม่เป็นอันกินอันนอน เด็กคนนี้มีครอบครัวที่ดีและสมบูรณ์แบบนัก ลำบากแต่ก็อบอุ่นรักใคร่กันดีเท่านี้เองที่เรียกว่าความสุข

“คงต้องพาเข้านอนแล้วเจ้าค่ะ เชิญคุณหนูทานอาหารตามสบายนะเจ้าคะ” ซือเจี่ยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะช้อนเอาร่างจ้ำม่ำของบุตรชายขึ้นอุ้มแล้วเดินจากไป

ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่เริ่มจะอึมครึมเมื่อยามนี้เหลือเพียงลี่เซียนและหลิวเฟยที่นั่งอยู่ ส่วนคนอื่นๆล้วนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยด้วยมารยาทที่ทุกคนค่อนข้างให้ความเคารพคุณชายอยู่หลายส่วน ซ้ำแล้วพอสุราเข้าปากก็ยากที่ผู้ใดจะสนใจผู้ใด นางจึงได้แต่ต้องทนอยู่กับความกระอักกระอ่วนเช่นนี้ต่อไปอีกครู่หนึ่ง



[1] จ้าง คือ หน่วยของระยะทางประมาณ 2 – 3.33 เมตร


           TALK: พี่เฟยแกก็น่ารักอยู่เด้อว่าไป รู้วิธีรับมือผู้หญิงแต่ละประเภทอย่างดีจริงๆ รู้ว่านางเอกเป็นคนถือศักดิ์ศรีก็ใช้วิธีอะลุ่มอล่วย แค่ช่วยกระพือโหมไฟให้นิดๆหน่อยๆน้องก็ได้ประโยชน์แล้ว ฉายาเจ้าพ่อวงการค้าขายไม่ได้มาเล่นๆนะจ๊ะ ขอบอก พาทต่อไปพบกันวันอังคารนี้เด้อ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 550 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,352 ความคิดเห็น

  1. #569 wendy732 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 22:03
    ทำไมคำลงท้ายประโยคต้องเป็นที่สมัยก่อนไทยพูดด้วย ทั้งที่แต่งจีน???????
    #569
    0
  2. #354 pook1819 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 09:41
    น้องน้อยต้องการชีวิตสโลว์ไลฟ์ แต่เหมือนไม่ใช่อย่างที่คิดแฮะ
    #354
    1
    • #354-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 12)
      4 เมษายน 2563 / 09:51
      ชีวิตน้องยังมีเรื่องให้ตื่นเต้นอีกเยอะจ้าอิอิ
      #354-1
  3. #353 usaonly (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 09:22

    พี่เฟยแกหารายได้ให้น้อง ไม่ว่ากันอย่ามารุ่มร่ามให้กวนใจก็แล้วกัน น้องยังอยากทำอะไรด้วยตัวเองอีกหลายอย่าง เพื่อท่ีจะสำรวจชีวิตใหม่ของนาง ดูกันว่าโครงการต่อไปจะทำอะไรดี ขอบคุณค่ะ

    #353
    1
    • #353-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 12)
      4 เมษายน 2563 / 09:31
      ใช่เลยค่ะ เซียนๆยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกหลายอย่างเลย หนทางชะตาชีวิตของน้องยังอีกยาวไกล ไม่ง่ายเลยจริงๆค่ะ
      #353-1