[วางแผง/E-Book] จ้าวหลินหรง 赵林蓉 (สนพ.ไลต์ออฟเลิฟ)

ตอนที่ 9 : 4 ความลับหมู่บ้านเหิงอัน [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 308 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61






ความลับหมู่บ้านเหิงอัน [2]

ห้องบุบผาสะพรั่ง เรือนใหญ่ของเศรษฐีลั่ว

หลังจากที่หลินหรงถูกพามาขังไว้ที่นี่นางก็มีสติมากขึ้น น้ำตาและความหวาดผวามลายหายไปจนสิ้นแล้ว เหลือเพียงความคิดที่จะหนีเอาชีวิตรอดจากไอ้บ้าตัณหากลับนั่น แต่เพราะยังถูกมัดมือเอาไว้นางจึงทำอันใดไม่ใคร่สะดวกนัก ยังดีที่พวกมันแกะผ้าคาดตากับผ้าอุดปากออกให้นางแล้ว


หลินหรงประเมินดูรอบๆห้องที่พวกมันเรียกว่าห้องบุบผาสะพรั่งนี้อย่างละเอียด ภายในห้องมีเครื่องเรือนอยู่ไม่กี่ชิ้นหากแต่มีราคาสูงทั้งสิ้น ผนังทั้งสี่ด้านทำจากไม้หนาทั้งยังปิดทึบไม่มีช่องว่างให้เห็น ทางเดียวที่จะเข้าออกได้มีเพียงประตูนั่นเท่านั้น แต่นางต้องอาศัยความว่องไวเพื่อจะวิ่งออกไปให้ทันถ้ามีโอกาส ซึ่งนางก็ไม่มั่นใจนักว่าจะทำได้เพราะร่างกายของนางเหนื่อยล้าเหลือเกิน


หากจะมองหาอาวุธที่จะป้องกันตัวได้ก็แทบไม่มีให้เห็น นางจะทำเช่นไรดี


ในขณะที่นางกำลังคิดหาทางรอดจู่ๆก็มีเสียงของผู้คนดังขึ้นหน้าประตู หลินหรงกระถดตัวเข้าหามุมห้องโดยสัญชาตญาณ แม้สีหน้าของนางจะเรียบนิ่งทว่าในใจของนางร้อนรนปานมีไฟสุม


ผิดคาด ไม่ใช่ไอ้เศรษฐีหื่นกามนั่นแต่เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งวัยน่าจะสักสิบเอ็ดหรือสิบสองขวบปี แต่งกายมอซอเสื้อผ้ามีร่องรอยขาดวิ่นและปะชุน ใบหน้าซูบตอบจนมองไม่ออกว่าเค้าโครงหน้าเดิมเป็นเช่นไร รูปร่างก็ผอมบางราวกับคนขาดสารอาหาร แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้นางตกใจได้เท่ารอยม่วงช้ำบนใบหน้าของนาง เปลือกตาซ้ายของเด็กสาวบวมปูดจนนางไม่สามารถลืมตาได้ด้วยซ้ำ จนกระทั่งเด็กคนนั้นถือถาดอาหารเข้ามานั่นแหละนางจึงได้รู้ว่าที่ข้อเท้าเล็กๆทั้งสองข้างของเด็กคนนั้นมีโซ่ตรวนที่ทำจากเหล็กหนาสั้นๆตรึงอยู่ อย่าว่าแต่จะพยายามวิ่งแค่จะก้าวขาเดินยังลำบาก นี่มันเรือนเศรษฐีหรือคุกที่มีไว้กักขังคนอ่อนแอไว้ทรมานกันแน่


“นายท่านสั่งให้ปรนนิบัติคุณหนูอย่างดี แต่ต้องขออภัยที่ไม่อาจปล่อยให้ท่านเป็นอิสระได้ เด็กคนนี้จะคอยดูแลคุณหนูอยู่ในนี้จนกว่านายท่านจะพร้อมเข้ามาหาขอรับ” พ่อบ้านฉวนกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ก่อนจะหมุนกายเดินจากไปโดยไม่คิดจะรอฟังความเห็นใดจากหลินหรงที่นั่งเม้มปากแน่น


เมื่อประตูห้องปิดงับ เด็กสาวผู้นั้นก็เดินเข้ามาหา วางถาดอาหารลงกับพื้นก่อนจะถาม “คุณหนูจะอาบน้ำก่อนกินข้าวหรือไม่เจ้าคะ” ในขณะที่ถามสีหน้าอ่อนเยาว์ของนางไม่มีชีวิตชีวาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเข้ามาใกล้หลินหรงก็ยิ่งมองเห็นร่องรอยการถูกทำร้ายชัดเจนขึ้น ช่างน่าสงสาร พอเห็นเช่นนี้นางก็คิดได้ว่าเรื่องของนางช่างเล็กลงไปเลย ไม่รู้ว่าเด็กสาวถูกทารุณกรรมมานานเพียงใดแล้ว


“เจ้าชื่ออะไร?” เสียงหวานเอ่ยถาม


เด็กสาวเงยหน้าบวมช้ำของตนขึ้น “เอ่อ...” นางอึกอักไม่กล้าตอบ ด้วยถูกสั่งมาเพียงว่าให้คอยรับใช้คุณหนูผู้นี้เท่านั้น หากทำนอกเหนือคำสั่งนางจะถูกลงโทษรวมถึงน้องชายวัยแปดขวบของนางด้วย


“ไม่ต้องกลัว เรื่องนี้จะรู้เพียงสองคน” น้ำเสียงอ่อนโยนของหลินหรงทำเอาเด็กสาวรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย


“เจีย...เจียเยี่ยนเจ้าค่ะ” นางตอบเสียงสั่นเครือ


“เจียเยี่ยน พี่สาวชื่อหลินหรงนะ เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าพี่สาวถูกลักพาตัวมาเพื่อทำสิ่งใด”


“รู้...รู้เจ้าค่ะ”


“แล้วเจ้าเล่า ก็ถูกจับมาทำแบบนั้นด้วยงั้นหรือ”


“ไม่ใช่เจ้าค่ะ พ่อกับแม่ของข้าติดหนี้ท่านลั่วจึงถูกยึดมาเป็นทาสพร้อมกับน้องชาย”


“ทาส? เด็กเล็กอย่างเจ้าน่ะหรือ นี่เจ้ากับน้องชายอายุเท่าไหร่กัน”


“ข้าสิบสี่ขวบ น้องชายแปดขวบเจ้าค่ะ”


หลินหรงอ้าปากค้างแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เจียเยี่ยนไม่เท่าไหร่ แต่น้องชายนางเพียงแปดขวบจะหยิบจะจับอันใดได้หนักหนา ไอ้เศรษฐีหื่นนั้นจะเลวเกินไปแล้ว


“เจ้ากับน้องชายอยากหนีไปจากที่นี่หรือไม่?” หลินหรงลองถาม เผื่อว่าอีกฝ่ายจะช่วยสิ่งใดนางได้บ้าง


ทว่าเด็กสาวกลับส่ายหน้าปฏิเสธ ท่าทางตื่นกลัวราวกับคนที่กำลังจะถูกฆ่า “ไม่เอาเจ้าค่ะ ข้ากับน้องไม่อยากถูกตีอีกแล้ว ไม่เอาแล้ว” จากนั้นเจียเยี่ยนก็ค้อมตัวลงไปกอดขาตนเองแน่นอย่างคนขวัญเสีย


หลินหรงรู้สึกขอบตาร้อนผ่าวด้วยความสงสารเวทนา การที่เด็กสาวกับน้องชายที่ยังเล็กถูกนำมาเป็นทาสเช่นนี้คงเพราะความยากจนเป็นแน่


ไม่ได้การนางต้องหนีแล้วก็ต้องช่วยเหลือเด็กคนนี้ให้ได้


“เจียเยี่ยน นี่ เจียเยี่ยนจ๊ะ เงยหน้าขึ้นแล้วฟังพี่สาวนะ” เด็กสาวทำเพียงเหลือบตามองอีกฝ่ายสายตาระแวดระวังแต่ก็ไม่ได้ต่อต้าน หลินหรงถอนหายใจออกมาเบาๆ “พี่สาวเพียงต้องการให้เจ้าทำตามพี่สาวบอกสักสองสามอย่างเท่านั้น หากพวกเราทำสำเร็จทั้งพี่สาว ตัวเจ้า และน้องชายก็จะออกไปจากที่นี่ได้ทั้งหมด เจ้าไม่สนหรือ”


ข้อเสนอนี้ทำเอาเจียเยี่ยนที่เดิมเฉลียวฉลาดอยู่แล้วเริ่มลังเล พลันคิดบางอย่างได้ก็รีบถามกลับ “ถ้าเกิดว่า...ถ้าเกิด...” นางอึกอัก


“ถ้าอันใด? ถามมาเถิดพี่สาวยินดีตอบ” หลินหรงบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


“ถ้าเกิดข้าจะพาเพื่อนๆไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ?”


หลินหรงตะลึงงัน “เพื่อนหรือ? ตกลงแล้วที่เรือนนี่มีเด็กเช่นเจ้าเป็นทาสอยู่กี่คนกันแน่”


เจียเยี่ยนเม้มปากแน่น “ยี่สิบห้าเจ้าค่ะ”


ครานี้อ้าเล็กๆของหลินหรงอ้าค้างหวอ ไอ้เศรษฐีตัณหากลับนั่นมีทาสเด็กอยู่ในเรือนมากเพียงนี้เชียวหรือ ทาสที่เป็นผู้ใหญ่ไม่มีแล้วหรือไร อ๋อ มันคงเห็นว่าเด็กเล็กๆใช้งานง่าย ข่มขู่ทุบตีนิดเดียวก็หงอพร้อมจะทำตามคำสั่งทุกอย่างสินะ


เลว!! เลวจริงๆ!!


นางควรจะจัดการมันอย่างไรจึงจะสาสมกับความเลวของมันกันนะ นึกแล้วก็แค้นเคืองฮ่องเต้ชั่วช้าผู้นั้น ชิงบัลลังก์มาอย่างโหดเหี้ยมไม่พอซ้ำร้ายยังไม่อาจปกครองดูแลราษฎรให้ดีได้ เช่นนี้แล้วแคว้นต้าเฟิ่งจะยืนหยัดยืนยงอยู่ต่อไปได้เช่นไร นางเองก็เป็นเพียงหลานสาวตระกูลจ้าวคนเดียวที่เหลืออยู่ ญาติพี่น้องจะให้พึ่งพาก็ไม่มี ปากบอกว่าต้องการแก้แค้นแต่ลำพังนางยังเอาตัวเองแทบไม่รอด เฮ้อ...


นางก็ได้แต่คาดหวังภาวนาว่าจะมีใครสักคนที่สามารถกอบกู้แคว้นต้าเฟิ่งให้กลับมารุ่งเรืองผาสุกได้ดั่งเดิมในเร็ววัน


“แล้วเพื่อนๆของเจ้าถูกล่ามโซ่เช่นนี้หรือไม่”


เจียเยี่ยนตัวน้อยส่ายหน้าซูบผอมของตนไปมา ดวงตาของนางหม่นเศร้าทว่ายังคงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา  “ไม่เจ้าค่ะ เพราะเจียเยี่ยนเคยคิดจะพาน้องกับคนอื่นๆหลบหนีเลยลงโทษสถานหนัก”


หลินหรงถึงกับพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก หากถูกล่ามกันหมดนางคงไม่มีทางอุ้มทุกคนออกไปได้แน่ ถึงเจียเยี่ยนจะเริ่มตัวสูงขึ้นตามวัยแต่น้ำหนักของนางยังไม่ถึงห้าสิบชั่ง[1]เลยกระมัง นางคิดว่าคงจะอุ้มเด็กสาววิ่งหนีออกไปไม่ยากนัก


“ถ้าอย่างนั้นพี่สาวถามเจ้าว่า รอบๆเรือนนี่พอจะมีต้นฉุนหมา[2]อยู่บ้างหรือไม่?”


เจียเยี่ยนย่นหัวคิ้ว “มีมากมายเจ้าค่ะ ด้านหลังเรือนนี่ก็มีเจ้าค่ะ”


“ดีล่ะ หากจะให้เรื่องนี้สำเร็จลุล่วงพี่สาวต้องให้เพื่อนๆของเจ้าช่วยเหลือ ทีนี้ เจียเยี่ยนคนดี ไหน ขยับมาใกล้ๆพี่สาวสิจ๊ะ พี่สาวจะบอกแผนลับให้เจ้าฟัง”


เจียเยี่ยนตัวน้อยกระพริบตาปริบๆแต่ก็ยอมทำตาม เมื่อได้ฟังแผนการจากปากของหลินหรงนางก็ตาโตพลางพยักหน้าหงึกๆอย่างเข้าใจ ก่อนจะผละออกหลินหรงกำชับเด็กสาวหนักแน่นว่าให้ทำตัวตามปกติเคยหวาดกลัวเช่นไรก็ให้แสดงเช่นนั้นห้ามมีพิรุธเด็ดขาด เจียเยี่ยนพยักหน้าหนักแน่น


แม้คราแรกจะไม่ค่อยเชื่อว่าสตรีบอบบางผู้นี้จะพานางกับคนอื่นๆหนีออกไปได้ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดยามได้เห็นแววตาอบอุ่นทว่าเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็งของหลินหรง เด็กสาวก็รู้สึกว่าสามารถวางใจนางได้


ที่เหลือก็แค่ออกไปเตรียมการเรื่องบางเรื่องกับเพื่อนๆของนางและตระเตรียมของบางอย่างให้พร้อมเท่านั้น

 



เวลาล่วงเลยจนยามโหย่ว ในขณะที่อี้หลงนั่งจิบชาดอกเหมยที่มารดาชงมาให้ ชุนหลางและชางหลงพี่น้องฝาแฝดฝีมือดีของเขาก็กลับมาตรงตามเวลาที่สั่งเอาไว้


“ว่าอย่างไรบ้างชุนหลาง”


“ทูลองค์ชาย เท่าที่กระหม่อมได้สำรวจดูด้านนอกเรือนพบว่ามีนักฆ่าฝีมือดีกระจายอยู่ตามจุดต่างๆราวๆห้าคน พวกเขาจะคอยเดินสลับกันไปมาทุกๆครึ่งชั่วยามไม่ได้เฝ้าอยู่ที่จุดเดิม ส่วนอีกสองคนรู้สึกว่าจะคอยตามอารักขาวนเวียนอยู่ใกล้ๆเศรษฐีลั่วพ่ะย่ะค่ะ” ชุนหลาง แฝดผู้พี่รายงานสิ่งที่พบเจอมาอย่างละเอียด


ชุนหลางนั้นเป็นบุรุษร่างเล็กสามารถเคลื่อนที่ไปมาฉับไวรวดเร็วทั้งยังไร้สุ่มเสียงดุจสายลมวูบหนึ่ง ยากนักที่ได้รู้ว่ามีเขาอยู่ ทั้งยังไม่เคยทิ้งร่องรอยให้เป้าหมายจับได้สักครั้ง เพราะเช่นนี้อี้หลงจึงตั้งฉายาให้ว่า บาทาไร้เสียง ส่วน ชางหลงนั้นจะมีรูปร่างที่สูงโปร่งกว่าแฝดผู้พี่เล็กน้อยทั้งยังมีทักษะในการเคลื่อนไหวคล่องแคล่วเช่นเดียวกันแต่มีไหวพริบมากกว่า สามารถหลบหลีกไม่ให้ผู้คนมองเห็นได้แม้จะมีใครอยู่ใกล้ๆ อี้หลงจึงมอบฉายาให้ว่า รูปร่างไร้เงา


“แล้วเจ้าเล่าชางหลง”


“ทูลองค์ชาย ในเรือนเศรษฐีลั่วมีห้องทั้งหมดยี่สิบแปดห้อง ห้องที่คาดว่าเก็บทรัพย์สินเอาไว้น่าจะเป็นห้องสุดท้ายทางทิศตะวันออกมีคนเฝ้าโยงอีกทั้งยังลงกลอนแน่นหนา ส่วนห้องใหญ่ที่บานประตูทำจากไม้หนามีลวดลายดอกไม้ด้านตะวันตกเท่าที่กระหม่อมสืบทราบเป็นห้องสำหรับกักขังสตรีที่ซื้อมาปรนเปรอตัณหาตนเอง ด้านหลังเรือนใหญ่มีเรือนไม้หลังเล็กๆสำหรับให้ทาสที่เป็นเด็กๆได้หลับนอนพ่ะย่ะค่ะ”


“บัดซบ! เศรษฐีลั่วผู้นี้ชั่วช้าโดยกมลสันดานจริงๆ” ใบหน้าของอี้หลงบิดเบี้ยวด้วยโทสะ เขาเกลียดที่สุดคือการต้องทนเห็นเด็กเล็กๆถูกนำมาขายเป็นทาสซ้ำยังถูกทารุณด้วยวิธีการต่างๆเช่นนั้น ภายในหมู่บ้านเหิงอันแห่งนี้เองก็มีเด็กเล็กๆที่ถูกช่วยเหลือมาไม่น้อย ส่วนใหญ่มักจะถูกเจ้านายทำร้ายทุบตีเพื่อระบายอารมณ์อยู่เสมอ


ราวกับจะนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ชางหลงจึงรีบรายงานต่อ “ทูลองค์ชาย ในขณะที่กระหม่อมลอบเข้าไปในเรือนนั่นทันได้เห็นว่าพ่อบ้านฉวนกำลังพาสตรีผู้หนึ่งแต่งกายราวกับเป็นบุตรสาวของขุนนางที่ถูกลักพาตัวมา ซ้ำยังถูกคาดตาและปิดปากเข้าไปขังไว้ภายในห้องใหญ่นั่นด้วยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเกรงว่าไม่พ้นคืนนี้นางอาจจะถูกเศรษฐีลั่วชั่วช้านั่นข่มเหง”


อี้หลงรู้สึกชิงชังเรื่องที่ได้ยินจนร่างกำยำสั่นเทิ้ม “เช่นนั้นจงเร่งไปเตรียมตัวเสีย เหลือเวลาไม่มากนัก คืนนี้เราจะใช้แผนสามเข้าโจมตีเรือนของเศรษฐีลั่ว”


เมื่อได้รับคำสั่งที่ยืนยันชัดเจนแล้วทั้งป๋อซือ ชุนหลางและชางหลงต่างก็ค้อมกายขอตัวออกไปเตรียมการตามหน้าที่ของตนทันที



[1] ชั่ง คือ มาตราชั่งน้ำหนักจีน 1 ชั่ง () เท่ากับ 500 กรัม

[2] ต้นฉุนหมา คือ ต้นตำแย


     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 308 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

413 ความคิดเห็น

  1. #239 rossukon2531 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 20:05
    พระเอกจะไปช่วยแล้ว
    #239
    0
  2. #20 pemipond (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 15:31

    ว้ายๆๆๆๆ ตายแร้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มาเร็วๆ ๆๆๆๆ พระเอกช้าน

    #20
    0
  3. #12 Nao Ng Sverige (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 00:01

    ลุ้นๆๆๆ
    #12
    1
    • #12-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 9)
      8 ธันวาคม 2561 / 10:03
      มาอัพแล้วอย่าลืมมาอ่านต่อน้า
      #12-1
  4. #11 Riyuka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 19:27
    สู้ๆนะคะ จะติดตามต่อไปเสมอนะ เนื้อเรื่องสนุกดีเลยค่ะ
    #11
    1
    • #11-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 9)
      5 ธันวาคม 2561 / 21:23
      ขอบคุณมากๆๆๆเลยค่ะ คิดว่าจะไม่มีใครคุยด้วยซะแล้ว มาเม้นท์บ่อยๆน้า
      #11-1
  5. #10 นักอ่านสมัครเล่น (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 10:16

    รอตอนต่อไป ขอบคุณ

    #10
    1
    • #10-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 9)
      5 ธันวาคม 2561 / 10:46
      ขอบคุณเช่นกันค่า
      #10-1