[วางแผง/E-Book] จ้าวหลินหรง 赵林蓉 (สนพ.ไลต์ออฟเลิฟ)

ตอนที่ 8 : 4 ความลับหมู่บ้านเหิงอัน [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,604
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 245 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61






ความลับหมู่บ้านเหิงอัน [1]


หมู่บ้านเหิงอันเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่นอกเมืองซัวเถิงซึ่งห่างไกลจากเมืองหลวงจงกวนราวสามร้อยลี้ หมู่บ้านนี้มีราษฎรอยู่อาศัยราวๆสามร้อยกว่าคนและอยู่อาศัยเป็นเอกเทศไม่สุงสิงกับโลกภายนอกสักเท่าใด


แรกๆคนในเมืองซัวเถิงต่างก็รู้สึกว่าหมู่บ้านแห่งนี้ภายนอกก็ช่างดูสงบเงียบดีเหลือเกิน อีกทั้งพวกเขาก็ยังติดต่อค้าขายสินค้ากับชาวเมืองซัวเถิงตามปกติ แต่ทว่าอุปนิสัยลึกๆของคนในหมู่บ้านกลับดูลึกลับซับซ้อนในเวลาเดียวกัน


คนในหมู่บ้านเหิงอันนั้นหากถามที่มาที่ไปว่าพวกเขามาจากที่ใดก็มักจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาอพยพมาจากเมืองจงหลัวที่แสนทุรกันดาร เพราะความแห้งแล้งอดอยากจึงได้พากันเดินทางมาหลายร้อยลี้ จนกระทั่งมาถึงเมืองซัวเถิงจึงได้ลงหลักปักฐานอยู่ที่นี้มาเกือบสามสิบปีแล้ว จนวันนี้คนในหมู่บ้านเพิ่มจำนวนมากขึ้นห้าเท่าตัว จากไม่กี่สิบกลายเป็นหลายร้อยในเวลาไม่นาน


และเพราะเหตุนี้จึงมักมีคนช่างสงสัยได้ลงทุนไปขอร้องให้เจ้าหน้าที่จากทางการส่งคนเข้าไปตรวจสอบเพื่อจับผิดบางอย่างแต่ก็ไม่เคยพบสิ่งผิดปกติใด กลับเห็นเพียงชาวบ้านที่ใช้ชีวิตธรรมดาๆอย่างเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผัก และทอผ้า หากถามว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีผู้นำหรือไม่ ทุกคนก็จะตอบเสียงเดียวกันว่าไม่มี พวกเขาอยู่กันดังครอบครัวจริงๆ และเพราะความจริงนี้จึงทำให้หลายปีหลังจากนั้นก็ไม่มีผู้ใดอยากรู้อยากเห็นเรื่องของหมู่บ้านเหิงอันอีก และต่อให้ทางการอยากจะรื้อหมู่บ้านทิ้งก็ทำได้ยากเสียแล้วจึงได้ปล่อยเลยตามเลยมาจวบจนปัจจุบัน


ซึ่งนั่นคือสิ่งที่คนภายนอกรับรู้


หากแต่ความเป็นจริงแล้วลึกลงไปใต้ดินของหมู่บ้านมีอุโมงค์กว้างและแข็งแรงที่สามารถให้ทั้งกองทัพเข้าไปอยู่ได้ทั้งกองเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้นใต้ภูเขาลูกใหญ่ด้านหลังของหมู่บ้านก็ยังมีฐานลับขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางหากมองจากภายนอกย่อมไม่มีทางรู้ เพราะฉะนั้นคนภายนอกจะไม่สามารถล่วงรู้ทางเข้าออกเลยหากไม่มีผู้นำทาง


ฐานลับทั้งสองแห่งนี้ล้วนถูกสร้างขึ้นตามพระบัญชาของซีเหลียงฮ่องเต้แบบลับๆที่แม้แต่ขุนนางในราชสำนักหรือเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆเองก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ มันต้องใช้เวลาในการก่อสร้างถึงสิบปีกว่าจะเรียบร้อย เพราะคนที่บุกเบิกมันต้องการความมั่นคง แข็งแรงมากที่สุด ไม่ต้องถามถึงการก่อสร้างด้านใน ทุกอย่างล้วนถูกออกแบบแบ่งแยกจุดสำคัญออกจากกันชัดเจน มีทั้งห้องประชุม ห้องวางแผน ลานฝึกวรยุทธ์ และฐานบัญชาการ นับว่าพร้อมพรรคไม่แพ้ค่ายทหารในวังหลวงเลยแม้แต่น้อย


ภายในห้องทำงานกว้างและสว่างจ้า บุรุษผู้หนึ่งกำลังก้มมองบัญชีลับเล่มหนึ่งที่กางหราอยู่ตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ แม้ใบหน้าของเขาจะเต็มไปด้วยหนวดเขราที่ไม่ต่างอันใดจากโจรป่าแต่ก็ยังมีดวงตาคมกริบคู่นั้นที่ทอประกายเย็นเยียบออกมาตลอดเวลา หากเป็นคนที่มองคนออกจะรู้ได้ทันทีว่าเขามีใบหน้าที่สมบูรณ์แบบเพียงไร หากเป็นผู้อื่นจะรู้จักเขาในชื่อต้วนอี้หลงบุตรชายขุนนางตกอับที่วันๆไม่เอาการเอางานเอาแต่เที่ยวเตร่ทำตัวเป็นนักเลงโตในเมืองซัวเถิง ทั้งยังไว้หนวดเครารกรุงรังราวกับโจรป่า ทำให้ไม่ค่อยมีผู้ใดอยากยุ่งกับเขาสักเท่าใด


แต่ความเป็นจริงแล้วเขาคือหยางอี้หลง พระโอรสองค์เดียวของอดีตฮ่องเต้ที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่นั่นเอง บัดนี้เขาเติบโตเป็นหนุ่มวัยสิบแปดปี มีโครงหน้าที่ละม้ายคล้ายอดีตฮ่องเต้มากถึงเก้าส่วน ฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจไว้หนวดเคราเพื่ออำพรางใบหน้าแท้จริงตนเองเอาไว้


และเหตุการณ์ปล้นสะดมจวนใต้เท้าโหวที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงจงกวนเมื่อสามวันก่อนก็เป็นฝีมือของเขาและเหล่าองครักษ์ที่ฮ่องเต้ทรงทิ้งไว้ให้นั่นเอง ส่วนบัญชีลับที่กางแผ่อยู่ตรงหน้าเขาก็คือรายชื่อขุนนางที่ฉ้อราษฎร์บังหลวงทั้งยังเป็นหนึ่งในกบฏเมื่อสิบแปดปีก่อนทั้งหมด


หยางอี้หลงค่อยๆเก็บกวาดขุนนางพวกนี้ทีละคนๆอย่างเลือดเย็น โดยอาศัยข่าวลือเรื่องโจรป่าต่างเมืองที่เข้าปล้นสะดมบรรดาขุนนางมีฐานะและเศรษฐีร่ำรวยมาบังหน้า ซึ่งแต่ละครั้งเขาจะวางแผนเป็นอย่างดีทำให้ทางการจับไม่ได้ไล่ไม่เคยทันแม้สักครั้ง ส่วนทรัพย์สินที่ได้มาเขาจะสั่งให้คนนำไปจ่ายแจกช่วยเหลือผู้ยากไร้ในรูปแบบต่างๆกัน ต่อให้ทางการสืบสาวราวเรื่องย่อมไม่มีทางเจอ และต่อให้คนจากทางการไปซักถามข้อมูลหรือรูปร่างลักษณะของพวกเขาจากคนยากจนหรือคนพเนจรให้ตายอย่างไรย่อมไม่มีวันปริปาก เพราะโจรกลุ่มนี้นับว่าช่วยเหลือพวกเขาอย่างแท้จริงผิดกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่ได้บัลลังก์มาอย่างไม่ชอบธรรม นานวันเข้าชื่อเสียงของโจรกลุ่มนี้ก็กระฉ่อนระบือไกลเป็นที่รู้จักกันในหมู่คนยากไร้ตามเมืองต่างๆ ทั้งยังถูกเรียกขานว่า เป้ายิ่ง[1] จวบจนวันนี้


“เมื่อวานคนของเราเก็บกวาดสมบัติของใต้เท้าโหวมาได้เท่าไหร่” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถาม


“หากเป็นเงินนับได้ราวสามหมื่นตำลึงทอง สัญญาซื้อขายที่ดินที่หลอกชาวบ้านมาได้ในราคาถูกอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนของมีค่าอื่นๆก็มากกว่าจวนของขุนนางคนอื่นเล็กน้อยพะย่ะค่ะ”


“ฮึ มากกว่างั้นรึ ที่ครอบครัวและคนในจวนของเขามีกินมีใช้ทุกวันนี้ล้วนมาจากการรีดนาทาเร้นจากราษฎรตาดำๆทั้งนั้นไม่ต่างอันใดกับการปล้นสะดมทรัพย์สินผู้อื่นไปซึ่งๆหน้าแม้แต่น้อย ยิ่งพวกเขามีอำนาจก็ยิ่งคิดว่าตนเองนั้นอยู่สูงกว่าผู้อื่นจนไม่เห็นหัวใคร ต่อให้คนยากคนจนไม่มีที่ซุกหัวนอนก็ช่างมัน ช่างเป็นขุนนางที่เห็นแก่ตัวยิ่งนัก”


“พระองค์จะให้จัดการอย่างไรต่อดีพะย่ะค่ะ”


“ของมีค่าก็ให้จงหร่วนนำไปขายให้พ่อค้าตลาดมืดเช่นเดิม ส่วนเงินทั้งหมดเก็บเข้าคลังไว้ก่อน แล้วข้าจะบอกทีหลัง”


“พะย่ะค่ะองค์ชาย”


ชั่วครู่ต่อมาก็มีเสียงพูดคุยขึ้นด้านหน้าประตูห้อง เฉินป๋อซือจึงเดินออกไปดู ไม่นานเข้าเขาก็กลับเข้ามา


“นายน้อยขอรับ”


สรรพนามที่เปลี่ยนไปขององครักษ์ข้างกายทำให้อี้หลงรู้ทันทีว่าคนที่มาเยือนเป็นคนนอก เพราะฉะนั้นพวกเขาจะต้องระวังคำพูดกันให้มาก ต่อให้เป็นคนที่คุ้นเคยกันมาเกือบสิบปีก็ไม่อาจไว้ใจได้โดยง่าย แม้แต่คนในหมู่บ้านเองส่วนใหญ่ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความลับพวกนี้ จะมีก็เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อี้หลงอนุญาตเป็นกรณีพิเศษแต่ก็ต้องมั่นใจว่าคนเหล่านั้นจะไม่ปริปากพูดออกมาแน่นอน


“ว่าอย่างไรป๋อซือ”


“จงหร่วนมาขอเข้าพบขอรับ”


“ให้เขาเข้ามาได้” ทันทีที่ได้รับอนุญาต ร่างอวบอ้วนของจงหร่วนก็รีบร้อนเข้ามาด้านใน


“จงหร่วนขอคารวะนายน้อยขอรับ”


เป่าจงหร่วนผู้นี้เป็นคนในหมู่บ้านเหิงอันธรรมดาๆมีอาชีพเป็นพ่อค้าเร่ที่รู้จักพ่อค้าจากต่างเมืองมากมาย อีกทั้งยังมีวาจาการต่อรองที่เป็นเลิศ ดังนั้นอี้หลงจึงมักจะให้เขาเป็นตัวกลางนำเอาข้าวของที่สามารถปล้นมาได้นำออกไปขายนำรายได้เข้าคลังลับ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เขาจึงเป็นคนเดียวที่สามารถเข้าออกฐานลับนี้ได้แต่ก็ต้องมีคนปิดตาเขาและนำทางเข้ามา


“ตามสบายเถิดจงหร่วน เจ้ามีปัญหาอันใดงั้นหรือจึงได้มีสีหน้าร้อนรนเพียงนั้น” เขาถามน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าให้ความรู้สึกน่าเกรงขามนัก


“วันนี้ข้าน้อยและคนในหมู่บ้านสองสามคนพากันนำผ้าทอมือของคนในหมู่บ้านเราไปส่งให้ร้านผ้าของเศรษฐีลั่วมาขอรับ ตามจริงเขาต้องให้เงินพวกเรามาหนึ่งพันตำลึงทองกับสามสิบตำลึงเงิน แต่เขาให้ข้ามาเพียงเจ็ดร้อยตำลึงทองเท่านั้น พอถามถึงเหตุผลเขาก็อ้างว่าเพราะช่วงนี้โจรชุกชุมทำให้ขายผ้าไม่ได้ ครั้นจะเอากลับเขาก็ขู่ว่าจะยกเลิกการค้ากับเราทั้งหมดขอรับ และจากที่ข้าน้อยไปสืบจากชาวเมืองคนอื่นๆมา ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ครึ่งปีหลังมานี้เศรษฐีลั่วหมดเงินไปกับการซื้อสตรีมาปรนเปรอความสุขตนเองทำให้เงินของเขาน้อยลง จึงเล่นสกปรกหันมากดราคาสินค้าที่รับซื้อแทน เท่านั้นยังไม่พอเขายังเอาผ้าที่รับซื้อในราคาถูกไปขายต่อในราคาที่สูงขึ้นเพื่อเอากำไรเข้าตัว ผ้าทอมือของหมู่บ้านเรามีคุณภาพมากผู้ใดก็รู้ ต่อให้เพิ่มราคาสูงย่อมต้องมีคนซื้อแน่ๆขอรับ”


ปึง!!


เสียงทุบโต๊ะหนาที่ทำจากไม้หวงฮวาหลี[2]เนื้อดีดังลั่น จงหร่วนที่เป็นคนขี้ขลาดสะดุ้งเสียจนร่างอวบอูมสั่นไหว


“นับวันยิ่งเหิมเกริม ก็รู้ๆอยู่ว่าช่วงนี้เป็นช่วงข้าวยากหมากแพงนัก แทนที่จะเห็นใจคนยากคนจนกลับข่มเหงกันราวกับไม่ใช่คน เศรษฐีลั่วผู้นี้เห็นทีคงปล่อยเอาไว้ไม่ได้แล้ว”


“นายน้อยต้องการให้พวกข้าจัดการเช่นไรโปรดบอกมาเถิดขอรับ” ป๋อซือเอ่ยถามอย่างรู้งาน


“จะเล่นงานมันไม่ใช่เรื่องยาก แต่ข้ารู้มาว่าเศรษฐีลั่วมีผู้คุมกันฝีมือร้ายกาจอยู่รอบตัว ถึงคนของเราจะมากฝีมือก็ไม่ควรประมาท หากเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าคนของเราอาจบาดเจ็บได้”


“เช่นนั้นจะให้ทำเช่นไรดีขอรับ”


หยางอี้หลงนิ่งไปครู่ก่อนจะว่า “ให้ชุนหลางกับชางหลงไปสังเกตการณ์ที่เรือนของเศรษฐีลั่วว่ามีผู้คุ้มกันอยู่เท่าไหร่ แล้วในเรือนมีห้องทั้งหมดกี่ห้อง ห้องที่เก็บสมบัติอยู่ทิศใด แล้วให้พวกเขากลับมารายงานข้าภายในยามโหย่ว[3] ในหน่วยลับของเราสองแฝดนี่ได้ชื่อว่าว่องไวและมีฝีเท้าเบาที่สุด ให้พวกเขาไปงานจะเสร็จเร็วขึ้น รีบออกไปจัดการเถิด”


“ทราบแล้วขอรับ” ป๋อซือค้อมกายแล้วจึงเดินออกไปโดยมีจงหร่วนเดินตามไปไม่ห่าง



[1] เป้ายิ่ง แปลว่า กรรมตามสนอง

[2] ไม้หวงฮวาหลี คือ ต้นพะยูงหอม เป็นไม้เนื้อแข็ง เหมาะแก่การทำเครื่องเรือน

[3] ยามโหย่ว คือ ช่วงเวลาประมาณ 17.00 - 18.59 น.



               TALK: แต่งตอนนี้เสร็จเพิ่งสังเกตว่าไรท์ตั้งชื่อแฝงองค์ชายว่าต้วนอี้หลง มันคล้องจองกับ ต้วนอี้เอิ้น ก็อตเซเว่นเฉ้ยยย บ่งบอกมากว่าเป็นติ่ง 5555 อย่าว่ากันเลยนะคะ จิตใต้สำนึกมันออกมาเอง ขำตัวเองมากอ่ะ อิอิ ไหนๆก็ไหน พระเอกไรท์ปรากฎตัวแล้วเน้อ ค่าตัวแพงไปหน่อย ฮะๆๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 245 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

413 ความคิดเห็น

  1. #256 panthita123 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 09:00
    ที่แท้ก็มาร์คต้วนนน!!5555
    #256
    1
    • #256-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 8)
      19 มกราคม 2562 / 09:38
      อิอิ นี่ละชีวิตติ่ง หายใจเข้าออกก็เป็นเธอ
      #256-1
  2. #238 rossukon2531 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:54
    พระเอกมาแล้ว
    #238
    0
  3. #9 นักอ่านสมัครเล่น (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 20:46

    อ่านนิยายของไรท์แล้วไม่ต้องเม้นท์ว่าชอบว่าดี แต่ที่รีบเม้นท์เพราะอ่านทั้งหมด

    ถูกใจจริงตรงประโยค "โต๊ะหนาที่ทำจากไม้หวงฮวาหลี" สะดุดชอบฝังใจจนจบรีบ

    อ่านความหมายท้ายเรื่อง ยิ่งดีใจที่ไรท์ไม่เขียนว่า"โต๊ะหนาที่ทำจากไม้พะยูงหอม"

    มันจะธรรมดาเรื่อยๆและคงทำให้ความกลมกล่อมบรรยากาศของเนื้อเรื่องด้อยลงไป

    ขอบคุณ


    #9
    1
    • #9-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 8)
      2 ธันวาคม 2561 / 21:04
      โห ดีใจที่รีดชอบนะคะ เวลาเขียนนิยายจีนโบราณ ไรท์จะยายามไม่ทับศัพท์ค่ะ จะใช้คำภาษาจีนเลย เพราะส่วนตัวคิดว่ามนน่าจะอ่านแล้วได้อรรถรสมากกว่า ดีใจมากๆสำหรับเม้นท์น่ารักๆ ขอบคุณๆ
      #9-1