[วางแผง/E-Book] จ้าวหลินหรง 赵林蓉 (สนพ.ไลต์ออฟเลิฟ)

ตอนที่ 7 : 3 ลักพาตัว [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,601
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 250 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61





ลักพาตัว [2]

ตำหนักหงเหอ

หากผู้ใดคิดจะเข้าไปกราบทูลราชกิจสิ่งใดแก่องค์รัชทายาทในยามนี้ต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะพายุลูกใหญ่ที่พัดโหมอยู่ภายในตำหนักยังไม่มีทีท่าว่าจะซาลง


“พวกเจ้าช่างไร้ความสามารถนัก สตรีเพียงคนเดียวไยจึงตามหากันไม่พบ!!” เจิ้งซุนเทียนคำรามลั่น ใบหน้าหล่อเหลาเคียดขึงถมึงทึง ไม่ว่าผู้ใดก็แทบจะเข้าหน้าไม่ติด


“ทูลองค์รัชทายาท อาจเป็นเพราะนางถูกพาออกจากเมืองหลวงไปตั้งแต่เมื่อคืน คาดว่าป่านนี้คงเดินทางไปไกลโขแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เกาเจิงอู่ต้าซือคง[1] รายงานผลที่ได้รับจากลูกน้องมาแก่องค์รัชทายาทด้วยน้ำเสียงไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก ด้วยเหตุการณ์ผ่านพ้นมาหลายชั่วยามแล้วเกรงว่าสตรีที่องค์รัชทายาทหมายปองอาจจะ...


“ห้ามหยุดตามหานางเด็ดขาด เป็นตายร้ายดีก็ต้องหาตัวนางให้พบ หากไม่พบพวกเจ้าทั้งหมดสมควรถูกลงโทษสถานหนัก!


อารมณ์ที่เกรี้ยวกราดดุจราชสีห์โมโหร้ายขององค์รัชทายาททำเอาเหล่าขันทีและนางกำนัลตัวสั่นงันงกไม่กล้าเงยหน้าหรือแม้แต่จะหายใจเสียงดัง พวกเขารู้ฤทธิ์เดชทางอารมณ์ของบุรุษสูงส่งผู้นี้เป็นอย่างดี เพราะทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาทรงทั้งเอาใจและให้ท้ายอยู่เสมอเจิ้งซุนเทียนจึงมักเอาแต่ใจตนเป็นใหญ่ ไม่ว่าสิ่งใดที่เขาต้องการย่อมไม่เคยหลุดมือ ต่อให้การได้มาครอบครองนั้นจะผิดมหันต์เพียงไรหากเป็นประสงค์ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าขัด


“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งเกาเจิงอู่และลูกน้องหลายสิบคนพากันน้อมรับพระบัญชาก่อนจะก้าวออกจากตำหนักไป


คล้อยหลังของเกาเจิงอู่ เจิ้งซุนเทียนก็เดินกลับเข้าไปในห้องตำราด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง อารมณ์ที่พลุ่งพล่านยากจะระงับของเขานั่นแผ่กำจายราวกับจะพังตำหนักอันใหญ่โตนี้ให้ราบพนาสูรได้ในพริบตา แต่เพราะหน้าที่แม้เหล่าข้าราชบิพารจะหวาดกลัวจนแข้งขาแทบไร้เรี่ยวแรงก็ยังต้องคอยติดตามถวายการรับใช้ไม่ห่าง


“ออกไป!! ออกไปให้หมด!!” เสียงตวาดกร้าวขององค์รัชทายาทดังสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน เพียงชั่วอึดใจเหล่าขันทีและนางกำนัลก็อันตรธานหายไปจนสิ้น


ทันทีที่ร่างสูงสง่าทิ้งกายลงนั่งบนเก้าอี้ไท่ซื่อ เขาก็เอ่ยปากเรียกองครักษ์ลับ “กังหมินคุน”


พริบตาเดียวร่างทะมึนร่างหนึ่งก็ขยับกายมายืนใกล้ๆเจิ้งซุนเทียน “พ่ะย่ะค่ะองค์รัชทายาท”


“เจ้าจงไปบอกให้กังหมินหยวนนำคนของทหารลับกังหมินออกตามหาฉีหลินหรงอีกแรง ได้เรื่องเช่นไรให้รีบมารายงานข้า”


“น้อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ” จากนั้นร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทก็หายวับออกไป เหลือเพียงเจ้าของตำหนักที่นั่งไม่สบอารมณ์อยู่บนโต๊ะทรงงานลำพัง


ไอ้พวกโจรชั่วนั่นช่างบังอาจนัก กล้าขโมยของที่เป็นของของเขา ต่อให้นางกลายเป็นร่างไร้วิญญาณเขาก็ต้องได้ครอบครองนาง แต่เขามั่นใจนักว่านางจะต้องใช้ความฉลาดที่มีเอาตัวรอดกลับมาได้ ทว่าเขาคงจะรอให้ถึงเวลานั้นไม่ไหวหากเจ็ดวันไม่พบ เขานี่แหละจะออกตามหานางด้วยตัวเอง




 

ผ่านไปกี่ยามแล้วก็ไม่อาจรู้ หลินหรงที่ถูกปิดตาผูกข้อมือไพล่หลังเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้น ชั่วครู่เดียวความทรงจำก่อนหน้านี้ค่อยๆกระจ่างชัดในสมอง ใช่แล้วนางถูกคนร้ายจับตัวมานี่ นางไม่มั่นใจว่ายามนี้นางอยู่ที่ใดและเป็นยามเท่าไหร่แล้ว แต่ที่นางมั่นใจได้อย่างหนึ่งก็คือนางอยู่บนรถม้าที่กำลังเคลื่อนที่และนางปลอดภัยดี นางพยายามขยับกายไปมาแต่ก็ทำได้ยากนัก ทั้งร่างก็นางชาดิกจนนางรู้สึกทรมานไปหมด


“พี่ผิงตู้ ท่านแน่ใจนะว่าฉีหล่วนโหวผู้นั้นจะไม่เล่นงานเราที่ไปจับตัวบุตรสาวคนโตมาเช่นนี้”


พอได้ยินเสียงพูดคุยแว่วมา หลินหรงจึงรีบเพ่งสมาธิฟังทันทีเพื่อหาเบาะแสเอาตัวรอด


“แน่ใจสิ ฮูหยินรองก็ย้ำแล้วว่าคุณหนูใหญ่นั้นขวางหูขวางตานักซ้ำยังไม่เป็นที่รักใคร่ของผู้ใดในจวนเลยจึงอยากจะกำจัดเสีย”


ดวงตากลมโตเบิกกว้างอยู่ภายใต้ผืนผ้าหนา ที่แท้...ที่แท้ก็เป็นแม่ลูกนั่น นางช่างโง่ โง่เหลือเกิน นางน่าจะเฉลียวใจมากกว่านี้ หลินหรงเม้มปากแน่นนึกโกรธตัวเองที่ถูกแม่ลูกนั่นเล่นงานด้วยเรื่องนี้จนได้


“โธ่ น่าเสียดายนางงดงามปานนั้น ท่านจะพานางไปขายจริงๆหรือ เก็บไว้เชยชมเองก็ได้นี่หน่า” ลูกน้องคนสนิทของผิงตู้เสนอ คราแรกที่ได้ยลโฉมหลินหรงเขาก็ตกตะลึงแทบเสียอาการด้วยรูปโฉมสะคราญงดงามออกปานนั้น ไม่แปลกใจเลยเหตุใดจึงถูกคนในจวนริษยาจนต้องทำเช่นนี้กับนาง


“เจ้าอย่าคิดหาเหาใส่หัว รีบทำเรื่องนี้ให้เสร็จๆแล้วรีบหนี ถึงจวนฉีหล่วนโหวไม่มีผู้ใดตามหานาง แต่การลักพาตัวคนย่อมมีความผิด เจ้าอยากถูกจับไปอยู่ในคุกหรือ!


“ไม่! ไม่ขอรับพี่ผิงตู้!


หลินหรงได้ยินบทสนทนาของสองคนนั้นชัดเจนเต็มสองรูหู ยามนี้ผ้าคาดตาของนางเปียกชุ่ม หากแต่ไม่ใช่น้ำตาแห่งความกลัวหรือเสียใจ แต่เป็นน้ำตาแห่งความโกรธแค้น โกรธแค้นสองแม่ลูกอำมหิตนั่น พวกนางชั่วช้าจนถึงขนาดจับนางไปขายต่างเมืองโดยไม่คิดอันใดเลยด้วยซ้ำ นี่มันไม่ใช่คนแล้ว พวกนางคือปีศาจในคราบมนุษย์ชัดๆ


คอยดูเถิด หากนางมีโอกาสกลับไปได้เมื่อใดนางจะเอาคืนพวกนางให้สาสม ยามนี้ความคั่งค้างอยู่ในอกยิ่งกว่ากองไฟที่สุมทบทวีคูณ ทำกับมารดานางว่าเลวร้ายแล้วสิ่งที่ทำกับนางในยามนี้เลวร้ายยิ่งกว่าหลายเท่านัก ในเมื่อไม่เห็นแก่ความเป็นพี่น้องแล้วเช่นนี้ หากนางเอาคืนก็อย่ามาหาว่านางใจไม้ไส้ระกำไม่เห็นแก่หน้าคนในจวนฉีหล่วนโหวก็แล้วกัน



 

สองวันอันแสนมืดมิดและทรมานค่อยๆผ่านไปอย่างเชื่องช้า หลินหรงต้องทนให้พวกมันป้อนข้าวป้อนน้ำเพื่อให้มีชีวิตรอดกลับไปแก้แค้นสองแม่ลูกนั่น แม้จะต้องการเห็นแสงตะวันเพียงไรก็ได้เพียงแค่คิด พวกมันไม่โง่นักที่ใช้ผ้าอุดปากนางไว้เพื่อไม่ให้ส่งเสียงทั้งยังใช้ผ้าปิดตานางเพื่อไม่ให้จดจำใบหน้าของพวกมันได้ แต่นางจดจำชื่อของพวกมันได้ขึ้นใจเชียวล่ะ


ยามนี้นางรู้สึกว่ารถม้าเริ่มเข้าสู่เขตเมืองแล้ว นางได้ยินเสียงสนทนาของผู้คนรอบๆดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่ทำให้นางหงุดหงิดก็คือนางไม่รู้ว่าที่นี่คือเมืองอะไรกันแน่


ค่อนข้างน่าเจ็บใจนัก ถึงนางจะรู้จักชื่อเมืองต่างๆของแคว้นต้าเฟิ่งอย่างดี แต่ก็รู้จักผ่านตำรับตำราเท่านั้น หาได้เคยมาเยี่ยมเยียนไม่ อย่าได้ถามเลยว่านางจะกลับเมืองหลวงจงกวนได้อย่างไร หากนางหนีเข้าป่าไปก็มีแต่หลงเท่านั้น อย่างน้อยๆก็คงต้องอยู่ที่นี่เพื่อหาลู่ทางเสียก่อน หากแต่นั่นก็ยังไม่สำคัญเท่าเรื่องที่ว่านางกำลังจะถูกขายให้กับผู้ใดกันแน่ พลันคิดเรื่องนี้ขึ้นมาขนอ่อนทั่วร่างของนางก็ลุกตั้งขึ้นด้วยความหวาดกลัว นางก็เป็นเพียงสตรีวัยสิบห้าที่อ่อนแอผู้หนึ่ง แม้มีความรู้ความสามารถติดกายแต่ก็หาใช่วรยุทธ์ล้ำเลิศที่จะปกป้องตนเองจากบุรุษพวกนั้นได้ ก็หวังเพียงว่าหากเข้าตาจนจริงๆนางจะพอใช้ความฉลาดที่มีเอาตัวรอดได้บ้างเท่านั้นเอง


รถม้าเคลื่อนไปได้ราวหนึ่งก้านธูป[2] ก็หยุดนิ่ง ยามนี้เองที่หลินหรงรู้สึกว่าหัวใจดวงน้อยๆของนางเต้นรัวเร็วราวกับจะกระดอนออกมา ผิงตู้และผิงกวนสองพี่น้องชั่วเดินไปคุยกับใครสักคนห่างจากรถม้าพอสมควร ทำให้นางได้ยินบทสนมนาไม่ชัด ยากที่จะเข้าใจสิ่งที่พวกนั้นคุยกันได้


“ขอข้าดูสินค้าของเจ้าก่อนก็แล้วกัน” เสียงแหบพร่าเสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหน้ารถม้า หลินหรงขยับร่างซุกเข้ากับมุมหนึ่งด้วยสัณชาตญาณ นางพยายามกดหน้าลงต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์


“เชิญท่านเศรษฐีลั่วชมความงามของนางได้เลยขอรับ” ผิงตู้รีบเชื้อเชิญบ่อเงินบ่อทองของตนให้อีกฝ่ายอย่างขมีขมัน ที่เมืองซัวเถิงนี่เศรษฐีค้าผ้าลั่วตานมู่นับว่าฐานะดีเป็นอันดับต้นๆ ทั้งยังชื่นชอบเชยชมสาวงามจากต่างเมืองด้วยวิธีแปลกพิสดารยิ่ง หากมีผู้ใดพามาขายให้แล้วเกิดถูกใจก็จะจ่ายค่าตอบแทนอย่างงามเลยทีเดียว


หลินหรงได้ยินเสียงเปิดม่านรถม้าขึ้น ก่อนที่คนร้ายที่ชื่อผิงกวนจะเป็นคนใช้แรงดึงนางให้ขยับออกมาด้านหน้าเพื่อให้เศรษฐีมักมากผู้นั้นได้ยลโฉมนางได้ชัดๆ นางอยากจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ได้เพียงส่งเสียงอืออาน่ารำคาญออกมาเท่านั้น


“เป็นเช่นไรบ้างขอรับ” ผิงตู้ถูมืออวบๆของตนไปมาจับจ้องใบหน้าพึงพอใจของอีกฝ่ายรอคอยคำตอบ


“งามนัก งามจริงๆ ทั้งรูปร่างผิวพรรณ ขนาดถูกปิดตาเช่นนี้ยังมองออกว่านางต้องมีดวงตาที่งดงามมากแน่นอน”


“เช่นนั้น...เศรษฐีลั่วจะจ่ายให้ข้ากี่ตำลึงดีขอรับ”


ด้วยความพึงพอใจที่มีต่อหลินหรงกลัวว่าผิงตู้จะไม่ยอมขายนางให้จึงรีบร้อนบอกราคาไป


“สามพันตำลึงทอง!


ผิงตู้ตีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย นางเป็นถึงคุณหนูใหญ่ของตระกูลฉีที่รั้งตำแหน่งฉีหล่วนโหวทั้งยังมีเลือดเนื้อเชื้อสายของตระกูลจ้าวซึ่งเป็นถึงตระกูลแม่ทัพใหญ่ ไยเจ้าเศรษฐีหื่นกามขี้งกนี่จึงกดราคานัก


“ท่านเศรษฐี...หากท่านรู้ว่าหญิงสาวผู้นี้เป็นบุตรสาวของผู้ใดท่านจะไม่เอ่ยราคานี้ออกมาแน่นอนขอรับ”


“เจ้าหมายถึงอันใดกัน” คิ้วบางๆที่มีขนคิ้วประปรายย่นเข้าหากัน พลันเห็นว่าผิงตู้ชะโงกหน้าเข้ามาหาคล้ายจะกระซิบกระซาบบางอย่าง เศรษฐีลั่วจึงเอนกายเข้าหารอฟัง และทันทีที่ได้ยินคำพูดของผิงตู้นัยน์ตาของเขาก็เบิกกว้างอย่างไม่เชื่อหู “จริงหรือนี่!!


“แน่นอนขอรับ ได้รู้เช่นนี้แล้ว ค่าตัวนางก็ควรจะมากกว่านี้จริงหรือไม่ขอรับ”


ผิงตู้นั่นเดิมเป็นคนเจ้าเล่ห์อยู่แล้ว ยิ่งกับเรื่องเงินๆทองๆเช่นนี้ยิ่งไม่เป็นสองรองผู้ใด หากมีโอกาสได้ขูดรีดขูดเนื้อพวกเศรษฐีง่ายๆเช่นนี้มีหรือจะปล่อยไปง่ายๆ


เศรษฐีลั่วเริ่มลังเล แม้เขาจะชื่นชอบสตรีที่งดงามปานดอกเหมยแรกแย้มบริสุทธิ์เช่นนี้มากเพียงไรแต่หากราคาสูงกว่านี้เขาก็เสียดายเงินทองนัก แต่ว่า...หลังจากได้ยินชาติกำเนิดของนางแล้ว อารมณ์อย่างว่าของเขาก็พลุ่งพล่านยากจะระงับจริงๆอดคิดไม่ได้เลยว่าหากในอ้อมกอดของเขามีบุตรสาวคนโตของสกุลจ้าวที่เคยยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้นอยู่มันจะรู้สึกเช่นไร ไม่ได้ๆเขาจะเสียโอกาสได้เชยชมสตรีที่งดงามราวเทพธิดาเช่นนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด ในเมื่อสินค้าก็ต้องการเงินก็ไม่อยากเสียจะทำเช่นไรดี เศรษฐีลั่วครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็แสยะยิ้มน้อยๆดูเจ้าเล่ห์ไม่แพ้ผิงตู้เลยแม้แต่น้อย


“ตกลง! ข้าให้หกพันตำลึงทอง มากขึ้นเท่าตัวเช่นนี้คงจะพอกระมัง”


ผิงตู้และผิงกวนตาลุกวาว เงินตั้งหกพันตำลึงทอง นี่มันมากพอจะนำไปซื้อบ้านได้ทั้งหลังเชียวนะ ไม่คว้าไว้ก็บ้าแล้ว


“ยินดีขอรับ เช่นนั้นท่านนำตัวนางไปได้เลยขอรับ”


“พ่อบ้านฉวน ไปนำเงินมาให้พวกเขาแล้วพาตัวนางไปไว้ที่ห้องบุปผาสะพรั่ง” เศรษฐีลั่วสั่งสายตายังจับจ้องไปที่หลินหรงที่นั่งน้ำตารินไหลจนผ้าคาดตาเปียกชุ่มด้วยความยินดี สตรีที่เพียบพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตาและชาติตระกูลช่างหอมหวานเหลือเกินในสายตาเขา บอกตรงๆว่าเขาแทบจะรอคืนนี้ไม่ไหวแล้ว


“ขอรับนายท่าน” พ่อบ้านฉวนเดินเร็วๆหายเข้าเรือนไปก่อนจะกลับออกมาพร้อมถุงเงินถุงหนึ่งในมือ ดูจากสายตาก็รู้ว่ามีเงินในถุงนั้นมากมากเพียงไร


ผิงตู้รีบโผเข้าไปแย่งถุงเงินจากมือของพ่อบ้านฉวนอย่างคนที่หิวกระหายในเงินทองดูแล้วน่ารังเกียจยิ่งนัก พ่อบ้านฉวนคร้านจะสนใจจึงพยักหน้าให้บ่าวรับใช้มาพาตัวหลินหรงที่อยู่บนรถม้าลงมา  


“ขอบพระคุณขอรับท่านเศรษฐี หากครั้งหน้ามีสินค้าดีๆเช่นนี้ข้าจะกลับมาอีกแน่นอน” ไม่รอช้าทั้งผิงตู้และผิงกวนก็รีบร้อนจากไป ปล่อยให้หลินหรงต้องประสบชะตากรรมที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้เลยเพียงลำพัง


คล้อยหลังสองพี่น้องไปได้เพียงไม่ถึงลี้[3] ประกายตาของเศรษฐีลั่วก็เย็นเยียบ เขายกมือขึ้นไพล่หลังพลางเอ่ยเรียก


“หมิ่นเซียว”


ชั่ววูบก็มีบุรุษสวมชุดดำทั้งร่างเว้นไว้เพียงดวงตาหนึ่งคู่เคลื่อนกายมาคุกเข่าข้างกายเศรษฐีลั่ว “ขอรับนายท่าน”


“สังหารพวกมันให้สิ้น เก็บกวาดให้เรียบร้อย นำถุงเงินนั่นกลับมาให้ข้า”


“ขอรับนายท่าน” พริบตาเดียวร่างสูงโปร่งปราดเปรียวก็หายวับไปดั่งสายลมวูบหนึ่ง


หลินหรงที่ได้ยินทุกอย่างก็สั่นสะท้าน ถึงนางจะเป็นคนจิตแข็งแต่เมื่อต้องมาพบมาเจอสถานการณ์เช่นนี้ก็ยากที่จะทำใจให้มั่นคงอยู่ได้ เจ้าคนชั่วสองคนนั้นอย่างไรก็คงไม่มีทางรอดแล้ว แล้วนางเล่า นางจะทำเช่นไรดี นางควรหาทางหนีอย่างไรดี นางจะหลีกหนีชะตากรรมแสนโหดร้ายนี่อย่างไรดี



[1] ตำแหน่งต้าซือคง เทียบเท่าตำแหน่งสมุหนายก ดูแลกิจการฝ่ายพลเรือนมีอำนาจหน้าที่บังคับบัญชาและตรวจราชการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายพลเรือนทั่วแคว้น

[2] หนึ่งก้านธูป คือ ระยะเวลาราวๆ 15 นาที

[3] ลี้ คือ หน่วยวัดของจีน โดย 1 ลี้  =  500 เมตร


          TALK: มาเอาใจช่วยน้องหรงของไรท์กันค่ะว่านางจะเอาตัวรอดจากไอ้เศรษฐีหมูตอนหื่นกามยังไง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 250 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

413 ความคิดเห็น

  1. #237 rossukon2531 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:41
    ลุ้นๆมาก
    #237
    0
  2. #19 pemipond (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 13:18

    โอ๊ยยย บีบคั้น

    #19
    1
    • #19-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 7)
      12 ธันวาคม 2561 / 13:55
      ลุ้นกันนิดนึง > <
      #19-1
  3. #8 nenut (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 12:58

    ใครก็ได้ช่วยน้องที~
    #8
    1
    • #8-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 7)
      1 ธันวาคม 2561 / 13:27
      เดะไรท์ไปตามพระเอกขี้ม้าขาวให้ค่ะ สงสัยค่าตัวจะแพงออกยากเหลือเกิน ฮะๆๆ
      #8-1
  4. #7 Nao Ng Sverige (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 12:03

    ขอบคุณค่ะ
    #7
    1
    • #7-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 7)
      1 ธันวาคม 2561 / 12:22
      ยินดีค่าาา
      #7-1