[วางแผง/E-Book] จ้าวหลินหรง 赵林蓉 (สนพ.ไลต์ออฟเลิฟ)

ตอนที่ 6 : 3 ลักพาตัว [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,622
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 235 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61





ลักพาตัว [3-1]

ตลอดทางหลินหรงรู้สึกหวาดระแวงบรรยากาศรอบข้างเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ว่าวันนี้ในเมืองค่อนข้างเงียบผิดปกติทั้งๆที่เวลานี้ตลาดเหมี่ยวตงควรจะมีผู้คนมากมายนี่หน่า แล้วดูร้านรวงก็ปิดเกือบจะทุกร้าน ไม่ต้องคาดหวังเลยว่าร้านเถ้าแก่โฮ้วจะยังเปิด ป่านนี้คงเข้านอนกันหมดแล้วด้วยซ้ำ


นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่


“คุณหนู ข้าว่านี่มันชักแปลกๆแล้วนะขอรับ” แม้แต่ลั่วตงที่ปกติแล้วแสนจะซื่อบื้อยังรู้สึกได้


หลินหรงหยุดเดินก่อนจะเหลียวมองไปมาพยายามหาชาวเมืองที่พอจะถามได้ จนกระทั่งเจอยาจกชราผู้หนึ่งนั่งพิงกำแพงรั้วบ้านอยู่หากแต่ก็คล้ายใกล้จะหลับมิหลับแหล่


“ท่านตาเจ้าคะ ชาวเมืองหายไปไหนกันหมดหรือ ไยตลาดจึงได้เงียบเหงานัก” นางถามน้ำเสียงอ่อนโยน นางไม่เคยดูถูกดูแคลนคนไร้ที่พัก ไร้สมบัติติดตัว เพราะมารดาของนางและนางเองก็เป็นเช่นนั้น การที่ไม่มีอันใดเลยไม่ได้หมายความว่าคนผู้นั้นจะเป็นคนไม่ดี


ยาจกชราปรือตาขึ้นมามองนาง ก่อนจะตามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย “อ้าวคุณหนู นี่ไม่รู้หรือว่าเมื่อครึ่งชั่วยามก่อนมีโจรกลุ่มใหญ่บุกเข้าปล้นจวนใต้เท้าโหว ซ้ำยังฆ่ายกครัวน่าสยดสยองนัก ชาวเมืองแถวนี้หวาดกลัวจึงได้ปิดบ้านปิดช่องหนีกันหมดแล้ว ข้ามันก็ไอ้คนไม่มีค่าโจรพวกนั้นมันคงไม่ฆ่าให้เปลืองแรง ว่าแต่ท่านเถิด ไยไม่อยู่ในเรือน รีบกลับไปจะดีกว่านะ มันอันตราย” จบคำยาจกชราผู้นั้นก็เอนศีรษะพิงกำแพงก่อนจะหลับไป


“คุณหนูขอรับ เรากลับกันเถิด ถึงบ่าวจะมีกำลังมากกว่าคนทั่วไปแต่ลำพังบ่าวผู้เดียวคงสู้รบกับโจรที่มีอาวุธครบมือเช่นนั้นไม่ไหวแน่”


หลินหรงหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่รู้จะตัดสินใจเช่นไรดี หากนางเดินไปอีกไม่กี่จั้ง[1] ก็จะถึงร้านเถ้าแก่โฮ้วอยู่แล้ว หากนางกลับไปมือเปล่า ลั่วจูก็คงโดนทำโทษอีก


“ยังก่อนอาตง ขอข้าไปดูให้มั่นใจก่อนว่าร้านยังไม่ปิด หากกลับไปเช่นนี้เสี่ยวว่านก็ต้องหาเรื่องพี่สาวเจ้าอีก แผลจากการถูกโบยครั้งที่แล้วเพิ่งจะตกสะเก็ดเอง”


ลั่วตงรู้สึกกังวลนัก ร้านเถ้าแก่โฮวอยู่ตั้งหัวมุมตลาดทั้งมืดทั้งเปลี่ยว ถึงเขาจะซื่อบื้อไม่ทันคนถูกคุณหนูในจวนและคนอื่นด่าว่าทุบตีอยู่เป็นประจำแต่ก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้ใจตอนนี้ได้อย่างดี


“แต่ว่า...”


“แทนที่เราจะมายืนกังวล ข้าว่าเรารีบไปแล้วรีบกลับเถิดนะ”


ลั่วตงโค้งกายรับคำสั่ง “ขอรับ”


แต่เมื่อทั้งคู่เดินผ่านหอเหมยแดงซึ่งเป็นหอคณิกาขึ้นชื่อของตลาดเหมี่ยวตงกลับต่างก็พากันย่นหัวคิ้ว อย่าว่าแต่แขกเลยแม้แต่สตรีสักคนยังไม่มีให้เห็น แม้จะมีโคมไฟสีแดงส่องสว่างทั่วหอแต่กลับให้ความรู้สึกวังเวงเหลือประมาณ พวกนางเดินกันมาจนถึงร้านขายรังนกของเถ้าแก่โฮ้วก็พบว่าร้านปิดไปแล้วจริงๆ ทั้งบรรยากาศรอบๆก็เงียบสงัดจนน่าขนลุก


“คุณ...คุณหนู บ่าวว่าชักจะไม่ค่อยดีแล้วล่ะขอรับ อย่าอยู่ต่อเลย เรารีบกลับกันเถิด”


หลินหรงเองก็รู้สึกได้เช่นกันว่าไม่ควรไปต่ออย่างที่ลั่วตงว่าจริงๆนั่นล่ะ “เช่นนั้น เรากลับกันก่อนก็แล้วกันอาตง”


“ขอรับ” ลั่วตงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตามคุณหนูตนกลับทางเดิม ซึ่งในขากลับทั้งคู่ก้าวเท้าเร็วกว่าขามาเกือบเท่าตัว อีกทั้งยามนี้ก็น่าจะเป็นยามไห่[2] ซ้ำยังเป็นคืนเดือนมืด หากเกิดอันใดขึ้นล้วนไม่เป็นผลดีทั้งสิ้น


หากแต่พวกนางเดินห่างร้านมาได้ไม่ถึงสองจั้ง จู่ๆก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่สวมผ้าปกปิดใบหน้าและศีรษะจนมิดราวสี่ห้าคนพุ่งออกจากซอยมืดขวางหน้านางกับลั่วตงเอาไว้


“หยุดคุยกันก่อนสิขอรับคุณหนู” มันว่าพลางสาวเท้าเข้าหาหลินหรงทีละน้อยดูคุกคามยิ่ง ทั้งยังพยายามใช้สายตาไม่เป็นมิตรของมันแทะโลมนางอย่างเห็นได้ชัด ช่างน่าสะอิดสะเอียน


หลินหรงชะงักขาเล็กๆของตนเองก่อนจะก้าวถอยหลังไม่รู้ตัว ลั่วตงเห็นท่าไม่ดีจึงขยับร่างอันสูงใหญ่ของตนขึ้นมาบังร่างเล็กๆของคุณหนูตนตามสัญชาตญาณการปกป้องทันที


“พวกเจ้าเป็นผู้ใด!!” เขาคำรามเสียงดังสะเทือน


“ถอยไป ข้ามีธุระกับคุณหนูผู้นั้น ไม่เกี่ยวกับเจ้า!


“คุณหนูของข้าไม่เคยรู้จักพวกเจ้า พวกเจ้านั่นแหละที่ต้องถอย!


“หนอย ในเมื่อพูดไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องพูด จัดการมัน!” มันสั่งให้พรรคพวกที่มาด้วยกันอีกสี่คนเข้ารุมลั่วตงที่มีร่างสูงใหญ่กว่าคนทั่วไป


 หากต่อสู้กันหมัดต่อหมัดลั่วตงย่อมไม่เป็นรอง แต่นี่พวกมันเล่นใช้อาวุธต่อให้ลั่วตงมีเรี่ยวแรงมากเพียงไรก็คงไม่อาจต้านทานได้ทั้งหมด


ในขณะที่ปล่อยให้ลูกน้องสี่คนนั่นจัดการลั่วตง คนที่คล้ายเป็นหัวหน้ากลุ่มก็สาวเท้าตรงไปหาหลินหรง สีหน้าบ่งบอกว่าต้องการสิ่งใดจากนาง หลินหรงค่อยๆถอยหลังทีละก้าวๆ เหงื่อเม็ดโตๆผุดพรายขึ้นบนใบหน้าและไรผม แม้ทว่าความหวาดกลัวจะเข้าครอบงำจิตใจเพียงไรแต่นางก็ยังสามารถควบคุมสติได้อย่างดี นางพยายามชะเง้อคอมองไปทางลั่วตงเพื่อจะขอความช่วยเหลือ แต่กลับพบว่าลั่วตงที่สู้ยิบตากำลังถูกคนพวกนั้นใช้ดาบยาวแทงเข้าที่ลำตัวหลายครั้งจนล้มลงกับพื้น


ตามที่พวกมันคุยกันไว้ในคราแรกก็แค่จะทำให้ลั่วตงสลบไปเท่านั้น ใครจะไปคาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมีเรี่ยวแรงมหาศาล หากไม่ฆ่าทิ้งพวกมันก็ต้องม้วย สุดท้ายลั่วตงจึงต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนา


“ไม่นะ!! อาตง! อาตง!” นางร้องเรียกลั่วตงให้ตื่นฟื้น แต่ต่อให้นางตะโกนจนเสียงแหบแห้งลั่วตงก็คงไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีกแล้ว นางจะทำเช่นไรดี “อย่า...อย่าเข้ามานะ” นางขู่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง น้ำตาไหลอาบสองแก้มน่าสงสาร


“อย่าเล่นตัวไปนักเลยน่า ยอมให้ข้าจับไปดีๆดีกว่าน่าจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”


จับไป? หมายความว่าคนพวกนี้ต้องการเพียงจับข้างั้นหรือ เพื่ออันใดกัน?


ในขณะที่นางคิดหาทางหนี พอได้ยินคำนั้นออกจากปากพวกมัน นางก็เริ่มสงสัย ตกลงจุดประสงค์ของพวกมันคือสิ่งใดกันแน่ หากพอคิดดีๆนางรู้สึกราวกับว่าพวกมันมาดักรออยู่ตรงนี้นานแล้วด้วยซ้ำราวกับว่าวางแผนพวกนี้เอาไว้แล้ว แต่ไม่ว่าจะอันใดก็ตามยามนี้นางต้องหนีให้รอดพ้นเสียก่อน นางเหลือบเห็นท่อนไม้ขนาดพอเหมาะวางอยู่บนพื้น รีบวางแผนไว้ในหัวว่าจะหยิบมันฟาดใส่หน้าผากอีกฝ่ายแล้ววิ่ง แล้วนางก็เริ่มนับในใจ


หนึ่ง สอง สาม!!


หมับ!! ผัวะ!


“โอ๊ย!!


จากนั้นหลินหรงก็รีบหมุนกายกลับหลังก่อนจะวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต อย่างไรนางก็จะไม่ยอมถูกจับเด็ดขาด ไม่ว่าเรื่องนี้จะมีต้นสายปลายเหตุหรือไม่ชีวิตนางย่อมสำคัญที่สุด


“หนอย...ไยคุณหนูใหญ่จึงวิ่งเร็วนัก”


“เอาอย่างไรดีพี่ผิงตู้!” ลูกน้องคนหนึ่งถามหัวหน้าตน


“จะเอาอย่างไรเล่า ก็ต้องจับคุณหนูให้ได้สิเว้ย ถ้าจับนางไม่ได้ก็อย่าได้หวังค่าจ้างสักอีแปะเดียว!” ผิงตู้ประมวลหนทางจับตัวหลินหรงในหัวอย่างรวดเร็วก่อนจะออกคำสั่ง “เช่นนั้นข้าจะอ้อมไปทางนี้เพื่อไปดักนางด้านหน้า ส่วนพวกเจ้าแยกกันไปทางโน้นกับทางนั้น!


“ขอรับ!!


หลินหรงเริ่มเหนื่อยหอบ แม้นางจะพยายามวิ่งให้เร็วปานใด คนร้ายพวกนั้นก็ราวกับอยู่ห่างเพียงไม่กี่ฉื่อ[3] นัยน์ตากลมโตกลอกกลิ้งไปมาเพื่อหาทางหลบหนี แต่ยิ่งวิ่งนางก็ยิ่งไร้หนทางไปเรื่อยๆ


แต่ทว่าสุดท้ายแล้วสวรรค์กลับไม่เคยเข้าข้างนาง เมื่อสองในคนร้ายกระโดดเข้ามาขวางหน้านางแล้วรีบรวบตัวนางเองไว้จนล้มกลิ้งไปกับพื้นดิน หลินหรงพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่แรงผู้หญิงบอบบางเช่นนางอย่างไรก็ไม่มีทางสู้แรงของชายฉกรรจ์ได้ ผิงตู้รีบล้วงผ้าโปะยาสลบมาอุดจมูกนาง ไม่นานนางก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและรู้สึกง่วงงุน หยาดน้ำอุ่นๆร่วงรินลงมาตามข้างแก้มหยดแล้วหยดเล่า


สวรรค์...


ไยต้องให้นางพบเจอแต่เรื่องเช่นนี้ด้วย พวกท่านช่างลำเอียงเหลือเกิน




 

ยามเฉิน[4]วันต่อมา จวนฉีหล่วนโหวก็โกลาหลวุ่นวายเมื่อมีคนของทางการหามร่างสูงใหญ่ของลั่วตงซึ่งยามนี้ไร้ลมหายใจมาส่งที่หน้าจวน


ในคราแรกฮั่วอี๋เหนียงหมายจะปล่อยข่าวว่าเมื่อคืนในระหว่างที่หลินหรงและลั่วตงออกจากจวนไปด้วยกันนั้นลั่วตงเกิดความกำหนัดจึงพยายามอุ้มหลินหรงเข้าไปในบ้านร้างแห่งหนึ่งแล้วจึงปลุกปล้ำขืนใจหลินหรงจนต้องมีมลทิน เมื่อเช้าขึ้นมาด้วยความอับอายหลินหรงจึงใช้ไม้ฟาดลั่วตงจนสลบแล้วหลบหนีไป แต่ยามนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรกลายเป็นว่าลั่วตงถูกพบในสภาพเป็นศพ อีกทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นกับหลินหรงนั้นมีพยานเป็นขอทานชราในละแวกนั้นเห็นว่ามีโจรเข้ามาทำร้ายลักพาตัวนางไป ทุกอย่างจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา


แต่มันก็ไม่ได้ผิดแผนของสองแม่ลูกไปสักเท่าใด ดูจากรูปการแล้วผิงตู้คนที่ฮั่วเพ่ยเพ่ยจ้างวานคงพลั้งมือฆ่าบ่าวร่างยักษ์คนนี้แล้วพาตัวหลินหรงไปขายต่างเมืองได้สำเร็จ ถึงจะไม่มีข่าวคาวๆเกิดขึ้นแต่ก็สามารถจัดการเอาหลินหรงออกจากจวนได้ก็นับว่าคุ้ม แม้ทางการจะให้พวกนางไปให้ปากคำก็ทำอันใดไม่ได้มาก และถึงลั่วจูจะให้การว่าอย่างไรทุกอย่างก็ชี้ชัดว่าหลินหรงถูกโจรชั่วลักพาตัวไปแล้ว ส่วนจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรนั้นก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้


“คิกๆ ถึงจะไม่ได้ป่าวประกาศว่ามันถูกไอ้ลั่วตงขืนใจ แต่แค่มันหายตัวไปเช่นนี้ชาวบ้านชาวเมืองก็คงไม่มีผู้ใดคิดว่ามันจะบริสุทธิ์ผุดผ่องกลับมา เพียงเท่านี้องค์รัชทายาทก็ต้องหันมามองลูกแล้ว ใช่หรือไม่เจ้าคะท่านแม่”


เสี่ยวว่านรู้สึกอารมณ์ดีมีความสุขยิ่งนัก แม้จะต้องวุ่นวายกับการไปศาลหรือการที่บิดาส่งคนออกตามหา แต่ผลที่ออกมาก็นับว่าเป็นที่น่าพอใจ


“แน่นอนลูกแม่ นับจากวันนี้เจ้าก็หมั่นฝึกฝนตนเองเพื่อเตรียมตัวเป็นพระชายาได้แล้ว” ฮั่วเพ่ยเพ่ยยกชาในมือขึ้นจิบช้าๆ


“หากแต่ลูกยังขัดใจอยู่เรื่องเดียว ไยองค์รัชทายาทยังทรงมีความหวังว่าจะหาตัวมันเจออีกนะ ท่านพ่อก็อีกคนไม่รู้จะออกตามหามันทำไม เสียเวลาจะตาย ฮึ ป่านนี้มันคงตกเป็นเมียบำเรอของบุรุษชราคนใดแล้วก็ไม่รู้ ช่างเหมาะสมกับกำพืดของมันยิ่งนักเจ้าค่ะ”


แล้วสองแม่ลูกก็หัวเราะร่วนออกมาอย่างถูกอกถูกใจที่ยามนี้สามารถกำจัดเสี้ยนหนามออกไปได้ทั้งหมดแล้ว นับจากนี้ภายในจวนฉีหล่วนโหวก็จะมีพวกนางสองแม่ลูกที่เป็นใหญ่ที่สุด




[1] จั้ง คือ เป็นหน่วยวัดระยะทางของจีนโบราณ โดยที่ 1 จั้ง ยาวประมาณ 3.33 เมตร

[2] ยามไห่ คือ ช่วงเวลา  21.00 -  22.59 น.

[3] ฉื่อ  คือหน่วยวัดของจีน โดย 1 ฉื่อ = 10 นิ้ว (ราวๆ 1 ฟุต)

[4] ยามเฉิน คือ ช่วงเวลาตั้งแต่ 07.00 - 08.59 น.


          Talk: งือ น้องหรงโดนจับไปแล้วค่าาาา ลั่วตงก็ถูกฆ่าตาย น่าฉงฉาน ล่ะดูนังสองแม่ลูกนี่ดิ ฮึ้ยยย น่าจับมาโบยให้ตาย นิสัยแย่


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 235 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

413 ความคิดเห็น

  1. #301 iam1design (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 18:09
    ไม่สนุกเลย​ อุตส่าห์​ได้ย้อนกลับมาก็ยังโง่​ เอิ่ม
    #301
    3
    • #301-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 6)
      30 มกราคม 2562 / 19:25
      ขอบคุณที่ติชมค่า แสดงว่าคนอ่านอิน อิอิ
      #301-1
    • #301-3 ayuzakijoy(จากตอนที่ 6)
      30 มกราคม 2562 / 19:46
      ขอบคุณที่รู้สึกไปกับตัวละครของไรท์ครับ ดีใจมากๆ ยังไงก็ติดตามไปเรื่อยๆน้า รักที่สุด
      #301-3
  2. #236 rossukon2531 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:27
    รอกรรมตามสนองสองแม่ลูก
    #236
    0
  3. #215 trp1021 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 13:32
    ....จนได้
    #215
    1
    • #215-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 6)
      14 มกราคม 2562 / 15:35
      ติดตามต่อนะคะ
      #215-1
  4. #18 pemipond (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 12:57

    ร้ายแบบ ร้ายอ่ะ

    #18
    1
    • #18-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 6)
      12 ธันวาคม 2561 / 13:11
      ร้ายน่าตบค่ะสองแม่ลูกนี้
      #18-1