[วางแผง/E-Book] จ้าวหลินหรง 赵林蓉 (สนพ.ไลต์ออฟเลิฟ)

ตอนที่ 5 : 2 แผนชั่ว [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 301 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61





แผนชั่ว [1-2]

เมื่อคล้อยหลังสองพี่น้องสกุลฉี หลินหรงก็นั่งลงบนเตียงเตาพร้อมกับถอนหายใจออกมาแรงๆ บอกตรงๆว่านางเบื่อหน่ายนิสัยแย่ๆของคนตระกูลนี้เต็มทนแล้ว หากไม่ติดเรื่องสำคัญที่สัญญากับมารดาเอาไว้นางคงออกจากจวนเหม็นเน่านี่ไปเสียนาน


“คะ...คุณหนูจะออกไปยามนี้จริงๆหรือเจ้าคะ”


“พี่ลั่วจู แล้วท่านคิดว่าข้าจะมีทางใดที่จะปฏิเสธได้อีกเล่า ท่านก็น่าจะรู้นิสัยของเสี่ยวว่านดี คนเช่นนางหากต้องการสิ่งใดก็ต้องดึงดันเอาให้ได้ ข้าเองก็ไม่ได้จะยอมนางหรอก แต่ข้าเองก็ทนเห็นท่านต้องถูกโบยเจียนตายเพราะข้าอีกไม่ได้เช่นกัน”


“บ่าว...ขอโทษเจ้าค่ะคุณหนูเป็นเพราะบ่าว... เป็นเพราะบ่าว...” ลั่ววจูสะอื้นไห้ด้วยความเสียใจที่ตนเองไม่อาจปกป้องนายตนเองได้เลย รู้สึกผิดนักที่ตนเองต้องกลายเป็นเหมือนสิ่งที่คนชั่วเหล่านั้นใช้บีบบังคับและกลั่นแกล้งอยู่เสมอเช่นนี้ สวรรค์ช่างไม่มีตา ไยต้องให้คนดีๆอย่างนายหญิงและคุณหนูของนางมาพบเจอกับคนจิตใจสกปรกพวกนั้นด้วย


หลินหรงเห็นคนที่เป็นดั่งญาติสนิทเพียงคนเดียวของตนเศร้าหมองก็ทอดถอนหายใจ พลางรวบมือหยาบกร้านเพราะทำงานหนักของอีกฝ่ายมากุมไว้


“อย่าคิดมากเลยนะจ๊ะพี่ลั่วจู ใช่ว่าพวกนางจะทำเช่นนี้เป็นครั้งแรกเสียหน่อย ท่านยังไม่ชินอีกหรือ” ไม่ว่าจะปลอบใจเช่นไรลั่วจูก็ไม่ยอมหยุดร้อง หลินหรงจึงเอ่ย “พี่ลั่วจู...ข้ามีเพียงท่านที่เป็นเสมือนครอบครัว ข้าไม่เคยเห็นท่านเป็นบ่าวรับใช้แต่เห็นท่านเป็นพี่สาวคนหนึ่ง สิ้นมารดาไปคนหนึ่งแล้ว หากท่านต้องเป็นอันใดไปแล้วข้าจะมีชีวิตอยู่ได้เช่นไร การที่ข้าปกป้องพี่สาวของข้าเช่นนี้ย่อมถูกต้องแล้วมิใช่หรือ”


“คุณหนู...” ด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มที่มีเต็มหัวใจลั่วจูจึงซบหน้าผากตนเองลงบนฝ่ามือเล็กๆแสนอบอุ่นของอีกฝ่ายพร้อมกับร่ำไห้ออกมาอีกหนึ่งคำรบ นางคงต้องปล่อยให้พี่สาวของนางคนนี้ปลดปล่อยอารมณ์เช่นนี้อีกสักพัก


ในขณะเดียวกันหลินหรงก็คิดใคร่ครวญถึงเหตุผลที่จู่ๆเสี่ยวว่านก็มาสั่งให้นางออกไปซื้อรังนกให้อี๋เหนียงใหญ่ในยามวิกาลเช่นนี้ ร้านเถ้าแก่โฮ้วไม่ใช่ใกล้ๆเดินทางไปกลับย่อมใช้เวลาเกินหนึ่งชั่วยามแน่ๆ ดีไม่ดีกว่านางจะกลับมาถึงอี๋เหนียงใหญ่ก็อาจจะหลับไปแล้วด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะมองเช่นไรเรื่องนี้ก็มีพิรุธ ทั้งสายตา น้ำเสียงที่ร้อนรน และท่าทีที่โกรธเกรี้ยวยามที่นางปฏิเสธไม่ยอมไป ใจจริงนางไม่อยากจะออกจากจวนเลยด้วยซ้ำแต่หากไม่ทำลั่วจูก็ต้องรับโทษ ถ้าเช่นนั้นนางก็ควรจะหาผู้คุ้มครองตามไปด้วยจะเป็นการดีกว่า


“พี่ลั่วจู ท่านไปบอกอาตงน้องชายของท่านมาพบข้าที่ประตูจวนทีเถอะ”


“อาตงหรือเจ้าคะ?”


“ใช่ หากตามบ่าวคนอื่นๆคงไม่มีผู้ใดกล้าตามไปด้วยแน่ คงจะมีเพียงน้องชายท่านนี่แหละที่พอจะกล้าช่วย”


ลั่วตงเป็นน้องชายแท้ๆของลั่วจู ปีนี้เขาอายุยี่สิบหกแล้ว เป็นคนซื่อๆว่านอนสอนง่ายและชอบมาพูดคุยกับหลินหรงให้นางอ่านหนังสือให้ฟังเป็นประจำเพราะเขาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่การมาพบกันล้วนเป็นที่กลางแจ้งไม่ใช่ที่ลับตา และเพราะทั้งลั่วจูและลั่วตงอยู่ที่จวนฉีหล่วนโหวมาตั้งแต่ยังเยาว์มีความซื่อสัตย์ต่อเจ้านายยิ่งชีวิต ทำให้ไม่มีผู้ใดครหาเรื่องชู้สาวระหว่างลั่วตงกับหลินหรงได้ แม้เสี่ยวว่านมักจะเอาเรื่องนี้มาใส่ร้ายหลินหรงอยู่เป็นประจำแต่ก็ไม่มีผู้ใดใส่ใจนัก ไม่นานเสี่ยวว่านจึงเลิกราไปเอง


ลั่วจูพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ได้เจ้าค่ะ อย่างน้อยๆอาตงก็มีร่างกายสูงใหญ่เรี่ยวแรงก็มากนัก มีเขาไปด้วยเช่นนี้บ่าวเองก็จะได้คลายใจ”


“อืม รีบไปเถิด ชักช้ากว่านี้พวกนั้นก็จะมาหาเรื่องท่านอีก ข้าเองก็จะรีบไปรีบกลับ”


“เจ้าค่ะๆ”


จากนั้นลั่วจูก็กระวีกระวาดรีบออกจากเรือนนอนไปตามลั่วตงที่เรือนนอนของบ่าวรับใช้


ส่วนหลินหรงก็รีบร้อนเตรียมตัวจากนั้นก็หยิบถุงเงินแล้วเดินออกจากเรือนไปรอลั่วตงที่ด้านหน้าจวน โดยไม่ได้สังเกตว่าข้างๆประตูด้านนอกเรือนนอนของตนนั้นมีเฟินเฟินที่แอบฟังอยู่ เมื่อเป้าหมายเริ่มเคลื่อนไหวเฟินเฟินก็รีบไปรายงานทุกอย่างกับคุณหนูเสี่ยวว่านทันที




 

ภายในเรือนนอนของฉีเสี่ยวว่าน

“หึๆ เป็นไปอย่างที่ท่านแม่คาดเอาไว้จริงๆด้วย” เสี่ยวว่านแสยะยิ้มร้ายดูน่าชังนัก


“ว่าแต่ว่า อี๋เหนียงใหญ่ มั่นใจได้อย่างไรเจ้าคะว่ามันจะให้ลั่วจูไปตามลั่วตงมา มันอาจจะไปผู้เดียวก็ได้” เสี่ยวซินหรี่ตามองพี่สาวตนอย่างสงสัย


“จริงๆท่านแม่ก็ไม่มั่นใจนักว่ามันจะยอมเรียกลั่วตงมาหรือไม่ แต่ท่านแม่ก็บอกข้าว่าจากสถานการณ์ในเมืองหลวงยามนี้ที่มีโจรชุกชุมนางย่อมไม่กล้าออกไปลำพังแน่ และบ่าวที่นางสนิทใจก็มีเพียงลั่วตงคนเดียว”


“โอ้โฮ! อี๋เหนียงใหญ่ช่างสุดยอดไปเลยเจ้าค่ะ ทีนี้มันก็กลายเป็นสตรีที่มีข่าวฉาวโฉ่ว่าแอบนัดพบชายหนุ่มที่เป็นบ่าวรับใช้ในจวนแล้วใช่หรือไม่”


เสี่ยวซินออกอาการตื่นเต้นกับเรื่องนี้จนไม่อาจระงับ นางไม่ได้ชอบหลินหรงแต่ก็ไม่ได้เกลียดอีกฝ่ายมากเท่าพี่สาวตนที่ดันมีเป้าหมายเป็นบุรุษคนเดียวกัน แต่เพราะนางนั้นชื่นชอบที่จะได้เห็นผู้อื่นต้องเป็นทุกข์เช่นนี้นางจึงเห็นดีเห็นงามไปกับเสี่ยวว่านทุกครั้งที่ได้เห็นการกลั่นแกล้งหลินหรง มันคล้ายๆความสุขอย่างหนึ่งของนาง


“ใช่ จากนี้เราก็แค่ปล่อยข่าวลือออกไปว่าพวกมันทั้งคู่แอบไปทำเรื่องชั่วช้ากันข้างนอก ต่อให้มันคิดจะปฏิเสธแต่ชาวเมืองย่อมต้องรู้ต้องเห็น ไม่มีกำแพงใดที่สามารถกั้นลมได้[1] เมื่อข่าวลือนี่สะพัดไปไกล ทีนี้แหละองค์รัชทายาทก็จะต้องรังเกียจสตรีที่ไม่บริสุทธ์เช่นมันจนต้องหันมามองข้าแทน”


เสี่ยวซินตาโตด้วยความตื่นเต้นเหลือประมาณ ตบมือแปะๆชื่นชมทั้งอี๋เหนียงใหญ่และพี่สาวตนที่คิดแผนการชั่วร้ายเช่นนี้ออกมาได้


“ดีจริงๆดีจริงๆ”


“อันใดกัน ได้ยินเท่านี้เจ้าก็รู้สึกดีแล้วหรือ ช่างไม่รู้อันใดเอาเสียเลย เรื่องสนุกมันไม่ได้มีเพียงเท่านี้หรอกนะซินเอ๋อร์” เสี่ยวว่านขำน้อยๆพลางยกจอกชาพุทราแดงหอมกรุ่นขึ้นจิบ


เสี่ยวซินหุบยิ้มก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ยามนี้เต็มไปด้วยความพอใจอย่างเต็มเปี่ยม “ข้าไม่เข้าใจ ท่านกำลังพูดถึงสิ่งใดกัน ยังมีเรื่องใดอีกเช่นนั้นหรือ”


มือเล็กค่อยๆวางจอกชาลงบนโต๊ะ “ก็นับจากนี้ไป จวนฉีหล่วนโหวของเราจะไม่มีมันมาเผยอหน้าชูคอได้อีกต่อไปแล้วเจ้ารู้หรือไม่เล่า”


“เอ๊ะ? ท่านหมายความว่าเช่นไรเจ้าคะพี่เสี่ยวว่าน นางจะไปที่ใดกัน”


เสี่ยวว่านยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ “ก็คืนนี้ คนของท่านแม่จะส่งนางไปขายเป็นของเล่นบำเรอใจให้เศรษฐีต่างเมืองอย่างไรล่ะ”


“หา! นี่ท่านเอาจริงหรือเจ้าคะ ต่อให้ท่านเกลียดนางปานใดแต่นางก็เป็นบุตรของท่านพ่อเช่นกันนะพี่เสี่ยวว่าน”


แม้เสี่ยวซินจะชอบให้เสี่ยวว่านคอยหาเรื่องแกล้งหลินหรงเพื่อความสะใจบ้างเป็นบางครั้ง แต่การที่จะปล่อยให้หลินหรงต้องถูกพาไปขายเช่นนั้นมันออกจะเกินไปสักหน่อย ถึงหลินหรงจะมีข่าวคาวๆเรื่องลั่วตงแต่ก็ยังอาศัยอยู่ที่นี่ได้แม้ว่าท่านพ่ออาจจะโกรธจนถึงขั้นสั่งให้กักขังนางเอาไว้แต่ในเรือนและสั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหนอีก


แต่การส่งหลินหรงไปขายเช่นนี้ไม่ต่างอันใดจากการส่งอีกฝ่ายไปตายเลย เพราะไม่รู้ว่าเศรษฐีพวกนั้นจะดีหรือจะร้ายเช่นไร หากเจอคนดีก็คงดีไป แต่หากเจอคนที่....


โอ้...นางไม่อยากจะคิด


“หยุดเวทนามันซินเอ๋อร์! หากแม้แต่เจ้ายังขัดขวางข้าเจ้าเองก็จะอยู่ไม่เป็นสุข จำสิ่งที่ข้าลงโทษเจ้าเมื่อห้าเดือนก่อนไม่ได้รึ หรือว่าเจ้าอยากลองดี”


ได้ยินเช่นนั้นเสี่ยวซินก็ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เรื่องเลวร้ายเช่นนั้นนางไม่มีวันลืมได้เด็ดขาด หากเทียบสิ่งที่ถูกพี่สาวคนรองกลั่นแกล้งมาตั้งแต่ยังเล็ก เรื่องเมื่อห้าเดือนก่อนนับเป็นเรื่องที่ยังฝังลึกอยู่ในใจนางได้อย่างแน่นหนา แม้ใจจะนึกสงสารพี่สาวคนโตของตน แต่นางเองก็ต้องเอาตัวรอด ที่ทุกวันนี้ยอมให้เสี่ยวว่านโขกสับเช่นนี้ก็เพราะนางรู้นิสัยของพี่สาวคนรองคนนี้ของนางดีที่สุด


ให้เรียกว่านางมารยังได้เลย


“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะพี่เสี่ยวว่าน” เสี่ยวซินที่เมื่อครู่ยังร่าเริงจู่ๆก็ดูสลดลงราวกับหน้ามือหลังมือ


“ดี เข้าใจก็ดี” เสี่ยวว่านยกมือขวาขึ้นลูบเส้นผมด้านข้างของตนอย่างคนที่หยิ่งทะนง “หึๆ คิดจะชูคอเป็นพญาหงส์ทั้งๆที่เป็นเพียงอีกาดำมันไม่ง่ายหรอก คนที่คู่ควรกับตำแหน่งชายาเอกย่อมต้องเป็นข้าเพียงผู้เดียว ไม่ใช่นังหลินหรง!



[1] สำนวน ไม่มีกำแพงใดสามารถกั้นลมได้ เปรียบเปรยว่า ความลับไม่มีในโลก


              TALK: หรงเอ๋อร์ของเราจะรอดหรือไม่หนอ มาเอาใจช่วยนางกันด้วยน้าาา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 301 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

413 ความคิดเห็น

  1. #235 rossukon2531 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:16
    ขอให้มีคนมาช่วยทันนะค่ะ
    #235
    0
  2. #214 trp1021 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 13:27
    รัชทายาท ติดตามชายาด้วย
    #214
    1
    • #214-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 5)
      14 มกราคม 2562 / 15:35
      ลุ้นล่ะสิ
      #214-1
  3. #6 nenut (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 13:22

    อย่าเป็นไรนะ ขอให้มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย
    #6
    1
    • #6-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 5)
      28 พฤศจิกายน 2561 / 09:29
      พระเอกสงสัยค่าตัวแพงค่ะงานนี้ T T
      #6-1