[วางแผง/E-Book] จ้าวหลินหรง 赵林蓉 (สนพ.ไลต์ออฟเลิฟ)

ตอนที่ 4 : 2 แผนชั่ว [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 324 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61





แผนชั่ว [1-1]

ยามซวี[1] ในอีกสามวันต่อมา ภายในเรือนนอนของฉีหลินหรง หลังจากรับอาหารค่ำเรียบร้อยนางก็นั่งอ่านตำราอยู่บนเตียงเตาอย่างเงียบสงบโดยมีผิงลั่วจูบ่าวรับใช้ตั้งแต่มารดาของนางมีชีวิตอยู่นั่งปักผ้าอยู่ไม่ไกล


“อ้อ...วันนี้อาเค่อนำตำราสมุนไพรดีๆมาให้คุณหนูหลายเล่มเชียวเจ้าค่ะ คุณหนูจะลองชมหรือไม่เจ้าคะ”


 “จริงหรือพี่ลั่วจู เอามาให้ข้าดูเร็วๆเข้า สามวันก่อนข้าคิดจะไปสั่งซื้อตำราเล่มหนึ่งแต่ก็ไม่ทัน บรรดาหมอในเมืองว่องไวนักแย่งซื้อตำราดีๆพวกนั้นไปจนหมด ข้าจึงได้บอกพี่เค่อเอาไว้ แสดงว่าตำรามาถึงร้านแล้วสินะ”


หลินหรงได้ยินเช่นนั้นก็เก็บความยินดีไว้แทบไม่มิด นางเป็นสตรีที่ชื่นชอบหาความรู้เพิ่มพูนให้ตนเองอยู่เสมอ ยามว่างๆนางก็มักจะหาตำราจากในหอสมุดของท่านพ่อมาอ่าน นับว่านางมีวาสนาที่มารดาเป็นคนเก่งมีความรู้ในด้านต่างๆอยู่จนเปี่ยมล้น แม้นางจะถูกกีดกันไม่ให้ร่ำเรียนสิ่งใดเช่นบุตรคนอื่นๆในจวนนางก็ยังมีมารดาคอยพร่ำสอนเรื่องต่างๆให้นางจนแตกฉานผิดกับบรรดาน้องๆของนางที่ถึงจะมีอาจารย์ดีๆมาสอนถึงในจวนแต่ก็มิได้นำพาเลยสักนิด


แต่ถึงนางจะมีความรู้ประดับกายมากเพียงไรก็ต้องเก็บงำเอาไว้ให้ลึก อีกทั้งนิสัยที่แท้จริงของนางนั้นไม่ใช่คนเก็บตัวและเย่อหยิ่งดังที่แสดงออกให้ทุกคนในจวนเห็นเลยแม้แต่น้อย


อย่างที่มารดาของนางเคยสอนไว้เสมอว่า อย่าทำตัวเด่นจะเป็นภัยแก่ตน นางจึงต้องแสร้งทำเป็นโง่งมไม่รู้ความ เป็นพวกหยิบโหยงทำอันใดไม่เป็นชิ้นเป็นอันต่อหน้าคนในจวน และที่ยอมให้แม่ลูกพวกนั้นดูถูกดูแคลนอยู่ตลอดเวลาเพราะไม่ต้องการให้พวกเขามาสนใจตนมากเกินความจำเป็น ยังดีที่เรือนนอนของนางอยู่ค่อนข้างไกลจากเรือนหลักพอสมควร ยามที่นางอยากจะเล่นพิณหรือกู่เจิ้งที่แอบซื้อเก็บไว้ในบางครั้งก็จะให้ลั่วจูสั่งให้เด็กรับใช้คอยดูต้นทางหน้าเรือนให้แลกกับเงินไม่กี่อีแปะ ลำบากบ้างแต่นางก็ไม่ทำให้นางเบื่อหน่ายสักเท่าใดนัก


แต่เรื่องความฉลาดของนางย่อมต้องมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง หากต่อหน้าเป้าหมายนางไม่แสดงให้เขาเห็นว่านางคู่ควรกับเขาแล้วเรื่องอันใดเขาจึงจะมาหลงใหลในตัวนางได้ ซึ่งเรื่องนี้ย่อมมีเพียงนางกับลั่วจูเท่านั้นที่รู้


ผิงลั่วจูลุกจากเก้าอี้ตัวเก่าก่อนจะไปหอบตำรามาให้คุณหนูของตน นางเป็นบ่าวรับใช้ผู้จงรักภักดีวัยยี่สิบเจ็ดปีที่คอยดูแลฮูหยินเอกของจวนมาตลอดจนจ้าวหลินเม่ยสิ้นลมหายใจจากไปเมื่อห้าปีที่แล้ว จนบัดนี้ก็ยังเป็นนางที่คอยดูแลทุกอย่างของฉีหลินหรงบุตรสาวของนายหญิงผู้โอบอ้อมอารีด้วยความเต็มใจมาตลอด


“นี่เจ้าค่ะคุณหนู”


“ดีจริง ข้าอ่านเล่มนี้จะจบแล้ว กำลังคิดอยู่เชียวว่าจะอ่านเล่มใดต่อดี” นางแย้มยิ้มอย่างมีความสุข ตำราพวกนี้ทำให้นางหายเหงา เมื่อก่อนนางมักจะอ่านตำราให้มารดาฟังก่อนนอนทุกคืนจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว หากไม่ได้อ่านมันก่อนนอนนางก็จะนอนไม่หลับ


หลังจากนั้นลั่วจูก็ถอยออกมาเย็บผ้าที่ค้างไว้ต่อเพื่อปล่อยให้คุณหนูของนางได้มีความสุขกับตำราตรงหน้า แล้วบรรยากาศรอบกายของทั้งคู่ก็เงียบสงบลงอีกครั้ง


 ทว่าไม่นานนักความเงียบนั้นก็ถูกสองพี่น้องแสนร้ายกาจของสกุลฉีทำลายลงโดยการถือวิสาสะกระแทกประตูเปิดเข้ามาด้านในเรือนเสียงดังสะเทือนไปทั่ว ซึ่งเอาจริงๆแล้วมันก็เป็นวิสัยปกติของพวกนางที่ชอบทำตัวไร้มารยาทราวกับสตรีที่ไม่มีมารดาคอยสั่งสอนนั่นแหละ


หลินหรงรีบดึงผ้าห่มที่ใช้คลุมขาเมื่อครู่ขึ้นปิดกองหนังสือบนเตียงเตาด้วยความตกใจเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่าจู่ๆวันนี้สองพี่น้องนี่จะเข้ามาในยามวิกาล ก็ไม่รู้ว่าดึกดื่นปานนี้จะมาหาเรื่องอันใดกับนางอีก


“อ๊ะ! คุณหนูเสี่ยวว่าน คุณหนูเสี่ยวซิน ไยไม่เคาะประตูก่อนเล่าเจ้าคะ!ลั่วจูโวยวายใส่ผู้มาเยือนอย่างโกรธขึง หน้าตาหรือก็งดงามไม่แพ้ผู้ใดแต่ไม่รู้เพราะเหตุอันใดจึงมีนิสัยหยาบคายไร้สกุลเช่นนี้ ผิดกับคุณหนูของนางราวฟ้ากับเหว


ได้ยินลั่วจูพูดเช่นนั้นเสี่ยวว่านก็โมโห นางก้าวฉับๆตรงเข้าไปหาสาวใช้ที่เพิ่งว่านางอย่างเอาเรื่อง


เพี๊ยะ!!


“เป็นแค่บ่าวอย่าได้ริมาตวาดข้า!” เสี่ยวว่านถลึงตาใส่สาวใช้ตัวน้อยอย่างดุดันจนลั่วจูจำต้องทรุดลงนั่งคุกเข่าลงกับพื้น


“บ่าว...บ่าวผิดไปแล้ว บ่าวขอประทานโทษเจ้าค่ะ” อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นบุตรของฉีหล่วนโหวเช่นกัน เมื่อครู่นางเองก็ทำผิดไปจะถูกลงโทษเช่นนี้ก็ไม่ผิด


“รู้ก็ดี ทีหน้าทีหลังอย่าได้ทำกิริยาเช่นนั้นใส่ข้าอีก”


เจ้าของเรือนที่ทนนั่งนิ่งมานานก็อดรนทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน “หยุดทำตัวเป็นอันธพาลหาเรื่องพี่ลั่วจูเสียทีเถอะนะเสี่ยวว่าน หากเจ้ามีธุระใดสำคัญก็รีบว่ามาเถิด”


“ดูสิเจ้าคะพี่เสี่ยวว่าน มันกล้าขึ้นเสียงใส่ท่านด้วยนะเจ้าคะ” เรื่องยุแยงตะแคงรั่วคงไม่มีผู้ใดเกินหน้าเสี่ยวซินผู้นี้อีกแล้ว


“เงียบเถอะเสี่ยวซิน ข้าได้ยินแล้วล่ะน่ะ” เสี่ยวว่านเอ่ยกับน้องสาวของตนด้วยความรำคาญ ก่อนจะเชิดคอขึ้นหลายส่วนพลางว่าต่อ “ท่านแม่ของข้าอยากกินรังนกของเถ้าแก่โฮ้ว เจ้าต้องออกไปซื้อมาให้เดี๋ยวนี้”


หลินหรงหรี่ตาลงเล็ก “อยากกินรังนกยามนี้น่ะหรือ?” นางถามกลับด้วยความสงสัย แม้การที่บรรดาพี่น้องต่างมารดาของนางมาใช้นางออกไปซื้อนู่นนี่ให้อยู่เป็นประจำนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่นี่มันยามซวีแล้วเถ้าแก่โฮ้วคงปิดร้านไปแล้วกระมัง พวกนางแม่ลูกจะมาไม้ไหนกันอีก


“ไยต้องถามให้มากความด้วย ข้าสั่งให้ไปก็ต้องไป!!” เสี่ยวว่านจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตามาดร้าย ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องทำให้หลินหรงออกจากจวนให้ได้


“วันนี้ดึกมากแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้เถิดข้าจะไปซื้อให้แต่เช้า” หลินหรง รู้สึกไม่ไว้ใจน้องสาวตนเองอย่างไรบอกไม่ถูก จริงๆนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เสี่ยวว่านจะกลั่นแกล้งนางเช่นนี้ แต่ไม่รู้เหตุใดวันนี้นางจึงรู้สึกว่าไม่อยากออกไปจากจวนเลย


“ไม่ได้!! เจ้าต้องไป!” เสี่ยวว่านหงุดหงิดจนหน้าแดงก่ำ หากหลินหรงไม่ยอมออกไปแผนการของนางก็ล่มหมดน่ะสิ


ลั่วจูเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมลดราวาศอกก็ตีหน้าเครียด “คุณหนูเสี่ยวว่านเจ้าคะ บ่าวขอร้องอย่าบังคับคุณหนูหลินหรงเลยนะเจ้าคะ ช่วงนี้ข้างนอกโจรชุมชุมอันตรายนัก”


“หุบปากนังบ่าวโง่ เรื่องของพวกข้าอย่ามาแส่!!” เสี่ยวว่านตวาดแหวจนลั่วจูก้มตัวลงต่ำ เห็นเช่นนั้นนางก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ว่า ทั้งจวนนี่หลินหรงแทบไม่มีใครให้พึ่งนอกจากบ่าวที่รับใช้คนนี้ รอยยิ้มร้ายค่อยๆผุดพรายขึ้นมา


“พวกเจ้ากลับเรือนไปก่อนเถิด อย่างไรข้าก็ไม่ไปหรอก รอให้พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปอธิบายแก่อี๋เหนียงใหญ่เอง วันนี้ข้าเหนื่อยมากอยากพักแล้ว” หลินหรงต่อรองอีกครั้งทำท่าเตรียมตัวเข้านอน หากไม่ทำเช่นนี้พวกนางก็จะไม่ยอมออกไปจากห้อง


“ได้ ถ้าเจ้าไม่ไปนังลั่วจูต้องถูกโบยโทษฐานที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งข้า เฟินเฟิน หยู่อิง มาลากตัวนังบ่าวจองหองนี่ไปโบย!!


“เจ้าค่ะคุณหนู!” ทั้งเฟินเฟินและหยู่อิงสาวใช้ประจำตัวของสองพี่น้องสกุลฉีที่คล้ายรอฟังคำหังก็รีบปรี่เข้าจับตัวลั่วจูเอาไว้ทันที


“มะ...ไม่เอาเจ้าค่ะ บ่าวไม่อยากถูกโบย!” บาดแผลถูกโบยของนางเพิ่งจะหายได้ไม่กี่สัปดาห์นี่จะต้องถูกทำโทษอีกแล้วหรือ


“หยุด!! ปล่อยพี่ลั่วจูเดี๋ยวนี้!” หลินหรงโกรธจนควันออกหู จะมีสักวันหรือไม่ที่คนพวกนี้จะไม่มาหาเรื่องนาง “ก็ได้ ข้าจะออกไปซื้อมาให้ พอใจเจ้าหรือยัง!


“เฮอะ ยอมไปเสียตั้งแต่แรกก็จบเรื่อง” เสี่ยวว่านแค่นเสียงหัวเราะออกมาคำหนึ่ง


หลินหรงรู้สึกว่าเส้นเลือดบนหน้าผากของนางเต้นตุบๆด้วยความโกรธ ถ้าวันใดเสี่ยวว่านไม่ได้ทะเลาะกับนางก็คงจะหลับไม่ลงกันสินะ


“ทีนี้ก็ปล่อยพี่ลั่วจูแล้วออกจากเรือนข้าไปได้แล้ว อีกครึ่งชั่วยามข้าจะนำรังนกไปให้ที่เรือนอี๋เหนียงใหญ่เอง”


เสี่ยวว่านพยักหน้าให้สาวใช้ทั้งสองปล่อยตัวลั่วจูเสีย “รีบๆเข้าล่ะ อย่าปล่อยให้ท่านแม่ของข้าต้องรอนาน อ้อ แล้วเจ้าก็ต้องไปผู้เดียวนะ ลั่วจูให้อยู่ที่นี่แหละ อย่าได้คิดแอบตามนายเจ้าไปเชียวเพราะอีกหนึ่งเค่อข้าจะให้เฟินเฟินมาตามไปที่เรือนใหญ่” นางกำชับอีกครั้ง ก่อนจะเดินนำเสี่ยวซินและคนอื่นๆออกจากเรือนนอนของหลินหรงไปอย่างอารมณ์ดี




[1] ยามซวี หมายถึง ช่วงเวลา 19.00  - 20.59 น.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 324 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

413 ความคิดเห็น

  1. #234 rossukon2531 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 19:08
    เกลียดนางมาร สองพี่น้องนี้จัง
    #234
    0
  2. #212 trp1021 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 13:22
    คือถ้าพลิกมาให้นางไม่มีทางสู้นี่แบบ..เอ่ออออ รัชทายาทไม่ส่งองครักษ์เงามาติดตามหรอ
    #212
    0
  3. #209 150221 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 09:30
    เลวมากเลย
    #209
    5
    • #209-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 4)
      14 มกราคม 2562 / 15:33
      สองแม่ลูกใช่มั้ยคะ ไม่ได้ว่าไรท์นะ ฮ่าๆๆ
      #209-1
    • #209-4 ayuzakijoy(จากตอนที่ 4)
      14 มกราคม 2562 / 15:56
      อิอิ หยอกๆ ไรท์กะรักรีดน้าาา
      #209-4
  4. #5 nenut (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 23:20

    เกลียด2พี่น้องนี่
    #5
    1
    • #5-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 4)
      26 พฤศจิกายน 2561 / 09:22
      ใช่ค่ะแย่มากขี้อิจฉา
      #5-1