[วางแผง/E-Book] จ้าวหลินหรง 赵林蓉 (สนพ.ไลต์ออฟเลิฟ)

ตอนที่ 10 : 5 หลบหนี [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61






หลบหนี [1]

ดวงตะวันที่เคยสาดแสงสีทองยามเย็นค่อยๆคล้อยต่ำจนลับขอบฟ้า กระทั่งเสี้ยวจันทราที่ส่องแสงนวลกระจ่างเริ่มเคลื่อนขึ้นมาแทนที่ สรรพเสียงรอบทิศล้วนเงียบสงัดให้ความรู้สึกสะท้านในหัวใจคล้ายจะส่งสัณญาณของลางสังหรณ์บางอย่างเป็นนัยๆ เรือนอันโอ่อ่าของเศรษฐีลั่วยังคงจุดโคมสว่างไสวเช่นทุกคืน และทุกอย่างก็ไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติเช่นเดียวกัน


เดิมทีวันนี้เศรษฐีลั่วต้องไปพบเจ้าเมืองเพื่อหารือเรื่องขออภิสิทธิ์การค้าผ้ารายใหญ่ประจำเมืองซัวเถิง แต่เพราะมีบางสิ่งที่ยั่วยวนจิตใจที่มากด้วยตัณหารออยู่เขาถึงขั้นยอมยกเลิกกิจธุระสำคัญเพื่อรีบกลับไปหาความสำราญกับคุณหนูใหญ่ฉีหลินหรงให้เร็วที่สุด


แล้วทันทีที่กลับมาถึง เขาก็ถามหาหญิงสาวทั้งยังเร่งเร้าให้เจียเยี่ยนช่วยคุณหนูคนงามแต่งกายไว้รอท่า ทั้งยังกำชับให้พ่อบ้านเตรียมยาสนองราคะให้หลินหรงดื่มก่อนที่เขาจะเข้าไปในห้องอีกด้วย


ภายในห้องบุปผาสะพรั่ง เจียเยี่ยนพานางไปอาบน้ำแล้วสวมอาภรณ์งดงามชุดใหม่ให้หลินหรง ตอนที่นางถูกจับมาคราแรกเจียเยี่ยนก็รู้สึกว่างามมากแล้ว ยามนี้เจียเยี่ยนก็ยิ่งรู้สึกว่าพี่สาวผู้แสนใจดีคนนี้งามขึ้นอีกเท่าตัว หลังจากเจียเยี่ยนเอาอาภรณ์ชุดเก่าของนางออกไปด้านนอกพ่อบ้านก็นำยามาให้หลินหรงดื่ม


ผ่านไปราวครึ่งก้านธูป[1] เด็กสาวทำทีเป็นขอเข้ามาตรวจสอบความพร้อมของหลินหรงอีกครั้ง รั้งเวลารอให้เจ้าของเรือนมาถึง


“ยานั่นแรงนัก ขนาดข้าแค่อมไว้ในปากยังออกฤทธิ์ได้ถึงเพียงนี้” หลินหรงที่ถูกพ่อบ้านฉวนจับมานั่งอยู่บนเตียงทั้งยังถูกมัดมือไพล่หลังรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง หากแต่ยังมีสติครบถ้วนทุกประการ ยังดีที่นางให้เจียเยี่ยนยัดผ้าหนาไว้ที่ทรวงอกของนางก่อนหน้านี้เพื่อที่นางจะได้อาศัยจังหวะที่พ่อบ้านเผลอคายยาลงไปโดยที่พวกมันจับไม่ได้ ยังนับว่าวิธีที่เคยใช้ตอนเด็กๆยามนางไม่อยากทานยาต้มตามคำสั่งท่านแม่ใช้งานได้ดีอยู่


เจียเยี่ยนรีบล้วงเอาผ้าเปียกชุ่มนั่นออกมา ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมาแทน “ได้แล้วเจ้าค่ะสิ่งที่ท่านสั่งข้าไว้”


“ดีมากรีบยัดมันลงไปที่เอวข้าเร็วเข้า ระวังๆหน่อยนะ มันอาจจะโดนเจ้าได้”


“เจียเยี่ยนจะระวังเจ้าค่ะ แต่ถึงโดนข้าไม่เป็นไรหรอก ห่วงก็แต่ท่านจะบาดเจ็บ”


“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงพี่สาว ทันทีที่มันเข้ามาให้เจ้าทำตามที่ข้าบอกก็พอ ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่” หลินหรงกระซิบสั่งเสียงเบา


ไม่นานทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาใกล้ประตูห้อง ด้วยความหวาดกลัวที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจของเด็กสาว เจียเยี่ยนจึงสั่นสะท้านออกมาอย่างห้ามไม่อยู่หัวใจดวงเล็กๆของนางเต้นโครมครามราวกลองศึก ร่างผอมบางคู้ตัวลงแขนเล็กๆโอบกอดตัวเองแน่นราวกับพยายามสร้างเกราะกำบังร่างอันบอบช้ำตนเองเอาไว้


หลินหรงรู้สึกสงสารเด็กสาวจับใจ แต่ยามนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่าจำต้องเก็บงำความรู้สึกเหล่านั้นไว้ก่อน “เจียเยี่ยนเจ้าต้องตั้งสติ อย่าให้ความกลัวมาทำร้ายเจ้าได้นะ เตรียมตัวให้ดี อย่าลืมที่พี่สาวสั่ง”


แอดดดด


ทันทีที่เศรษฐีลั่วเปิดประตูเข้ามาในห้องและได้เห็นรูปโฉมของหญิงสาว เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกดวงตาคล้ายสุนัขจิ้งจอกฉ่ำปรือด้วยความเคลิบเคลิ้มในความงดงามปานดอกเหมยบานในเดือนสามของฉีหลินหรง ผิวพรรณผุดผาดบนกายนางชวนให้ผู้พบเห็นจินตนาการไปไกลว่าจะหอมและนุ่มละมุนเพียงไร


ร่างอวบก้าวฉับๆตรงมาหาเจียเยี่ยนที่นั่งตัวสั่นอยู่ ก่อนจะใช้เท้าหนาๆถีบเด็กสาวจนหงายหลัง “พ่อบ้านฉวนรีบเอานังเด็กโสโครกนี่ออกไปได้แล้ว ช่างขัดหูขัดตาข้ายิ่งนัก”


หลินหรงเม้มปากแน่นอย่างคนที่ทำอันใดไม่ได้ หากนางแสดงออกว่าสนิทสนมกับเจียเยี่ยนมากจนเกินควร ไอ้เศรษฐีบ้ากามนี่ต้องสงสัยแน่


“ขอรับนายท่าน” พ่อบ้านฉวนผู้มีสีหน้าเรียบเฉยโบกมือเรียกเจียเยี่ยนครั้งหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินนำออกจากห้องบุปผาสะพรั่งไป จากนั้นเด็กสาวก็แสร้งทำท่าทางหวาดกลัวพร้อมกับรีบคลานหลบให้ห่างจากเศรษฐีลั่วไปยังประตู


ทว่าในจังหวะที่เด็กสาวกำลังจะคลานผ่านบานประตูหนาหนักตรงหน้าเพื่อออกไปด้านนอกนั้นเอง นางก็อาศัยความรวดเร็วของตนรีบยัดด้ามช้อนโลหะที่แอบหยิบมาจากห้องครัวไว้ข้างใต้บานประตูนั้นแล้วทำทีว่างับปิด หากแต่มันไม่ได้ปิดสนิทเพราะความโค้งของด้ามช้อนทำให้บานประตูยังแง้มอยู่ได้เล็กน้อย


“วันนี้ข้าจะเล่นสนุกอันใดกับเจ้าดีนะ” เศรษฐีลั่วสาวเท้าเข้าหาหญิงสาวผู้งดงามที่นอนรอท่าเขาอยู่บนเตียงช้าๆอย่างอดทน ใบหน้าอวบอิ่มส่งรอยยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยให้หลินหรงอยู่ตลอดเวลาช่างชวนให้คลื่นเหียนยิ่งนัก


หลินหรงสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึก ตั้งสติว่าตนควรต้องทำสิ่งใด จากนั้นนางก็แสร้งทำน้ำเสียงหวาดกลัวพร้อมกับบีบน้ำตาน้อยๆให้ดูคล้ายลูกกวางที่กำลังจะถูกเสือขย้ำ


“ได้โปรดเถิดท่านเศรษฐี ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิดนะ ถึงข้าจะเป็นบุตรสาวของตระกูลฉีแต่ก็เป็นบุตรของภรรยาที่ไร้ผู้เหลียวแล หากท่านยังรังแกข้าเห็นทีข้าคงหมดสิ้นทุกอย่างแล้วจริงๆ”


นางพยายามทำเสียงให้สั่นเครือและฟังดูน่าเวทนามากที่สุดเพื่อให้อีกฝ่ายเกิดความสงสาร หากนางทำเช่นนี้เขาอาจจะยอมแก้มัดให้ง่ายขึ้น


“โถๆๆ คุณหนูหลินหรง เช่นนั้นข้าจะดูแลท่านให้ดีกว่าคนตระกูลฉีดีหรือไม่ ข้าเองก็ชายโสดไร้ศรีภรรยามาเนิ่นนาน ข้าเองก็ยังไม่เคยถูกใจผู้ใดเช่นท่านมาก่อน หากท่านยินยอมเป็นของข้าในคืนนี้ รับรองว่าข้าจะส่งขบวนไปสู่ขอท่านอย่างสมฐานะท่านแน่นอน ข้ารับรอง...ว่าข้าจะให้ท่านเป็นฮูหยินใหญ่ของข้าแต่เพียงผู้เดียว”


หลินหรงฟังแล้วให้รู้สึกคลื่นไส้นัก หากแต่ก็พยายามปั้นหน้า นัยน์ตาดุจผลซิ่ง[2] ที่มีหยาดน้ำกลอกกลิ้งไปมาชวนให้คนมองต้องใจสะท้าน ร่างเล็กๆที่สั่นไหวทำให้อีกฝ่ายอยากโผเข้าหาแล้วโอบกอดนางไว้ด้วยสองมือ


“ท่านเศรษฐี ข้ายังเด็กนัก คงปรนเปรอท่านได้ไม่ดีนักหากต้องถูกมัดอยู่เช่นนี้ อย่างไรท่านช่วยแก้มัดให้ข้าก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ” น้ำเสียงออดอ้อนแสนหวานของนางชวนให้คนฟังคันยุบยิบในใจเหลือจะเอ่ย มือไม้อวบอ้วนของเศรษฐีลั่วสั่นระริก ลมหายใจติดขัดส่งเสียงดังฟืดฟาดราวกับหมูตัวใหญ่ ยิ่งหลินหรงทำท่าทางยั่วยวนอยู่บนเตียงทั้งๆที่ถูกมัดมืออยู่เช่นนี้อารมณ์ปรารถนาในกายของเขาก็ยิ่งพลุ่งพล่าน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขากำลังหน้ามืดตามัวไปหมด


“ดะ...ได้ๆ ข้าจะแก้มัดให้เจ้าเดี๋ยวนี้แหละ ว่าที่ฮูหยินของข้า” เศรษฐีลั่วแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ในใจก็คิดเพ้อไปว่าที่นางเป็นเช่นนี้ก็เพราะยาสูตรพิเศษที่พ่อบ้านฉวนให้นางกินนั่นเอง เขาเดินกระย่องกระแย่งอ้อมเตียงไปด้านหลังของนางเพื่อแก้มัดให้ ในขณะที่มือง่วนอยู่กับปมเชือก เขาก็ยื่นใบหน้าอวบอิ่มของตนไปคลอเคลียอยู่แถวๆต้นคอของหลินหรงจนนางขนลุกซู่อย่างคนนึกรังเกียจ


ทันทีที่พันธนาการหลุดออก หลินหรงก็รีบเบี่ยงตัวหลบลมหายใจอุ่นร้อนของอีกฝ่ายอย่างขยะแขยง พลันรีบตั้งสติปรับสีหน้าให้ดูไร้เดียงสาก่อนจะว่า


“อ๊ะ ใจเย็นๆสิเจ้าคะ นี่เป็นครั้งแรกของข้า อย่างไรท่านช่วยสอนทักษะอันลึกซึ้งให้ข้าก่อนจะได้หรือไม่ หรงเอ๋อร์โง่เขลาเบาปัญญานัก”


เศรษฐีลั่วที่นั่งจ้องมองเรือนร่างของหลินหรงถูมือไปมา “ได้ๆ มาใกล้ๆข้าสิจ๊ะ ข้าจะสอนให้ถึงอกถึงใจทีเดียว”


“เอ๋ แต่เท่าที่หรงเอ๋อร์เคยทราบ การจะร่วมเตียงกันต้องเปลื้องผ้าเสียก่อน อย่างไร...ให้หรงเอ๋อร์ช่วยท่านดีหรือไม่เจ้าคะ” นางแสร้งยกข้อเสนอขึ้นมาเพื่อสร้างโอกาสเอาตัวรอดในขั้นต่อไป


“เอาสิๆ จัดการเลยคนสวย” เขาสายใจฟืดฟาดเสียงดังนั่งนิ่งรอให้นางจัดการเขา ใบหน้าใหญ่กว้างแดงก่ำเพราะไฟราคะในใจ นัยน์ตาเรียวแหลมบ่งบอกชัดเจนว่าอยากจะกลืนกินหลินหรงมากเพียงไร


นางแสร้งเบี่ยงหน้าหนีคล้ายสตรีที่กำลังเขินอาย ทว่าที่แท้แล้วนางพยายามกลั้นความรู้สึกรังเกียจเอาไว้เท่านั้น


“เช่นนั้น ท่านช่วยหลับตาลงสักนิดได้หรือไม่เจ้าคะ หรงเอ๋อร์ยังไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้รู้สึกเขินอายยิ่งนัก”


เศรษฐีลั่วเนื้อตัวสั่นระริกรู้สึกตื่นเต้นจนไม่อาจระงับ ตั้งแต่ร่วมเตียงกับสตรีมาหลายสิบคนยังไม่มีผู้ใดยืนยอมพร้อมใจให้เขาเช่นนี้เลย เขาจึงไม่ลังเลที่จะทำตามความต้องการของอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย ยอมเอนกายลงนอน กางแขนขาทั้งยังหลับตาพริ้มยิ้มพราวรอให้นางจัดการเขาเสียที


ไอ้หมูอ้วนตัณหากลับเอ้ย รออีกเดียวเจ้าก็ต้องทรมานจนแทบขาดใจแล้ว รอให้ซิงเอ๋อร์ส่งสัญญาณเสียก่อนเถิด


หลินหรงแสร้งทำทุกอย่างด้วยความเนิบช้าคล้ายกับรอคอยเวลา แต่คนที่นอนนิ่งกลับรู้สึกเพียงเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของหลินหรงเท่านั้น เขาคิดไปว่าตอนนี้นางใช้มือเรียวขาวของนางลูบไล้ตามเนื้อตัวของเขาอยู่ หากแต่แท้จริงแล้วนางสวมถุงมือที่สั่งให้เจียเยี่ยนตระเตรียมมาไว้ให้นั่นเอง นางสวมมันไว้ที่มือขวาใช้ผิวสัมผัสลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของคนที่นอนหลับตาพริ้มบนเตียง เมื่อมั่นใจว่านางจัดการเนื้อหนังมังสาเขาจนครบถ้วนแล้วก็นิ่งไปครู่ จับจ้องไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญของบุรุษอย่างพิจารณา หูก็เงี่ยฟังสัญญาณเสียง กระทั่งนางได้ยินเสียงเคาะเกราะไม้ดังแว่วมานางจึงค่อยๆถอดถุงมือนั่นอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงล้วงผ้าเช็ดหน้าอีกผืนมาจับแล้วจัดการยัดมันเข้าในกางเกงผ้าของเศรษฐีลั่วช้าๆ เมื่อทุกสิ้นเสร็จสิ้นนางก็ค่อยๆเคลื่อนกายลงจากเตียงเดินย่องตรงไปที่ประตู


“คุณ...คุณหนู มือเจ้าไยจึงคันนัก” เศรษฐีลั่วเริ่มรู้สึกคันยุบยิบตามร่างกายบริเวณที่หลินหรงลากมือผ่าน มันเริ่มคันคะเยอขึ้นเรื่อยๆจนเขาทนไม่ไหวต้องยื่นมืออ้วนๆมาเกา จากท่อนแขนลามมาหน้าอก จากหน้าอกลามไปที่ขา เขาลืมตาขึ้นมองก็เห็นว่าตอนนี้นางยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องแล้ว


“อ๊ะ!! นั่นเจ้าทำอันใด” เขาตะโกนถามในขณะที่ยังใช้มือทั้งสองเกาเนื้อตัวจนขึ้นปื้นแดงก่ำ และด้วยความที่กลัวว่าหลินหรงผู้งดงามจะหนีไปได้ เขาจึงขยับกายจะลุกจากเตียงไปจับตัวนางเอาไว้ แต่ทว่ายิ่งเขาขยับกายเจ้าถุงมือหนังที่อยู่ในกางเกงก็ยิ่งถูไถเข้ากับก้อนเนื้อกลางลำตัวของเขามากขึ้น และยามนี้เขาก็เริ่มคันทั้งยังรู้สึกปวดแสบปวดร้อนไปทั่วหน้าขาอีกด้วย


“ก่อนจะมาถามข้า เจ้าห่วงน้องชายของเจ้าก่อนจะดีกว่านะไอ้หมูตอนโสโครก ข้าจะเตือนไว้อย่างหนึ่งก็แล้วกัน หากเจ้ายังมัวชักช้าไม่ยอมรีบไปล้างล่ะก็มันจะต้องขึ้นผื่นแดงแล้วก็บวมมากแน่ หึๆ” หลินหรงบอกในขณะที่ก้มลงดึงช้อนออกจากขอบประตูด้านล่างแล้วรีบวิ่งหนีไปในทันที



[1] ครึ่งก้านธูป คือ ระยะเวลาประมาณ 7-8 นาที

[2] ผลซิ่ง คือ ผลแอพริคอท



          TALK: ถึงกะคันแทนเลยค่ะ สงสารปิกาจู้น้อยของท่านเศรษฐีเค้านะคะ คงบวมน่าดูชม ฮะๆๆๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

413 ความคิดเห็น

  1. #240 rossukon2531 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 20:15
    ชอบนางเอกฉลาดมาก
    #240
    0
  2. #21 pemipond (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 15:42

    น่างสาน โถถถถ

    #21
    0
  3. #13 nenut (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 16:03

    สมน้ำหน้า-หมูตอน
    #13
    1
    • #13-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 10)
      8 ธันวาคม 2561 / 17:18
      เล่นกะใครไม่เล่นมาเล่นกับน้องหรงโดนไปสิ คันคะเยอไม่หายแน่ๆค่ะฮะๆ
      #13-1