(จบแล้วมีE-Book)สามชาติสองภพ ริมแม่น้ำบูรพา ภาค 1: ผูกชะตา รักหวนคืน

ตอนที่ 7 : เจ้าจักตอบแทนข้าเช่นไรดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    14 ก.ค. 61

7 เจ้าจักตอบแทนข้าเช่นไรดี

 

หลังจากพูดคุยไถ่ถามเรื่องราวกันอยู่ราวเกือบหนึ่งชั่วยาม บ่าวรับใช้ก็มาตามให้เทียนเหม่ยเหรินไปตระเตรียมของเสวยให้กับองค์ชายสามที่ยังคงต้องพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายอยู่ในห้องฝึกตน ไป๋อวี้จึงขอออกไปสูดอากาศนอกห้องบ้าง สลบไสลอยู่แต่บนเตียงมาหลายวันร่างกายของนางใกล้จะอัมพาตเต็มที เหม่ยเหรินจึงได้สั่งให้บ่าวรับใช้อีกคนพาไป๋อวี้ไปอาบน้ำชำระร่างกายและเปลี่ยนอาภรณ์เสียใหม่


และวันนี้เองที่ไป๋อวี้ได้เห็นปานแดงที่หน้าผากของตนชัดเจนอีกครั้ง หากแต่นางมิได้รู้สึกเจ็บปวดและโศกเศร้าเช่นวันนั้นอีกแล้ว แม้จะแปลกใจอยู่บ้างแต่นางก็ไม่อยากใส่ใจนัก ไม่เจ็บปวดก็ดีแล้ว ครั้งเดียวก็เกินพอ


“คุณหนู ท่านงามเหลือเกินเจ้าค่ะ” ตงจินฮุ่ยชื่นชมขณะที่ช่วยไป๋อวี้หวีผมดำขลับดุจน้ำหมึกราคาแพง นางมิเคยเห็นผู้ใดมีผิวกายเนียนละเอียดและเปล่งปลั่งเท่านี้มาก่อน ซ้ำแล้วไป๋อวี้ยังมีเครื่องหน้าที่งดงามราวปั้นแต่ง ขนาดนางเป็นหญิงยังแทบลืมหายใจ นี่ถ้าไม่ได้เห็นได้รับรู้ด้วยตนเองว่าไป๋อวี้เป็นทาสที่กำลังจะถูกขายนางคงมิมีวันเชื่อ


สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอาคนในอ่างน้ำย่นคิ้วใบหลิวเข้าหากันน้อยๆ “ไยจึงเรียกข้าเช่นนั้น ข้ามิใช่คุณหนูเสียหน่อย ข้าก็เป็นผู้มาขออาศัยเช่นเจ้านะจินฮุ่ย เรียกข้าว่าอวี้เอ๋อร์เฉยๆก็ได้”


“มิได้เจ้าค่ะ องค์ชายสามและองค์ชายสี่สั่งไว้เป็นเด็ดขาดว่าคุณหนูอยู่ที่นี่ในฐานะน้องสาวบุญธรรมของเหม่ยเหรินฟูเหริน ฉะนั้นคุณหนูอย่าให้บ่าวลำบากใจเลยนะเจ้าคะ”


“แต่ว่า...” ไป๋อวี้รู้สึกขัดใจไม่น้อย ทุกคนที่นี่ล้วนมีบุญคุณกับนางแล้วจะให้นางทำตัวเฉกเช่นเป็นหนึ่งในเจ้าของบ้านได้เช่นไร


“คุณหนูทำตัวตามสบายเถิด อย่าได้กังวลไปเลยนะเจ้าค่ะ”  จินฮุ่ยปลอบใจคุณหนูของตนก่อนจะเอี้ยวกายไปหยิบถ้วยโอสถมายื่นให้นาง “ดื่มโอสถนี่สักหน่อยนะเจ้าคะคุณหนู องค์ชายสี่ย้ำนักย้ำหนาว่าต้องป้อนคุณหนูให้ตรงเวลา”


ไป๋อวี้ผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยโอสถมาดื่มอย่างว่าง่าย หากแต่โอสถถ้วยนั้นก็ฝืดคอและขมปร่าเฝื่อนลิ้นเสียจนนางต้องหลับตาปี๋จนจินฮุ่ยต้องเบ้หน้าตามนาง


“แล้วหลังจากที่องค์ชายสามช่วยข้าจนรอดตายแล้วพระองค์ทรงเป็นเช่นไรบ้าง อาการของพระองค์ทรงหนักมากหรือไม่?” พอนึกถึงว่าแค่โอสถนางยังขมเสียขนาดนี้ แล้วขององค์ชายสามจะไม่ยิ่งไปกว่าตนเองหรือ


“ตอนนี้องค์ชายสามยังคงเดินลมปราณเพื่อฟื้นฟูพลังอยู่ในห้องฝึกตน มิได้ออกมาข้างนอกถึงสามวันแล้วเช่นกันเจ้าค่ะ”


ไป๋อวี้พยักหน้าอย่างเข้าใจพร้อมกับรู้สึกผิดในใจยิ่งที่ตนเองเป็นสาเหตุทำให้องค์ชายสามต้องมาสูญเสียกำลังภายในจนหมดเพื่อช่วยนาง ทว่าเสี้ยวครู่ต่อมาใบหน้างดงามปานหยกสลักของใครบางคนก็โผล่เข้ามาในมโนสำนึกของนาง จากนั้นหัวใจดวงเล็กๆของนางก็เต้นผิดจังหวะไป ความอบอุ่นจากอ้อมกอดขององค์ชายสี่นั้นยังประทับตราตรึงอยู่บนผิวกายของนางจนนางต้องเผลอยกมือขนกอดตนเองเบาไว้โดยไม่รู้ตัว เขาเองก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่นางมิอาจลืมบุญคุณ


“จินฮุ่ย ช่วยพาข้าออกไปสูดอากาศที่สวนดอกไม้ข้างนอกได้รึไม่?”


“ได้สิเจ้าคะ เมื่อครู่นายหญิงกำชับบ่าวให้พาคุณหนูออกไปเดินเล่นด้านนอกเจ้าค่ะ” จินฮุ่ยว่าพลางฉวยเสื้อคลุมขนสัตว์ที่เตรียมไว้มาสวมให้ไป๋อวี้เพื่อป้องกันความหนาว จากนั้นทั้งคู่ก็พากันเดินออกไปข้างนอก และด้วยเพราะไป๋อวี้นั้นนอนป่วยอยู่ภายในห้องบรรทมส่วนตัวของกู้หยางเซิงมาถึงสามวันเต็ม บ่าวรับใช้ในตำหนักขององค์ชายสามจึงได้แต่พากันกล่าวขานถึงนางตามที่ได้ยินจากปากของบ่าวคนอื่นๆว่าสวยเช่นนั้นงามเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่ไม่ว่าไป๋อวี้จะก้าวย่างไปทางใดทุกคนก็พากันมาจ้องมองนางด้วยสายตาและความรู้สึกที่ต่างๆกัน ทั้งชื่นชม ตื่นตะลึงและอิจฉาริษยา


หากแต่ไป๋อวี้นั้นมีจิตใจที่สงบนิ่งยิ่งนัก มิได้รู้สึกหวาดหวั่นไปกับสายตาที่เฝ้าจ้องมองมาเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย


“แล้ว...องค์ชายสี่เล่ามิได้อยู่ที่นี่ด้วยหรือ?” จู่ๆไป๋อวี้ก็ถามขึ้นขณะที่กำลังใช้นิ้วเรียวสวยของตนช้อนดอกเหมยกุ้ยสีแดงสดเช่นเดียวกันกับริมฝีปากนางที่บานสะพรั่งเต็มลานมาชื่นชมอย่างระมัดระวัง


“องค์ชายสี่ได้รับคำสั่งให้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ตั้งแต่เมื่อวานซืนเจ้าค่ะ บ่าวคิดว่าน่าจะเป็นเรื่อง...เอ่อ...” ท่าทีอึกอักไม่กล้าพูดต่อทำเอาไป๋อวี้เข้าใจได้ทันที


“เรื่องของข้ากับใต้เท้าเจิ้นใช่หรือไม่?” ไป๋อวี้มีสีหน้าเศร้าหมองลง ดูเหมือนนางจะเป็นตัวซวยสำหรับทุกคนโดยแท้ “หากองค์ชายสี่ไม่ช่วยข้าพระองค์คงมิต้องทรงลำบาก”


“ไยเจ้าจึงคิดเช่นนั้น” ร่างสูงสง่าในชุดคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มเดินตรงเข้ามาหาไป๋อวี้ สีหน้ายังคงมีแววยั่วเย้าให้เห็นเช่นเดียวกันกับวันที่นางเจอเขาเป็นครั้งแรก “เจ้าพูดเช่นนี้มิคิดว่าข้าจะเสียใจบ้างหรือ?” กู้หยางเซิงเอ่ยพร้อมกับโบกมือให้จินฮุ่ยถอยห่างออกไปก่อน


เด็กสาวผู้งดงามกระพริบตาปริบๆ นี่เขามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน “หม่อม...หม่อมฉันมิได้ตั้งใจจะสื่อเช่นนั้น”


ขายาวๆสาวเท้าเข้ามาใกล้คนตัวเล็กกว่า “แล้วเจ้าสื่อเช่นไร?”


“หม่อมฉัน...คือตัวซวยที่ทำให้พระองค์และคนอื่นๆต้องเดือดร้อน” ไป๋อวี้เบี่ยงหน้าไปทางอื่นกลั้นน้ำตาแห่งความเสียใจเอาไว้


มือเรียวงามเอื้อมไปเชยคางมนของนางให้หันกลับมามองเขา “ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าคือตัวซวย พี่สามก็เช่นกัน เลิกคิดเช่นนั้นได้แล้ว” นิ้วจากมืออีกข้างสะกิดปลายจมูกนางอย่างหยอกล้อ


“แต่หม่อมฉันได้ยินมาว่าท่านถูกฝ่าบาทเรียกตัวไปเพราะเรื่องของข้า”


กู้หยางเซิงจับปอยผมที่หลุดรุ่ยลงมาของไป๋อวี้ทัดหูอย่างอ่อนโยน “เด็กโง่ นั่นมิได้เกี่ยวกับเจ้าเลยสักนิด เป็นเพราะข้าอยากกำจัดนักฆ่าใจคอโหดเหี้ยมนั่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วต่างหาก”


ฟังดูก็รู้ว่าเป็นแค่คำปลอบเด็กอย่างนาง แต่เอาเถิด ก็ฟังแล้วไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่


“ขอบพระทัยที่ทำให้หม่อมฉันรู้สึกดีขึ้น และก็ขอบพระทัยที่ช่วยให้หม่อมฉันไม่ต้องโดน...” ถ้อยคำของนางขาดหายไปในช่วงท้าย นัยน์ตามรกตของนางสั่นระริก


“เด็กน้อย อย่าได้กลัว เจ้าอยู่ที่นี่เจ้าจะปลอดภัย” น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนของกู้หยางเซิงช่างเหมือนกับน้ำทิพย์ชะโลมใจที่แห้งเหี่ยวของนางให้ชุ่มชื่นขึ้นมาอีกครา แล้วร่างสูงโปร่งก็เดินไพล่มือทั้งสองไว้ด้านหลังตรงไปที่ใต้ต้นจื่อเถิงที่ยามนี้ออกดอกสีม่วงอ่อนไปจนถึงเข้มงดงามก่อนจะพิงกายกับต้นไม้ต้นนั้นอย่างผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกเหมือนไป๋อวี้กำลังมองดูภาพวาดของชายหนุ่มที่ไม่น่าจะมีอยู่จริงนอกจากบนสรวงสวรรค์ “เอ้า ทีนี้ว่ามาสิ เจ้าจะตอบแทนบุญคุณข้าเช่นไรดี”


“เอ๋?”


ใบหน้าซึมเศร้าจู่ๆก็แปรเปลี่ยนเป็นงงงันของไป๋อวี้ทำเอาองค์ชายสี่แห่งแคว้นฉวนอันหัวเราะร่วน จนบ่าวไพร่ที่อยู่ใกล้เคียงชะงักงานในมือตนเองไปในทันใด


องค์ชายหยางเซิงผู้น่ากลัวคนนี้น่ะหรือหัวเราะ?


คนที่ตำหนักนี้แม้จะไม่ค่อยมีโอกาสได้รับใช้หยางเซิงบ่อยนักแต่ก็พอจะรู้ว่าเขาเป็นไม่ใช่คนที่จะอารมณ์ดีได้ง่ายๆ ใบหน้าที่แสนบึ้งตึงและเย็นชาราวกับมีไอเย็นปกคลุมอยู่อยู่ตลอดเวลาของเขาทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ๆไม่กล้าแม้แต่จะสบตา องค์ชายหยางเซิงนั้นไม่ได้พำนักอยู่ที่ตำหนักหวงอู่นี่เป็นประจำ เพราะบางครั้งเขาก็หายตัวไปอย่างลึกลับโดยไม่มีผู้ใดรู้ บางคนก็บอกว่าเขาหายไปฝึกวรยุทธ์ที่ใดที่หนึ่งที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก บางคนก็บอกว่าเขาต้องหลบซ่อนกายจากนักฆ่าที่ถูกคนในวังหลวงจ้างมา และทุกครั้งที่หยางเซิงหายตัวไปจะมีเพียงองค์ชายหยางหมิงผู้เดียวเท่านั้นที่รู้


“ว่าเช่นไรเล่า ตอบข้ามาสิ ข้ารอฟังอยู่นะ” เขาว่าอย่างอารมณ์ดี หลังจากเมื่อวานต้องสู้รบปรบมือกับองค์ชายห้าที่ออกหน้าแทนใต้เท้าเจิ้นไปฟ้องฮ่องเต้เรื่องของเขากับไป๋อวี้ คิดแล้วก็น่าหงุดหงิด หากมีโอกาสเจอใต้เท้าเจิ้นคราวหน้าคงต้องเสวนากันสักหน่อย


“ตะ...แต่หม่อมฉันมิมีสมบัติใดติดกายเลยท่านก็รู้ แถมข้าก็ยังเด็กเล็กนัก หาได้รู้ธรรมเนียมที่เหมาะสมไม่ เช่นไรขอให้องค์ชายสี่โปรดแนะนำข้าด้วยเพคะ อ๊ะ!!


ชั่วพริบตาร่างสูงก็พุ่งเข้าหาพร้อมกับช้อนร่างเล็กๆของนางขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมอกอย่างง่ายดาย ไป๋อวี้ที่เพิ่งฟื้นไข้รู้สึกวิงเวียนจนตาลายไปหมด หยางเซิงใช้วิชาตัวเบาพานางกระโดดขึ้นไปบนยอดไม้ต้นแล้วต้นเล่า จนกระทั่งมาหยุดที่หอคอยสูงหลังหนึ่งคล้ายจะเป็นหอเก็บตำราที่อยู่ในบริเวณตำหนักหวงอู่นั่นเอง


Talk : แน่ะ ไหนเจ้าคะที่บอกว่ามิสันทัดเรื่องพวกนี้ กำลังจะเต๊าะเด็กอยู่ชัดๆ องค์ชายหยางเซิง ท่านช่างร้ายนักนะเจ้าคะ แหมมมมมมม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น

  1. #71 kungjung75 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 12:58
    ไรท์คะ. ขานชื่อเรียก องค์ชาย 3 กับ สี่. สลับกันรึปล่าวคะ
    #71
    3
    • #71-1 ayuzakijoy(จากตอนที่ 7)
      14 กรกฎาคม 2561 / 15:01
      ตายแล้ววว จริงๆด้วย ขอบพระคุณนะคะที่ทัก
      #71-1
    • #71-3 ayuzakijoy(จากตอนที่ 7)
      14 กรกฎาคม 2561 / 16:09
      ขอบคุณค่ะ ไรท์จะตรวจทานอีกที > <
      #71-3
  2. #3 PiuSweet (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 15:16
    น่ารักอ่ะ ชอบอ่ะคู่นี้
    #3
    0