(จบแล้วมีE-Book)สามชาติสองภพ ริมแม่น้ำบูรพา ภาค 1: ผูกชะตา รักหวนคืน

ตอนที่ 3 : ตามหานางให้พบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    28 เม.ย. 61

3 ตามหานางให้พบ


“เร็วๆเข้าเจียจิ้ง นางอยู่ที่ใดกัน” น้ำเสียงตื่นเต้นของใต้เท้าเจิ้นดังขึ้นเมื่อเขาพาร่างอวบอ้วนของเขามาหยุดที่หน้าห้องขังทาส


ใบหน้าที่ดูหื่นกระหายตลอดเวลาของเขาทำเอาซูเหม่ยรู้สึกสะอิดสะเอียนเต็มทน หากเขามิใช่คนนางคงคิดว่าเป็นตือโป่ยก่ายกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นแน่


“ใจเย็นๆขอรับใต้เท้า ข้าจะพาตัวนางมาเดี๋ยวนี้”


ทันทีที่ประตูห้องขังถูกเปิดออกซุเหม่ยก็เคลื่อนกายมาบังไป่อวี้ที่ยังสลบอยู่เอาไว้ ในขณะที่เด็กสาวคนอื่นๆต่างมุดหน้าเข้ากับเข่าตนเองพร้อมกับร่ำไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัว


“นางอยู่ที่ใดกัน!” เย่วเจียจิ้งสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ในขณะที่ซูเหม่ยตื่นเต้นจนอกแทบระเบิด เหงื่อเม็ดโตๆผุดขึ้นบนใบหน้าของนาง


แต่ห้องแคบๆแค่นี้มีหรือที่จะรอดพ้น โทสะของเจียจิ้งพุ่งขึ้นทันใด เขาก้าวขาเร็วๆตรงไปหาซูเหม่ย ก่อนจะก้มลงกระชากผ้าห่มที่คลุมกายของไป๋อวี้ออกอย่างรวดเร็ว


ทำให้ใต้เท้าเจิ้นได้ยลโฉมของหลิวไป๋อวี้ได้เต็มๆสองตา อย่าว่าแต่ตัวเขาที่ตกตะลึง แม้แต่ผู้ติดตามของเขาอีกสามคนก็ตะลึงตะลานในความงามราวดอกกล้วยไม้กลางหุบเขาของไป๋อวี้จนอ้าปากค้างมิรู้ตัว


ซูเหม่ยเริ่มรู้สึกถึงสายตากระหายหิวของใต้เท้าเจิ้นที่มองมายังไป๋อวี้ นางจึงรีบอ้อนวอนขอแม้รู้ดีว่าอาจจะไม่เป็นผล


“นายท่าน!! ได้โปรดเถิด เมตตานางสักครั้ง นางไม่สบายหนักเหลือเกิน”


“มันกงการอันใดของเจ้า ซูเหม่ย ถอยไป!!


“โอ๊ย!!” ฝ่ามือหนักๆของเจียจิ้งหวดเข้าที่ข้างแก้มของซูเหม่ยจนนางกระเด็นไปอีกทางแรงตบทำให้สลบไปในทันที เด็กสาวที่อยู่ด้วยกันภายในห้องขังกรีดร้องออกมาเพราะตกใจ ทำให้หลินไป๋อวี้เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา


“อ๊ะ! เจี่ยเจีย” ไป๋อวี้ตระหนกไปในทันทีที่เห็นว่าซูเหม่ยถูกชายตรงหน้าทำร้ายอย่างรุนแรง


และยิ่งใต้เท้าเจิ้นได้เห็นรูปร่างผิวพรรณของนางยามเคลื่อนไหว เขาก็ยิ่งอยากได้นางมาปรนเปรอความอยากของตนจนแทบจะทนไม่ไหว หากไม่ติดว่าที่นี่ไม่ใช่ที่จวน เขาคงเชยชมนางผู้งดงามราวดอกไม้หายากบนยอดเขาซุนซานให้สาแก่ใจไปแล้ว


“ห้าพันตำลึงเงิน!” เขาให้ราคาไป๋อวี้อย่างรีบร้อน


และด้วยจำนวนเงินมากมายนั่นเองที่ทำเอาเจียจิ้งที่ได้ยินเต็มสองหูถึงกับหูอื้อตาลาย “ใต้...ใต้เท้าพูดจริงหรือขอรับ?”


“คนอย่างข้า เอ่ยแล้วมิคิดคืนคำ ขอแค่ได้นางไปกับข้าตอนนี้ ข้าจะจ่ายเงินให้เจ้าทันที” รอยยิ้มร้ายผุดพรายขึ้นบนใบหน้าอวบอ้วนน่าเกลียด ใต้เท้าเจิ้นเลียริมฝีปากราวกับจะกลืนกินหลิวไป๋อวี้ลงไปในท้องทั้งตัว


“ได้! ได้ขอรับ!” เจียจิ้งลิงโลดสุดขีด ไม่อยากจะเชื่อว่าไป๋อวี้จะขายได้ราคาดีถึงเพียงนี้ คิดๆไปก็น่าเสียดายอยู่ หากเก็บนางเอาไว้อีกสักหน่อยก็อาจจะ.....


สีหน้าลังเลของพ่อค้าทาสทำเอาใต้เท้าเจิ้นรีบดักคอ “อย่าบอกนะว่าเจ้าเปลี่ยนใจ?”


ดวงตาคมกริบที่มองมาของใต้เท้าเจิ้นช่างชวนขนลุก ใครบ้างไม่รู้ว่านอกจากชายผู้นี้จะนิยมชมชอบกามารมณ์ที่แปลกและพิสดาร ยังจิตใจโหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนาอีกด้วย


“มะ...ไม่ขอรับใต้เท้า”


“ดี เช่นนั้นข้าจะไปรอข้างบนก็แล้วกัน ให้เร็วด้วยล่ะ เจ้าก็รู้ว่าข้ามิชอบคอยนาน”


พ่อค้าทาสอย่างเจียจิ้งขี้ขลาดตาขาวยิ่งกว่าอะไรดี ขืนบอกว่าไม่ขายหลิวไป๋อวี้ให้สิได้คอขาดสิ้นชื่ออยู่ตรงนี้เป็นแน่


“เอาล่ะ เจ้า ลุกขึ้น!!” เย่วเจียจิ้งกระชากร่างอันไร้เรี่ยวแรงของไป๋อวี้ขึ้นจากพื้น แม้สติของนางจะเลือนลางนักแต่ก็พอรู้ว่านางกำลังจะถูกขายไปเป็นหญิงบำเรอให้ชายแก่ตัณหากลับ


“ไม่...ข้ามิไป ข้าจะอยู่กับเจี่ยเจีย ปล่อยข้านะ” ร่างบอบบางพยายามดิ้นให้หลุดจากคนใจร้ายที่เห็นชีวิตคนเป็นสิ่งของอย่างเย่วเจียจิ้ง


“มากับข้า!!” เขาสั่งเสียงกร้าวทั้งยังลากนางออกมาจากห้องขังราวกับนางไม่ใช่คน ใบหน้าหวานร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัว นี่นางทำอันใดผิดนักหนากัน สวรรค์จึงได้ลงโทษนางหนักหนาถึงเพียงนี้


หลิวไป๋อวี้ที่ยังมีไข้สูงพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ก็มิอาจสูงแรงมากมายของบุรุษได้ นางถูกลากขึ้นบันไดจนจะถึงด้านบน ทว่าจู่ๆไม้ขนาดเท่าแขนไม้ก็ลอยหวือมาปะทะเข้าที่ท้ายทอยหนาๆของเจียจิ้งจนเขาร่วงหล่นจากบันไดขั้นบนสุดกลิ้งหลุนๆลงมาที่ชั้นสุดท้ายแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ส่วนร่างบอบบางของไป๋อวี้นั้นได้ปู้ฉวนคว้าเอาไว้ได้ทันก่อนจะร่วงตามลงไป


“เร็วเข้า ก่อนที่นายท่านจะรู้สึกตัว!!” ปู้ฉวนสั่งนางอย่างรีบร้อน เขาเองก็ไม่รู้ว่าที่หวดไปเมื่อครู่มันจะแรงพอที่จะทำให้เจียจิ้งสลบไปหรือไม่


ร่างบางไม่รอช้ารีบทำตามคำสั่งอย่างไม่อิดออด หากนางไม่หนีตอนนี้ นางก็ต้องไปเป็นของเล่นบำเรอความสุขให้คนที่นางไม่ได้รักเป็นแน่ โอกาสมีมานางก็ต้องคว้าเอาไว้


“บัดซบ!!” เพียงชั่วครู่ต่อมาเย่วเจียจิ้งก็ได้สติหลังจากที่ยังมึนกับท่อนไม้หนาแถมยังตกบันไดมาเสียหลายขั้น เขารีบตะเกียกตะกายขึ้นบันไดเพื่อไปตามหาสินค้าล้ำค่าของตนเองคืน หากวันนี้ใต้เท้าเจิ้นไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการล่ะก็ มาดว่าหัวของเขาคงจะไม่ได้ตั้งอยู่ที่เดิมเป็นแน่

 


“ว่าเช่นไรนะ!! ใต้เท้าเจิ้นโกรธจนตัวอวบอ้วนสั่นเทิ้มไปหมด แม้เขาจะยังไม่ได้จ่ายค่าตัวนางไปแต่สิ่งที่เขาหมายตาไว้อย่างไรก็ต้องเป็นของเขาอยู่วันยังค่ำ ผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์แย่งชิงไป


“ขอ...ขอ...ขอประทานอภัยขอรับใต้เท้า ข้าน้อยมิทันระวังจริงๆ” เจียจิ้งโค้งศีรษะปะหลกๆด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ ลำพังตัวใต้เท้าเจิ้นเขามิได้กลัวอันใดนัก ที่เขากลัวจนฉี่แทบราดนั่นคือนักฆ่าสวมหมวกปิดบังหน้าตาที่ติดตามใต้เท้าเจิ้นไม่ห่างกายนั่นต่างหาก


“เฟิงฉิน! ตามหานางให้พบแล้วพาตัวมาให้ข้า!!


“ขอรับนายท่าน” น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบของนักฆ่าผู้นั้นช่างชวนขนหัวลุก เสี้ยวเวลาเพียงนิดเดียวร่างทั้งร่างของเฟิงฉินก็หายวับไปราวกับสายลมที่พัดมาวูบเดียว เจียจิ้งแทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ แค่ยืนใกล้ๆเขายังรับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ขยายออกมาอย่างมหาศาล หากหาตัวนางไม่พบจริงๆก็ไม่รู้เลยว่าเขายังจะยังมีศีรษะตั้งอยู่ที่เดิมได้อีกหรือไม่



หลิวไป๋อวี้หอบหายใจเพราะความเหนื่อยล้าจากการวิ่ง ร่างกายของนางเองก็ไม่ใช่ว่าจะปกตินัก พิษไข้ยังก่อมวลอยู่ในกายนางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อากาศที่หนาวเย็นด้านนอกทำให้อาการของนางเริ่มรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ยามนี้ไป๋อวี้แทบจะก้าวขาต่อไปไม่ไหว นางรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งร่างกายจนอยากจะทิ้งร่างทั้งร่างลงตรงนั้น


“หยุดไม่ได้ เจ้าต้องวิ่งต่อ!!” ปู้ฉวนสั่งนาง แม้จะสงสารที่เห็นนางทุกข์ทรมานเพราะพิษไข้แต่เขามิอาจทนเห็นนางถูกจับไปขายให้ขุนนางชั่วผู้นั้นได้จริงๆ “เร็วเข้า!!


“ไม่...ไม่ไหวจริงๆเจ้าค่ะ ข้าปวดหัวเหลือเกิน ลำคอก็แห้งเป็นผง ข้ามิมีแรงจะวิ่งอีกแล้ว ท่านทิ้งข้าไว้ตรงนี้เถิด” นางร้องขอ หากนางฝืนวิ่งต่อไปคงได้สิ้นลมไปจริงๆ


ปู้ฉวนเองก็แทบไม่มีแรงวิ่งแต่มาถึงขนาดนี้แล้วจะหยุดกลางทางไม่ได้ เขาวกกลับไปหาไป๋อวี้หมายจะพยุงนางให้ลุกขึ้นแล้วค่อยๆประคองนางออกวิ่งต่อ ทว่า....


ผลั่ก!!


ตึง!!


ร่างทั้งร่างของปู้ฉวนลอยละลิ่วไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่กลางป่าเสียงดังลั่น เลือดข้นเหนียวทะลักออกจากปากของเขา ความเจ็บปวดจากแรงกระแทกของลมปราณที่ถูกปล่อยจากฝ่ามือของนักฆ่าแล่นไปทั่วร่างของเขาราวกับกระดูกแหลกละเอียดไปหมด


“มะ...ไม่!!” ไป๋อวี้น้ำตารื้นขึ้นมาทันใด นี่เขาต้องมาตายเพราะนางหรือ


“ลุกขึ้นแล้วกลับไปหานายท่านกับข้า” เสียงเย็นเยียบเอ่ยสั่ง


“อย่า....อย่าพานางไป อึ้ก!” พริบตาเดียวนักฆ่าคนนั้นก็พุ่งเข้าไปเสือกแทงกระบี่เข้าที่หน้าท้องของปู้ฉวนหมายปลิดชีวิต แววตาของเขาสั่นระริกอันเนื่องมาจากความกลัวในจิตใจและรับรู้ว่าตนเองคงไม่อาจรอดชีวิต หากแต่แรงปรารถนาที่ต้องการช่วยไป๋อวี้ให้รอดพ้นนั้นมีมากนัก เขาจึงพยายามจะสู้ในเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ปู้ฉวนตัดสินใจใช้แขนทั้งสองข้างโอบรัดตัวของนักฆ่าเอาไว้ให้มั่น “หนีไป!! เร็วเข้า!!” เขาตะโกนสั่งนางสุดเสียง


ไป๋อวี้ที่ไม่มีแม้แต่แรงจะลุกยืนก็ร่ำร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เหตุใดเขาต้องมาจบชีวิตเพราะนางด้วย ทำไมนางจึงปวดใจราวกับถูกมีดกรีดเช่นนี้


“อ๊าก!!


เสียงร้อยโหยหวนของปู้ฉวนดังสะเทือนไปทั่วป่าไผ่เมื่อนักฆ่าใช้กระบี่เฉือนท่อนแขนข้างขวาของเขาขาดกระเด็นออกจากลำตัวจนเลือดสดๆพุ่งอออกมาจากหัวไหล่ราวกับน้ำพุ ร่างบางๆสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ถึงนางจะหมดแรงหนี แต่ความโหดเหี้ยมอำมหิตไร้ความรู้สึกของเฟิงฉินทำให้ไป๋อวี้ต้องหนี ไม่เช่นนั้นการเสียสละของผู้มีพระคุณของนางต้องเสียเปล่า แต่ทว่านางไม่ทันที่จะได้ก้าวเท้าวิ่ง นักฆ่าไร้หัวใจลู่เฟิงฉินก็พุ่งตรงเข้าคว้าแขนเล็กๆของนางเอาไว้อย่างรวดเร็ว


“กรี๊ด!!” ไป๋อวี้กรีดร้องทั้งน้ำตา ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมไปทั้งหัวใจ “ได้โปรด ปล่อยข้าไป....” นางร่ำร้องอ้อนวอนขอแม้รู้ว่าอาจจะไม่เป็นผล


“อย่าได้ขัดขืน ข้ามิอยากทำร้ายเจ้า นายท่านรออยู่”


“ไม่...ไม่เอา ข้ามิใช่ทาส ข้ามิไป ปล่อยข้านะ”


“มิยอมไปดีๆใช่รึไม่ เช่นนั้นข้าคงต้อง...” นักฆ่าผู้นั้นยกฝ่ามือขึ้นหมายจะใช้นิ้วดรรชนีสกัดจุดให้นางหมดสติไปเสีย


ทว่าชั่วพริบตากลับมีร่างร่างหนึ่งพุ่งตรงมาหา ก่อนจะใช้ฝ่ามือปล่อยลมปราณกระแทกร่างของนักฆ่าให้กระเด็นออกไปไกลหลายจั๊งพร้อมกับคว้าเอวบอบบางของหลิวไป๋อวี้เอาไว้แนบอกด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับเมื่อครู่เขาเพียงเดินเข้ามาเฉยๆเท่านั้น


Talk: ใครมากันน้าาาาาา รอลุ้นตอนหน้าจ้าาาาาา 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น