(จบแล้วมีE-Book)สามชาติสองภพ ริมแม่น้ำบูรพา ภาค 1: ผูกชะตา รักหวนคืน

ตอนที่ 1 : ปฐมบท : จุดเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,915
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    24 เม.ย. 61

ปฐมบท : จุดเริ่มต้น

ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บในฤดูเหมันต์ของแคว้นฉวนอัน กองหิมะสุมทุมขาวโพลนไปทุกหย่อมหญ้า ลมเหมันต์พัดระเรื่อยต้องผิวให้สั่นสะท้านเย็นยะเยือกคล้ายคนกำลังจะจับไข้ เด็กสาววัยสิบสี่สิบห้าผู้หนึ่งนอนมิได้สติอยู่ใต้กองหิมะขาวที่ใกล้จะทับถมนางจนแทบมองมิเห็นตัว ยามนี้ร่างกายของนางชาไปหมดแม้แต่แรงจะพลิกกายก็หาได้มีไม่ หากอีกราวไม่ถึงครึ่งเค่อยังมิมีผู้ใดมาพบมาดว่าชีวิตของนางในชาตินี้คงสิ้นลงอย่างมิมีวันหวนกลับ

 “เอ้า!! เร็วเข้าๆข้าต้องไปส่งนังเด็กพวกนี้ให้ทันก่อนมืด มิเช่นนั้นลูกค้าชั้นดีพวกนั้นจะมิจ่ายค่าตอบแทนข้า” คนค้าทาสคนหนึ่งนามว่าเย่วเจียจิ้งเอ่ยบอกลูกน้องที่ขับเกวียนบรรทุกด้วยความฉุนเฉียว นี่ก็ยามอุ้ย (13.00  - 14.59 น.) แล้ว ทว่าตัวเขาและสินค้าในเกวียนยังไปไม่ถึงไหนเลย หากครานี้เขาต้องขาดทุนย่อยยับคงต้องเลิกทำอาชีพนี้เสียแล้วกระมัง

ในขณะที่เกวียนยังคงเคลื่อนตัวด้วยความเร็วที่จะเรียกว่าช้าก็ไม่ช้า เร็วก็ไม่เร็ว จู่ๆคนบังคับเกวียนก็ต้องกระชากสายบังเหียนของม้าเพื่อหยุดจนทั้งเจียจิ้งและเด็กสาวอีกราวสิบคนไปกองกันอยู่กระจุกเดียวโดยมิได้ตั้งตัว

“อันใดของเจ้ากันหาปู้ฉวน!! เห็นหรือไม่ว่าพวกข้าแทบตกเกวียนกันหมดแล้ว!!

“คะ..คนขอรับนายท่าน มีคนนอนขวางอยู่บนถนนขอรับ มิรู้ว่ายังหายใจอยู่รึไม่” ปู้ฉวนระล่ำระลักบอกเพราะยังตกใจกับภาพที่เห็น

“ก็ลงไปดูเสียสิ!! ดูเสร็จจะได้รีบๆไป เสียเวลาข้า!!” เจียจิ้งชักจะหัวเสียขึ้นเรื่อยๆที่วันนี้อะไรๆก็ไม่เป็นอย่างใจไปเสียหมด สินค้าที่ได้มาก็มิใคร่จะถูกใจเขานัก มีตำหนิเสียมาก ไม่รู้ว่าลูกค้าของเขาจะพึงพอใจสักเพียงไร

ฝ่ายของปู้ฉวนนั้นก็กล้าๆกลัวๆที่จะลงไปดูเพราะเป็นคนขลาดโดยนิสัย อีกทั้งอวัยวะที่โผล่ออกมาให้เห็นยามนี้ก็เห็นเพียงข้อเท้าเล็กๆและผิวซีดๆราวศพคนเท่านั้น เขาค่อยๆก้าวไปหาเป้าหมายช้าๆอย่างระแวดระวัง กระทั่งจู่ๆเจ้าของร่างที่เคยสงบนิ่งกลับขยับขาน้อยๆทำเอาปู้ฉวนร้องลั่นป่าไปหมด

“เหวอ!! นายท่าน นางยังไม่ตาย ยังไม่ตายขอรับ!!” ปู้ฉวนลนลานปีนขึ้นมาบนเกวียนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“โธ่เอ้ยปู้ฉวน เจ้าจะตื่นกลัวไปไยนักหา เอาหิมะออกแล้วดูสิว่านางเป็นผู้ใด”

“ขะ...ขอรับนายท่าน” ปู้ฉวนพยักหน้าเร็วๆ แล้วก้าวลงจากเกวียนอีกครั้ง หัวใจเขายังคงเต้นแรงไม่หยุดราวจะทะลุออกมานอกอก

ร่างซีดขาวนั่นยังนอนนิ่งอยู่ที่เดิม ปู้ฉวนจึงรีบใช้มือเปล่าขุดเอากองหิมะออกจากตัวนาง ใช้เวลาไม่นานก็เห็นรูปร่างหน้าตาของนางอย่างชัดเจน และเพราะอย่างนั้นปู้ฉวนจึงได้ตะลึงงันอยู่กับที่ตรงนั้นพูดอันใดไม่ออก คนที่อยู่ในเกวียนรับรู้ได้ถึงความผิดสังเกตจึงได้ชะโงกหน้าออกจากหน้าต่างรถเกวียน

“เอ้า ว่าอย่างไรปู้ฉวน เกิดอันใดขึ้น”

“นะ...นายท่าน มาดูด้วยตาตนเองเถิดขอรับ”

พอได้ยินเช่นนั้นเย่วเจียจิ้งก็รีบกุลีกุจอลงจากเกวียนด้วยความสนอกสนใจ หากลงไปแล้วไม่มีอันใดน่าสนใจล่ะก็เขานี่แหละจะแพ่นกบาลลูกน้องไม่ได้เรื่องของเขาคนนี้ให้เป็นผีเฝ้าถนนไปด้วยเลยคอยดู

“มันจะมีอันใดน่าสนใจไปกว่าเงินที่ข้าต้องได้วันนี้อีกฮึ๊ปู้ฉวน” เขาบ่นด้วยความหงุดหงิดอีกไม่กี่ชั่วยามฟ้าก็จะมืด ไม่รู้ว่าจะไปถึงเมืองหลัวทันก่อนพลบค่ำหรือไม่ หากแต่เจียจิ้งกลับต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อได้เห็นใบหน้าของเด็กสาวที่นอนขดกายไม่ได้สติตรงหน้า

ใบหน้าของนางนั้นงดงามราวกับภาพเขียนของเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ที่ราวกับว่าไม่น่าจะมีอยู่จริงบนโลกมนุษย์ ผิวพรรณผุดผาดแม้จะขาวซีดเพราะจมอยู่ใต้กองหิมะมาหลายชั่วยาม ริมฝีปากรูปกระจับของนางเริ่มขึ้นสีคล้ำน่ากลัว เสื้อผ้าของนางเป็นสีขาวทั้งชุด ผมสีดำขลับของนางยาวสยายเต็มพื้น หากมองคราแรกอาจจะเข้าใจผิดคิดว่านางคือรูปปั้นที่จิตรกรมือหนึ่งของใต้หล้าเป็นผู้สรรสร้าง หากแต่ยามนี้นางผู้นี้เป็นมนุษย์ผู้หนึ่งที่มีเลือดเนื้อจริงๆ

ดูท่าว่างานนี้ต่อให้เขาไปถึงเมืองหลัวไม่ทันเขาก็ไม่เสียดายเลยสักนิด ก็หยกชิ้นงามมาเกยถึงที่เพียงนี้ กำไรคงได้เป็นกอบเป็นกำเป็นแน่แท้

“นางยังหายใจขอรับนายท่าน แต่ก็แผ่วเต็มที มิรู้ว่านอนสลบอยู่เช่นนี้นานเพียงไรแล้ว”

คำพูดนั้นของปู้ฉวนทำให้เจียจิ้งได้สติ “เช่นนั้นรอช้าอันใดเล่า รีบอุ้มนางขึ้นมาบนเกวียนเร็วเข้า”

“ขอรับนายท่าน”

ปู้ฉวนรีบอุ้มนางขึ้นจนพื้นเย็นเฉียบ นั่นจึงทำให้เขาได้เห็นบางสิ่งที่เมื่อครู่ไม่ได้สังเกตเพราะผมหน้าม้าของนางบังอยู่ นั่นคือปานสีแดงที่มีลักษณะคล้ายดอกม่อหลัน (กล้วยไม้จีน) แล้วจู่ๆเขาก็รู้สึกสงสารนางขึ้นมา หากนึกๆดูแล้วหากบุตรสาวของเขายังไม่ตายก็คงจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับนางนี่แหละ

และก็ไม่ต้องเดาว่าเย่วเจียจิ้งพ่อค้าทาสคนนี้คิดอันใดอยู่ ยิ่งนางมีรูปพรรณงดงามปานเทพธิดาเพียงนี้รับรองว่าต้องขายได้ราคาแน่ๆ ดีไม่ดีจะขายได้พอๆกับเด็กสาวนับสิบในเกวียนนั่นรวมกันเสียอีก เขาไม่อยากให้นางต้องพบชะตาเดียวกันกับเด็กสาวโชคร้ายพวกนั้นเลยจริงๆ แต่เขาเองก็เป็นเพียงคนรับจ้างขับเกวียนธรรมดาๆที่แม้แต่ชีวิตตนเองก็จะเอาแทบไม่รอดแล้วเขาจะช่วยนางได้อย่างไร

“เจ้า ข้าฝากดูแลนางหาผ้าหนาๆมาห่มคลุมให้นางด้วย” ปู้ฉวนออกปากขอร้องเด็กสาวคนหนึ่งบนเกวียน ซึ่งนางก็พยักหน้าหงึกๆอย่างเข้าใจ เมื่อมีคนดูแลนางแล้วเขาก็เดินอ้อมไปทำหน้าที่ตนตามเดิมอย่างเงียบงัน หากแต่ในหัวก็พยายามคิดหาวิธีช่วยเด็กสาวผู้งดงามผู้นั้นไปเรื่อยๆ มันต้องมีสักทางที่นางจะไม่ต้องถูกขายเป็นของเล่นให้พวกขุนนางต่ำช้าพวกนั้น

มันต้องมีสักทาง....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น