กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 26 : จีบตอนไหนก็ได้ 2( อัพ70%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

                 ขออภัยค่ะอัพช้าไป 1 วัน เพราะเน็ตไม่ดี เขียนสด ปั่นสด ยังไม่ได้ทวนเลย ถ้ามีคำผิดก็ขอโทษด้วยนะคะ

เนื้อหาที่อัพใหม่ต่อจากเนื้อหาเดิมข้างล่างนะคะ เลื่อนลงไปอ่านได้เลยค่ะ


             




                     ปัญชิญาเหลือบตาขึ้นมองเป็นรอบที่เท่าไรเธอก็ไม่อาจนับได้ เนื่องจากไม่ว่าจะเดิน นั่ง ยืน ทำงานอยู่ในไซต์ห้างสรรพสินค้าที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นเร็วๆนี้ ก็รู้สึกว่ามีใครจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา พอหันไปมองทุกคนก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนไม่ได้จ้องมองเธอ เฮอะ! กะอีแค่วันนี้เธอใส่กระโปรงมาทำงานมันจะแปลกแหวกตาอะไรขนาดนั้น จ้องอยู่ได้ ไม่เคยเห็นผู้หญิงใส่กระโปรงรึไงกันพวกนี้ ปัญชิญาส่ายหัวและเลิกสนใจเพื่อนร่วมงานรวมทั้งคนงานที่เพียรจ้องเพียรหลบตาเธอตั้งแต่เช้าจนจะเที่ยงยังไม่เลิก

“ลูกพี่”

“ไร?” นี่คงส่งไอ้ชัช มาเป็นทัพหน้าสินะ

“คิดไรอ่ะ”

“คิดไร” ปัญชิญาเหล่ตามองอย่างไม่เข้าใจคำถาม

“ก็......คิดอะไรอยู่ถึงใส่กระโปรงมาทำงานอ่ะ”

“ใครอยากรู้”

“ทุกคนอ่ะ”

“มีสาระกันทุกคนเลยเนาะ”

“ดูพวกเรามีสาระใช่มั้ย” ชัชวาลงง ความอยากรู้เรื่องการใส่กระโปรงของลูกพี่สาว ดูเป็นคนมีสาระเหรอ รู้สึกดีนะเนี่ย

“อืม....สาระ.....แน ไง” ตอบเสียงนิ่ง หน้านิ่ง ชัชวาลสะดุ้งนิดนึงกับคำตอบลูกพี่สาว ส่งยิ้มแหยๆให้ลูกพี่ ก่อนจะค่อยเดินถอยออกจากรังสีอันตราย ไปหากลุ่มสนับสนุนให้เขามาเสี่ยงบาทา เวนัยเห็นชัชวาลถอยทัพกลับมาสังเกตดูจากสีหน้าแล้วคงไม่ได้เรื่องแน่นอน

“ว่าไงวะ”

“ลูกพี่ว่าพวกเรามีสาระกันทุกคนเลยครับ”

“โอ้ว วันนี้ไอ้หว้าพูดดีเว้ย” เวนัยให้ไปพยักเพยิศกับเพื่อนร่วมงานรอบๆตัว

“สาระแน น่ะครับ” ชัชวาลรีบเฉลยก่อนที่จะมีใครเข้าใจผิดกันไปมากกว่านี้ พอเวนัยและทุกคนได้ยินก็สะดุ้งไปตามๆกัน  เหลือบตามองไปทิศทางที่ปัญชิญายืนอยู่อย่างพร้อมเพรียง ยังไม่ทันได้มองอะไร ก็เจอสายตาเย็นยะเยือกมองพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว งานนี้วงแตกตัวใครตัวมันสิ ทุกคนแยกย้ายไปทำงานแก้เขินทันที ปัญชิญาได้แต่ส่ายหัว ดูนาฬิกานี่เกือบเที่ยงแล้วคนที่เคยมาทุกวันทำไมยังไม่เห็นแม้เงา เพียงเสี้ยววินาทีที่คิดถึงใครบางคนและเงยหน้าจากนาฬิกาก็มีแก้วสเลอปี้แก้วใหญ่ยื่นมาตรงหน้า จนหญิงสาวต้องผงะหน้าหนีเพราะตกใจ

“อ่ะ ” มือหนายื่นแก้วสเลอปี้ ให้คนที่เขาตั้งใจซื้อมาฝาก กว่าจะเคลียร์งานหมด กว่าจะได้มาจีบยัยห้าวก็ต้องเสียเวลาไปครึ่งวันเลยทีเดียว

“ขอบคุณค่ะ” คว้ามาดูดเสียงดัง จนคนเอามาฝากยิ้มแก้มปริ มะโนไปว่าตัวเองกำลังถูกยัยห้าวดูด ท่าดูดน้ำยังเซ็กซี่ขนาดนี้ สายตาคมกวาดทั่วร่างคนที่กำลังดูดสเลอปี้  คิ้วคนมองเริ่มขมวดเป็นปมเมื่อเห็นบางอย่างที่ทำให้ไม่ค่อยชอบใจ นั่นคือยัยห้าวของเขาใส่กระโปรงมาทำงาน ปัญชิญาคิดบ้าอะไรอยู่ ตั้งแต่มาทำงานที่นี่เธอไม่เคยใส่กระโปรงมาทำงานเลยสักครั้งเดียว เกิดอยากหวานอะไรขึ้นมา ณภัทรคิดอย่างหงุดหงิดในใจ ก่อนจะมองไปรอบๆบริเวณที่ตัวเองและปัญชิญายืนอยู่ นั่นไง!ว่าแล้วต้องมีคนมองยัยห้าว ถึงจะทำเป็นหลบเขาก็ทันเห็นหรอกว่าทุกคนมองมาที่เขากับยัยห้าว ไม่สิ! อาจจะมองยัยห้าวคนเดียว

“ทำไมวันนี้น้องใส่กระโปรง”

“อ้าว บริษัทมีกฎห้ามผู้หญิงใส่กระโปรงมาทำงานเหรอ” ปัญชิญาละปากจากหลอด มาถามกลับแทนที่จะตอบ แถมยังใช้ลิ้นสีชมพูเลียหลอดขณะที่สายตายังจ้องคนถาม ทำให้ณภัทรกลืนน้ำลายกับท่าทางเหมือนจะยั่วยวนของอีกฝ่าย

“น้องอย่าเฉไฉสิครับ น้องไม่เคยใส่กระโปรงมาทำงานเลยนะพี่แค่แปลกใจ”

“แค่อยากสวย”

“แล้วมีใครบอกว่าน้องไม่สวยตอนใส่กางเกง”

“ไม่มี”

“งั้น ใส่อะไรน้องก็สวยครับ ไม่ใส่อะไรเลยยิ่งสวย” ส่งสายตากรุ้มกริ่มให้ แต่อีกฝ่ายกลับกรอกตาใส่ซะงั้น

“นี่กำลังจีบหรือกำลังหื่น”

“หื่นด้วย จีบด้วย” ณภัทรยิ้มใส่ตาอย่างขี้เล่น จนหญิงสาวเสหลบตาไปทางอื่น ผู้ชายบ้าบทจะจีบก็จีบซะปรับสีหน้าไม่ถูก วันนี้ไม่มัดผมมาอีกด้วย ผมยาวหยักศกเล็กน้อยปลิวตาแรงลมแผ่วๆอย่างน่ามอง วันนี้ณภัทรสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนจนถึงข้อศอกชายเสื้ออยู่ในกางเกงสแล็กสีดำเข้ารูป เห็นเรียวขาแกร่งชัดเจน อืม.. ก็ดูดีนะ แต่ทำไมต้องปลดกระดุมเสื้อตั้งสองเม็ด จนทำให้ปัญชิญาสามารถมองเห็นหน้าอกวับๆแวมๆตามจังหวะการขยับตัวขออีกฝ่าย

“แล้วทำไมท่านรองไม่รัดผมให้เรียบร้อย”

“รีบครับไม่มีเวลาเลยไม่ได้รัด ที่สำคัญไม่มียางรัดผมด้วยลืมเอามา”

“แค่รัดผมยังไม่มีเวลา แถมชอบลืมยางรัด ฉันว่าตัดดีกว่านะ”

“น้องอยากให้พี่ตัดเหรอ”

“เปล่า จะตัดไม่ตัดแล้วเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ”

“น้องไม่ชอบผู้ชายผมยาวเหรอ”

“ชอบ....เฮ้ย เว ไปกินข้าวกัน”  คำตอบชัดๆทำเอาณภัทรอมยิ้ม ถึงแม้ว่ายัยห้าวจะเหมือนไม่ตั้งใจพูดก็เถอะ เพราะต่อจากคำว่าชอบก็ตะโกนชวนเพื่อนที่คอยแอบมองอยู่ห่างๆอย่างเผือกๆ

“พี่ไปด้วย”

“ส้มตำ ลาบ ก้อย นะ จะกินได้เหรอ”

“อะไรก็กินครับถ้าได้กินกับน้อง”  ปัญชิญาถึงกับกลั้นยิ้มจนปวดกรามให้กับความขี้หยอดของณภัทรนี่เขาคิดว่าเธอเป็นขนมครกหรือไงหยอดเอาๆ

“กินได้ก็ตามมาสิ” ปัญชิญาเดินนำหน้าไปหากลุ่มของเวนัย ชัชวาล และทักดนัย ก่อนจะพากันเฮโลออกไปยังร้านเพิงหมานแหงนใกล้ๆๆกับไซต์งาน โดยมีณภัทรตามไปเงียบๆ พอไปถึงทุกคนก็สั่งโดยให้ชัชวาลเป็นคนจดแล้วเอาไปยื่นให้แม่ค้า รอไม่นานอาหารอิสานหลากเมนูก็มาเสิร์ฟ ทุกคนดูเงียบกว่าปกติเมื่อท่านรองประธานให้เกียรติมานั่งกินด้วย ทุกคนในไซต์รู้ทั้งนั้นว่าลูกชายเจ้าของบริษัทกำลังจีบวิศวกรสาวอยู่ เพราะจีบแต่ละทีก็โจ่งแจ้งชัดเจน จนบรรดาพวกเพื่อนร่วมงาน คนงานที่มีแต่ผู้ชายก็อดเขินแทนไม่ได้ ตอนนี้ก็เช่นกัน ทุกคนแทบกลั้นหายใจรอฟังกันเลยทีเดียว

“ลูกหว้า รัดผมให้พี่หน่อยครับ”

“อ้าว ท่านรองทำไมไม่รัดเองล่ะคะ” ปัญชิญาซึ่งกำลังโซ้ยส้มตำเอ่ยอย่างเคืองๆ คนกำลังกินมาใช้รัดผมได้ยังไง

“มือเปื้อนครับ” แบมือที่มีข้าวเหนียวติดเต็มมือให้ดูด้วย

“นี่ก็เปื้อนปะ” ปัญชิญาแบมือให้ดูเช่นกัน

“งั้น พี่ให้คนอื่นที่มือไม่เปื้อนรัดให้ก็ได้ครับ” ณภัทรยิ้ม ก่อนหันไปทางสาวน้อยน่าตาจิ้มลิ้มที่เป็นลูกสาวแม่ค้านั่งว่างไม่มีงานทำอยู่เพราะอาหารเสิร์ฟครบทุกโต๊ะแล้ว ชายหนุ่มยกมือเรียก 

“น้องครับ มียางรัดของมั้ยขอ 1 เส้นครับ” ปัญชิญาเหลือบตามองคนขอยางนิดนึงก่อนจะกินต่อ สาวน้อยผู้ถูกเรียกยิ้มหวานทันที เมื่อลูกค้าสุดหล่อออร่าจับจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนงานไซต์งานที่อยู่ใกล้ๆร้านของแม่เธอ  รีบไปหยิบยางรัดของมายื่นให้ผู้ชายหน้าหล่อมาดเซอร์

“นี่ค่ะพี่ยางรัด พี่จะเอามารัดอะไรคะ”

“รัดผมครับ น้องช่วยพี่ได้มั้ย” ณภัทรเอ่ยเสียงนุ่ม ยิ้มใส่ตาสาวน้อยอย่างขี้เล่น ปัญชิญาเงยหน้ามามองเต็มตาตั้งแต่ประโยค น้องช่วยพี่ได้มั้ย เลยเห็นรอยยิ้มขี้อ่อยนั้นด้วย

“เอ่อ หมายถึงให้หนูรัดผมให้พี่เหรอคะ” ณภัทรพยักหน้าแทนคำตอบพร้อมรอยยิ้ม สาวน้อยทำตาโตอย่างตื่นเต้นที่จะได้ใกล้ชิดคนหล่อ นี่เขาถึงกับขอให้เธอรัดผมให้เชียวนะ หรือเขาจะสนใจเธอ แค่คิดสาวน้อยก็หน้าแดงระเรื่อ ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนตัวไปใกล้ๆคนหล่อ มือยื่นไปจับผมของณภัทร อีกนิดเดียวก็จะได้จับผมคนหล่อ แต่...

หมับ! 

มีมือปริศนามาจับมือเธอเอาไว้ก่อนที่จะได้สัมผัสเส้นผมของณภัทร สาวน้อยมองคนที่มาจับมือเธอไว้ก็พบว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวที่นั่งอยู่ในโต๊ะที่มีผู้ชายล้วน แถมผู้หญิงคนนี้ยังแย่งยางรัดที่อยู่ในมือเธอไปอีกด้วย

“น้องไปทำงานเถอะ เดี๋ยวพี่รัดให้พี่เขาเอง”

“เอ่อ แต่ ว่า...” กำลังจะเถียงแต่พอเห็นแววตาเอาเรื่องของอีกฝ่ายก็ได้แต่เดินถอยกลับไปที่เดิม พร้อมกับมองอย่างเสียดาย ปัญชิญาเมื่อเห็นว่าลูกสาวแม่ค้าเดินไปแล้ว ก็หันมาใช้มือสางผมณภัทรตอนนี้เท่ากับว่าปัญชิญายืนแต่ชายหนุ่มนั่งหันหน้าเข้าหาอกของหญิงสาว ณภัทรยิ้มสมใจ แหงนหน้ามองคนที่กำลังสางผมให้เขาหน้าตึง การรัดผมก็ดึงซะหัวเขาตึงไปหมดบางจังหวะเหมือนปัญชิญาตั้งใจกระชากให้เขาหงายหน้าไปข้างหลังอีกด้วย เจ็บนิดๆ แต่ทนได้อยู่แล้ว

“เสร็จแล้ว จะกินต่อได้หรือยัง” เสียงก็เย็นชาเชียวแม่คุณ ณภัทรลอบมองใบหน้าเรียบเฉยของปัญชิญา

“ขอบคุณครับ”

เมื่อการรัดผมเสร็จเรียบร้อย ทุกคนในโต๊ะต่างลอบเป่าปากอย่างโล่งอก นึกว่าจะมีการวางมวยกันซะแล้ว แต่ถึงกระนั้นทั้งที่เหมือนตั้งใจกินแต่จริงๆแล้วทุกคนตั้งใจฟังและแอบมองทั้งคู่ไปด้วย  ด้านปัญชิญาไม่พูดอะไรอีกเลยกินเอาๆเหมือนหิวโซมาหลายวัน ณภัทรรู้สึกไม่ดีขึ้นมานิดๆ หรือเมื่อกี้เขาจะเล่นเกินเหตุไป ทำให้ยัยห้าวโกรธจัดจนใส่อารมณ์กับการกินขนาดนี้ มือหนาหยิบกระดาษทิชชู่ ยื่นไปเช็ดแก้มของปัญชิญาที่มีเม็ดข้าวเหนียวติดอยู่ จนอีกฝ่ายผงะเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ณภัทรก็เลยได้เช็ดต่อเนื่องเลยทีนี้ ไม่ว่าอะไรจะเปื้อนตรงไหน ริมฝีปาก มุมปาก แก้ม เช็ดมันทุกช็อต ปัญชิญาก็เหมือนตั้งใจกินมูมมามให้เช็ดซะจริงๆในสายตาคนแอบมองอยู่รอบนอกใกล้ๆอย่างเวนัยและชัชวาล ส่วนทักดนัยถึงกลับต้องเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดของทั้งสองคนเพราะมันทำให้เขาหน่วงที่ใจอย่างบอกไม่ถูก........


อ่านต่อข้างล่างนะคะ(อัพ 1 มี.ค.62)

หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จโดยที่ไม่มีใครต้องควักตังสักบาทเพราะมีเจ้านายเปย์ ทุกคนก็แยกย้ายกลับไซต์งาน ณภัทรเพียรลอบมองคนใส่กระโปรงที่ทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง เหงื่อซึมหน้าผากมนเป็นพักๆเจ้าตัวก็เอามือปาดลวกๆเหมือนไม่ใส่ใจ ชายหนุ่มนั่งมองไปยิ้มไป ขมวดคิ้วไป จนบรรดาเพื่อนร่วมงานทั้งหลายของปัญชิญาลอบมองด้วยสีหน้าหลอนๆ เจ้านายท่าจะเป็นเอามาก ตอนนี้ทุกคนในไซต์ลามไปถึงทั้งบริษัทรู้หมดแล้วว่ารองประธานหนุ่มหล่อกำลังตามจีบวิศวกรสาวห้าวช้างเผือกหนึ่งเดียวของบริษัทเป็นบ้าเป็นหลัง

“กูขนลุกแทนไอ้หว้า” เวนัยเดินกอดคอชัชวาล เข้าไปเก็บของที่อ๊อฟฟิศชั่วคราว หลังจากเลิกงานแล้ว

“เป็นอะไรพี่เว ปวดขี้?  ป๊าบ! ชัชวาลหัวทิ่มไปข้างหน้าตามแรงตบ จนต้องยกมือลูบๆคลำๆหัวตัวเอง

“ไม่ใช่โว้ย หมายถึงไอ้หว้ามันโดนจ้องมองตาไม่กระพริบขนาดนั้น มันไม่เขินเลยเหรอวะ กูเห็นแล้วยังขนลุกอ่ะ”

“ก็ไม่เห็นลูกพี่ มีท่าทีอะไรนะ”

“ไอ้หว้า แม่งโครตจิตแข็ง”

“แต่ผมว่า คุณณภัทรจิตกว่า”

“กูก็ว่างั้น มึงโทรรายงานท่านด้วยล่ะ”  ทั้งสองหนุ่มคุยกันจนถึงอ๊อฟฟิศ ทำธุระเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ  ส่วนคนที่ถูกนินทาก็กำลังวิ่งหนีบางคนเข้าอ๊อฟฟิศ ปัญชิญาแทบประสาทเสียเพราะสายตาณภัทรที่มันไม่เคยคลาดไปจากเธอเลยตลอดช่วงบ่าย เธอต้องรวบรวมสมาธิจนเกือบบรรลุโสดาบันเลยทีเดียว ถึงได้ทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็น ไม่รู้ไม่ชี้ได้

“เฮ้อ เหนื่อยโว้ย” เก็บของใส่กระเป๋าไปบ่นไป ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว

“พี่นวดให้มั้ย”

“โอ้ย! ตกใจหมด มาเงียบๆ”

“กลับบ้านกัน” ณภัทรเดินเข้าประชิดตัว โดยเว้นระยะห่างแค่นิดเดียวเพื่อไม่ให้โดนตัวยัยห้าวตามสัญญา

“บ้านใคร?”

“บ้านของเราก็ได้นะ” ณภัทรตอบพร้อมยิ้มมุมปากใส่คนถาม  คนได้ยินคำตอบถึงกลับหลุดยิ้มนิดนึง ก่อนจะปรับสีหน้าใหม่ ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ทันเห็นอยู่ดีว่าปัญชิญายิ้ม

“เพ้อเจ้อ หลีกทางจะกลับบ้าน”

“ไปบ้านพี่ก่อนมั้ย”

“ไม่ไป ไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“แล้วน้องอยากให้เราเป็นอะไรกันล่ะครับ”

“ไม่ได้อยากเป็นแล้ว”

“ไม่เอาน่าลูกหว้า....จะเป็นตอนนี้เลยก็ได้นะ พี่พร้อม”

“แต่ฉันไม่พร้อม ถอย” ปัญชิญาผลักคนที่ขวางทางอยากแรงจนชายหนุ่มเซพ้นทาง ก็แทรกตัวเดินออกไปทันที แต่ก่อนจะถึงประตูก็ชะงักเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

“เออ!ลืมไป ต้องล็อคอ๊อฟฟิศ ออกมาได้แล้วท่านรอง”  ณภัทรถึงกลับหัวเราะในลำคอ เมื่อเห็นอาการอารมณ์เสียเหมือนไม่ได้ดังใจของยัยห้าว ถึงเธอไม่เรียกเขาก็ต้องตามออกมาอยู่ดี

“วันนี้พี่ไม่มีรถกลับบ้าน เอาเข้าศูนย์ ” ณภัทรเดินล้วงกระเป๋าตามหลังปัญชิญา พูดขึ้นลอยๆ 

“แล้วมาบอกทำไม” แม้เสียงจะห้วน แต่ที่จริงกำลังขำ โถ.. พ่อคุณ หวังจะวางแผนให้คนสวยไปส่งล่ะสิ รอบก่อนอย่าคิดว่าไอ้หว้ารู้ไม่ทันนะ ที่เขาบอกว่ากุญแจรถหาย ชิ! เชื่อก็โง่แล้ว ก็เธอเคยใช้แผนกุญแจหายกับเขามาก่อนแล้วน่ะสิ หึๆ

“เกี่ยวสิครับ เพราะพี่จะกลับด้วย”

“หมายถึงขอให้ไปส่ง?”

“หึ หมายถึงจะกลับด้วย” ส่ายหัวประกอบคำตอบ

“กวน...มันก็คือให้ไปส่งไม่ใช่หรือไงล่ะ”

“พี่หมายถึงจะกลับบ้านของลูกหว้าด้วยต่างหาก” ณภัทรเอ่ยหน้าตายเหมือนกล่าวเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป แอบสังเกตสีหน้าอีกฝ่าย หวังจะเห็นอาการเขินหรือตกใจบ้าง แต่มันน่าหงุดหงิดชะมัด ยัยห้าวไม่มีอาการอะไรเลย แถมส่งสายตาที่มีแววรำคาญมาให้อีกต่างหาก

“ไร้สาระ ลีลาท่าเยอะอยู่นั่นล่ะ ถ้าจะให้ไปส่งก็ขึ้นมา ”  ปัญชิญาสวมหมวกกันน็อคเสร็จ ก็ยื่นอีกใบให้คนเจ้าแผนการใส่ด้วย

“น้องจะขับรถยังไง น้องใส่กระโปรงอยู่นะครับ”

“อ้อ แป๊บนึง” พูดจบปัญชิญาก็รูดซิบกระโปรงรูดลงปลายเท้า พับเก็บไว้ในกระเป๋าด้วยท่าทางสบายๆ เหลือแต่กางเกงขาสั้นจู๋ สีขาวโชว์เรียวขายาวสวย ส่วนคนมองนั้นตาเหลือก อ้าปากค้าง ตั้งแต่ตอนเห็นยัยห้าวรูดซิบกระโปรงต่อหน้าต่อตา โดยไม่เขินอายสายตาเขาที่ยืนหัวโด่ ทำเอาอย่างอื่นเกือบโด่ตามหัวไปด้วยอีกต่างหาก นี่มันอ่อยแรงเกินไปหรือเปล่าวะ  ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอแบบเก็บอาการ

“อ้อ กอดเอวด้วยถ้าไม่อยากตกรถ” คนขาสวย วาดขาค่อมพี่บิ๊กโดยไม่ได้สนใจคนมองด้วยซ้ำ จังหวะเมื่อสักครู่ทำให้ณภัทรต้องใช้มือตบหัวใจเบาๆ เพราะเลือดคงสูบฉีดแรงเกินขนาดมันถึงได้เต้นแรงและผิดจังหวะเมื่อเห็นท่าทางที่โคตรเซ็กซี่ของยัยห้าวขี้อ่อย  โอ้ย! กางเกงที่สั้นอยู่แล้ว มันก็ร่นสูงขึ้นไปอีก มองแล้วหัวใจจะวาย ณภัทรลูบอกซ้ายไม่หยุดตอบรับเสียงแผ่ว

“ครับ” ที่ทนเฝ้าหญิงทั้งวัน ไม่กลับเข้าบริษัททั้งที่งานกองพะเนิน เพราะรอคำนี้แหละ แขนแกว่งรีบกอดเอวคนสั่ง จมูกซุกซนก็สูดหายใจลึกสองสามที เพื่อเอาออกซิเจนเข้าปอดลดอาการตื่นเต้น ได้ของแถมคือกลิ่นหอมๆของกายสาวเข้าไปด้วย คุ้มค่ากับการรอจริงๆ ว่าแต่พรุ่งนี้จะหามุขอะไรมาอ้างเขายังคิดไม่ออกเลย จีบผู้หญิงสักคนนี่มันปวดหัวขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย..ณภัทรถอนหายใจเบาๆ เอาใบหน้าซบกับแผ่นหลังหอมๆด้วยสีหน้ามีความสุข เขาว่ากันว่าเวลาที่เรามีความสุขมันมักจะผ่านไปเร็ว ณภัทรเห็นด้วยมากๆเลย เพราะใช้เวลาแป๊บเดี๋ยวยัยห้าวก็พาเขามาถึงบ้านซะแล้ว

“เข้าไปดื่มกาแฟก่อนมั้ย” เจ้าของบ้านหนุ่มถามเผื่อฟลุ๊ค ขณะมือกำลังปลดหมวกกันน็อกออกจากศีรษะ

“ไม่รบกวนท่านรองหรอก” ยื่นมือไปรับหมวกจากมือแกร่งที่ยื่นมาให้

“แต่พี่อยากให้รบกวน”

“แต่ฉันไม่อยาก”

“เอ้า มัวคุยอะไรกันอยู่คร๊าบ ไม่เข้าบ้านซักที” ก่อนที่เจ้าของบ้านจะทันเอ่ยอะไร เสียงของบุคคลที่สามก็ทำให้ณภัทรต้องหุบปากที่กำลังจะต่อล้อต่อเถียงกับปัญชิญาโดยอัตโนมัติ ซึ่งคนที่ไร้มารยาทก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้เพื่อนรักที่หนีออกจากบ้านมาอาศัยบ้านเขาอยู่นั่นเอง

“เอ่อ คุณปริญ สวัสดีค่ะ” ปัญชิญายกมือไหว้เพื่อนเจ้านายทันที ไม่นึกว่าจะเจอชายหนุ่มที่นี่ด้วย

“อ้าว สวัสดีครับคุณลูกหว้า ที่แท้ก็คนกันเอง ไปๆเข้าบ้านก่อนครับ” ปริญเจ้ากี้เจ้าการจัดการต้อนปัญชิญา จนหญิงสาวต้องถอดหมวกกันน็อคเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับเพื่อนของเจ้านายอย่างเบลอๆงงๆ ส่วนเจ้าของบ้านนี่แทบจะกราบเพื่อน อย่างน้อยวันนี้มันก็ทำตัวดีมีประโยชน์ล่ะนะ พอถึงห้องรับแขกปริญก็จัดแจงให้ทั้งสองคนนั่งทันที 

“เชิญนั่งเลยครับ”

“แหม ทำอย่างกับตัวเองเป็นเจ้าของบ้านเนอะ” ณภัทรอดหมั่นไส้เพื่อนรักไม่ได้

“บ้านเพื่อนก็เหมือนบ้านกูไง...เอ่อ..ขอโทษด้วยนะครับคุณลูกหว้าที่ผมพูดหยาบไปหน่อย”

“ไม่เป็นไรค่ะ ลูกหว้าก็พูดหยาบกับเพื่อนเหมือนกัน”  ณภัทรได้ยินสาวเจ้าแทนตัวเองด้วยชื่ออย่างสนิทสนมกับเพื่อนรักก็ชักอารมณ์ไม่ดี ที่สำคัญมี ค่ะ ด้วย ทีกับเขาล่ะพูดเสียงมะนาวไม่มีน้ำ ฉันอย่างนั้นฉันอย่างนี้ มันน่าจับตีก้นจริงๆ

“ผมสงสัยจัง ว่าคุณลูกหว้ามีเพื่อนผู้หญิงบ้างหรือเปล่าครับ”

“ก็ เนตร ไงคะ เพื่อนผู้หญิงของลูกหว้า นอกนั้นก็ตามที่รู้เลยค่ะ ชายล้วนๆ คำหยาบนี่ชิลล์มากค่ะ”  ปัญชิญาพูดกับปริญแต่มือก็รับแก้วน้ำผลไม้จากลุงเทียม ปริญอึ้งนิดนึง นี่เขาลืมไปได้ยังไงนะว่าปัญชิญากับเนตรนรีเป็นเพื่อนกัน

“ขอบคุณค่ะลุงเทียม”

“ไม่เป็นไรครับคุณหนู คุณหนูลูกหว้าไม่มาตั้งนานลุงคิดถึง”

“เอ่อ พอดีว่าลูกหว้างานรัดตัวมากค่ะเลยไม่มีเวลา”  ปัญชิญามองไปทางปริญเล็กน้อยก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นว่าเพื่อนเจ้านายไม่ได้มีท่าทีสนใจเรื่องที่เธอคุยกับลุงเทียมมากนัก เพราะมัวแต่แย่งกินผลไม้กับเจ้าของบ้านอยู่ แต่หารู้ไม่ว่าหูของอีกคนไม่สิน่าจะทั้งสองคนนั่นแหละแทบจะกางออกเป็นหูช้างอยู่แล้ว

“คุณหนูลูกหว้ามาบ่อยๆเหมือนเมื่อก่อนอีกนะครับ คุณหนูของผมจะได้ไม่เฉา...เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะครับมีอะไรเรียกผมได้เลยนะครับ”  ลุงเทียมพูดแค่นั้นก็เงยหน้าสบตากับเจ้านายหนุ่มเล็กน้อย คล้อยหลังลุงเทียม ณภัทรก็เอาแต่จ้องคนทำไม่รู้ไม่ชี้ที่ตอนนี้กำลังจิ้มผลไม้กินเอาๆ

“เอ่อ คุณลูกหว้าดูคุ้นเคยกับลุงเทียมนะครับ” ปริญถามเข้าเป้าทันที ไม่อ้อมไม่ค้อมอะไรทั้งนั้น ก็คนมันอยากเผือก

“ก็....” ปัญชิญาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถามตรงขนาดนี้เลยไม่รู้จะตอบยังไง ได้แต่สบตากับณภัทรที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว สมองก็คิดหาคำตอบที่ดูดี  แต่อีกฝ่ายกลับเข้าใจว่าปัญชิญาส่งสายตามาแบบนั้นเพื่อให้ตัวเองเป็นคนพูด

“ขออนุญาตตอบแทนครับ คุณปริญ สายเผือก”

“แกก็พูดเกินไปเลโอ เผือกเผิกอะไร เอาเป็นแค่..อยากรู้ก็พอมั้ง” ปริญเปลี่ยนจากการเรียกเพื่อนแบบฮาร์ดคอ มาเป็นแบบซอฟท์ๆเพราะเกรงใจสุภาพสตรีถึงเธอจะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะ

“ถึงขนาดนี้แล้ว พี่ว่าเราคงปิดไม่ได้แล้วนะครับ”  คราวนี้ณภัทรมองเห็นข้อความห้ามพูดชัดเจนในแววตากลมโตของยัยห้าวอ้าว! ตกลงให้พูดหรือไม่ให้พูดวะ แต่เขาเลือกที่จะ....

 “คือยังงี้ ไอ้คุณเพื่อน ฉันกับน้อง คือ แบบเรา..เอ่อ ” ท่าทางสีหน้าชายหนุ่มเหมือนไม่อยากพูด เหมือนลำบากใจ แต่ปัญชิญารู้ดีว่าไอ้แววตาวิบวับนั่นต่างหากที่กำลังบอกเธอว่าเขากำลังแกล้งรวน เพื่อเรียกความสนใจ

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณปริญ แค่ลูกหว้าเคยเข้ามาคุยงานกับท่านรองที่นี่บ่อยๆน่ะค่ะ” ปัญชิญาชิงพูดขึ้น ก่อนอีกคนจะพูดให้เธอได้อาย

“อ๋อ แบบนี้นี่เอง” ปริญก็แกล้งเออออ ไปกับสาวห้าวด้วยเพราะกลัวหญิงสาวจะอาย แต่ไอ้เจ้าของบ้านมันก็ไม่นำพาเอาซะเลย

“นี่น้องจะบอกว่า การที่น้องจีบพี่มันคืองานของน้องเหรอครับ”  

พรวด! ปัญชิญาที่กำลังดื่มน้ำผลไม้ถึงกับสำลักพ่นน้ำออกจากปากทันทีที่ได้ยิน รัศมีการกระเด็นก็ไกลพอที่จะโดนหน้าและเนื้อตัวคนพูดที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจนดูไม่จืด ณภัทรใช้มือลูบน้ำออกจากใบหน้าลวกๆ ปริญถึงกับทำหน้าแหยงดีนะที่ตนเองไม่ได้นั่งลงข้างเพื่อนหนุ่มไม่งั้นเขาคงจะโดนน้ำมนต์ไปด้วยแหงๆ แต่คนที่ถูกน้ำผลไม้ปนน้ำลายกระเด็นใส่จนเลอะเทอะกลับไม่ได้นึกรังเกียจแม้แต่น้อย แต่เป็นห่วงคนที่กำลังสำลักจนหน้าดำหน้าแดงมากกว่า ถึงกับถลาเข้าไปลูบหลัง พร้อมทั้งหยิบกระดาษทิชชู่ซับหน้าซับปากให้อีกด้วย ซึ่งพฤติกรรมพะเน้าพะนอหญิงของณภัทรตกอยู่ในสายตาปริญตลอด

“น้องดีขึ้นยังครับ” มือหนึ่งก็บังคับใบหน้าของน้องให้หันมาหาตน อีกมือก็ซับไปทั่วทั้งหน้าและลำคอ จนปัญชิญามีสติและทุเลาจากการสำลัก เธอก็รีบจับมือที่สาละวนกับใบหน้าและลำคอของตนเองไว้ก่อนจะผลักออกทันที

“พอๆ พอแล้วค่ะ..พอดีนึกขึ้นได้ว่าฉันมีธุระ ขอตัวกลับเลยนะคะคุณปริญ”  ปัญชิญารีบหนีจากบรรยากาศกระอักกระอ่วน น่าขายหน้าดีกว่าต้องนั่งให้ณภัทรกับเพื่อนต้อนจนมุมแบบนี้ ขอกลับไปตั้งหลักก่อนแล้วไอ้หว้าจะเอาคืนให้หลาบจำกันเลย

“เอ่อ ครับๆ ขับรถดีๆนะครับ” ปริญมองตามหลังร่างโปร่งที่เดินดุ่มๆออกไปทันที ไม่แม้แต่ลาเจ้าของบ้านหนุ่มที่มองตามตาปรอย จนเขาต้องเดินไปตบไหล่เพื่อนเบาๆ

“เขาดูสนใจมึงมากกว่ากูอีก” ณภัทรตาเขียวใส่เพื่อน

“อ้าว ไอ้นื่ หญิงไม่สนใจแล้วมาพาลกูทำไมวะ ใครบอกให้มึงปากสว่างเอง กูมองตาเขากูยังรู้เลยว่าสายตาแบบนั้นแปลว่าให้มึงหุบปาก”

“แล้วมึงถามน้องเขาหาพระแสงอะไร”

“ก็กูอยากรู้..มึงเสือกตอบเองทำไม กูถามน้องเขาโน่น”

“ก็เพราะคำถามมึงทำให้น้องลำบากใจ แต่กูก็อยากเปิดไง กูเลยตอบแทน ”

“ก็เพราะคำตอบของเองมึงมั้ย เขาถึงต้องสำลักขนาดนั้น แถมงอนหนีกลับบ้านเลยก็เพราะมึงโว้ย อย่ามาพาลกู”

“เออ รู้แล้วไม่ต้องย้ำ เดี๋ยวกูง้อของกูเอง ยังไงน้องก็หนีกูไม่พ้นหรอก”

“แหวะ! อะไรก็น้องๆๆเรียกซะอ่อนโยน จนกูขนลุกหมดล่ะเนี่ย”

“อ้าว! อายุเขาก็เป็นน้องกู ทำไมจะเรียกน้องไม่ได้”

“ยัยนานา ก็น้องมึง ไม่เห็นเรียก น้อง บ้างล่ะ”

ณภัทรหลับตาอย่างต้องการสงบสติอารมณ์ อีกไม่นานถ้าไอ้เพื่อนจอมก่อกวนมันยังไม่หยุด เขาสัญญาเลยว่าเท้าเขาจะยื่นไปทักทายมันแน่นอน ...แล้วปริญเพื่อนรักก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

“หลงเขาก็บอกเหอะ  อ่อนว่ะ”

“ไอ้ @#$%  ณภัทรลุกขึ้นจะส่งเท้าไปทักทายแต่ไม่ทัน ได้แต่ตะโกนด่าตามหลังเพื่อนเลว ที่กำลังวิ่งหนีขึ้นไปข้างบนแถมมันยังหัวเราะเยาะเขาอีก ขอถอนคำพูดที่เคยบอกว่ามันทำตัวดีมีประโยชน์ จริงๆแล้วมันแค่อยากเสือกเรื่องชาวบ้านแค่นั้นเอง ไอ้เพื่อนอกกตัญญู ...เฮ้ย! ลืมไปเลยว่ายัยห้าวใส่ขาสั้นจู๋ขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าไอ้เพื่อนเลวมันมองไปถึงไหนต่อไหนแล้วเหรอ? นึกแล้วอยากควักลูกตามามันออกมาโยนลงชักโครกกดน้ำลงสักสิบรอบ...จากนั้นเอาไม้หน้าสามตีหัวมันให้สมองกระทบกระเทือนมันจะได้ลืมว่ามันเห็นอะไร

 

 

 

 มาอีิงสาวเสหลบตาไปทางอื่น ผู้ชายบ้าบทจะจีบก็จีบซะปรับสีหน้าไม่ถูก วันนี้ไม่มัดผมมาอักด้วย มือนจะยั่ว

 

 

 





เดี๋ยวมาอัพเพิ่มนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #36 tewtewtewtewrqo (@tewtewtewtewrqo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:43
    ไรท์ค่ะ รอนานมากเลยค่ะ. ขอบคุณที่อัพนะคะ
    #36
    0