กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 25 : จีบตอนไหนก็ได้ (อัพแล้ว 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    22 ม.ค. 62


พิมพ์เสร็จลงเลย ถ้ามีคำผิดขออภัยนะคะ 

เนื้อหาที่อัพเดทเพิ่มเลื่อนลงด้านล่างนะคะ ต่อจากเนื้อหาเดิมค่ะ






“เป็นไงมั่งโชติ” ชายสูงวัยผู้เคยเป็นนายใหญ่ เอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าเลขาลูกชาย ประมุขอยากให้ทุกอย่างเข้าล็อคเร็วๆเขาอยากเป็นคูณปู่เต็มแก่แล้ว

“สวัสดีครับท่าน คุณณภัทรได้เจอกับคุณลูกหว้าครับ”

“แล้วไงต่อ”

“ก็ไม่น่าจะมีการโวยวายอะไรเกิดขึ้นนะครับ เพราะเห็นทานข้าวกันปกติ เอ่อ แต่....” โชติเว้นวรรคไว้เพราะเขาไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดมันจะสำคัญต่อเหตุการณ์มั้ย

“แต่ อะไรโชติ”

“เอ่อ ช่วงก่อนทานอาหาร มีคุณลิด้าเดินเข้ามาทักทายครับ”

“อ้อ แล้วท่าทางเจ้านายเราอ่ะเป็นไง”

“ก็ทักทายกันปกตินะครับ สักครู่คุณลิด้าก็แยกตัวไปครับ”

“ยัยหนูลูกหว้า มีอาการอะไรมั้ยย”

“คุณลูกหว้านี่ดูตกใจในตอนแรก แต่หลังๆเดาไม่ถูกเพราะเธอก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียวครับ เงยหน้าขึ้นมาคุยบ้าง พอเธอกินเสร็จเธอก็เดินออกไปเลย หน้าคุณณภัทรที่เหวอเลยครับท่าน” โชติเล่าตามที่ตนเองเห็นจากการที่แอบสังเกตการณ์อยู่ไกลๆ แต่ไม่ได้ยินบทสนทนาใดๆ แต่ก็แอบเล่าข้ามบางฉากที่มันติดเรทนิดๆ เช่นฉากที่เจ้านายหนุ่มแอบจุ๊บสาวอะไรงี้ ตอนนั้นเขาได้แต่อ้าปากค้างอย่างคาดไม่ถึงเพราะตั้งแต่ทำงานกับเจ้านายมาเห็นเจ้านายมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแค่สองคน และมีกิ๊กๆแบบผ่านมาแล้วก็ผ่านไปนับไม่ถ้วน ตามประสาหนุ่มหล่อโสดและรวยมาก แต่ทุกรายที่ผ่านมาไม่เคยเลยที่..เอ่อ...เจ้านายจะกระทำการอุกอาจเปิดเผยขนาดนี้

“ฮ่าๆ ยัยหนูมันห้าวจริงอย่างที่เพื่อนฉันว่า เอาล่ะๆโชติกลับไปทำงานเถอะ ขอบใจมาก” หลังจากที่เลขาลูกชายกลับไป ประมุขก็ต่อสายหาเพื่อนเกลอทันที อยากจะรู้ความเคลื่อนไหวของฝ่ายนั้นบ้างว่าเป็นยังไง

“ไอ้เกลอเป็นยังไงบ้าง”

สบายดีโว้ย

“ฉันหมายถึงเรื่องลูกสะใภ้ฉันโว้ย ไม่ได้หมายถึงแก” เสียงหัวเราะอีกฝั่งดังตอบกลับมา ทำให้ประมุขก็พลอยหัวเราะตามไปด้วย

เอ้า ฉันก็นึกว่าแกถามฉัน  ตอนนี้ยังไม่เจอยัยลูกสาวเลย แต่มีส่งข้อความมาบ่นอยู่ว่า สงสัยพ่ออย่างฉันกลัวลูกสาวไม่มีใครเอารึไงถึงยัดเยียดนัดลูกสาวตัวเองให้ไปเจอผู้ชาย   เสียงตอบจากปัญญาเพื่อนเกลอทำให้ ประมุขอดหัวเราะไม่ได้

“ลูกสาวแกห้าวถูกใจพ่อสามีจริงๆ”

น้อยๆหน่อยไอ้มุข ยังไม่ตบไม่แต่ง ลูกสาวฉันเสียหายนะเว้ย

“แต่งอาทิตย์หน้าเลยมั้ยล่ะ”

แหม่ ถ้าแต่งเองนี่ตกลงไปแล้วนะนี่ ฮ่าๆ

“มารีนี่บ่นอยากอุ้มหลานจะแย่ ยังบ่นอีกว่าไม่น่าจะต้องวางแผนอะไรหลายปีดีดักให้ยุ่งยาก ทำไมไม่จับแต่งๆกันให้รู้แล้วรู้รอด”

อดทนรอมาได้เป็นสิบๆปี บอกคุณมารีให้ทนอีกหน่อยน่า เราพ่อแม่ก็คุยกันแล้วนี่หว่าว่าอยากให้ลูกรักกันจริงๆ ไม่อยากให้ดูเหมือนโดนจับคลุงถุงชน ...ฮึ! ก็ลูกชายแกนั่นแหละเล่นตัว ระวังเถอะฉันจะยุให้ลูกสาวฉันตัดใจเสียให้เข็ด

“เฮ้ย อย่านะโว้ย เดี๋ยวฝั่งนี้ฉันจัดการเอง แค่นี้ก่อนนะ เมียโทรตามแล้ว”  ประมุขกดวางสายเพื่อนทันทีเมื่อเห็นสายที่ซ้อนเข้ามา ก่อนจะรับสายภรรยา  สรุปภรรยาสุดที่รักโทรมาตามเพราะตอนนี้เธอช๊อปปิ้งเสร็จและรอนานประมาณ 20 นาทีแล้ว คนที่ปล่อยภรรยาให้รอนานรีบดิ่งออกจากร้านกาแฟทันที ก่อนที่พายุจะถล่ม

.................................

ฝั่งไซท์งานที่กำลังจะปิดโครงการเร็วๆนี้  วิศวกรสาวคนเดียวของบริษัทจันทร์ประมุขกำลังรู้สึกอึดอัดระคนหงุดหงิด  เพราะกำลังถูกใครบางคนจ้องเอาๆ  มองอะไรกันนักหนาวะ พอเธอหันหน้าไปอีกฝ่ายก็ทำเป็นหันไปสนใจทิศทางอื่น เป็นแบบนี้จนนับครั้งไม่ได้ นี่เขาจงใจกวนประสาทเธอเหรอ!  ปัญชิญาคิดอย่างหงุดหงิด

“ไอ้หว้า แกทำอะไรให้เจ้านายไม่พอใจเปล่าวะ ฉันว่าตั้งแต่เช้ายันบ่ายนี่เจ้านายจ้องแกด้วยสายตาแปลกพิลึก” เวนัยถามเพื่อนสาว เขาสังเกตมาทั้งวัน พอเพื่อนเขาจ้องกลับเจ้านายก็เมินหน้าหนีไปทางอื่นซะงั้น แถมทั้งวันสองคนนี้ไม่พูดไม่คุยกันเลยสักคำจนน่าแปลกใจ

“ไอ้นี่ ใครจะกล้าไปทำอะไรให้เจ้านายไม่พอใจวะ” ปัญชิญาตอบเพื่อนทันที เธอก็อยากรู้เหมือนมันนั่นแหละ จะจ้องทำไมวะ มีอะไรข้องใจทำไมไม่มาคุย เอ๊ะ! หรือเธอจะเป็นฝ่ายเข้าไปคุยเองให้รู้แล้วรู้แรด เอ้ย! รู้รอด

“แก ก็ไปถามดิวะ” เวนัยดุนหลังเพื่อนครั้งนึง จนปัญชิญาหันมาชูกำปั้นให้

“อยากรู้ก็ไปถามเองโว้ย คนจะทำงานใครจะจ้องคนสวยทำงานก็ปล่อยให้เขาจ้องไป”

“มั่นหน้าไปอี๊ก” เวนัยเบะปากให้อย่างหมั่นไส้ ตะโกนตามหลังคนมั่นหน้าที่เดินไปทำงานต่อราวกับไม่สนใจอะไร  ส่วนณภัทรเมื่อเห็นปัญชิญาเดินไปทำงานปกติ ก็นึกหมั่นไส้นิดๆ ทำตัวได้ปกติจริงๆเลยนะยัยห้าว ว่าแล้วมือเรียวก็ยกสมาร์ทโฟนขึ้นมากดเข้าแอพลิเคชั่นไลน์

Singha : พี่อยากคุยด้วย

ณภัทรยิ้มเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอามือถือขึ้นมาดู สถานะข้อความมันขึ้นว่าถูกอ่านแล้ว แถมพออ่านเสร็จก็เหลือบตามองมาทางเขาซะด้วย ก่อนหญิงสาวจะหันไปคุยกะคนงานแป๊บนึง แล้วเดินตรงดิ่งมาหาเลย โห! นี่เขากะจะพิมพ์ต่อว่าอยากคุยหลังเลิกงาน ยัยห้าวคงใจร้อนกะจะคุยตอนนี้เลยมั้ง ณภัทรปั้นหน้านิ่งทำเป็นไม่มองอีกฝ่ายจนกระทั่งปัญชิญามายืนข้างๆ ก่อนจะพูดเบาๆ แล้วเดินผ่านไปเลย ชายหนุ่มได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูดชัดเจนก่อนจะเดินตามหลังไปห่างๆ จนมาถึงบริเวณนัดหมายที่สาวเจ้าบอก ...ห้องน้ำหญิงชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้าที่เก็บรายละเอียดตกแต่งเสร็จแล้วแต่ไม่ให้คนงานหรือใครก็ตามเข้ามาใช้ถ้าจะใช้ห้องน้ำต้องไปใช้ ตรงที่จัดไว้ให้คนงานข้างล่างเท่านั้น หรือวิศวกรและโฟร์แมนจะต้องเดินไกลหน่อยไปใช้ที่อ๊อฟฟิศชั่วคราวโน่น   ชั้นที่ทุกคนทำงานกันอยู่เมื่อกี้คือชั้น 2  ซึ่งชั้นที่ 3-5 งานเสร็จหมดแล้วจึงไม่มีคนงานหรือคนอื่นๆขึ้นมาบริเวณนี้เลย ณภัทรมองหาคนนัดไม่เจอ อย่าบอกนะต้องเข้าไปในห้องน้ำด้วย ขายาวๆก้าวเข้าไปในห้องน้ำทันที

หมับ!

พอเข้ามาก็โดนคว้าเข้าที่แขน อีกฝ่ายจับแขนชายหนุ่มให้ไพล่กันไว้ข้างหลัง อืม..ตอนนี้เหมือนเขากำลังโดนยัยห้าวกอดอยู่เลย แค่ได้กลิ่นหอมๆโชยเข้าจมูกชายหนุ่มก็รู้แล้วว่าใคร จึงไม่ตกใจและไม่คิดจะขัดขืน แถมตอนนี้เขาถูกร่างบางยืนแนบชิดจนรู้สึกถึงความนุ่มหยุ่นของอวัยวะของอีกฝ่าย รวมเข้ากับกลิ่นหอมๆที่คุ้นเคย มันก็ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่ ร่างกายอ่อนแรงขึ้นมาซะเฉยๆ เพราะอย่างนี้ไงก็เลยไม่มีแรงขัดขืน  จริงๆก็อยากเขาขัดขืนนะ ไม่ชอบให้ใครมาใช้กำลังบังคับเหมือนเขาเป็นนักโทษแบบนี้ แต่มันทำไม่ได้จริงจริ๊ง คนอยากขัดขืนอมยิ้มแก้มตุ่ยแอบลอบสูดดมความหอมเข้าปอดรัวๆ

“ตกใจเหรอ หัวใจเต้นแรงเชียว”

“เปล่าครับ พี่แค่ตื่นเต้น ก็...อะไรๆของลูกหว้ากำลังทักทายพี่อยู่..”  ร่างบางดันเขาซะติดผนังแถมไอ้ที่ดันไม่ใช่แรงมือซะด้วย เธอใช้ลำตัวที่แนบชิดติดตัวเขานั่นแหละดันมา ก็ไอ้หน้าอกนุ่มๆของเธอนั่นแหละที่ทำเอาเขาหมดเรี่ยวแรงขัดขืน แต่บางส่วนกลับแข็งขืนขึ้นมาแทนจนน่าตกใจว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัว

“มีอะไรจะคุย” ปัญชิญามิได้นำพาคำพูดของณภัทร ไม่ได้ถอยห่างกลับยืนเบียดแนบชิดอยู่แบบนั้น ตอนนี้ก็เลยเหมือนว่าเธอกอดชายหนุ่มเอาไว้ เพราะปัญชิญาใช้มือทั้งสองข้างโอบคนตัวใหญ่เพื่อจับแขนของเขาทั้งสองข้างไว้ทางด้านหลัง

“อยากจีบต้องทำไงครับ จีบได้เลยมั้ย หรือต้องนัดตามคิวครับ”

“อยากจีบตอนไหนก็จีบสิ คุณถือว่าได้เปรียบกว่าคิวแรกอยู่แล้วเพราะเจอฉันที่ทำงานทุกวัน อุ๊บ!” ปัญชิญาเงยหน้าคุยเพราะอีกฝ่ายตัวสูงกว่า ขนาดเธอเป็นผู้หญิงที่สูงตั้ง 170 ยังได้แหงนหน้ามอง คนตัวสูงกว่าก้มลงนิดนึงก่อนจะจุ๊บเร็วๆที่ริมฝีปากบางของคนที่กำลังพูดอย่างอดใจไม่ไหว จนปัญชิญาตกใจ ดีดตัวเองออกห่างจากคนขี้ฉกฉวยทันที ฮึ่ม! พลาดๆ เธอพลาดไปแล้ว

“อ้าว ไม่จับพี่ไว้แล้วเหรอครับ”

“ไม่อยากจับแล้ว ไม่ต้องมายิ้ม ถ้าจะจีบกันอย่ามารุ่มร่ามถึงเนื้อถึงตัวแบบเมื่อกี้อีก ”

“ลูกหว้าเป็นคนที่ถึงเนื้อถึงตัวพี่ก่อนนะครับ”

“ไม่เถียง.. แต่กำลังจะพูดต่อเนี่ย จะฟังมั้ย?”

“ฟังครับ”

“คุณน่ะห้ามถึงเนื้อถึงตัวและลวนลามฉัน แต่ฉันสามารถ” ปัญชิญายักคิ้วใส่อย่างกวนๆ

“ลูกหว้าหมายถึง ลูกหว้าสามารถถึงเนื้อถึงตัวและลวนลามพี่ได้ฝ่ายเดียว งั้นเหรอครับ”

“ถูกต้อง”

“คงไม่ได้หมายความว่า ลูกหว้าจะลวนลามไอ้ผู้ชายคิวแรกด้วยใช่มั้ย”  ณภัทรแค่คิดก็เดือดปุดๆ ถ้ายัยห้าวลวนลามตนเองเขายิ่งกว่าเต็มใจซะอีก แต่ถ้าเธออยากลวนลามไอ้ผู้ชายคนนั้นเหมือนทำกับเขา เขาจะทนได้ยังไง ทนไม่ได้! และไม่ยอมด้วย!

“เอ่อ...ก็..คงมีบ้าง” ปัญชิญาไม่คิดว่าจะถูกย้อนถามแบบนี้เลยตอบไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าไรนัก เพราะเธอไม่คิดอยากจะลวนลามใครอยู่แล้ว เธอเป็นผู้หญิงนะจะให้ไปลวนลามผู้ชายก่อนแบบนั้นน่ะ เหอะ จะบ้าเหรอ! คิดเข้าไปได้ยังไง...ไม่เค้ย ไม่เคยคิดลวนลามใครเลยนะ กุลสตรีศรีวิศวะขนาดนี้ หึๆ


ต่อตรงนี้นะคะ (อัพเดท 24-12-61)

ด้านเวนัยและชัชวาล สังเกตเห็นว่าปัญชิญาและเจ้านายหนุ่มเดินตามกันไป ก็รีบสะกิดกัน โทรแจ้งท่านประธานทันที ตอนนี้ทั้งสองคนเริ่มเข้าใจแล้วว่าวิศวกรสาวห้าวคนเดียวของบริษัทและลูกชายของท่าน ถูกจับคู่กันมาเนิ่นนานแล้วโดยผ่านการวางแผนของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย ทำไมถึงรู้เรื่องนี้น่ะเหรอ? ก็เพราะถูกท่านหรือคุณประมุขเรียกพบหลายครั้งเพื่อสอบถามพ่วงด้วยการสั่งการบางอย่าง ท่านประธานคงเห็นสายตาสงสัยใคร่รู้ของเขาและชัชวาล รวมถึงไม่อยากให้ใครก็ตามเข้าใจผิดเกี่ยวกับว่าที่ลูกสะใภ้ท่านก็เลยเล่าให้ฟัง มาถึงตอนนี้เวนัยยังรู้สึกทึ่งกับท่านๆบรรดาพ่อแม่ของเพื่อนสาวและเจ้านายอยู่เลยว่า ทำได้ยังไงอ่ะ ต้องทำขนาดไหนถึงทำให้ทั้งสองคนอยู่เป็นโสดจนรอดให้มาใกล้ชิดตกหลุมรักซึ่งกันและกันได้ แผนมันต้องโคตรเนียนและคนวางแผนก็โคตรๆใจเย็นมากๆที่รอมาเนิ่นนาน จนลูกสาวอายุ 29 ส่วนอีกฝ่ายลูกชายก็อายุ 32 ปี โดยทั้งคู่ไม่เคยระแวงหรือรู้ตัวมาก่อนเลยว่าตนถูกจับคู่ให้แล้วตั้งแต่เด็ก โอ้! ไอ้เว งงกับความคิดของคนรวย เขาก็พึ่งรู้ด้วยว่าที่จริงแล้วครอบครัวของปัญชิญารวยมาก ไอ้ที่เพื่อนสาวบอกผ่อนไอ้พี่บิ๊กนั่นคงจะโกหก ระดับนี้ซื้อสดสิบคันขนหน้าแข้งคงไม่ร่วงหรอก ปัญชิญาทำตัวติดดินไม่เคยอวดรวยแม้แต่นิดเดียว ตัวเองรวยขนาดนี้ยังมาทำงานงกๆกินเงินเดือน ตากแดดตากลม แถมงกโอทีอีกต่างหาก เขาล่ะแทบไม่เชื่อว่าจะมีคนรวยแต่ชอบลำบากแบบยัยคนนี้อยู่บนโลกใบนี้เลยจริงๆ

“พี่เว ลูกพี่ไปนานจัง” เสียงของชัชวาล ทำให้เวนัยหลุดจากความคิดเมื่อสักครู่

“มึง อยากรู้ก็ไปตามสิ”

“เรื่องอะไรล่ะ ท่านก็บอกอยู่นี่ว่าปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน สังเกตการณ์อยู่ห่างๆก็พอ”

“งั้นก็เลิกถาม ไปทำงาน”

“คร๊าบ”  ถึงทั้งคู่จะทำงานตามที่ปากว่า สายตาก็ยังชำเลืองมองทิศทางที่ทั้งสองคนหายไปด้วยกันอยู่เรื่อย จนกระทั่ง 30 นาทีผ่านไป เป็นปัญชิญาที่ปรากฏตัวเป็นคนแรก โดยณภัทรทิ้งระยะห่างมาทีหลังประมาณ 5 นาที ทั้งคู่ไม่มีใครพูดคุยอะไรกันอีกเลยจนถึงเวลาเลิกงาน ปัญชิญากับเพื่อนร่วมงานก็คุยสรุปเรื่องงานกันปกติ จะไม่ปกติก็เพราะวันนี้ผู้บริหารหนุ่ม ตำแหน่งรองประธานเข้ามายืนฟังด้วย แบบใกล้ชิดมากๆจนแทบจะสิงปัญชิญาอยู่รอมร่อ

“ท่านรองคะ จะมายืนเบียดทำไมคะที่ยืนมีตั้งเยอะแยะ”  ต่อหน้าคนอื่นปัญชิญาจะพูดมีหางเสียงกับชายหนุ่มเพื่อให้เกียรติอีกฝ่าย

“พี่อยากยืนใกล้ๆหัวใจครับ”

“ห๊ะ!๊ะยากยืนใกล้ๆหัวใจครับะพูดมาหางเสียงกับชายหนุ่มเพื่อให้เกียรติเขา

ันนี้ผู้บริหารหนุ่ม ตำแหน่งรองประธานเขามายืนฟังด้วย ็นปัญชิญา  ปัญชิญาได้ยินเต็มสองหู แต่แค่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าพูดออกมา คนอื่นๆที่อยู่ในวงสนทนาก็คงได้ยินเต็มๆเลยล่ะ ดูหน้าแต่คนสิ โดยเฉพาะไอ้เวนัยอ้าปากค้างไปแล้วนั่น

“หัวใจพี่อยู่ที่ไหนพี่ก็จะอยู่ที่นั่นครับ” ณภัทรยิ้ม ไม่สนใจสายตาตกตะลึงของเหล่าวิศวกรและโฟร์แมน  ฝ่ายปัญชิญาไม่คิดว่าจะโดนคนหน้ามึนจู่โจมจีบอย่างหน้าไม่อาย ก็รู้สึกขัดเขินขึ้นมานิดๆ ไหนจะแทนตัวเองว่า พี่ ตอนที่อยู่ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานของเธออีก ร้ายจริงๆ

“เอ่อ..เอาเป็นว่าพวกเราแยกย้ายกันดีกว่าเนาะ” เวนัยได้สติคลี่คลายสถานการณ์

“เอาแบบนั้นล่ะครับ งั้นผมลาเลยนะครับ” ชัชวาลรีบไหว้ลารอบวง ก่อนที่คนอื่นๆก็เออ ออ สลายตัวกลับ เหลือเพียงทักดนัยคนเดียวที่ยังอยู่ ชายหนุ่มยืนมองคนที่ตัวเองแอบรักกับเจ้านายหนุ่มรูปงามที่ตอนนี้กำลังจ้องตากันอยู่ด้วยแววตาเศร้าสร้อยจนกระทั่งเวนัยเดินมาลากแขนออกไป

“ปะ เราสองคนก็กลับกันเถอะ” ณภัทรคว้ามือเรียวมาจับ แต่ก็ต้องรีบปล่อยทันทีเมื่อเจอสายตาพิฆาตของยัยห้าว เขาลืมไปว่าห้ามถึงเนื้อถึงตัว ปัญชิญาสามารถถึงเนื้อถึงตัวเขาได้ฝ่ายเดียว ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย! ทีตอนยัยห้าวจีบเขาแม่ตัวดีถึงเนื้อถึงตัวเขาตลอดแถมยังได้ตัวเขาด้วยซ้ำ พอทีเขาจีบบ้างห้ามโน่นห้ามนี่สารพัด  เอ๊ะ! แต่ถ้าเขาทำให้ปัญชิญาอยากถึงเนื้อถึงตัวเขาเองล่ะ ณภัทรยิ้มมุมปากเมื่อคิดอะไรดีออก

“ยิ้มอะไร” ปัญชิญาหรี่ตามองอย่างจับผิด

“เปล่าครับ เมื่อกี้พี่ลืมพี่ขอโทษนะ กลับบ้านกัน”

“ก็กลับสิ บ้านใครบ้านมันอยู่แล้ว” พูดจบก็เดินฉับๆ ทำให้คนตัวสูงต้องรีบถลาตามไปทันที

“รอด้วยสิครับ”

“เมื่อกี้ ที่พูดแบบนั้นไม่อายรึไง”

“อายทำไมครับ ก็ลูกหว้าบอกจีบที่ไหนก็ได้”

“บอกที่ไหนก็ได้ ก็ไม่เลือกบ้างเหรอว่าสถานการณ์ไหน ”

“ไม่เลือกครับ พี่ทำตามน้องบอกเลย ที่ไหนก็ได้ไง พี่จะจัดให้ทุกที่เลย” คนที่ถูกเรียกว่า น้องครั้งแรก ถึงกับสะตั๊น เขินจนตัวจะแตกแล้วแต่ก็ต้องแอ๊บไว้ อายุปาเข้าไปตั้ง 29 ยังมีผู้ชายมาเรียกน้อง ใครมันจะไม่เขินเล่า

“เฮ้อ! ปัญชิญาแสร้งถอนหายใจกลบเกลื่อนความเขิน ขาเรียววาดขึ้นค่อมพี่บิ๊ก

“ขับรถดีๆนะครับ พี่เป็นห่วง ถึงแล้วไลน์บอกพี่ด้วยนะ”  ณภัทรแอบขำ คนที่กรอกตามองบนหลังจากเขาพูดจบ ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูรถเช่นกัน มือหนาตบๆตามกระเป๋ากางเกง และกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะทำหน้าตกใจ จนคนที่กำลังจะสตาร์ทเครื่องสงสัยว่าเป็นอะไร

“เป็นไรอีกล่ะ”

“กุญแจรถหาย”

“ห๊ะ กุญแจหาย” 

ณภัทรพยักหน้าอย่างเซ็งๆ

“โทรบอกลุงเทียม เอากุญแจสำรองมาให้สิ”

“ลุงเทียมขับรถไม่เป็น แล้วถ้าเรียกแท๊กซี่ก็กว่าจะมาถึง”

“เลขาคุณไง”

“โชติเขาเลิกงานกลับบ้านแล้วป่านนี้”

“แล้วจะเอาไง”

“ไปส่งพี่หน่อยสิครับ” ณภัทรทำเสียงอ้อน จนคนฟังคันยิบๆในหัวใจ

“มีหมวกกันน๊อคใบเดียว”

“พี่ไม่ใส่ก็ได้ครับ”

“มันอันตราย”

“ลูกหว้าก็อย่าขับซิ่งมากสิครับ นะครับ ไปส่งพี่หน่อยนะ”  เพิ่มความอ้อนเป็นระดับ 10 แบบนี้ไอ้หว้าจะไปทนได้ยังไง ทั้งที่จริงแล้วหญิงสาวรู้ว่าเขาสามารถทิ้งรถไว้ที่นี่แล้วเรียกคนมารับก็ได้ แต่เธอจะพูดให้เสียเรื่องเพื่อ!

“ขึ้นมา” คนอ้อนให้สาวไปส่งไม่รอช้าแทบจะกระโดดขึ้นซ้อนท้าย เมื่อขับมาระยะหนึ่งปัญชิญาเห็นอีกฝ่ายนั่งแบบขืนตัวเองเพื่อไม่ให้เนื้อตัวโดนแผ่นหลังของเธอก็ชักจะโมโหไม่ใส่หมวกก็อันตรายอยู่แล้วยังจะนั่งแบบนั้นอีก เลยเปิดไปเลี้ยวจอดข้างทาง หันมาพูดกับคนซ้อนท้ายกิตมศักดิ์

“ทำไมนั่งแบบนั้น เดี๋ยวก็ได้ตกหรอก”

“ก็ลูกหว้าไม่ให้พี่โดนตัวนี่ครับ” ณภัทรตอบเสียงพาซื่อ จนปัญชิญาอยากจะเอานิ้วดีดหน้าผากคนที่สายตาไม่ได้ซื่อไปกับคำพูดแม้แต่น้อย

“กอดเอว ไม่งั้นก็ลงตรงนี้เรียกแท๊กซี่กลับเอง”  พูดจบก็ขับต่อทันที ณภัทรยิ้มเต็มหน้าเพราะคนขับไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเขาอยู่แล้ว ยกเว้นยัยห้าวจะมีตาหลัง วงแขนแกร่งค่อยๆโอบรอบเอวคนขับ พร้อมกับเบียดตัวจนชิดติดแผ่นหลังของคนบอกให้กอดเอว ...นี่เขาไม่ได้ผิดสัญญานะ ยัยห้าวอนุญาตให้กอดเอง  ปัญชิญาขับไม่เร็วมากเพราะห่วงกลัวพลาดพลั้งเกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้น ปากบางคลี่ยิ้มอย่างสมใจ พอถึงจุดหมายณภัทรคลายอ้อมแขนจากเอวบางอย่างอ้อยอิ่งระคนเสียดาย ชายหนุ่มรู้สึกไม่อยากให้ถึงบ้านจริงๆให้ตายสิ

“ไม่เข้าไปทักลุงเทียมหน่อยเหรอครับ แกบ่นหาน้องอยู่นะ”

“เอ่อ ไม่ดีกว่า รีบ” เรียก น้อง อีกล่ะ  ใจเธอบางหมดแล้วนะ

“โอเคครับ งั้นขอบคุณนะครับที่มาส่งพี่”

“อือ”

ณภัทรมองตามคนที่มาส่งจนสุดสายตา  วันนี้ได้แตะเนื้อต้องตัวบ้างนิดๆหน่อยๆเป็นสัญญาณที่ดี ทำให้เขามีกำลังใจขึ้นเยอะทีเดียว คิดพลางยิ้มไปพลาง เดินเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่วันนี้ทำไมบ้านเงียบจัง ลุงเทียมหายไปไหน ทุกทีก็จะเห็นออกมารับตลอด ชายหนุ่มคิดอย่างแปลกใจ พอเดินเข้าบ้านมาก็ต้องตกใจจนผงะ

“จ๊ะเอ๋! / “เฮ้ย!

“ฮ่าๆ” แขกไม่ได้รับเชิญหัวเราะอย่างชอบใจ

“ไอ้-!  ณภัทรหลุดคำหยาบ อยากจะถีบคนที่ทำให้ตนเองตกใจสักทีสองที

“หยาบคายเหรอๆ เดี๋ยวฟ้องคุณนายมารีนะเว้ย”

“แกมาทำไมวะ...แล้วโรงรถไม่เห็นมีรถแก” ณภัทรนั่งลงข้างเพื่อน มองคนที่แกล้งเขาและยังไม่หยุดหัวเราะตาขวาง

“ก็นั่งแท๊กซี่มา”

“มา-ทำ-ไม” เจ้าของบ้านถามเน้นทีละคำ ชายหนุ่มลูบหน้าอกตัวเองเบาๆ ยังตกใจไม่หาย

“เขาคิดถึงตัวอ่ะ ไม่เจอกันตั้งนาน”

“เอาความจริง”

“หนีมา”

“หนีใคร?” ณภัทรหรี่ตามองเพื่อนอย่างจับสังเกต เขากับปริญเจอกันล่าสุดก็ตอนเจอลิดาวรรณครั้งแรก จากนั้นปริญก็หายเงียบไปเลย จู่ๆโผล่มาถึงบ้านไม่บอกไม่กล่าว แสดงว่าสิ่งที่บอกว่าหนีมามันต้องร้ายแรงทีเดียว

“เพื่อนลิด้า” ปริญบอกกเสียงเซ็งๆ ส่วนณภัทรเลิกคิ้วนิดนึงเมื่อมีชื่อบุคคลที่สามที่คุ้นเคยดี

“เกี่ยวอะไรกับลิด้า”

ปริญถอนหายใจก่อนจะเล่าสิ่งที่ตนเองตั้งใจทำโดยเอาตัวเข้าแลก เอ้ย! เอาตัวเข้าไปใกล้ชิดเพื่อนของลิดาวรรณเพื่อผลประโยชน์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างณภัทรและแฟนเก่า เขาแค่หว่านเสน่ห์นิดหน่อยไม่กี่วันยัยนั่นก็ติดเขาแจ โทรเข้าเบอร์บริษัทจนเลขาแทบถอดสายโทรศัพท์ทิ้ง มีมาดักรอที่บริษัท ไลน์เด้งทั้งวัน และที่สำคัญรู้จักคอนโดที่ซุกหัวนอนของเขาได้ยังไงไม่รู้

“แล้วถ้าแก ไม่ชอบเขาแล้วเข้าไปจีบเขาทำไมวะ”

“อ้าว เพื่อนหวังดีกับเพื่อนไงคร๊าบ ไม่อยากเห็นถ่านไฟเก่าลุกโชนขึ้นมาอีก ไม่อยากให้เพื่อนเป็นควายอีกครั้ง เลยลุงทุนเอาตัวเข้าแลกไปสืบเลยนะเว้ย ขอบคุณสิครับ ขอบคุณ!

“เหอะ! หมายความว่าแกคิดว่าฉันยังรักลิด้าอยู่ แล้วกลัวเราสองคนกลับไปคบกันอีก”

“แล้วมันใช่มั้ยล่ะ วันนั้นพอเจอเขาแป๊บเดียวแววตาแกก็เปล่งประกายวิบวับเชียว”

“ไม่-ใช่-เว้ย”

“อ้าว! จริงอะ แสดงว่ากู มโนไปเองเหรอวะ โอ้ย!จะบ้าตาย แล้วทำไงจะสลัดหลุดล่ะวะเนี่ย”

“หาเรื่องเอง ก็แก้ปัญหาเองเว้ย” ณภัทรขำท่าทางไอ้เพื่อนขี้มโน ถึงขนาดมาหลบภัยที่บ้านเขา ก็คงจะขยาดถึงที่สุดจริงๆ

“ถึงยังไง แกก็ต้องช่วยฉันเรื่องหลบภัยเพราะฉันจะปักหลักอยู่ที่นี่ จนกว่ายัยนั่นจะเหนื่อยตามไปเอง”

“ตามสบาย หวังว่าเขาคงไม่สืบมาจนรู้ว่าแกมาหลบที่นี่นะ”

“แกอย่าพูดเป็นลางสิวะ...เอ้อ ลืมถาม คู่ตัวตัวแกเป็นไงมั่งวะ สวยปะ” ปริญสายตาวิบวับมองเพื่อนอย่างรอคอยคำตอบ

....

ต่อตรงนี้นะคะ (อัพเดท 21-01-62)

“ก็....สวย”  ณภัทรตอบยิ้มๆ จนปริญหรี่ตามองอาการยิ้มแก้มปริของเพื่อนอย่างสงสัย นี่อย่าบอกว่ามันมีใจให้คู่ดูตัวแล้วนะ แล้วไอ้แผนของลิดาวรรณล่ะ สรุปมันไม่ได้ใช้ หรือใช้แต่ไม่ได้ผล?

“อ๋อ  สวย...แล้วไงต่อวะ”

“แกคิดว่า ลูกหว้าสวยเปล่าล่ะ”

“คุณลูกหว้าก็สวยดิวะ เอ๊ะ! แต่มันเกี่ยวอะไรกับคุณลูกหว้าวะ”

“ก็ ลูกสาวเพื่อนพ่อที่ว่าก็คือลูกหว้า น่ะแหละ”

“เฮ้ย จริงดิ”

“เออ”

“โห อะไรวะ ทำไมต้องเป็นคุณลูกหว้าด้วย กะจะจีบอยู่แล้ว”

“หยุดความคิดที่จะจีบลูกหว้าเลยนะมึง”

“โอ๊ะ โอ! ถึงกับเสียงดังแถมหยาบคายด้วย ทำไม? หวงเหรอ!

“เออ!  ณภัทรตอบเร็วแบบไม่คิดสักวินาทีเดียว จนปริญอ้าปากหวอ อย่างไม่อยากจะเชื่อหู ถึงกับต้องเอามือแคะหูสองสามรอบ

“แกว่าไงนะ เมื่อกี้”  ปริญตั้งสติและเตรียมหูฟังใหม่อีกรอบ สงสัยรอบเมื่อกี้เขาน่าจะฟังผิด

“หวงโว้ย! ห้ามจีบ! ห้ามมอง! ห้ามเข้าใกล้! ได้ยินชัดยัง!” ณภัทรเน้นทีละประโยค แววตาหาเรื่องส่งให้เพื่อนทุกจังหวะการพูด

“โคตรชัด!  แต่ งง แกพึ่งจะมาสปาร์คกันตอนดูตัวเหรอวะ ก็เห็นกันมาตั้งนานไม่เห็นจะอะไร” ปริญถามเพราะอยากรู้จริงๆ อันนี้ ก็มีบ้างช่วงแรกๆที่เขาทำท่าจะจีบปัญชิญา ไอ้หมอนี่มันก็มีพูดขวางบ้าง แต่เขาไม่เคยคิดว่านั่นจะเป็นอาการหวงก้างแค่นั้นเอง

“จะบอกไงดีวะ” ณภัทรเริ่มเล่าตั้งแต่ต้นที่ปัญชิญามาขอจีบตนให้ติดภายในสามเดือน และเทียวไปเทียวมาที่บ้านเขา จนกระทั่งเลิกจีบและกลายเป็นว่าตอนนี้เขาต้องจีบปัญชิญากลับซะเอง  ปริญเบิกตาโต อ้าปากเหวอ อย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพื่อนเล่า

“แก ทำได้ไงวะ”

“ทำไรวะ”

“แกทำได้ไงที่ปิดเรื่องแกกับคุณลูกหว้ามีซัมติงกันอ่ะ แกปิดบังฉันได้ยังง๊าย” ปริญทำท่าจะเป็นจะตายได้อย่างน่าหมั่นไส้ ณภัทรเลยผลักหัวทีหนึ่ง

“ก็ตอนนั้นไม่อยากให้ใครรู้นี่หว่า เพราะไม่คิดว่าฉันจะรักเขาขึ้นมาจริงๆ”

“เหอะ! กรรมตามสนองแกแล้ว เพราะพอรักเขา เขาก็ชิ่งหนี”

“ก็ตามจีบอยู่นี่ไง”

“ขอให้คุณลูกหว้า เทแล้วเทเลย”

“ไอ้-” ณภัทรยกเท้าเตรียมถีบ แต่เพื่อนปากหมารู้ทันรีบเด้งไปนั่งที่ที่ไกลจากอันตรายทันที ปริญทำหน้างอ ได้โคตรน่าหมั่นไส้ในสายตาณภัทรมาก

“ทำไมวะ ทำไมคุณลูกหว้าไม่ตามจีบฉัน ไปจีบแกทำไมวะหล่อสู้ฉันก็ไม่ได้ ซกมกก็ซกมก”

“มีอีกเรื่องที่แกควรรู้” ณภัทรไม่สนใจในสิ่งที่เพื่อนกำลังคร่ำครวญ พูดเรื่องที่ต้องการให้เพื่อนรู้ต่อทันที

“อะไร?” ปริญหรี่ตาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์

“แกจำสาวบิ๊กไบต์ที่เราเจอวันนั้นได้เปล่าวะ”

“ขอคิดก่อน  อืม.. ใช่คนใส่ชุดเกาะอกสีดำ สวยๆและโคตรๆเซ็กซี่ ตอนที่เราไปผับX หรือเปล่าวะ” ปริญทำท่าคิดแป๊บเดียวก็จำได้ สำหรับคนสวยต้องตาต้องใจ คนอย่างเขาไม่มีวันลืมง่ายๆอยู่แล้ว

“อือ คนนั้นแหละ”

“แล้ว...?”

“ลูกหว้าไง”

“ห๊ะ! What? ”

“ลูกหว้า คือผู้หญิงคนนั้น”

“อ๊ากกกกซ์ ม่ายยยย ทำม๊าย ทำไม แกต้องได้ทั้งคุณลูกหว้าและผู้หญิงโคตรสวยเซ็กซี่คนนั้นด้วย ” ปริญทึ้งหัวตัวเองชักดิ้นชักงออย่างโอเวอร์แอคติ้ง ตอนนี้เขาอิจฉาณภัทรจริงๆนะ ทำไมปัญชิญาไม่ปิ๊งเขาแล้วมาจีบเขาแทนไอ้เพื่อนซกมกผมไม่ตัดแบบมันด้วยนะ

“ก็ฉันเป็นเนื้อคู่เขาไง”

“โห่ ... เนื้อคู่ก็มา ....กูจะอ๊วก! คงหลงเขามากเนาะมึง” ไม่พูดเปล่าปริญทำท่าอ๊วกพุ่งด้วย

“อืม ทั้งรักทั้งหลงว่ะ”

“เออ! รู้แล้ว เป็นฉันฉันก็หลงว่ะ หมั่นไส้ไปอาบน้ำนอนดีกว่า” พูดจบก็สะบัดหน้าให้เจ้าของบ้านเดินขึ้นบันไดไปอย่างคุ้นเคยสถานที่ ประหนึ่งตัวเองเป็นเจ้าของบ้านซะเอง ณภัทรส่ายหัวให้เพื่อนอย่างขำๆท่าทางสะบัดสะบิ้งเกินงามของปริญ มือหนาเช็คมือถือเข้าแอพพลิเคชั่นไลน์ คนที่รอให้ส่งข้อความมาก็ยังไม่ส่ง หรือว่ายังไม่ถึงบ้านก็ไม่รู้ ชายหนุ่มส่ายหัวให้ตัวเองพึ่งจากเมื่อกี้ก็คิดถึงล่ะดูท่าจะเป็นเอามาก ร่างสูงยืนขึ้นก่อนจะยัดมือถือใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินขึ้นบ้าน ใช้เวลาในการอาบน้ำแต่งตัวไม่นานก็รีบวิ่งขึ้นเตียงหยิบมือถือมาเช็คทันที

“ทำไมยังไม่ส่งข้อความมาอีกนะ” มือหนากดพิมพ์ข้อความ

 

Singha: ถึงบ้านยังครับ ไม่ส่งข้อความหาพี่เลย

 

ข้อความยังไม่ถูกอ่านคนใจร้อนก็พิมพ์ส่งอีกรอบ

Singha: ตอบพี่หน่อยครับ

Singha: งื้อ พี่นอนไม่หลับแน่ถ้าน้องไม่ตอบ

Singha: ลูกหว้าของพี่คนดีตอบพี่หน่อยนะ

Singha: ไม่งั้นพี่ออกไปหานะครับ

ด้านปัญชิญาที่พึ่งออกจากห้องน้ำ ผมก็ยังไม่เช็ดได้ยินเสียงข้อความเข้ารัวๆก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนเดินมาปลดล็อกมือถือ เห็นชื่อคนส่งก็กดเข้าไปอ่าน

“จะได้สักกี่วันเชียว” ปากพูดสบประมาท แต่มือก็พิมพ์ตอบอย่างคล่องแคล่ว พึ่งกดส่งก็ขึ้นสถานะถูกอ่านทันที

ลูกหว้า : ถึงแล้ว 

Singha: ถึงนานยังครับ

ลูกหว้า : นานแล้ว อาบน้ำพึ่งเสร็จ 

Singha: พี่คิดถึงนะครับ

ลูกหว้า : นี่จีบ อยู่เหรอ 

Singha: ครับ

ลูกหว้า : ขอใส่ชุดชั้นในก่อนนะ ตอนนี้เช็ดตัวอยู่ไม่ได้ใส่อะไรเลย

Singha: ร้ายนักนะ อ่อยพี่แบบนี้ ถ้าแน่จริงวิดีโอคอลคุยกันมั้ยล่ะ

ลูกหว้า : ไม่คอล ไม่คุย แค่นี้นะง่วง

ปัญชิญาส่งข้อความเสร็จก็จัดการแต่งตัว ไดร์ผมต่อ เสียงตอบข้อความกลับมาก็ไม่อ่านไม่ตอบ ปล่อยให้ฝั่งณภัทรทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอให้คนที่มาอ่อยจนคิดไปไกลสุดท้ายจากไปปล่อยให้ตนค้างคา ไม่อยากจะเชื่อว่าแค่คำพูดของยัยห้าวจะทำให้สิงห์น้อยของเขาคึกขึ้นมาทันทีสงสัยคืนนี้คงต้อง..ออกกำลังกายบางส่วนอย่างหนักแน่นอนกว่าจะหายคึกลงได้ มีโอกาสเมื่อไหร่พ่อให้นายเอาคืนทบต้นทบดอกแน่สิงห์น้อยลูกพ่อ






ขออภัยในความมาช้า และมาน้อยค่ะ Y_Y





 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #35 tewtewtewtewrqo (@tewtewtewtewrqo) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 19:02
    ขอบคุณค่ะไรท์ สงสารสิงห์น้อย555
    #35
    0
  2. #34 k_koi (@k_koi) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 10:17

    รอรอรอฉันรอเธออยู่
    #34
    0
  3. #33 tewtewtewtewrqo (@tewtewtewtewrqo) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 21:27
    รออออออค่ะ
    #33
    0