กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 23 : ลูกสาวเพื่อนพ่อ(อัพครบ 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    31 ส.ค. 61


**ลงสดๆนะคะ ยังไม่ได้ทวน ผิดพลาดขออภัยค่ะ**

//อ่านเนื้อหาที่อัพเพิ่มด้านล่างเลยนะคะ  

//อย่ายึดเปอร์เซ็นการอัพที่ไรท์แจ้งนะคะ กะเอามั่วๆ 555 บางตอนสั้น บางตอนยาว เพราะบางตอนมันยังหาที่ลงไม่ได้เลยยาว อิอิ






ปัญชิญาที่หลังจากได้รับโทรศัพท์จากบิดา ก็รีบขอตัวออกจากไซต์งานก่อนเวลากับเพื่อนๆวิศวกร เพราะไซต์งานตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ใกล้ได้ปิดโครงการแล้ว  คุณป๋าพึ่งจะบินกลับมาจากสิงคโปร์เลยต้องให้เธอไปรับ จะว่าไปคุณป๋าก็แปลก ทุกทีไปไหนมาไหนก็มีเลขาหรือคนขับรถ ขับรถไปรับไปส่ง แต่ทำไมวันนี้คุณป๋าถึงเจาะจงให้เธอไปรับด้วย  หญิงสาวเหล่มองบิดาที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ข้างๆอย่างสงสัย ปัญญาหันมามองลูกสาวพลางยิ้มให้กับท่าทางสงสัยของลูก

“เออ แค่นี้นะ ฉันกำลังจะไป” หลังวางสายก็บอกคนขับรถสาว “อย่าพึ่งกลับบ้านนะลูก พาป๋าไปหาเพื่อนก่อน”

“เพื่อน? เหรอคะ ”

“อืม เพื่อนเก่าของป๋า”

 “ใครอ่ะคะ แล้วหว้าเคยเจอเพื่อนคุณป๋าคนนี้มั้ย”

“เคยสิลูก แต่นานมาแล้ว”

“จริงเหรอ นานแค่ไหนอ่ะ”

“อืม สัก 20 กว่าปีได้มั้ง

”ฮ้า ตั้ง 20 กว่าปี หว้าคงจำไม่ได้หรอก หว้าแค่ 6 –7 ขวบเองมั้ง”

“ไม่แน่นะ ลูกอาจจะจำได้”

“บอกชื่อมาสิคะ เผื่อหว้าจำได้”

“ชื่อพ่อมุข กับ แม่มารี คุ้นมั้ย”

“ไม่คุ้นแม้แต่นิดเดียว” ปัญชิญาส่ายหน้ารัว ผู้เป็นบิดาได้แต่หัวเราะในลำคอ จากนั้นสองพ่อลูกก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระจนกระทั่งรถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาในรั้วบ้านที่ใหญ่โตหรูหราสไตร์โมเดิร์น

“อู้ว บ้านเพื่อนคุณป๋าสวยจัง”

“ลูกชายเขาออกแบบเอง สร้างเองเชียวนะ” ปัญญาเล่าด้วยเสียงเรียบเรื่อยให้บุตรสาวฟัง

“หูว ถือว่าเก่งและไอเดียเจ๋งมาก”

“มากันแล้วเหรอ ไอ้เกลอ” เสียงจากเจ้าของบ้านที่เดินมารับถึงหน้าบ้านทักขึ้นอย่างดีใจ ปัญชิญารีบยกมือไหว้ชายวัยเดียวกันกับบิดาทันที

“เอ่อ สวัสดีค่ะคุณลุง” ปัญชิญาคุ้นหน้าเพื่อนบิดาคนนี้เหลือเกิน เหมือนเคยเจอที่ไหน แต่ไม่น่าจะใช่เมื่อ 20 ปีก่อนแน่นอน

“สวัสดีลูก  โตเป็นสาวแล้วสวยเชียว”

“สวยเหมือนแม่เค้ามั้ยล่ะ แล้วนี่คุณมารีไปไหนล่ะ ”

“อยู่ข้างในเตรียมของว่างอยู่ ไปๆเข้าข้างในกัน” ประมุขเดินโอบไหล่เพื่อนเข้าบ้าน ปัญชิญาสังเกตภายในบ้านที่ตกแต่งอย่างมีสไตร์ อย่างชื่นชมรสนิยมคนแต่ง

“ที่รัก มากันแล้ว” ประมุขเรียกภรรยาที่กำลังจัดแจงดอกไม้ในแจกัน

“อุ้ย มาแล้วเหรอคะ สวัสดีค่ะคุณปัญญา”

“สวัสดีครับคุณมารี  ลูกหว้าเดินเร็วๆสิลูก มาๆสวัสดีแม่มารี” ปัญชิญาหยุดมองนั่นนี่ทันทีที่ได้ยินเสียงบิดาเรียก รีบเดินมายืนข้างบิดา

“สวัสดีค่ะคุณป้า”

“สวัสดีจ้า หนูลูกหว้า โตขึ้นสวยมาก ตัวจริงยิ่งสวย” มารีเชอร์เคยเห็นรูปสาวห้าวคนนี้มาตลอดระยะเวลาหลายปี แต่พึ่งเคยเห็นตัวจริงๆก็วันนี้ สวยเหมือนแม่ที่เป็นเพื่อนของเธอจริงๆ

“คุณป้า พูดเหมือนเคยเห็นหว้าที่ไม่ใช่ตัวจริงเลยนะคะ” ปัญชิญาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเล็กน้อย

“เรียกแม่มารี เหมือนตอนหนูเด็กๆสิลูก” มารีเชอร์ไม่ตอบแต่เดินมาจูงแขนไปนั่งที่โต๊ะอาหาร

“เอ่อ จะดีเหรอคะ หว้าเขินๆ เอาตรงๆหว้าจำคุณลุงคุณป้าไม่ได้เลย”

“ไม่ต้องเขินหรอกลูก เรียกแม่มารี กับ พ่อมุข เหมือนที่หนูเคยเรียก”

“โอเคค่ะ แม่มารี พ่อมุข” ปัญชิญาเรียกตามคำเรียกร้องของเจ้าของบ้าน ถึงจะเขินบ้างแต่ถ้าทำให้เพื่อนบิดาสบายใจจนยิ้มหน้าบานขนาดนี้ ก็ไม่เสียหาย  คุณป๋าของเธอคุยกับเพื่อนอย่างออกรสออกชาติ แม่มารีที่เธอพึ่งเรียกก็ขยันชวนคุยอย่างเป็นกันเอง ทำให้ปัญชิญาไม่รู้สึกอึกอัดแต่อย่างใด

“หิวหรือยังลูก”

“ยังไม่หิวเท่าไหร่ค่ะ แม่มารี”

“พูดแบบนี้ แสดงว่ากำลังหิวล่ะ คุณมารี” ปัญญาเอ่ยเย้าบุตรสาว

“คุณป๋าก็ หว้ายังไม่หิวขนาดนั้นน่า”

“แป๊บนึงนะลูกรอพี่เขาก่อน”

“เอ๋?”

“โอ๊ะ หนูคงจำไม่ได้ว่าแม่กับพ่อมีลูกชายด้วย”

“หว้าจำไม่ได้จริงค่ะ แต่หว้ารู้จากคุณป๋าแล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่า เอ่อ พี่เค้าจะมาเวลานี้”  ปัญชิญาคิดไปไกลว่าลูกชายบ้านนี้คงแต่งงานมีครอบครัวย้ายออกไปอยู่ข้างนอกต่างหากแล้ว

“อ๋อ ที่จริงพี่เขาก็ไปๆมาๆระหว่างบ้านเขากับที่นี่ล่ะลูก แต่วันนี้พิเศษหน่อยเพราะหนูจะมาทานข้าวด้วยแม่เลยกำชับนักหนาว่ายังไงต้องมาให้ได้” แค่เธอกับพ่อมาเยี่ยมเพื่อนเก่าต้องพิเศษเบอรนี้เลยเหรอ ปัญชิญาได้แต่สงสัยในใจ ใครจะไปกล้าถามจริงๆกันล่ะ

“อ๋อ ค่ะ”

“ว่าแต่ หนูลูกหว้า มีแฟนหรือยังเนี่ยปัญญา” ประมุขหันไปถามเพื่อนแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนน้ำส้มในมือปัญชิญาที่กำลังจะยกขึ้นดื่มกระฉอกนิดนึง

“แกต้องถามเจ้าตัวสิวะ ถามพ่ออย่างฉัน จะไปรู้ได้ไง” คุณป๋าโบ้ยมาทางลูกสาวให้ตอบ

“ว่าไงล่ะลูก หนูมีแฟนหรือยัง” มารีเชอร์ทำหน้าลุ้นคำตอบ จนปัญชิญาต้องกระแอมเพื่อเรียกสติ ที่อยู่ดีๆเรื่องสารทุกสุกดิบของเพื่อนเก่าก็วกมาหาตัวเธอซะงั้น

“เอ่อ ตอนนี้โสดสนิทค่ะ ความจริงจะพูดว่าไม่เคยมีแฟนก็ได้ จริงๆหว้าก็อยากมีนะคะ แต่ไม่มีใครเอา สงสัยหว้าคงอยู่บนคานทองตามที่คุณป๋าลงเสาเข็มไว้ตั้งแต่เด็กๆค่ะ”

“พูดไป ป๋าไปลงเสาเข็มคานทองหนูตั้งแต่เมื่อไรกัน” ปัญญาหัวเราะเสียงดัง

“เชอะ พูดไปก็ไม่หมดหรอกวีรกรรมคุณป๋า ที่กีดกันไม่ให้มนุษย์ผู้ชายเข้าใกล้ลูกสาวอ่ะ”

“พูดเป็นเล่นไป งั้นเจ้าเพื่อนตัวแสบห้าคนนี่ไม่ใช่ผู้ชายรึไง”

“เพื่อนที่โดนคุณป๋าชักใยอยู่เบื้องหลังน่ะสิ อย่าคิดว่าไม่รู้นะ”

“ฮ่าๆ พ่อลูกคู่นี้ อย่าเถียงกันๆ สรุปหนูยังไม่มีแฟน” ประมุขพาเรื่องวกเข้าสู้เป้าหมายหลัก เพราะเขารู้ดีแก่ใจเชียวล่ะเรื่องที่เพื่อนซี้กันท่าผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน

“มีคนที่รักค่ะ แต่เขาไม่ยอมเป็นแฟนค่ะ ก็เลยรักข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่ง” ปัญชิญาหัวเราะให้เป็นเรื่องตลก แต่ผู้ใหญ่สามคนหันมาสบตากันด้วยแววตาบางอย่าง

“สงสัยพี่เขาจะมาแล้วล่ะลูก เราจะได้ทานข้าวกันสักทีเนอะ ไปรอที่โต๊ะอาหารกันเถอะค่ะ”

“ลำไย เชิญคุณสิงห์ที่โต๊ะอาหารเลยนะ”มารีเชอร์สั่งสาวใช้ก่อนเดินนำไปที่ห้องอาหาร ชื่อของบุคคลที่พึ่งมาถึงทำให้ปัญชิญาชะงักกึก หวังว่าคงจะไม่ใช่หรอกนะคนชื่อซ้ำกันเยอะจะตาย หญิงสาวลูบอกปลอบใจตัวเองที่กำลังเต้นรัวเป็นจังหวะสามช่า

“หนูโสด ลูกชายพ่อก็โสดนะ” ประมุขเอ่ยแซว เมื่อแขกนั่งประจำที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว

“แน่ะ อย่าบอกว่าแกจะจับคู่ให้ลูกๆนะ ลูกชายแกคงไม่ชอบผู้หญิงห้าวๆแมนๆแบบลูกสาวฉันหรอก” ปัญญาพูดพร้อมขยิบตาให้ประมุขอย่างรู้กัน

“ไว้เจอกันก่อนจะได้รู้ว่าลูกชายฉันจะสนรึไม่สน”

”ไม่สนหรอกครับพ่อ เพราะผมมีแฟนอยู่แล้วครับ” เสียงลูกชายที่ทันมาได้ยินประโยคของบิดาเอ่ยตอบกลับทันที ณภัทรสังเกตโต๊ะอาหารเห็นผู้ชายผมสีดอกเลาผู้หญิงผมยาวทีมัดเป็นหางม้านั่งหันหลังให้ บิดามารดาสุดที่รักนั่งหันหน้ามาทางเขาทั้งสองเบิกตากว้างอย่างตกใจ และไม่ใช่แค่เจ้าของบ้านที่ตกใจคำตอบของบุตรชาย แขกอีกคนก็ตกใจไม่แพ้กัน ปัญชิญาคิ้วกระตุก เสียงแบบนี้ไม่ผิดตัวแน่คนเดียวกันชัวร์ ทำไมโลกมันกลมอย่างนี้วะ ไอ้หว้าอยากจะหายตัวได้เหมือนในละครจริงๆ

“สิงห์ หนูลิด้า!” มารีเชอร์แปลกใจมากที่ลูกชายควงแฟนเก่ามา อย่าบอกนะที่บอกว่ามีแฟน หมายถึงแฟนเก่าคนนี้แม่อย่างเธอไม่ยอมแน่ๆ

“อย่าบอกนะว่า แฟนที่แกพูดถึงคือหนูลิด้า” ประมุขเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แอบสงสารว่าที่ลูกสะใภ้ ที่หน้าเผือดไปตั้งแต่ได้ยินเสียงตอบของลูกชายตัวดี

“ครับ” ณภัทรตอบสั้น ก่อนจะจูงมือลิดาวรรณไปฝั่งที่บิดามารดานั่งอยู่

“เอ่อ สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่” ลิดาวรรณทำความเคารพบิดามารดาแฟนเก่าที่เธอเคยคุ้นเคยมากๆสมัยเป็นแฟนกับลูกชายคนเดียวของทั้งสองคน  ณภัทรยังไม่ได้มองแขกของบิดา ชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้ให้ลิดาวรรณนั่ง ฝ่ายหญิงยิ้มหวานเอ่ยขอบคุณเบาๆ

“สิงห์ นี่ลุงปัญญาและลูกสาว ชื่อ...” เสียงของบิดาเรียกความสนใจให้ณภัทรเงยหน้ามองแขกร่วมโต๊ะ ทันทีที่เงยหน้ามองไปยังแขกของบิดา พลันร่างกายเขาก็แข็งทื่อ มือเท้าเย็นเยียบขึ้นมากะทันหัน ตาคมเบิกกว้างอย่างตกใจ

“ลูกหว้า!” ยังไม่ทันที่ประมุขจะแนะนำจบ ณภัทรก็เอ่ยแทรกเสียงดัง ปัญชิญาเป็นลูกสาวเพื่อนเก่าของบิดาเขาอย่างนั้นเหรอ เป็นไปได้ยังไงกัน ส่วนปัญชิญาไม่แสดงท่าทางตกใจใดๆให้เห็น ก็แหงล่ะ เธอเตรียมตัวทันเพราะหันหลังให้เขานี่นา

“เอ๋ สิงห์รู้จักกับหนูลูกหว้าแล้วเหรอ” มารีเชอร์แสร้งเอ่ยเสียงแปลกใจ รวมทั้งสามีกับเพื่อนสามีก็ยังเนียนแปลกใจร่วมด้วยช่วยกันอีก ส่วนลิดาวรรณก็แปลกใจไม่น้อยเช่นกันเมื่อเห็นท่าทางณภัทร

“นั่นสิสิงห์ รู้จักลูกสาวลุงด้วยเหรอ” ปัญญาทำหน้าสงสัยตามที่มารีเชอร์ส่งบทมา

“เอ่อ สวัสดีครับคุณลุง  ก็รู้จักครับ”

“อ๋อ พอดีหว้าทำงานที่บริษัทของคุณสิงห์น่ะค่ะ เอ๋...งั้นพ่อมุขก็คือท่านประธานประมุขน่ะสิคะ” ปัญชิญาพึ่งนึกขึ้นได้ ว่าแล้วเธอเคยเห็นท่านที่ไหนคงเป็นรูปถ่ายที่ติดไว้ตามบริษัทนั่นเอง โอ้ย! ไอ้หว้าอยากจะบ้าตาย ทำงานที่บริษัทท่านมาหลายปีดันจำประธานบริษัทไม่ได้  น่าอายชะมัด

“ใช่แล้วลูก นี่หนูทำงานที่บริษัทลุงเหรอเนี่ย โลกกลมจริงๆ” ท่านประธานทำเนียนแปลกใจ จนภรรยาที่นั่งข้างๆอยากมอบรางวัลดาราชายยอดเยี่ยมให้

“นั่นสิคะ กลมจนน่ากลัวเลยล่ะ ” ปัญชิญาเหล่มองณภัทรเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองประมุข คนถูกมองเริ่มอยุ่ไม่สุข พอดีกับอาหารถูกยกมาเสิร์ฟทำให้การพูดคุยชะงักไป พอเด็กๆรับใช้ออกไปจนหมด มารีเชอร์ก็เข้าประเด็นที่สงสัยทันที

“ว่าแต่หนูลิด้ากลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ลิด้ากลับมาได้เดือนนึงแล้วค่ะ นี่กะว่าจะมาอยู่ถาวร ดีมั้ยคะเลโอ” หญิงสาวที่พึ่งมีตัวตนตอบเสียงหวานก่อนจะขอความเห็นชายหนุ่มที่เธอหวังจะรื้อความสัมพันธ์

“เอ่อ ดีครับดี” คนที่ใจเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตอบโดยไม่มองหน้าคนถาม ยังจ้องลูกสาวเพื่อนพ่อไม่วางตา

“อย่าบอกนะว่ากลับมาคบกันอีก” คราวนี้เป็นบิดาที่ถามด้วยน้ำเสียงไม่บ่งบอกอารมณ์ จนคนที่ยืนยันว่าตนมีแฟนอยู่แล้วก่อนที่จะเห็นหน้าลูกสาวเพื่อนพ่อ เริ่มตะกุกตะกัก ยิ่งลูกสาวเพื่อนพ่อจ้องเขม็งมาเหมือนรอฟังคำตอบยิ่งทำให้ความมั่นใจที่เคยมีหายเกลี้ยง

“เอ่อ ใช่ค่ะ” /”ไม่ใช่ครับ” ลิดาวรรณและณภัทรพูดขึ้นพร้อมกัน แต่คำตอบกลับไม่เหมือนกัน ณภัทรตกใจมากที่ลิดาวรรณตอบแบบนั้นชายหนุ่มรีบมองไปที่ปัญชิญาทันที

“เอ่อ ลูกหว้าคือมันไม่...”  ประมุขลอบมองลูกชายที่พูดไม่ออกอย่างสมน้ำหน้า ดูก็รู้ว่าแคร์ปัญชิญาตั้งแต่เห็นหน้าสาวเจ้าพ่อเจ้าประคุณก็แทบไม่สนใจแฟนเก่าที่อ้างว่ากลับมาคบกันเลย

“เดี๋ยวก่อนนะลูกสรุปกลับมาคบกัน หรือ ไม่ได้คบกัน” มารีเชอร์คาดคั้นคำตอบด้วยสายตาและคำพูดกับลิดาวรรณและลูกชาย

“เอ่อ คือว่า...” ลิดาวรรณที่กำลังอึ้งเมื่อณภัทรไม่เล่นตามแผนที่เป็นประโยชน์กับตัวเธอ กำลังจะตอบ แต่ณภัทรแตะแขนเธอพร้อมส่ายหัวส่งสัญญาณให้เธอหยุดพูด

“เดี๋ยวผมตอบเองครับลิด้า คืออย่างนี้นะครับ เอ่อ... ”

“เอาเถอะๆ เดี๋ยวค่อยคุยกัน ทานข้าวให้อิ่มก่อนนะ เอ้าลูกหว้าทานเยอะๆนะลูก” มารีเชอร์แกล้งเบรคลูกชายจนหัวเกือบทิ่ม ต้องดัดหลังซะให้เข็ดคิดจะเอาแฟนเก่ามาแกล้งเป็นแฟนใหม่ แถมพูดปิดทางตัวเองกับแฟนใหม่กว่าจนหน้าตาหมองเศร้า เอ๊ะ! ดูๆแล้วคงไม่เศร้าเท่าไหร่ ยังหยิบขนมเคี้ยวไม่หยุดเชียว แต่คลื่นบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวว่าที่ลูกสะใภ้ทำเอามารีเชอร์รู้สึกขนลุกแทนลูกชายตัวเองจริงๆ  ทุกคนลงมือทานข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ณภัทรทานอะไรก็ฝืดคอไปหมด แอบมองวิศวกรสาวห้าวที่กลายมาเป็นลูกสาวเพื่อนพ่อก็ไม่มีทีท่าผิดปกติ กินเอาๆไม่มองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ ชายหนุ่มแน่ใจว่าปัญชิญาคงได้ยินประโยคปฏิเสธของเขาเต็มๆหู  ถ้ารู้ว่าลูกสาวเพื่อนพ่อคือยัยห้าว ก็คงไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยากเหมือนเอาเชือกมาพันคอตนเองจนหายใจไม่ค่อยออกแบบนี้ รู้อย่างนี้เชื่อปริญก็ดีหรอก ณภัทรคิดอย่างกลุ้มใจ  ลิดาวรรณมองณภัทรที่กำลังจ้องสาวคู่ดูตัวไม่วางตาอย่างไม่พอใจ เห็นทีเส้นทางของเธอของไม่ราบรื่นอย่างที่คิดซะแล้ว

“เลโอคะ ช่วยตักกุ้งให้ลิด้าได้มั้ยคะ”

“...”

“เลโอคะ” ลิดาวรรณเพิ่มเสียงเรียกเมื่อณภัทรไม่มีทีท่าสนใจตนแม้แต่น้อย จนปัญชิญาก็ยังหันมามอง

“เอ่อ ครับ ว่าไงครับลิด้า” ณภัทรสะดุ้ง

“ช่วยตักกุ้งให้ลิดาหน่อยค่ะ”

“อ๋อ ครับ” ณภัทรตักกุ้งใส่จานให้ลิดาวรรณเสร็จ ก็มองปัญชิญาทันที คนถูกมองยิ้มมุมปากให้เล็กน้อยก่อนจะเมินทานข้าวในจานตัวเองต่อ ส่วนบรรดาพ่อแม่ได้แต่แอบสบตากันแล้วถอนหายใจ

...ต่อตรงนี้นะคะ...

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ทุกคนก็ไปนั่งทานของว่างที่ห้องรับแขก ปัญชิญาเหลือบมองรภัทรแว๊บนึง หึ ! เสน่ห์แรงจริงนะพ่อคุณ แฟนเก่าคนที่เท่าไหร่วะ นึกว่าคนที่แล้วเก่าแล้วนะ ยังมีเก่ากว่านางแบบสุดฮอตนานาอีกเหรอเนี่ย แต่ละคนสวยๆเริศๆทั้งนั้น ปัญชิญาถอนหายใจให้ตัวเอง

“เป็นอะไรลูก” ปัญญาได้ยินเสียงลูกสาวถอนหายใจเลยนึกห่วง คนอื่นได้ยินก็หันมาด้วย ไม่เว้นแม้แต่ลิดาวรรณ

“เอ่อ คุณป๋าและพ่อมุข แม่มารี จะว่าอะไรมั้ยคะ พอดีหว้านัดเพื่อนไว้น่ะค่ะ” ทำทีดูนาฬิกาประกอบคำพูด

“หนูมีนัดต่อเหรอลูก ”

“หว้าต้องกราบขออภัยพ่อมุขกับแม่มารีด้วยนะคะ หว้าไม่ทราบว่าคุณป๋าจะพามาหาพ่อมุขกับแม่มารี หว้าเลยรับนัดเพื่อนน่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกลูก เอาไว้ว่างๆค่อยมาหาพ่อกับแม่ก็ได้ พาลูกกลับเถอะไอ้เกลอ” ประมุขหันมาบอกเพื่อนรัก  ปัญญาพยักหน้าและบอกลาทุกคน ส่วนปัญชิญาก็บอกลาและไหว้เพื่อนของบิดา รวมทั้งหันไปยิ้มให้ลิดาวรรณตามมารยาท โดยไม่สนใจจะบอกลาลูกชายเพื่อนบิดาแม้แต่น้อย จนณภัทรมองตามหลังด้วยสายตาตัดพ้อ

“นี่จะไม่สนใจกันจริงๆใช่มั้ย” ณภัทรพูดอย่างลืมตัว

“ว่าอะไรนะคะเลโอ” ลิดาวรรณ โล่งอกที่ยัยทอมนั่นกลับไปสักที แต่ณภัทรนี่สิทำไมต้องมองตาละห้อยขนาดนั้น เธอต้องข่มความไม่พอใจเอาไว้สุดฤทธิ์  ขนาดเธอถามเขายังไม่สนใจและไม่ได้ยินเลยด้วยซ้ำ มันน่าโมโหจริงๆ

“....”

“สิงห์” มารีเชอร์เรียกลูกชายที่ทำหน้าเหมือนหมาหงอย

“ครับ”

“ไปส่งหนูลิด้าเถอะ เดี๋ยวมันจะดึกเอานะ”

“ครับ ไปครับลิด้า” ชวนและลุกเดินไปโดยไม่รอคนที่ตนจะไปส่ง ลิดาวรรณ ไหว้ลามารดาของแฟนเก่า ก่อนรีบลุกตามณภัทรออกไป  อยู่บนรถณภัทรก็ไม่ชวนเธอคุยอะไรจนกระทั่งใกล้จะถึงบ้าน เป็นลิดาวรรณเองที่อดถามไม่ได้

“เลโอคะ คุณลูกหว้าเธอเป็นทอมใช่มั้ย”

“หืม เปล่าครับ เธอเป็นผู้หญิง”

“คุณแน่ใจเหรอคะ ลิด้าว่าเธอออกแมนๆนะคะ”

“แน่ใจสิครับผู้หญิง 100% ครับ” ณภัทรจอดหน้าบ้านลิดาวรรณพอดีหลังตอบเสร็จ สมัยคบกันณภัทรมักจะเดินมาเปิดประตูให้อย่างสุภาพบุรุษ แต่ตอนนี้ลิดาวรรณนั่งรอสักพักแล้วชายหนุ่มก็ไม่มีทีท่าว่าจะลงจากรถสักที

“เอ่อ ลิด้าขอบคุณนะคะที่มาส่ง”

“ครับ ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณลิด้ามากที่ช่วยผม”

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าเลโอมีอะไรให้ลิด้าช่วยก็บอกนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ” ณภัทรยิ้มให้หญิงสาวโดยไม่ตอบอะไร รอจนกระทั่งลิดาวรรณเดินเข้าบ้านเขาถึงเคลื่อนรถ ตอนนี้เขาไม่อยากกลับบ้านตัวเองและยังไม่อยากกลับบ้านพ่อกับแม่ด้วย  ณภัทรขับรถไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงไนต์คลับที่ปัญชิญาเคยพามางานเลี้ยงวันเกิดคุณชาตรีหัวหน้าวิศวกร ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้ามาจอดทันที ร่างสูงเดินเข้าไปข้างใน เขาเลือกนั่งมุมอับเพื่อความเป็นส่วนตัว สักพักพนักงานสาวสวยเดินมาถาม

“ไม่ทราบว่ามากี่ท่านคะ”

“คนเดียวครับ” ณภัทรสั่งเครื่องดื่มสำหรับตัวเองก่อนจะเอนตัวพิงเก้าอี้หลับตา  จนกระทั่งได้ยินเสียงคุ้นเคย ชายหนุ่มลืมตามองหาเสียงที่ทำให้ใจเขาเต้นรัวทันที  นั่นมัน ยายห้าวนี่นา มากับผู้ชายที่รู้สึกว่าคุ้นหน้ายังไงไม่รู้ใหนบอกนัดเพื่อนไว้ ก็นึกว่านัดเนตรนรี ไม่งั้นก็เดอะแกงค์ห้าหนุ่ม

“เฮ้ย นั่นมันไอ้รุ่นพี่ ที่เคยเจอพร้อมยัยห้าวนี่หว่า” เมื่อนึกออกว่าคนที่มากับปัญชิญาคือรุ่นพี่ที่ขอเบอร์ยัยห้าว ตอนที่เขามาที่นี่เมื่อครั้งที่เลี้ยงวันเกิดคุณชาตรี ใจมันก็ร้อนรุ่มเหมือนโดนสุมด้วยไฟ  แต่โชคก็เข้าข้างเขาอยู่บ้างเมื่อปัญชิญาเลือกที่จะมานั่งโต๊ะใกล้ๆเขา

“พี่มาร์ นึกยังไงถึงอยากให้หว้ามาเป็นเพื่อนอ่ะ เดี๋ยวสาวๆก็เข้าใจผิดหนีหมดหรอก”

“พี่ไม่มีสาวๆหรอก มีแต่ลูกหว้าแหละ” เอกพจน์ยิ้มใส่ตาคนฟัง ปัญชิญายิ้มแหยๆให้ สกิลอ่อยหญิงเฮียแกมาทุกดอกจริงๆ

“อ่อย อีกแล้วนะ”

“ฮ่าๆ อ่อยขนาดนี้ยังไม่หลงอีกเหรอครับ”

“พี่มาร์ อย่าล้อเล่นสิ”

“นี่ เอาจริง”

“เหอะ อมโบสถ์มาหว้าก็ไม่หลงคารมหรอกน่า”

“พี่ไม่มีใครจริงๆนะครับ แล้วหว้าล่ะตอนนี้ว่างหรือเปล่า”

“ถึงว่างก็ ....”  

ณภัทรทนไอ้หน้าขาวนั่นอ่อยยัยห้าวอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว ชายหนุ่มยืนขึ้นเต็มความสูงก่อนจะเดินไปยังโต๊ะของปัญชิญา ใครมันจะไปทนให้ผู้ชายมาถามจีบเมียตัวเองวะ ไหนใครทนได้บอกมา!

“ไม่ว่างหรอกครับ คนนี้มีผัวแล้ว” เสียงทุ้มไม่สบอารมณ์ของแขกไม่ได้รับเชิญดังแทรกขึ้น ปัญชิญาตกใจจนหน้าเหวอเมื่อเห็นหน้าคนไม่มีมารยาท แถมพูดจาน่าเกลียดโผล่มา

“คุณสิงห์”

“ครับว่าไงครับที่รัก ไม่น่ารักเลยนะแอบหนีมาเที่ยวแบบนี้”

“ใครที่รักคุณไม่ทราบ”

“ไม่ใช่ที่รัก งั้นเมียก็ได้”

“เฮ้ยยย ! หยุดพูดจาทุเรศๆเดี๋ยวนี้นะโว้ย” ปัญชิญากระโดดตะครุบปาก ณภัทรทันทีถึงจะไม่ทันแล้วก็เถอะ พี่มาร์คนหล่อคงได้ยินไปแล้วล่ะ เฮ้อ! เกิดมามีกรรม บางทีหมอดูอาจจะลืมบอกเธอก็ได้ว่า เนื้อคู่อาจจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรเก่าของเธอ หรือเป็นคู่กรรมก็ได้ 

“เอ่อ ขอโทษนะครับ ถ้าผมจำไม่ผิดคุณคือเจ้านายลูกหว้าใช่มั้ยครับ” เอกพจน์ที่กำลังจับต้นชนปลายไม่ถูก เขาจำได้ว่าเคยเจอชายหนุ่มมาดเซอร์ตรงหน้าครั้งหนึ่งแล้ว

“ครับเป็นเจ้านาย และเป็นผัวด้วย” คำตอบของณภัทรทำให้ปัญชิญาหมดความอดทน  นี่เขากะจะเปิดวอร์กับเธอหรือไงวะ เมื่อก่อนห้ามไม่ให้เธอบอกใคร มาตอนนี้ปากสว่างซะเอง จะเอาไงกันแน่ พอเธอเดินหน้ารุกความสัมพันธ์ก็แบบจะรักก็ไม่รักคาราคาซัง พอเธอยอมถอยเขากลับเร่งเครื่องแรงแทบจะแหกโค้ง

“คุณสิงห์ มานี่เลยนะ พี่มาร์หว้าขอตัวแป๊บนึงนะ” ปัญชิญาลุกขึ้นดึงแขนคนชอบสร้างเรื่องออกไปข้างนอกทันที เอกพจน์มองตามด้วยสายตาอึ้งๆ เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เจ้านายของสาวรุ่นน้องที่พ่วงตำแหน่งอดีตแฟนเก่าที่เขาอยากจะสานความสัมพันธ์ใหม่เท่าไรนัก แต่ดูๆแล้ว.....

“เฮ้อ ” เอกพจน์ถอนหายใจเบาๆก่อนจะสั่งเครื่องดื่มรอ

 

ณภัทรโดนปัญชิญาลากมาจนถึงลานจอดรถ พอถึงมุมปลอดคนเธอก็ปล่อยแขนชายหนุ่มทันที หญิงสาวเสยผมอย่างหงุดหงิด วันนี้มันเป็นวันบ้าบอที่สุดของเธออีกหนึ่งวันสินะ พึ่งหนีภาพบาดตาและความหงุดหงิดมาจากบ้านของผู้ชายที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ใกล้ๆ  แต่พ่อเนื้อคู่ตุนาหงันยังตามมาสร้างความหงุดหงิดถึงนี่อีก

“จะเอายังไง”

“พี่มั้ยที่ควรถามหว้า ที่ทำอยู่คืออะไร จะเอายังไง ตีตัวออกห่างพี่แบบนี้หมายความว่าจะทิ้งกันเหรอ” ณภัทร ดึงบุหรี่ออกมาสูบ ที่จริงเขาไม่ยุ่งกับมันนานแล้ว แต่ช่วงนี้เครียดๆ เครียดเพราะกลัวโดนฟันแล้วทิ้งไง

“ทิ้งเหรอ ? คุณเองมั้ยไม่ชัดเจน ไม่อะไรสักอย่าง ฉันขอเวลาคุณ 3 เดือน ที่จะทำให้คุณรับรักฉัน และฉันก็พยายามทำมันอย่างเต็มที่ และตอนนี้มันหมดเวลาที่ฉันขอคุณแล้ว ฉันก็แค่ถอยออกมา เพราะมันไม่มีทางที่คุณจะรักฉันไง แล้ววันนี้คืออะไรวะ มาพูดหยาบคายแบบนั้นประจานฉันให้เพื่อนของฉันฟังเพื่อ?”

 ณภัทรอึ้งเมื่อปัญชิญาพูดถึงสาเหตุที่ไม่เหมือนเดิมและเฉยชากับตนเอง เพราะมันครบสามเดือนที่เธอกับเขาตกลงกันไว้อย่างนั้น

เหรอ เขาไม่เคยนับวันเวลาเลยและลืมเรื่องนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ

“เอ่อ พี่...” ยังไม่ทันที่ณภัทรจะพูด ปัญชิญาก็ดึงบุหรี่ออกจากมือชายหนุ่ม ก่อนจะเอาเข้าปากตัวเองแล้วดูดแรงๆ จนสำลักควัน ไอหน้าดำหน้าแดง

“ลูกหว้า! ทำอะไรนะ ” ณภัทรรีบเข้าไปลูบหลังคนที่ไอคอกแคก รีบแย่งบุหรี่ในมือของหญิงสาวโยนทิ้งลงพื้นก่อนใช้เท้าขยี้ดับทันที

“แค่กๆ” ปัญชิญาไอไปเช็ดน้ำตาไป เปล่าเธอไม่ได้ร้องไห้หรอก แค่สำลักและไอจนน้ำตาไหลแค่นั้นเอง ไม่น่าบ้าบิ่นไปแย่งมาดูด เอ้ย สูบเลย ใครจะไปรู้เห็นผู้ชายสูบเอาๆนึกว่ามันคงชิลล์ๆ ที่ไหนได้..สำลักควันเกือบตายมั้ยล่ะ สูบกันเข้าไปได้ยังไงวะ

“เป็นบ้าอะไรห๊ะ ลูกหว้า”

“คุณนั่นแหละเป็นบ้าอะไร ไม่เคยสูบมันนานแล้ว แล้วไปสูบมันอีกทำไม ”

“พี่เครียดไง เครียดๆ รู้ไว้ด้วย แล้วห้ามทำแบบนี้อีกนะรู้มั้ยมันไม่ดีสูบบุหรี่น่ะ”

“เฮอะ ก็รู้นี่ว่ามันไม่ดี แล้วสูบทำไมวะ”

“โอเคๆ ไม่สูบแล้วครับ พอใจยัง”  ณภัทรใช้นิ้วไล้เช็ดน้ำตาที่ติดตรงหางตาให้คนห้าวที่กล้าแย่งบุหรี่เขาไปสูบ อย่างอ่อนโยน จนโดนปัดมือออก

“พอเลย สรุปจะเอาไง พอฉันเดินหน้าก็ถอยหนี พอฉันไม่ไปต่อดันเหยียบคันเร่ง รักกันแล้วรึไง หา ตอบมา” ปัญชิญารัวใส่ด้วยความอัดอั้น ที่จริงก็มีแผนเดินหน้าต่ออยู่แล้วแหละ ไม่คิดจะปล่อยไปง่ายๆหรอกเว้ย แต่ตอนนี้ขอดึงดราม่าก่อน

“ครับ”

“ห๊ะ!ครับ เคิบ อะไรวะ ” ปัญชิญาเริ่มโมโห เธอพูดไปตั้งยาว พ่อคุณตอบกลับมาสั้นๆคำเดียวนี่นะ นี่กะจะกวนกันใช่มั้ย

ปัญชิญา ยั้งเท้าและขาตัวเองไม่ไหวเหวี่ยงมันออกไปสุดแรงทันที

“โอ้ย!  มาเตะพี่ทำไมเนี่ย” ณภัทรกระโดดเหย็งๆ มือกุมหน้าแข้งขวา ยัยผู้หญิงถึกเตะมาได้ ขาแทบหัก กะจะฆ่ากันให้ตายแล้วรีบไปหาผัวใหม่เลยรึไงกัน

“แล้ว ครับอะไรล่ะ ตอบกวนมันไง เท้ามันก็เลยเด้งไปหาเลย”

“พี่ไม่ได้กวนนี่พี่ตอบตรงๆแล้วนะ ไม่เข้าใจตรงไหนเนี่ย”

“ทุกตรง”

“งั้นฟังดีๆนะ ที่ลูกหว้าถามพี่ว่า รักกันแล้วรึไงพี่ก็ตอบ ครับน้องไม่เข้าใจตรงไหนครับ” ณภัทรมองตาคนที่ตากลมโตอยู่แล้วแต่ตอนนี้มันน่าจะกลมโตเท่าไข่ห่านแล้วมั้ง ชายหนุ่มเดินเข้าหาจนปัญชิญาที่ยังหาเสียงตัวเองไม่เจอต้องถอยร่นไปจนชิดกำแพง ณภัทรเท้าแขนกับกำแพงเหมือนขังคนที่กำลังกระพริบตาปริบๆจ้องหน้าเขาเหมือนพึ่งค้นพบว่าเขาเป็นมนุษย์ต่างดาว

“เอ่อ สรุปว่า...เอ่อ... รักกันจริงๆน่ะเหรอ” นี่เธอยังช๊อกกับคำตอบอยู่เลย รัก  รัก รัก อ๊ายยย เขาบอกรักฉันอ่ะแกรรร

“ไม่รักจะตามหึง ตามหวงเหรอครับ”

“.....”  โอยย จะเป็นลมเขาบอกว่ารักแกจริงๆด้วยไอ้หว้า เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบณภัทรก็อาศัยจังหวะทีเผลอ จุ๊บปากแดงๆนุ่มๆที่หมายตา มาหลายนาที คนถูกจู่โจมกะทันหันตกใจอ้าปากจะด่า ก็ยิ่งเหมือนเปิดทางให้ณภัทรสอดลิ้นเข้ามาชิมความหวานได้ง่ายขึ้น มือที่ยืนกำแพงเปลี่ยนมามากอดเอวคนที่เริ่มโอนอ่อนเข้ามาแนบชิดกับกายแกร่งของตนเอง กว่าชายหนุ่มจะถอนจูบเล่นเอาคนถูกจูบยืนแทบไม่ไหว

“เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมนะครับ” ชายหนุ่มกอดร่างนุ่มๆแน่นขึ้นอีกตามแรงอารมณ์ เขารักเธอ และบอกเธอไปแล้วด้วย แค่คิดว่าจะเสียเธอไปก็เหมือนจะขาดใจ เสียใจ เศร้าใจ ไม่อยากทำอะไร จนต้องยอมรับกับตัวเองว่ารักยัยห้าวคนนี้เพราะจำนนต่อหลักฐาน




//บอกเลยว่าสมองตัน ตั่น ตั้น ตั๋น ตั๋น มากค้าาา T_T งานล้นโต๊ะ งานเขียนก็อยากทำ งานประจำก็ต้องรับผิดชอบ  ขออภัยถ้ามาอัพช้าไปบ้างเน้อ จุ๊บๆ


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #26 k_koi (@k_koi) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 09:09

    รอจ้า ลุ้นๆๆๆ
    #26
    0