กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 20 : งอน(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 มี.ค. 61

มาน้อยให้อภัยหน่อยนะคะ คนเขียนคิดว่า ใช้เวลาไม่เกิน 10 ปี น่าจะเขียนเรื่องนี้จบ 5555  

เค้าล้อเล่นนนนน  ^O^



>>อัพครบตอนแล้วเน้อ เลื่อนดูเนื้อหาที่อัพเพิ่มได้ด้านล่างเลยนะคะออเจ้า<<





@ ณ กลุ่มไลน์ วิศวกรหน้าตาดีที่สุดในประเทศไทย

ลูกหว้า: ยู้วววฮู  พวกเมิง

ตี๋นน:พึ่งโผล่หัวมา

เตวิช: นึกว่าตายไปแล้วนะเนี่ย

ลูกหว้า: ไอ้เต มีความปากหมา

รัดพล: ไปมุดหัวที่ไหนมา

พีพี: ไลน์กลุ่มไม่ตอบ

กิตกิต: รึแกแอบไปมีผัววะ

ลูกหว้า: งานยุ่งโว้ย ว่าจะชวนไปเมา พรุ่งนี้ว่างปะ

กิตกิต: จะเลี้ยง?

ลูกหว้า: เออ ไปไม่ไป 

ลูกหว้า: ใครไม่โสดกรุณาเคลียร์กะลูกเมียด้วย พรุ่งนี้เจอกันที่ XXX สองทุ่ม

จากนั้นข้อความก็เด้งรัวๆมาพร้อมกัน สรุปคือตกลงไปครบ เหอะ!พวกมันคงคิดถึงเธอล่ะสิ หรือไม่ก็คงเพราะอยากกินฟรีแน่นอน คนคิดเข้าข้างตัวเองหัวเราะกับโทรศัพท์ ปัญชิญาสวมหมวกกันน๊อคเสร็จยกนาฬิกามาดูเวลา วันนี้ถือว่าเธอไปทำงานเช้ามากเลยนะเนี่ย

 


          ฝั่งณภัทรก็มาไซต์งานแต่เช้า แต่น่าจะมาช้ากว่าวิศวกรสาวห้าวเพราะเขาเห็นพี่บิ๊กของเธอจอดอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มผิวปากหวือเดินอย่างไม่เร่งรีบเท่าไหร่นัก มือหนาผลักประตูอ๊อฟฟิศเข้าไปก็เจอกับคนที่คาดว่าต้องเจอ แต่เธอแค่หันมาสบตาด้วยแว๊บนึงก่อนจะก้มหัวให้เชิงทักทาย แต่ปากไม่ได้ทักเขาสักคำ

จะทักได้ไงล่ะ ดูเหมือนว่ายัยห้าวกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่ ณภัทรเดินไปชงกาแฟมานั่งจิบ จ้องคนที่กำลังคุยไปยิ้มไปแถมหัวเราะหน้าบานอีกด้วย ภายใต้ความเฉยก็เงี่ยหูฟังเต็มที่ อยากรู้ตะหงิดๆว่าคุยกับใครถึงได้หัวร่อต่อกระซิกน่าหมั่นไส้ขนาดนี้

“พี่มาร์โกหกรึเปล่าเนี่ย” ปัญชิญาเหลือบตามองเจ้านาย พ่วงตำแหน่งเจ้าหัวใจเธอไปด้วยอีกตำแหน่ง

“พี่พูดจริงๆครับ” หมอฟันสุดหล่อพูดยืนยันหนักแน่น ถึงความโสดสนิทของตัวเองเมื่อปัญชิญาไม่เชื่อ

“หล่อโอ๊ปป้าขนาดนี้สาวๆปล่อยให้โสดได้ยังไงกัน”

“หว้าสนใจจะช่วยให้พี่หายโสดมั้ยล่ะ”

“พี่มาร์ จะมาแนวนี้เลยเหรอ”

“ว่าไง สนใจมั้ย”

“ไม่สนอ่ะ”

“ใจร้าย หรือไม่โสดแล้ว”

“โสด! จริงๆ” ก็ตอนนี้จีบว่าที่แฟนอยู่ เขาไม่ยอมยกหัวใจให้สักที แต่กายได้แล้วล่ะ ฮิ้วว..ปัญชิญาเหลือบตามองคนที่ดูเหมือนไม่สนใจอะไรเมื่อเธอพูดคำว่าโสดณภัทรทำเป็นไม่สนใจเบนสายตามาอ่านหนังสือพิมพ์ต่อทั้งที่สมาธิไม่ได้อยู่ที่หนังสือพิมพ์สักนิดจ้องจนมันจะทะลุอยู่แล้ว ปัญชิญาเดาได้ว่าเขาน่าจะได้ยินทุกคำพูดที่เธอคุยโทรศัพท์แน่นอน จงใจพูดดังขนาดนี้ไม่ได้ยินก็หูหนวกล่ะวะ

“งั้นพี่ขอจีบเราอีกครั้งได้มั้ยครับ”

“เอ่อ ตรงๆงี้เลย?” เย้ย! นี่ก็รุกเร็วไป๊

“ได้ไม่ได้ล่ะ”

“เอ่อ ขอเวลาศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนหน่อยดิ แหะๆ ”

“ฮ่าๆ พี่ยอมให้หนูศึกษาต้องซอกทุกมุมเลยครับ”

“แหม อ่อยแรงมาก พี่มาร์หว้าต้องไปไซต์แล้วนะ เดี๋ยวค่อยคุยกันนะคะ”

พูดจบปัญชิญาก็ไม่เปิดโอกาสให้เอกพจน์ตอบกลับ ชิงวางสายก่อนทันที หญิงสาวเป่าลมออกจากปากจนปอยผมตรงหน้าผากปลิว  รุกขนาดนี้ก็เขินสิ แต่ก็แค่เขินใช่เปล่าวะ คงไม่ใช่หวั่นไหวหรอก...มั้ง ปัญชิญาเริ่มไม่แน่ใจตนเอง  แฟนเก่าที่เลิกรากันไปแบบห่างกันไปเฉยๆโดยที่ตอนนั้น ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรที่ทำให้บาดหมางผิดใจมาขอจีบใหม่อีกครั้งมันยังไงๆไม่รู้ 

“หูย จะตื่นเต้นทำไมวะ” ปัญชิญาต้องเอามือลูบหน้าอกตัวเองเบาๆเมื่อดูท่าหัวใจจะตกใจเกินเหตุ

คนนู้นต่างหาก ที่อยู่ใกล้ทีไรก็หวั่นไหวตลอด แกอย่าวอกแวกสิไอ้หว้า

ตากลมโตมีแววหวานเหลือบมองคนที่ตั้งใจอ่านหนังสือพิมพ์อย่างเอาเป็นเอาตายไม่มีทีท่าจะคุยกับเธอสักนิด  หญิงสาวเบนสายตามองประตูอ๊อฟฟิศสลับกับมองนาฬิกา นี่พึ่งหกโมงครึ่งเอง กว่าเพื่อนร่วมงานจะเริ่มเข้าอ๊อฟฟิศก็โน่นเจ็ดโมงครึ่ง เหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงนึง ปัญชิญายิ้มกริ่มลุกออกจากโต๊ะเดินไปหาคนที่สนใจแต่หนังสือพิมพ์ไม่เงยหน้ามามอง แม้ว่าตอนนี้เธอจะมายืนอยู่ใกล้ๆก็ตาม คนมีแผนจะลวนลามอ้อมไปด้านหลังยื่นแขนไปโอบกอดรอบคอแกร่ง เอาหน้าซุกลงที่ซอกคอ เหมือนที่ชอบทำตอนอยู่ที่บ้านณภัทร

“อืม ตัวหอมจัง”

“อย่ารุ่มร่ามในที่สาธารณะใครพูด?” ณภัทรเอ่ยเสียงเรียบติดเย็นชา สายตายังอยู่ที่หนังสือพิมพ์ ราวกับไม่สนใจคนที่โอบกอดตนอยู่ ถึงจะชอบให้เธอลวนลามแต่ตอนนี้กำลังโกรธอยู่เขาจำเป็นต้องอดทนและใจแข็ง

“ลูกหว้าพูดเองแหละ แต่ตอนนี้ไม่มีใคร กว่าทุกคนจะมาก็อีกตั้งชั่วโมงนึงแน่ะ”

“นี่ที่ทำงานใช่มั้ย?”

“เออ ก็ใช่ไง พูดเย็นชากับหว้าขนาดนี้ งอนเหรอ”

“คุณปัญชิญาครับปล่อยผมได้แล้ว” บังคับเสียงตัวเองให้แข็งเต็มที่

“งอนเรื่องอะไรอ่ะ” ปัญชิญาไม่ฟังคำสั่งเสียงดุของคนหน้าเคร่ง แต่เอามือบังคับใบหน้าคมให้หันมาหาแทน ณภัทรจ้องตาแว๊บนึงก่อนจะเสหลบมองไปที่อื่นอย่างที่ปัญชิญาดูก็รู้ว่างอนล้านเปอร์เซ็น

“คุณสิงห์โกรธอะไรหว้า บอกมา”

“ไม่ได้โกรธ”

“ปากแข็ง”

“....”  อีกฝ่ายไม่ตอบ ปัญชิญามองหน้าตึงๆของคนปากแข็งที่ไม่ยอมตอบ เขาต้องมีอะไรบางอย่างที่โกรธเธอแน่ๆ หรือโกรธเรื่องที่เธอคุยโทรศัพท์เมื่อกี้กันนะ มีเคล้าเลยล่ะ แบบนี้เรียกอาการคนเริ่มมีใจหรือเปล่า ปัญชิญาอมยิ้ม  ณภัทรหันหน้าหนีและไม่ยอมสบตาแต่มีหรือหญิงสาวจะยอมสองมือจับหน้าหล่อๆให้ตรึงอยู่กับที่ ใช้นิ้วโป้งทั้งสองข้างไล้ไปตามริมฝีปากของชายหนุ่ม

“เอ ก็นุ่มอยู่นี่นา”

“ปล่อยผมได้แล้ว”

“ไม่ปล่อย ไม่รู้ว่าโกรธเรื่องอะไร เมื่อไม่ยอมบอก หว้าก็จะไม่ขอโทษหรอกนะแต่จะทำโทษแทน ข้อหาปากนุ่ม เอ้ย! ปากแข็ง” ปัญชิญาประกบริมฝีปากลงไปบนปากชมพูออกคล้ำอยากรวดเร็วโดยอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ขยี้ๆริมฝีปากลงบนริมฝีปากหนานุ่มชมพูคล้ำ แค่ต้องการทำโทษอย่างที่บอก เธอกัดริมฝีด้านปากล่างของชายหนุ่มเบาๆก่อนดึงจนยืดแล้วปล่อย ปล่อยทั้งปาก ปล่อยทั้งมือที่โอบรอบคอนั่นแหละ

“งั้นฉันขออนุญาตไปทำงานนะคะท่านรอง”

“ขอโทษที่ฉันทำรุ่มร่ามนะคะ จะไม่ทำอีกแล้ว” เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน และเดินจากไปทันทีที่พูดจบ

 ณภัทรหน้าเหวอมองตามหลังคนที่เปลี่ยนอารมณ์เร็วเหมือนลมพัด งงๆ เมื่อกี้ยังออดอ้อนคลอเคลียร์อยู่เลยไหงเปลี่ยนโทนเสียงเร็วแบบนี้ล่ะ การทำโทษเมื่อกี้เขาก็เกือบอารมณ์ดีแล้วแท้ๆ นี่เปลี่ยนเป็นยัยห้าวงอนกลับเขาไปได้ยังไงกัน เขาหรือเปล่าสมควรงอนวะ จีบกันอยู่แท้ๆแต่ประกาศว่าตัวเองโสดกับคนอื่น ใช่เรื่องเหรอ? และเมื่อคืนบอกกลับถึงคอนโดจะส่งไลน์มาบอก รอจนหลับไปเฉยๆ ส่งข้อความไปหาก็ไม่อ่าน ตอนเช้ามาก็ยังไม่อ่าน มันน่าโมโหมั้ยล่ะ   

ตลอดทั้งวันที่ทำงานปัญชิญาคุยเล่นหัวกับคนอื่นปกติ ยกเว้นกับณภัทรหญิงสาวจะคุยเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น  ณภัทรมองคนที่กำลังนั่งดูดสเลอปี้ คุยกะเพื่อนร่วมงานอย่างมีความสุขแต่ไม่มีเลยที่จะแลสายตามาหาเขาบ้าง  สรุปตอนนี้เขาโดนงอนคืนเห็นๆ เอาไว้เจอกันที่บ้านค่อยง้อแล้วกัน ณภัทรคาดหวังไว้ในใจ ...

(ต่อตรงนี้นะคะ อัพ 5 มี.ค.61)

“นี่มันทุ่มนึงแล้วนะ ทำไมลูกหว้าไม่มาสักทีวะเนี่ย” ณภัทรเริ่มร้อนรน เมื่ออยู่ๆคนที่คิดว่าต้องมาหาทุกวันแต่วันนี้กลับไม่ยอมโผล่มาสักที เลยเวลาที่เธอควรจะมาไปตั้งชั่วโมงนึงแล้ว

“คุณหนูครับ วันนี้คุณหนูลูกหว้าไม่มาเหรอครับ” เห็นมั้ย แม้กระทั่งลุงเทียมก็รอการมาของเธอ จะไม่ให้เขาหงุดหงิดได้ยังไงล่ะ

“สงสัยไม่มามั้งครับ”

“คุณหนูทำไมไม่โทรไปถามล่ะครับ”

“ไม่ดีกว่าครับ เขาอยากมาเขาคงมาเอง นี่เขาคงไม่อยากมาแล้ว” น้ำเสียงเหมือนน้อยใจของคุณหนู ทำให้ลุงเทียมยิ้ม

“ทะเลาะกันเหรอครับ คนเป็นแฟนกัน ก็มีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องหนักหนาก็อภัยให้กันเถอะครับ เสียดายเวลาที่โกรธกัน เอาเวลานั้นมารักกันดีกว่า ลุงขอตัวนะครับถ้าคุณหนูจะให้ตั้งโต๊ะเมื่อไหร่เรียกลุงนะครับ” ลุงเทียมพูดจบก็เดินจากไป ทิ้งให้คนที่กำลังจะอ้าปากปฏิเสธสถานะ ต้องหุบลง

“ยังไม่เป็นแฟนกันสักหน่อย เขาจะไปจะมาก็เรื่องของเขาสิวะ” ณภัทรไม่คิดว่าตนเองจะติดปัญชิญาขนาดนี้ เธอหายไปไม่มาแค่วันเดียว ก็รู้สึกโหวงๆ เหมือนเด็กหลงทาง ทั้งที่พึ่งเจอกันเมื่อตอนกลางวันนี่เอง

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ทำให้ความคิดหลุดออกมาจากเรื่องวิศวกรสาวห้าวชั่วขณะ

“ว่าไงมึง ติดต่อยากเย็น เฟสก็ไม่อ่าน ไลน์ก็ไม่ดู IG Twist ก็เงียบ”

“คนทำงานไม่มีเวลาไร้สาระเหมือนใครบางคน” ณภัทรตอบกลับปริญรวนๆ

“แหมๆคุณเลโอครับ เพื่อนปิญ ก็ทำงานเหมือนกันเหอะ”

“ธุระ?”

“ไม่มีโทรหาไม่ได้?”

“แจ้งความประสงค์คุณมาเหอะครับไอ้ปิญ”

“เสียงแบบนี้ดูท่าอารมณ์จะแปรปรวน ต้องใช้แอลกอฮอร์ในการรักษาว่ะ”

“บอกสถานที่มา ” ดีเหมือนกันจะได้เลิกฟุ้งซ่าน เวิ่นเว้อสักที อย่าให้ผู้หญิงคนเดียวมาทำให้เป๋สิ

เสียชื่อคาสโนว่าหมด จะได้รู้กันว่าเธอไม่ได้มีอิทธิพลกับเขาแม้แต่นิดเดียว

“ผับ XXX 3 ทุ่มนะ เคลียร์งานแป๊บ”

ณภัทรอาบน้ำแต่งตัวบอกลุงเทียมว่าไม่ต้องตั้งโต๊ะจะออกไปกินข้างนอก แต่ตอนนี้ชักสองจิตสองใจเผื่อยัยห้าวมาหาล่ะ ถ้ามาไม่เจอแล้วรู้ว่าเขาออกไปเที่ยวจะโกรธมั้ยนั่น

“โทรหาดีมั้ยวะ”

“หรือส่งข้อความไปดี”

“คุณหนูครับ”

“เฮ้ย!” คนที่กำลังยืนละล้าละลังจะกดโทรศัพท์ สะดุ้งโหยง

“เอ๋า ตกใจอะไรครับ ลุงจะมาถามว่า ลืมอะไร ทำไมยังไม่ไปครับ ลุงเห็นยืนพูดคนเดียวอยู่ตั้งนานแล้ว”

“เอ่อ ไปตอนนี้ล่ะครับ”

ณภัทรมาถึงหลังเวลานัดประมาณ 20 นาที เจ้าของร่างสูงกวาดสายตามองหาเพื่อน ไหนมันบอกจองโซนวีไอพี แต่โต๊ะที่ปริญบอกให้เขาแจ้งกับพนักงาน ดูไม่น่าจะใช่ ไม่นานเขาก็เจอคนนัดโบกมือหยอยๆเรียก และตามเคยสาวๆแถวนั้น ทิ้งสายตาให้มันเป็นพรวน

“มาเลทนะครับคุณเลโอ”

“ต่อเวลาให้คุณปิญอ่อยก่อนไง”

“หึ ก็ดีครับ อยู่กับแกทีไร แย่งความสนใจสาวๆของฉันไปเกือบหมด ไม่รู้ชอบเข้าไปได้ยังไง ผมยาวๆ ซกมก ดูๆแล้วสกปรก ”

“มากไปครับ ไอ้คุณปิญ สภาพฉันไม่ใกล้เคียงกับคำที่แกว่าเลย ไม่เชื่อถามสาวๆพวกนั้นสิ” ณภัทรพยักพะเยิดไปทางโต๊ะที่มีแต่สาวๆแต่งตัวเปรี้ยวเข็ดฟันนั่งอยู่ประมาณ 5-6 คน ทุกคนกำลังโปรยยิ้มส่งสายตามาทางโต๊ะเขาทั้งสองคน พอปริญหันไปมองเท่านั้นล่ะ สาวๆกลุ่มนั้นไม่รีรอที่จะโบกมือทักทายส่งกลับมา บางคนก็ชูแก้วให้

“สรุปสาวๆกลุ่มนั้นเล็งแกหรือฉันวะ”  หลังจากโบกมือ ขยิบตาหว่านสเน่ห์ใส่สาวๆปริญก็หันมาถามณภัทรขำๆ

“ทั้งสองมั้ง ว่าแต่แก บอกว่าจองโซนวีไอพี แต่เปลี่ยนมานั่งตรงนี้ เพราะจะส่องสาว?”

“เปล่าเว้ย แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ เดี๋ยวรอกูแป๊บ ปวดฉี่เดี๋ยวมา” ปริญทิ้งณภัทรนั่งเฝ้าโต๊ะ ตัวเองก็เดินตัวปลิวไปเข้าห้องน้ำ  ต่อด้วยสูบบุหรี่หลังจากปลดเบาเรียบร้อย เพราะข้างในเขาห้ามสูบ

“แกอยู่ไหนแล้วเนี่ย ปล่อยให้ฉันรอกับพวก 5 ถึก นี่นานแล้วนะ” เนตรนรี โทรจิกปัญชิญารอบที่ห้าแล้วนัดกันสองทุ่ม ที่มันเลทมาชั่วโมงกว่าก็ยังไม่โผล่หัวมาสักที

“เออๆ จะถึงแล้ว ออกจากไซต์งานก็มาเลย งานมีปัญหานิดหน่อย”

“ห๊ะ พึ่งเลิกงาน อย่าบอกว่าไอ้ธีมเซ็กซี่ ก็?”

“เออ แป๊บๆจอดรถก่อน แค่นี้นะ”

“ยัยลูกหว้าเน่าเอ้ย! นี่สรุปมัน เออ ..พึ่งเลิกงาน หรือ เออ ธีมเซ็กซี่ วะ...โอ้ย!

เนตรนรีบ่นให้หน้าจอโทรศัพท์ ก่อนที่มันจะกระเด็นไปนอนแอ้งแม้งบนพื้น เพราะโดนชนอย่างแรงจนกระเด็นทั้งคนทั้งโทรศัพท์ ดีที่เธอไม่ล้มไปกองกับมันด้วย

“โอ๊ะ! ขอโทษครับ ทีหลังก็เดินดูทางบ้างนะครับ อย่ามัวคุยแต่โทรศัพท์” เสียงห้าวทุ้มเอ่ยขอโทษ ซึ่งเนตรนรีกำลังจะบอกว่า ไม่เป็นไร แต่ไอ้ประโยคต่อมาของคนชนนี่สิมันทำให้เธอหุบปากฉับทันที

“นี่คุณ! คุณหรือเปล่าเป็นคนชนฉัน คุณสิต้องระวัง”

“อ้าว คุณผู้หญิงครับ ผมก็เดินมาของผมดีๆนะครับ คุณแหละมัวแต่ก้มคุยโทระ...” ปริญ ชะงักอ้าปากค้างเมื่อเห็นหน้าคนที่ซุ่มซ่ามเดินมาชนตนเองเต็มตา

“คนนะไม่ใช่ผี ทำไมต้องทำหน้าตกใจเบอร์นั้นด้วยยะ”

“คนเหรอ นึกว่านางฟ้า” ปริญพูดคล้ายคนละเมอ

“ห๊ะ คุณว่าอะไรนะ”

“เอ่อ เปล่าๆ ผมบอกว่าคนอะไรเดินไม่ดูตาเรือตาม้า ต่างหาก” คนที่เผลออ้าปากค้างเพราะตะลึงความสวยของสาวซุ่มซ่าม เอ่ยแก้ตัว

“มีที่ไหนยะ ตาเรือตาม้า เขามีแต่ตาม้าตาเรือต่างหาก ผู้ชายแบบคุณนี่มัน...เหอะ” เนตรนรี ไม่อยากเสวนาให้เสียอารมณ์ สะบัดหน้ารีบเดินหนีเข้าข้างใน เธอไม่อยากเอาพิมเสนไปแลกกะเกลือ ผู้ชายอะไรไม่มีความเป็นสุภาพบุรษสักนิด หน้าตาก็ดูดีมีชาติตระกูลอยู่หรอก ทุกวันนี้มองคนที่หน้าตาไม่ได้สินะ ปริญมองสาวสวยที่พึ่งสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างเพ้อๆ

“เฮ้ย สติๆ มีสติหน่อยสิวะไอ้ปิญ สวยแล้วไงวะ ปากจัดก็เท่านั้น ” สะบัดหัวไล่ความมึนงงเรียกสติ สายตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างอยู่บนพื้นใกล้ๆจุดที่เขายืนอยู่ ริมฝีปากบางยกยิ้ม ก้มลงหยิบใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน ทางเดียวกับที่สาวสวยปากจัดพึ่งเข้าไปก่อนหน้านี้

“ไปนานนะมึง”

“พอดีมีอุบัติเหตุหน้าห้องน้ำนิดหน่อย” ณภัทรเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“ผู้หญิงเดินชนว่ะ”

“ออ อุบัติเหตุหรือผู้หญิงเค้าตั้งใจหรือเปล่า”

“ดูจากฝีปากและสกิลการสะบัดหน้าใส่ แล้วเดินหนีเข้ามาก่อน ไม่น่าจะตั้งใจว่ะ” ปริญหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชะงัก จนณภัทรก็สังเกตเห็น

“เป็นอะไรวะ”

“นั่นใช่ คุณลูกหว้าของฉันเปล่าวะ” ชายหนุ่มเผลอเขม่นสายตาให้เพื่อนนิดนึงเมื่อ ปริญบอกว่าลูกหว้าเป็นของมัน เธอเป็นของฉันต่างหากโว้ย ณภัทรหันมองตามทิศทางสายตาของปริญทันที อย่าบอกนะว่ายัยห้าวไปที่บ้านแล้วไม่เจอเขาจนออกมาตาม แต่ไม่น่าจะใช่ ชายหนุ่มมองคนที่เดินมุ่งหน้าเข้ามา ขนอ่อนต้นคอก็ลุกขึ้นมาเฉยๆ นี่เขาคงไม่ได้กลัวยัยห้าวหรอกใช่มั้ย?

“แล้วนี่มาเที่ยว ทำไมยังอยู่ในชุดทำงานอยู่วะ ” ปริญพูดต่อโดยลืมสังเกตคนฝั่งตรงข้ามที่หน้าเริ่มซีด

“นั่นน่ะสิ” สายตายังมองไปที่ปัญชิญา ที่มาสถานที่แบบนี้ด้วยชุดทำงานแบบวิศวกรที่เธอใส่ประจำ แต่สาวเจ้าไม่ได้มองมาทางเขา เธอโบกมือให้อีกโต๊ะที่ตะโกนเรียก ณภัทรหันขวับกลับไปยังโต๊ะที่ส่งเสียงเรียกเธอทันที ถ้าจำไม่ผิดนั่นมันแก๊งค์เพื่อนชายของปัญชิญา แต่มีผู้หญิงอีกคนที่เขาไม่รู้จักร่วมโต๊ะด้วย

“ทักเธอดีเปล่าวะ เลโอ”

“อย่าเลย เธอไม่เห็นเราหรอก”

“แต่กูอยากทักว่ะ”

“จะทักเพื่อ ไม่เห็นเหรอเขามาหาเพื่อนเขาน่ะ”

“แล้วทำไมมึงไม่อยากให้ทัก เอ๊ะ หน้ามึงแลดูซีดๆ เป็นอะไรรึเปล่าวะ”

“ซีด เซิด ที่ไหน แสงไฟหรือเปล่า”

“เออ ๆสงสัยจะใช่ ปากมึงบอกไม่อยากทักแต่จ้องเขาไม่วางตาเชียว”

“กูก็มองทั่วไป”

“เหรอ ...คุณลูกหว้าคร๊าบ” ปริญตะโกนสุดเสียงแถมโบกไม้โบกมือ จนณภัทรสะดุ้งโหยง ไอ้เพื่อนชั่วมันจงใจจะฆ่าเขาหรือเปล่าวะ

“เฮ้ย บรรลัยล่ะ”  ณภัทรคอหดทันทีเมื่อปัญชิญาหันมาตามเสียงเรียกของปริญ ตากลมโตขยายนิดนึงก่อนจะหรี่ลงเล็กน้อยตอนสบตากับณภัทร ปัญชิญาโบกมือให้ปริญแต่ไม่ได้เดินมาหาในทันที หญิงสาวเดินตรงไปยังกลุ่มเพื่อนของเธอก่อน

“เป็นอะไรครับคุณเลโอ ดูหลุกหลิก กระวนกระวาย ทำอย่างกับคนหนีเมียมาเที่ยว แล้วบังเอิญมาป๊ะเมียที่นี่งั้นแหละ”

“ปกติ๊” ณภัทรสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อปริญพูดแทงใจ ก็เขาหนีเมียมาเที่ยวแล้วมาป๊ะกับเมีย จริงๆ อย่างที่เพื่อนเดายกตัวอย่างมาถูกเผง ถึงรู้สึกอยู่ไม่สุข สายตาที่ปัญชิญามองมาเมื่อกี้ทำให้เขาขวัญหนีดีฝ่อ อย่างไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนในชีวิต

“มึงเสียงสูง ทำไม” ปริญหรี่ตาอย่างสงสัยพฤติกรรมเพื่อน ณภัทรปกติอย่างที่มันบอกจริงๆน่ะแหละ แต่นั่นมันช่วงก่อนที่วิศวกรสาวห้าวขวัญใจเขาจะปรากฎตัวขึ้นมา เขาชักสงสัยแล้วสิ เรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำ

“เสียงกูก็ปกติโว้ย หูเพี้ยนเอง”

“เหรอ ปกติก็ปกติ ตามสะดวกคุณเลโอเถอะครับ” พูดจบปริญก็ลุกขึ้นจนณภัทรรีบทัก

“นั่น มึงจะไปไหน”

“ไปตามหัวใจเรียกร้อง” ปริญเดินมุ่งหน้าไปยังโต๊ะที่ปัญชิญาพึ่งนั่งลง ณภัทรได้แต่อ้าปากค้าง

“ซวยล่ะกู” ณภัทรชะเง้อมองตามหลังเพื่อนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ฝั่งปริญเดินมาถึงโต๊ะกลุ่มใหญ่ของปัญชิญาก็ส่งเสียงทักทายทันที โดยไม่ทันสังเกตสายตาตกใจระคนโกรธกรุ่นของใครบางคนที่นั่งอยู่ด้วย

“สวัสดีครับคุณลูกหว้า บังเอิญจังเลยมาเที่ยวที่เดียวกัน”

“สวัสดีค่ะคุณปิญ” ปัญชิญาขยับเก้าอี้ให้เพื่อนสนิทเจ้านายที่แอบหนีมาเที่ยวเช่นเดียวกับเธอ

“สวัสดีทุกคนด้วยนะ ขะ..ครับ” ปริญหย่อนก้นลงนั่งมองไปยังเพื่อนๆของวิศวกรสาวทุกคน ก่อนจะสะดุดสายตาและคำพูดที่คนสุดท้าย 

(ต่อตรงนี้นะคะ อัพ 13 มี.ค.61)

“เอ่อ พวกมึง เอ้ย! พวกแก นี่คุณปริญ เพื่อนคุณณภัทรเจ้านายฉันเองนะ”

“สวัสดีครับ” ทุกคนต่างทักทายปริญด้วยความเป็นมิตร ยกเว้นคนสุดท้ายนี่แหละที่ยังจ้องชายหนุ่มท่าทางไม่ค่อยเป็นมิตรเอาซะเลย

“เฮ้ย เนตร มีอะไรหรือเปล่า จ้องคุณปริญตาเขียวเชียว” รัชพลเป็นคนที่สังเกตเห็นก่อนใครเพื่อนทักขึ้น เนตรนรีรู้สึกตัวถอนสายตาจากหน้าผู้ชายไม่เป็นสุภาพบุรุษ มาที่รัชพล

“เปล่าหรอก แค่หน้าคุณคนนี้ คล้ายๆไอ้ผู้ชายเฮ็งซวยที่เล่าให้ฟังไง” เนตรนรีเอ่ยเสียงเรียบเรื่อย ส่วนไอ้ผู้ชายเฮ็งซวยที่เธอกล่าวถึงสะดุ้งเฮือก เมื่อถูกด่าต่อหน้าตรง

“ไอ้ผู้ชายที่ชน คุณด๊อกเตอร์จนโทรศัพท์หล่นคนนั้นหน้าเหมือนคุณปิญเหรอ” นนทวัชเอ่ยบ้าง

“อืม เหมือนเป๊ะเลย แต่คงไม่ใช่หรอกมั้ง ใช่มั้ยคะคุณปิญ” เนตรนรีตอบนนทวัชและถามกลับปริญที่กำลังยิ้มแหยๆ

“เอ่อ ถ้าบังเอิญใช่ล่ะครับ ” ปริญไม่ถนัดเรื่องโกหกเท่าไหร่ตอบยอมรับตรงๆ จนเนตรนรีเลิกคิ้วอย่างแปลกใจไม่คิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะกล้ายอมรับ เธอคิดว่าเขาจะตามน้ำโกหกตอแหลว่าไม่ใช่ซะอีก

“หืม” ทุกคนบนโต๊ะรวมสายตาอยู่ที่ปริญทันทีที่เขายอมรับ

“เอ่อ อย่ามองด้วยสายตาแบบนั้นสิครับทุกคน จริงๆแล้วตอนนั้นผมยืนอยู่เฉยๆ แต่คุณ เอ่อ คุณเนตร เดินก้มหน้าคุยโทรศัพท์เดินมาชนผม ถ้าคุณเนตรไม่มัวก้มหน้าคุณก็คงเห็นผม และไม่เดินชนผมแน่นอน ใช่มั้ยครับ”

“ห๊ะ! เอ่อ... เอาเถอะๆ ฉันคุยโทรศัพท์จริงอย่างที่คุณบอก  ฉันผิดเอง พอใจยัง” เนตรนรีมองปริญตาขุ่น ผู้ชายคนนี้ฉลาดพูดให้ตัวเองเป็นฝ่ายได้เปรียบ เธอไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดเมื่ออีกฝ่ายก็รู้จักกับปัญชิญา แถมเป็นเพื่อนกับพ่อหนุ่มผมยาวคนที่เพื่อนสาวหมายมั่นปั้นมือจะเอามาเป็นสามีอีก ไม่ดีแน่ๆถ้าจะแลกหมัด เดี๋ยวเพื่อนจะลำบากใจเปล่าๆ

“ตามนั้นครับ” ปริญยิ้มมุมปากยักคิ้วให้กวนๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมรับความผิดเอาไว้เอง แต่สายตาขุ่นยังส่งมาให้เขา ยิ่งมองยิ่งน่ารักน่าแกล้งแม่คุณเอ้ย

“โอเค คงไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วเนอะ ดื่มให้มิตรภาพค่ะ” ปัญชิญาชูแก้วไปตรงกลางโต๊ะ ทุกคนยื่นแก้วของตัวเองมาชน ปริญยิ้มให้ทุกคนก่อนจะค้างไว้ที่เนตรนรีนานกว่าใคร สุดท้ายหยุดที่ปัญชิญา

“แด่มิตรภาพครับ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับ แวะมาทักทายคุณลูกหว้าเฉยๆ ผมทิ้งเพื่อนไว้โต๊ะนานเกินไปแล้วล่ะ”

“คุณปิญมากับเพื่อนหรือสาวล่ะครับ”

“มากับหนุ่มครับ”

“ห๊า! มากับหนุ่ม อย่าบอกนะว่าคุณปิญ เป็น ...เอ่อ ..” เตวิชทำหน้าตระหนกตกใจ

“ฮ่าๆ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะครับ เพื่อนสนิทครับ เป็นเจ้านายคุณลูกหว้าไงครับ”

“เฮ้อ โล่งอก หล่อๆแบบนี้ถ้าเป็นล่ะเสียของแย่ ฮ่าๆ” พีรพัฒน์เอ่ยแซว

“เอ๋ แต่เดี๋ยวนะครับ เจ้านายไอ้หว้าและเป็นเพื่อนคุณปิญด้วยนี่ใช่คุณณภัทรมั้ยครับ” กิตติชัยถามสิ่งที่สงสัยทันที

“ครับคนเดียวกันนั่นแหละ” หนุ่มๆทั้งห้าหันมาสบตากันโดยมิได้นัดหมาย สมัยเรียนพวกเขาได้รับภารกิจกันผู้ชายทุกคนออกจากรัศมี 10 เมตรของเพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่ม แต่ปัจจุบันเรียนจบมาหลายปีต่างคนต่างมีหน้าที่การงานภารกิจนั้นก็จบไป และเมื่อไม่นานมานี้พวกเขากับได้รับภารกิจใหม่จากคุณป๋าเพื่อนสาวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับภารกิจคราวก่อน เพราะคุณป๋าของปัญชิญานั้นบอกให้พวกเขาพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้ลูกสาวได้สามีมาโดยเร็ว และผู้ชายเป้าหมายคนนั้นก็คือณภัทรเจ้านายของเพื่อนสาวนั่นเอง และคุณป๋าก็ย้ำนักหนาว่าให้ภารกิจเป็นไปอย่างธรรมชาติ เนียนๆ ไม่ให้ทั้งคู่ ทั้งปัญชิญาและณภัทรล่วงรู้โดยเด็ดขาด

“เอ่อ งั้นก็ดีสิครับ ทำไมเราไม่รวมโต๊ะกันซะเลยล่ะ เนาะๆใช่มั้ยพวกมึง” เตวิช ถามความเห็นเพื่อนๆ แน่นอนผู้ชายทุกคนเห็นด้วย เนตรนรีก็เห็นด้วยมันเป็นโอกาสทองของเพื่อนเธอนี่นา มีปัญชิญาคนเดียวที่นิ่ง

“จะดีเหรอครับ” ปริญถามเสียงเกรงใจ แต่ภายในใจลิงโลดเมื่อจะได้มีโอกาส ใกล้ชิดสาวห้าวที่เขาเคยเห็นเธอในลุคสวยเซ็กซี่มาแล้วอย่างปัญชิญา รวมทั้งเนตรนรีที่สวยไม่แพ้กัน โดยไม่รู้ตัวว่าตอนนี้สายตาของตัวเองมักจะทิ้งอยู่ที่เนตรนรีนานๆบ่อยๆ แทนที่จะเป็นวิศวกรสาวห้าวที่เคยเอ่ยปากกับณภัทรว่าจะจีบ

“ดีครับสิครับ ไอ้หว้าไปพาเจ้านายแกมาเลย”

“ห๊ะ ฉันเนี่ยนะ” ปัญชิญาผู้เก็บอาการทำหน้าเหลอหลา ชี้ใส่ตัวเอง

“เออ แกนั่นแหละ”

“ผมไปก็ได้ครับ” ปริญเอ่ยพร้อมระบายยิ้ม และเป็นไปโดยอัตมัติที่สายตาจะค้างอยู่ที่เนตรนรีนานเป็นพิเศษ

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันไปเอง” ปัญชิญายกมือห้ามปริญก่อนจะเดินไปที่โต๊ะที่เจ้านายหนุ่มนั่งอยู่ หญิงสาวเดินอย่างไม่เร่งรีบมากนัก เมื่อถึงระยะที่สามารถมองเห็นคนที่จะมาชวนไปร่วมโต๊ะและคิดว่าน่าจะนั่งอยู่คนเดียว แต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างที่เธอคิดไว้ซะแล้ว

“หึ กล้าขนาดนี้เลยเหรอ” ปัญชิญายิ้มร้ายมุมปาก ก่อนทักคนที่ถูกห้อมล้อมด้วยสาวๆสามคน

“สวัสดีค่ะเจ้านาย รบกวนหรือเปล่าเนี่ย” ณภัทรหันมามองเจ้าของเสียงที่คุ้นเคยทันที ชายหนุ่มทะลึ่งงยืนพรวดพราด จนสาวๆที่มาคลอเคลียอยู่ใกล้ๆผงะ

“ลูกหว้า!

“อ่าห๊ะ ฉันเองค่ะ ดูท่าแล้วเจ้านายไม่น่าว่างไปร่วมโต๊ะกับพวกเราแล้วล่ะ เชิญตามสบายนะคะ” ทำท่าจะหันหลังกลับทางเดิม

“เดี๋ยวสิครับ มันไม่ใช่อย่างที่ลูกหว้าคิดนะครับ”

“เจ้านายรู้ว่าฉันคิดยังไง?”

“ลูกหว้า ไม่เอาสิอย่าเรียกแบบนั้นน่า”

“คุณทำให้สาวๆพวกนี้รอนะคะ เจ้านาย” ปัญชิญาพยักหน้าไปทางสามสาวที่กำลังจ้องเธอเขม็งอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ หึ คงคิดจะงาบพ่อหนุ่มผมยาวรูปงามของเธอล่ะสิ ฝันไปเถอะ

“พวกเธอแค่แวะมาชวนคุย ผมไม่ได้เรียกพวกคุณมาใช่มั้ย” ณภัทรส่งสายตาคาดคั้นไปยังสามสาว เพราะความจริงก็เป็นอย่างที่เขาบอก สาวๆกลุ่มที่ยกแก้วเชิญชวนตอนเขามาถึงใหม่ๆ เห็นเข้านั่งอยู่คนเดียว ก็เดินมานั่งที่โต๊ะเขาเองโดยที่เขาไม่ได้เชิญ

“โอเคค่ะ พวกเรามาเอง และกำลังจะไป”  หนึ่งในสามสาวตอบก่อนจะสะบัดก้นเดินจากไปก่อนเพื่อนทำให้สองคนที่เหลือต้องรีบลุกตามไป แต่ไม่วายทิ้งสายตาไม่พอใจให้ปัญชิญาก่อนจาก

“เอาล่ะ เมื่อสาวๆของคุณไปแล้ว คุณล่ะจะไปได้ยัง”

“เอ๋  ไปไหนครับ”

ปัญชิญาไม่ตอบแต่เดินกลับทางเดิมทันที ณภัทรก้าวตามอัตโนมัติ โดยไม่กล้าถามอะไร จนมาถึงโต๊ะที่บรรดาเพื่อนๆของเธอนั่งอยู่ รวมถึงเพื่อนตัวดีของเขาด้วย

“น้องๆเขาชวนรวมโต๊ะน่ะ เลโอ มาๆนั่งเลย” ปริญเอ่ยทันทีที่เพื่อนมาหยุดข้างตนเอง

“เชิญครับคุณณภัทร” ทุกๆคนเอ่ยเชื้อเชิญผู้มาใหม่

“สวัสดีครับทุกคน ”

“สวัสดีค่ะคุณณภัทร ฉันเนตรนรีค่ะ เป็นเพื่อนที่สนิทมากของลูกหว้า” เนตรนรีแนะนำตัวกับว่าที่สามีเพื่อน ปริญมองอย่างไม่ชอบใจ ทีกับเขาไม่เห็นจะแนะนำตัวแถมไม่เคยยิ้มให้สักที ทีกับณภัทรรีบแนะนำตัวยิ้มซะหวานเชียว

“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเนตรนรี”

“เรียกเนตร เฉยๆก็ได้ค่ะ”

“โอเคครับ..ผมขอนั่งข้างลูกหว้าได้มั้ยครับ” ณภัทรขอแลกที่นั่งกับเนตรนรีทื่อๆ ปริญหรี่ตามองแต่ไม่พูดอะไร

“แหม ได้สิคะ” หญิงสาวลุกขึ้นณภัทรก็รีบไปนั่งแทนที่ทันที ส่วนเนตรนรีก็ต้องย้ายมานั่งข้างปริญ ด๊อกเตอร์สาวขึงตามใส่ปริญ ที่จ้องเอาๆ เธอรู้ตัวมาตลอดว่าโดนเขามองบ่อยๆ แต่อย่าคิดว่าคนอย่างเนตรนรีจะหวั่นไหว ไม่มีทาง

“มองอะไรคะ”

“มองคนสวยครับ” ปริญหยอดยิ้มๆ ไม่สนใจสายตาขุ่นควักของสาวเจ้า คนอื่นๆจัดแจงแก้วเครื่องดื่มให้ณภัทรและชวนคุยสัพเพเหระ ณภัทรคุยกับทุกคนสนุกสนาน แต่ก็ลอบมองคนข้างๆบ่อยจนปริญสังเกตเห็นได้ ปัญชิญาเอาแต่เงียบ คิ้วสวยโดยไม่ต้องเขียนคิ้วให้เปลืองเวลาทำมาหากินเลิกขึ้นเล็กน้อย เมื่อคนที่กำลังหันหน้าคุยกับเพื่อนๆของเธออยู่ ค่อยๆเลื่อนมือหนาอุ่นจัดมาจับมือเธอที่วางอยู่บนหน้าขาอย่างเนียนๆ ถ้าคิดว่าเธอจะสะบัดมือออกเหมือนนางเอกนิยายเวอร์จิ้นแถมหวงตัวน่ะเหรอ ไม่มีทางค่ะ! นี่อยู่เฉยๆนะผู้ชายเขามาของเขาเอง เธอไม่ได้ปล่อยแรดสักตัวออกมาเลยจริงๆนะ

“ไอ้หว้า แกไม่คิดจะคุยอะไรบ้างเลยเหรอวะ” นนทวัชทักเมื่อเพื่อนสาวเอาแต่เงียบ

ณภัทรเหล่มองคนข้างตัว มือหนาที่อยู่ใต้โต๊ะกระชับแน่นขึ้น คอยฟังว่ายัยห้าวของเขาจะพูดอะไร

“ฟังสนุกกว่าว่ะ”

“ไม่ใช่นิสัย อย่ามาแหลดีกว่าไอ้หว้า” เตวิช มองอย่างรู้ทัน

“อย่าบอกว่า เจ้านายอยู่ด้วยแล้วเกร็ง” พีระพัฒน์เสริมทัพ

“อืม ประมาณนั้น” ยกแก้วขึ้นดื่มตอบเสียงเอื่อยๆ ท่าทางสบายๆ

“ดูท่าทางนี้ เกร็งจังเลยเนาะ” กิตติชัยหลิ่วตาให้กับนนทวัช

“พวกนายนี่ คนไม่อยากพูด จะไปเซ้าซี้ทำไม” เนตรนรีที่เงียบอยู่นานปรามหนุ่มๆ เธอเห็นนะว่าณภัทรกุมมือเพื่อนสาวเธออยู่ใต้โต๊ะ ดูท่าฝ่ายชายจะเริ่มมีใจให้กับเพื่อนเธอบ้างแล้วล่ะ เนตรนรียิ้มอย่างพอใจ จนคนที่นั่งข้างๆที่แอบมองตลอดเวลาเห็นรอยยิ้มนั้นถึงกับใจกระตุก  เมื่อถึงเวลาแยกย้ายเพื่อนชายทั้งห้าคนรีบฝากฝังณภัทรให้ไปส่งเพื่อนสาวตามภารกิจลับที่ต้องดำเนินการสุดความสามารถทันที

“จะให้เจ้านายไปส่งทำไม ฉันขับพี่บิ๊กมากลับเองได้โว้ย” 

“เอ้า แกก็กลับกับพี่เลโอ พี่บิ๊กก็ค่อยให้ใครมาเอาก็ได้” เตวิชพูดแนะนำ หลังจากดื่มและคุยกันอย่างสนิทสนม ณภัทรก็ให้ทุกคนเรียกชื่อเล่นและเรียกเขาว่าพี่ เพื่อนทุกคนของปัญชิญาเรียกณภัทรว่าพี่เลโอทุกคนรวมทั้งเนตรนรีด้วย

“เจ้านายเขามากับคุณปิญไม่เห็นไง?”

“เอางี้ เดี๋ยวให้เลโอไปส่งคุณลูกหว้า ผมจะนั่งรถไปกับน้องเนตรเอง”

“เฮ้ย คุณจะมานั่งรถไปกับฉันทำไมห๊ะ” เนตรนรีโวยวายทันที เมื่อได้ยินประโยคที่ไม่ค่อยเมคเซ้นของปริญ

“เอาน่า พวกแกเป็นผู้หญิงให้พี่ๆเขาไปส่งดีแล้ว” พีระพัฒน์ไกล่เกลี่ย

“เอ้า แล้วพวกนายทำไมไม่ไปส่งพวกฉันล่ะถ้าห่วงกันจริงๆน่ะ”

“ไม่อ่ะ มาววขับม่ายหวาย พี่เลโอ พี่ปิญครับ พวกเราฝากเพื่อนด้วยนะครับ” รัชพลเสียงยานคางขึ้นมากะทันหัน แถมทำท่าเซไปเกาะพีรพัฒน์

“ได้ครับ ส่งถึงบ้านปลอดภัยแน่นอน” ณภัทรรับคำ ปริญก็เสริมความมั่นใจให้อีก

“ไม่ต้องห่วง พวกนายกลับได้เลย ”

“เฮ้ย พวกนายอย่าพึ่งไปสิวะ” เนตรนรี ผวาจะเดินตามหลังไอ้ห้าแสบ แต่โดนยึดแขนข้างนึงไว้

“น้องเนตร ไปกัน”

“ไม่ไปค่ะ คุณจะไปทางไหนก็ไปเลย”

“จะไปทางเดียวกับน้องครับ”

“โอ้ย ไม่ไป ปล่อยแขนฉันได้แล้ว ลูกหว้าแกเอาไง ” หญิงสาวพยายามแกะมือที่เหนียวราวกับมือตุ๊กแกออก แต่ก็ไม่เป็นผล

“คุณปิญฝากเพื่อนด้วยค่ะ อย่าให้เนตรมีรอยแม้แต่นิดเดียว ไม่งั้นอย่ามาหาว่าฉันร้ายนะคะ”

“ไอ้หว้า แกจะบ้าเหรอ ฉันไม่ไปกับตานี่หรอกนะ”

“รับประกันครับน้องลูกหว้า” รับประกันเลยถ้าไม่ยอมก็จะไม่ทำ ปริญต่อในใจก่อนดึงแขนเนตรนรีออกไป ไม่สนใจท่าทางขัดขืนของสาวเจ้าแต่อย่างใด

“ไปเหอะเนตร มีอะไรโทรหาฉันได้”

“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้หว้าเน่า” เมื่อปริญและเนตรนรีจากไป ปัญชิญาผละตามไปทันที  ณภัทรผวาตามแทบไม่ทัน

“ลูกหว้า รถพี่จอดทางนี้ครับ”

“ไม่ได้บอกว่าจะกลับด้วย” ปัญชิญาหยุดเดินเพราะโดนรั้งมือไว้

“ไม่เอา พี่จะให้กลับด้วยกัน เป็นห่วง ดื่มเยอะเลยนะเราอ่ะ”

“ไม่เมา”

“ไม่เมาก็ห่วง เมียทั้งคน”

“หืม พูดอะไรน่ะ รู้ตัวหรือเปล่า”

“รู้ตัวมีสติดีครับ พี่เป็นห่วงเมีย”

“.....” เจอดอกนี้แกตายสิลูกหว้า ออดอ้อนซะขนาดนี้ สุดท้ายก็ยอมขึ้นรถมากับเขา ใจง่ายจริงๆ แม้จะบ่นตัวเอง แต่มุมปากกลับมีรอยยิ้มนิดๆ ว่าแต่ทางที่ณภัทรเลี้ยวไม่ใช่ทางกลับคอนโดเธอนี่นา มันเป็นทางกลับบ้านเขาต่างหากเล่า

“คุณณภัทร นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านฉัน”

“พูดใหม่ครับ”

“ท่านรอง ฉันจะกลับคอนโด” ณภัทรขมวดคิ้วมุ่น ตีไฟเลี้ยวจอดข้างทาง ก่อนจะหันมาหาคนที่ไม่ยอมเข้าใจอะไรง่ายๆ

“ลูกหว้าเรียกพี่สิงห์ เหมือนเดิม”

“ก็คุณไม่อยากให้ฉันเรียกสนิทสนมแบบนั้นนี่เมื่อตอนเช้า”

“โธ่ พี่แค่งอนน่า”

“งอน?”

“ครับ” พยักหงึกหงัก เสหลบตาสาวเจ้าเพราะรู้สึกกระดากอายยังไงพิกล

“เรื่อง?”

“ก็...เมื่อเช้าตอนที่ลูกหว้าคุยโทรศัพท์ ลูกหว้าบอกคนที่คุยด้วยว่าตัวเองโสด”

“อ๋อออ..” ปัญชิญาลากเสียงยาวก่อนจะยิ้มนิดนึง “ก็โสดจริงๆนี่นา”

“ไม่โสด”

“เนี่ย ยังไม่มีแฟน ก็ต้องโสดสิ”

“แล้วพี่เป็นอะไรล่ะ บอกว่าจะจีบพี่ บอกว่าพี่มีสิทธิ์หวงได้ ไม่ใช่แฟนแล้วเป็นอะไร” ณภัทรสะบัดหน้าไปอีกทางอย่างแง่งอน

“อย่างอนน่า ก็คุณสิงห์บอกเองว่าไม่พร้อมจะแต่งงาน ยังไม่อยากมีห่วง ยังไม่ได้รักกัน ที่สำคัญเรายังไม่ได้คบกันเป็นแฟน แค่กิ๊กๆกันเอง”

“แค่กิ๊กเหรอ?” ณภัทรเอ่ยเสียงดัง นี่เธอจัดให้เขาเป็นแค่กิ๊กเนี่ยนะ ชายหนุ่มรู้สึกเสียเซลล์อย่างมาก

“ใช่ ก็คุณต้องการแบบนั้นเอง คุณสิงห์จำได้ใช่มั้ย ก่อนที่จะตกลงให้หว้าจีบ คุณสิงห์บอกว่าไม่มีทางที่หว้าจะจีบคุณติดหรอก เพราะหว้าไม่ใช่สเปคคุณ  แล้วก็ภายใน 3 เดือนถ้าหว้าจีบไม่ติดหว้าจะเป็นฝ่ายไปเองไม่มาวุ่นวายอีกตามที่เราตกลงกันไว้ ตอนนี้ก็เหลือเดือนหนึ่ง”

“เดือนนึงงั้นเหรอ” ณภัทรรำพึงชายหนุ่มพึ่งจะจำได้ว่าเธอและเขาตกลงกันแบบนั้น อีกเดือนนึงถ้าเขาไม่รักเธอ เธอจะไปจากเขางั้นเหรอ แล้วตอนนี้เขารักเธอหรือยัง? ถ้าเธอไปจากเขาจริงๆล่ะ เขาจะรู้สึกยังไง ณภัทรหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ แต่ความรู้สึกวูบโหวงในอกมันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีสำหรับเขาเลย

“ใช่ ถ้ารักแล้วให้รีบบอกนะ เพราะคิวต่อไปเขามาจ่อแล้ว” ปัญชิญายิ้มๆแต่แววตาลุ้นคำตอบ

“คิวต่อไป หมายความว่าไง”

“ก็คนที่คุยโทรศัพท์กับหว้าเมื่อเช้าเขามาขอจีบ” ณภัทรตาโตเท่าไข่ห่าน หน้าก็บึ้งแทบจะทันทีเมื่อได้ยิน มีไอ้หน้าไหนมันจะมาจีบยัยห้าวของเขากัน ชักจะสเน่ห์แรงเกินไปแล้วนะแม่คุณ

“นี่พูดเล่นใช่มั้ย”

“พูดจริง ถ้ารักก็รีบบอกมาเร็ว จะไม่ปันใจให้ชายใดแน่นอน”

“เอ่อ...”

“เฮ้อ...งั้นออกรถเถอะหว้าง่วงแล้ว” ปัญชิญาหัวเราะเสียงแห้ง เธอรีบปรับสีหน้าซ่อนแววตาผิดหวังอย่างรวดเร็ว

“ลูกหว้างอนเหรอ”

“เปล่า แค่เสียใจนิดนึง ยังไม่ครบกำหนดนี่ ยังมีเวลาที่จะทำให้คุณรู้สึกขาดฉันไม่ได้อีกตั้งเดือนนึง”

“....” ณภัทรเงียบ เคลื่อนรถต่อไปทันที ปัญชิญามองดูเสี้ยวหน้าคนขับแล้วยิ้มเซียวๆ พร้อมกับปลุกพลังให้ตัวเองในใจ ยืดตัวเข้าไปหาก่อนจุ๊บแก้มขาวเนียนหน้าตาเฉย แล้วนั่งลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ณภัทรหน้าร้อนวาบหันมามองยัยห้าวที่กำลังยิ้มให้จนตาหยี

“หายงอนยังคะ”

“อืม ก็ดีขึ้นครับ” ณภัทรยิ้มกว้างตอบ หัวใจเหมือนมีฝีเสื้อเป็นฝูงบินว่อน แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่เธอบอกเขาว่ามีคนมาขอจีบ ผีเสื้อพวกนั้นก็เหมือนมีไฟลุกท่วมหายไปในพริบตา

“งั้นก็ไปส่งหว้าที่คอนโดได้แล้ว”

“ไม่”

“คุณสิงห์ อย่าดื้อสิ”

“ลูกหว้าต้องนอนกับพี่คืนนี้”

“จะบ้าเหรอ กลัว”

“กลัวพี่เหรอ”

“เปล่า” เธอกลัวใจตัวเองต่างหากล่ะ หุ่นน่ากิน แถมขยันอ่อยอีก กลัวอดใจไม่อยู่ 

“อ้าว งั้นกลัวอะไร ไม่รู้ล่ะก็ใครบอกให้ทิ้งพี่รออยู่ที่บ้านหลายชั่วโมงไม่มาหา ที่แท้แอบหนีเที่ยว ทิ้งพี่เหี่ยวอยู่บ้าน”

“คุณสิงห์ก็หนีเที่ยวเหมือนกันแหละ แถมมีสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังน่าหมั่นไส้”

“พี่ไม่ได้ตั้งใจไปเลย ไอ้ปิญชวน งอนบางคนที่ไม่มาหาด้วย”

“เลยต้องการจะไปให้สาวอื่นเอาใจ?”

“เปล่าสักหน่อย เขามาของเขาเอง”

“เฮอะ ผู้ชาย”

“หึงเหรอครับ”

“เออ สิ” ณภัทรหน้าเหวอไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยอมรับตรงๆ ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ เขาชอบที่เธอหึง เขาชอบที่เธอหวง มันรู้สึกดีจริงๆ

“จะไม่ทำอีกครับ ไปไหนจะบอกหว้าก่อน ไปลงได้แล้ว” ทันทีที่ณภัทรพูดจบ ปัญชิญาถึงได้สตินี่เขาพาเธอมาถึงบ้านเขาแล้วเหรอเนี่ย เสียรู้จนได้สิน่า หรือเธอแกล้งเสียรู้ก็ไม่รู้สินะ ปัญชิญาซ่อนยิ้มไว้อย่าแนบเนียน

“ลงมาได้แล้วครับคุณนาย” ชายหนุ่มเดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนที่กำลังหน้าหงิก

“คุณสิงห์เอาแต่ใจ ไปส่งหว้าที่คอนโดเดี๋ยวนี้เลย”

“นี่มันดึกแล้วนะครับ พี่ง่วงมากตอนนี้ เมาด้วย อันตรายจะตาย”

“นี่พึ่งจะรู้สึกตัวว่าเมาตอนถึงบ้านเนี่ยนะ เชื่อก็บ้าล่ะ”

“เมาจริงๆ ไม่เชื่อดมดูสิ” ณภัทรยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ อย่างยั่วเย้า แลบลิ้นเลียริมฝีปากช้าๆ

“อย่ามาอ่อยนะ” ณภัทรหัวเราะ ก่อนจะดึงแขนหญิงสาวเข้าบ้าน ปัญชิญาจะนอนห้องนอนแขก แต่ณภัทรไม่ยอมท่าเดียว คืนนี้เขาต้องได้นอนกอดยัยห้าว และถ้าเธอยอมให้มากกว่ากอดก็คงดี

“ไปอาบน้ำได้แล้ว”

“ไม่มีชุดเปลี่ยน” ปัญชิญากรอกตา วันนี้เธอรู้สึกว่าณภัทรเอาแต่ใจมากๆ จนเธอเหนื่อย

“ใส่ชุดพี่ อาบให้สะอาดนะตัวเหม็นมาก” ” ชายหนุ่มดันหลังหญิงสาวเข้าห้องน้ำทันที

“เดี๋ยวโดนหรอกคุณสิงห์” เสียงแว๊ดออกมาจากห้องน้ำทำให้ณภัทรหัวเราะ ไม่นานก็มีเสียงหวานปนห้าวดังออกมาจากห้องน้ำ

“คุณสิงห์ไม่มีผ้าเช็ดตัวอ่ะ” ณภัทรบอกให้เธอรอเดี๋ยว ชายหนุ่มเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหม่เอี่ยมในตู้ ก่อนจะชะงักเมื่อคิดอะไรดีๆออก

“คุณสิงห์ เร็วๆหนาวแล้ว”

“คร๊าบมาแล้ว เปิดประตูสิ” ใบหน้าเล็กๆหยดน้ำเกาะพราวเต็มหน้าโผล่ออกมาแค่หัว ยื่นมือมารอรับผ้าเช็ดตัว แต่ณภัทรกับรีบดันประตูออกแล้วแทรกตัวเข้าไปทันที

“เฮ้ยยย คุณสิงห์ เข้ามาทำม้ายยย” ปัญชิญาร้องว๊าก อย่างตกใจ เอามือปิดหน้าอกตัวเองทันที แต่ลืมไปว่าด้านล่างก็โล่ง เออ!มันก็โล่งทั้งตัวล่ะตอนนี้

“ก็เอาผ้าเช็ดตัวมาให้ไง”  ณภัทรสำรวจเนื้อตัวขาวนวลอย่างรวดเร็ว ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันบั้นท้ายงามๆให้ดูแค่ข้างหลังแทน

“เอาผ้าเช็ดตัวมาเลย แล้วรีบออกไปเลยนะ ห้ามมอง” ยื่นมือมาขอ หลังจากซ่อนด้านหน้าโชว์ด้านหลังให้คนที่จ้องราวกลับจะกลืนเธอลงท้องดูแทน

“มองไปแล้ว อยากไปแล้วด้วย”

“.....”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

36 ความคิดเห็น