กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 19 : ชื่อตอนยังไม่มีค่ะ ^O^( อัพครบแล้ว100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 ก.พ. 61


อัพเดทเนื้อหาครบตอนแล้วนะคะ 1 ก.พ.61  

เนื้อหาที่อัพเพิ่มอยู่ต่อจากเนื้อหาเดิมด้านล่างนะคะ เลื่อนลงอ่านเลยจ้า






ฝั่งณภัทร ใช่จะไม่หวั่นไหวกับเพลงเศร้าที่อีกฝ่ายร้อง ก็เธอเล่นบอกรักเขาในเพลงขนาดนั้น  แต่ตอนนี้เอาจริงๆ เขายังไม่มั่นใจตัวเองด้วยซ้ำว่าถึงขั้นรักคนข้างๆ หรือแค่หลงทางกาย หรือแค่ชอบ ชายหนุ่มคิดว่าไม่นานเขาจะสามารถให้ความชัดเจนกับสาวห้าวข้างตัวที่มีความสามารถสะกิดหัวใจเขาให้คันยุบยิบๆได้แน่นอน  คนขับรถหนุ่มหันมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่ไม่พูดอะไรเลยหลังร้องเพลงจบ จนกระทั่งถึงที่จอดรถคอนโด ณภัทรก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน

“ลูกหว้าครับ”

“.....”

“ลูกหว้าคนดี”

“.....”

“ลูกหว้าของพี่”

“อะไร”  โอ้ย นี่ว่าจะไม่คุยด้วยแล้วเชียว แต่เจอ ลูกหว้าของพี่มันไม่ไหวจริงๆ  ปัญชิญาผินหน้าจากกระจกมามองใบหน้าหล่อเหลาเคราแน่น ของคนปากหวาน ที่กำลังยิ้มอ่อยเบอร์แรง

“ถึงคอนโดแล้วครับ”

“รู้แล้ว”

“ให้พี่อยู่ด้วยนะ”

“ไม่ต้องเลย”

“ก็พี่......”

“ไม่ได้อยากมีพี่ อยากมีแฟน” พูดตัดบทเสร็จก็สะบัดหน้าเดินหนีจะไปขึ้นลิฟท์ ณภัทรยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัวเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย มันเหมือนอกฟูๆ หัวใจลอยๆ ยัยห้าวขยันหยอดมุกจีบถี่เกินจนเขาชักเขินจริงๆนะให้ตายสิ

“จีบให้ติดสิ จะยอมเป็นแฟน” วิ่งตามมาบอกหน้าลิฟท์ “หลับฝันดีนะครับ ฝันถึงพี่ด้วย”

มือหนากดปุ่มเรียกลิฟท์ค้างไว้ไม่ยอมให้ประตูปิด ตาคมวาวจ้องตาคนที่ยืนหน้าบูดอยู่ข้างใน ปัญชิญาไม่ตอบหญิงสาวก้าวพรวดมาโน้มคอคนขวางประตูลิฟท์ ประทับริมฝีปากบดลงบนปากหนาอย่างแรงและเร็ว ก่อนจะผลักร่างชายหนุ่มออกอย่างแรงให้พ้นประตูลิฟท์ แล้วรีบกดปิดทันที


^ต่อตรงนี้นะคะ^

คนพึ่งถูกขโมยจูบแบบไม่ทันตั้งตัว อ้าปากค้างกระพริบตาปริบ ๆ ทำให้อยากแล้วทิ้งกันไว้กลางทางแบบนี้เหรอ

“ยัยห้าว ขโมยจูบกันแบบนี้ก็ได้เหรอ  ” ณภัทรเอามือจับริมฝีปากตัวเองอย่างเผลอไผล   เขานี่ฉายาคาสโนว่าเชียวนะโว้ย แล้วนี่อะไร ไอ้ที่กำลังรู้สึกหน้าร้อนๆ คืออะไร อย่าบอกนะว่าเขากำลังเขิน  ไม่จริงใช่มั้ย

“เออ จริง! กูเขิน” ณภัทรคิดถามเอง ตอบเอง อยู่คนเดียว ก่อนจะขับรถกลับบ้าน ขนาดกลับถึงบ้านอาบน้ำจะนอนอยู่แล้วยังนอนไม่หลับมัวแต่

“โอ้ย ลูกหว้า คุณนี่มันแม่มดชัดๆ เล่นกลเสกมนต์อะไรทำไมผมถึงคิดถึงแต่คุณ” คนที่กำลังกลิ้งไปมาบ่นพึมพัมบนเตียงสะดุ้งโหยง เมื่อเสียงโทรศัพท์ดัง มือหนารีบคว้ามาดูหน้าจอก่อนจะเปิดยิ้มกว้าง

“พึ่งแยกกันคิดถึงพี่เหรอไง”

หึ ใครกันแน่ที่คิดถึง กดรับเร็วขนาดนี้

“แต่น้องโทรหาพี่ก่อนนะ”

เออ คิดถึงอีกฝ่ายยอมรับดื้อๆ ทำให้คนเป็นพี่อึ้งไปสามวิ

“พี่ก็คิดถึงน้องครับ”

‘GN......JJ’

“หืม อะไรนะ” ชายหนุ่มได้ยินชัดและเข้าใจความหมาย แต่ไม่เข้าใจทำไมเธอต้องพูดย่อด้วยไม่ใช่การพิมพ์ข้อความสักหน่อยจะได้ขี้เกียจพิมพ์เต็ม

ก็ GN JJ ไง

“ไม่เอาแบบย่อสิ เอาแบบเต็มๆ” สาบานว่าเขาได้ยินอีกฝ่ายถอนหายใจเหมือนรำคาญ

นอนหลับฝันดี......ค่ะตามด้วยเสียงจุ๊บ ต่อด้วยเสียง ตู๊ดๆ ณภัทรยิ้มพอใจ ส่ายหัวให้คนที่พึ่งวางสายหนี ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ไว้หัวเตียงเอนตัวนอน เริ่มง่วงขึ้นมาทันทีหรือเป็นเพราะว่าได้ยินเสียงคนที่พึ่งวางสายหรือเปล่านะที่ทำให้เขาเริ่มหลับตาลงอย่างง่วงงุนได้

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตู ดังขึ้นถี่ๆ จนคนที่กำลังหลับสบายบนเตียง พลิกตัวอย่างรำคาญ เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มาดูเวลา

“ตายห่า 10 โมงแล้วเหรอวะเนี่ย”  ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง เขาเผลอหลับสบายจนตื่นสายขนาดนี้ เพราะมัวแต่ฝันดีอย่างที่ใครคนนึงบอกเมื่อคืนแท้ๆ เฮ้ย! แต่แกฝันว่าได้แต่งงานกับยัยห้าวนะเว้ย ฝันว่าได้แต่งงาน  แต่งงานนะ! มันจะเป็นฝันดีได้ยังไงกัน  แกหวงความโสดจะตาย แกไม่อยากมีห่วงมาผูกคอ มันต้องไม่ใช่ฝันดี มันคือลางร้ายชัดๆ

“ลางร้ายๆ มันเป็นลางร้าย” ทึ้งหัวตัวเองพัลวัน ความคิดตอนนี้มันตีกันมั่วไปหมด ณภัทรชักโมโหตัวเองที่ไม่ชัดเจนว่า

ตกลงดีใจหรือไม่ดีกันแน่ที่ฝันว่าได้แต่งงานกับปัญชิญา

ก๊อกๆ

แล้วเสียงเคาะประตูก็เบรก ความคิดสับสนวุ่นวายทั้งหมด ณภัทรรีบลงจากเตียง เดินไปเปิดประตู

“ครับ ลุงเทียม” ยังไม่เห็นว่าเป็นใคร แต่เขาแน่ใจว่าต้องเป็นลุงเทียม ก็อยู่บ้านกันแค่สองคนจะเป็นใครไปได้ล่ะ

“มอนิ่ง ลูกรัก”

“แม่! มาได้ยังไงครับ”

“แม่คิดถึง” มารีเชอร์ยิ้ม เปล่าหรอกไม่ได้คิดถึงลูกเฉยๆ แต่แอบมาเซอร์ไพร์ เผื่อลูกชายเธอแอบซุกหญิงไว้ต่างหากล่ะ เมื่อวานมีเพื่อนเธอเห็นลูกชายสุดหล่อของเธอไปทานข้าวกับสาวสวยคนหนึ่ง ส่งรูปแอบถ่ายมาให้ดูด้วย แต่เห็นเพียงด้านหลังของฝ่ายหญิง เธอเลยไม่รู้ว่าเป็นใคร ใช่ลูกสาวเพื่อนสามีที่หมายตาไว้หรือเปล่า เห็นว่าทำงานอยู่บริษัทของครอบครัวเธอเอง  หรือเจ้าลูกชายแอบคั่วหญิงคนไหน

“เอาจริงๆสิครับ”

“คิดถึงจริงๆ แม่มารอตั้งแต่เช้า สิงห์ก็ไม่ยอมตื่นสักทีจนต้องมาปลุกเนี่ย แล้วนี่ไม่ไปทำงาน?” เรื่องอะไรจะบอกความจริงว่ามาจับผิดลูกชาย ส่วนณภัทรหรี่ตามองมารดา ก็แม่เขาเคยมาหาเขาเองถึงบ้านซะที่ไหน ทุกทีมีแต่โทรตามให้เขากลับไปหาที่บ้านเอง มันน่าสงสัยจริงๆ

“ไปสิครับ ต้องไปตรวจไซต์ห้างด้วย”

“ตื่นสายไปนะ หรือเมื่อคืนดื่มหนัก”

“เปล่าครับแม่ ” ณภัทรกอดประครองมารดาลงมาด้านล่างจนถึงโต๊ะอาหาร “แม่มาคนเดียว?”

“มากับคนขับรถ”

“แม่! ผมหมายถึงคุณพ่อไม่มาด้วยเหรอครับ”

“พ่อมีนัดกับเพื่อนน่ะ” มารีเชอร์หัวเราะเล็กน้อยเมื่อแกล้งรวนบุตรชายได้

“แล้วแม่ทำอะไรมาให้ผมกินบ้างครับเนี่ย”

“กินๆเลยสิ แล้วรีบไปทำงาน” มารีเชอร์นั่งลงตักข้าวให้ลุกชายหัวแก้วหัวแหวน แล้วนั่งมองลูกสิงโตหัวฟูๆที่กินเอาๆ

“อร่อยที่สู๊ด ขอบคุณนะครับแม่”

“มีแฟนใหม่หรือยัง” ณภัทรสำลักน้ำไอคอก แคก เมื่ออยู่ๆมารดาคนสวยก็ถามขึ้นอย่างไม่มีปรี่มีขลุ่ย

“เอ้า ถามแค่นี้ถึงกับสำลัก” ลุกขึ้นไปลูบหลังให้ลูกชายที่ไอจนหน้าแดง

“อยู่ๆถามเรื่องแฟนทำไมครับเนี่ย”

“ตกลงมีหรือยังไม่มีล่ะ”

“เอ่อ ก็ยังไม่มีครับ”

“จริงเร้อ”

“แม่รู้อะไรมา?” ณภัทรมองมารดาอย่างระแวง

“เปล๊า”

“แม่เสียงสูงไปนะครับ”

“แม่แค่อยากรู้เฉยๆ ว่าลูกชายแม่จีบใครอยู่ มีวี่แววจะได้แต่งงานหรือยัง” ปรับโทนเสียงให้ปกติจนเกือบต่ำ ไม่มีพิรุจเล้ยแม่เขา

“ไม่มีครับ....มีแต่เขามาจีบผม”

“หะ อะไรนะ สรุปลูกจีบใครนะ”

“ผมไม่ได้จีบใคร แต่สาวกำลังตามจีบผม”

“พูดเป็นเล่น อย่างลูกเนี่ยนะ จะโดนผู้หญิงตามจีบ ” ลูกชายเธอขึ้นชื่อเรื่องผู้หญิงจะคบใครไม่ต้องจีบยาก แค่ส่งสายตาผู้หญิงก็พร้อมเดินมาทำความรู้จักเอง การมีผู้หญิงเข้าหาก่อนเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าพ่อเจ้าประคุณไม่ชอบใจก็ปฏิเสธไปตั้งแต่ 10 นาทีแรกที่คุยด้วยซ้ำไม่ยืดเยื้อ  ไม่ปล่อยให้ใครมาตามจีบยาวนานหรอก ถ้าลูกชายเธอไม่...

“สิงห์ชอบเธอเหรอ”

“เอ่อ ก็....ยังครับ” ดูเหมือนจะไม่ค่อยแน่ใจในคำตอบตัวเองสักเท่าไหร่ มารีเชอร์หรี่ตาเล็กน้อย สงสัยว่าผู้หญิงที่ตามจีบลูกชายจะเป็นคนเดียวกับลูกสาวเพื่อนสามี ที่สามีเคยเล่าให้ฟังแหงๆเพราะที่ได้รู้มายัยหนูนั่นจะออกแนวห้าวๆแมนๆ

“จีบมานานยัง”

“ก็ประมาณเดือนนึงครับ” มารีเชอร์ยิ้มให้กับคำตอบลูกชาย เวลายาวนานขนาดนี้เธอกล้าฟันธงเลย ลูกชายเธอมีใจชัวร์

“ไม่ชอบทำไมไม่บอกฝ่ายหญิงไปล่ะ เขาจะได้ไม่เสียเวลา สงสารเขานะลูก”

“เอ่อ ก็”

“ก็....?” คนเป็นแม่ส่งสายตาให้ลูกพูดต่อ

“เขาบอกว่า เขาขอเวลา 3 เดือน ถ้าจีบไม่ติดเขาจะเลิกไปเอง” ณภัทรเกาท้ายทอยเขินๆ จะไม่ให้เขินได้ยังไงคุยเรื่องหญิงมาจีบกับแม่ แทนที่จะคุยเรื่องจีบหญิง ตั้งแต่เด็กจนตอนนี้อายุ 32 เขาจะคุยกับมารดาได้ทุกเรื่อง  แต่จะให้บอกว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสาวที่มาตามจีบแล้ว มันคงไม่ดีแน่ๆ

“แม่ชักอยากเห็นหน้าผู้หญิงที่ตามจีบลูกซะแล้วสิ”

“เอาไว้ จะพามาแนะนำนะครับ” มารีเชอร์ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ถึงกับจะพามาแนะนำเลยเหรอพ่อลูกชาย ทั้งๆที่ยังไม่ได้ยอมรับว่าเป็นแฟนกันเลยเนี่ยนะ ขนาดแม่นางแบบแฟนคนก่อน คบกันแบบเปิดเผย ยังไม่เคยพามาแนะนำตัวที่บ้านให้พ่อกับแม่รู้จักเลย ชักจะยังไงๆซะแล้วสิ

“อย่าลืมล่ะ เอาเป็นว่าวันนี้แม่กลับก่อนดีกว่า ลูกจะได้รีบไปไซต์งาน” ณภัทรเดินไปส่งมารดาก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวไปไซต์งาน ชายหนุ่มมองหาพี่บิ๊กของปัญชิญา หลังจากที่เขาให้คนขับมาส่งเธอที่คอนโดเขาก็ยังไม่เจอพี่บิ๊กเลย  หรือเธอจะไม่มาทำงาน ณภัทรไม่ได้เข้าอ๊อฟฟิศ แต่ตรงดิ่งไปที่ไซต์เลย ทุกคนที่เห็นเจ้านายมาต่างยกมือไหว้ทักทาย แต่เจ้านายสุดหล่อก็เหมือนมองหาใครบางคนอยู่  ชัชวาลสะกิดเวนัยยิกๆ

“เอ่อ ท่านรองมองหาใครหรือครับ” เวนัยเป็นหน่วยกล้าตายถาม

“ลูกหว้า เอ่อ หัวหน้าวิศวกรไปไหนครับ”

“อ๋อ ลูกพี่ไปเซเว่นน่ะครับ” คราวนี้ชัชวาลเป็นฝ่ายตอบ ก็ตอนนี้มันใกล้พักเที่ยงเป็นเวลาของลูกพี่สาวผู้เสพติดสเลอปี้ จะไปเซเว่นที่เป็นที่เดียวที่มีขาย

“อ่อ ครับ ” ณภัทรมองเวลา ถึงเวลาพักทานข้าวพอดี คนงานต่างหยุดมือกันหมดเตรียมกินข้าวกันแล้ว

“ท่านรอง มีเรื่องด่วนมั้ยครับเดี๋ยวผมโทรตามให้” เวนัยเสนอเผื่อเจ้านายมีเรื่องเร่งด่วน

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จให้คุณปัญชิญาไปพบผมที่อ๊อฟฟิศแล้วกันครับ”

“นั่นไงครับ มาพอดี” ณภัทรมองตามสายตาของเวนัย ก็เห็นคนที่เขาอยากเจอ หิ้วแก้วน้ำเต็มมือ วันนี้เธอใส่กางเกงยีนส์สีซีดขาดตรงเข่านิดนึง แบบทรงผู้ชายไม่ใช่กางยีนส์เข้ารูป เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำตาลพับแขน หญิงสาวจะชะงักนิดนึงเมื่อเห็นเจ้านาย ที่เธออยากได้มาเป็นเจ้าชายของชีวิต

“เอ้า ไอ้ชัชเอาไปแจก” ปัญชิญายื่นแก้วน้ำให้ชัชวาล นำไปให้คนอื่นๆ เหลือของตัวเองไว้แก้วเดียว ยกขึ้นดูด ด้วยสีหน้ามีความสุข ก่อนจะหันมาทักทายเจ้านายที่ยืนมองอยู่

“สวัสดีค่ะท่านรอง มานานหรือยังคะ”

“สวัสดีครับ ผมพึ่งมาถึง”

“ลูกพี่ แล้ว เอ่อ ..แล้วของท่านรองล่ะ” ชัชวาลเข้ามากระซิบแต่ก็ดังพอที่คนที่อยู่ใกล้ๆได้ยิน

“อ้าว ก็ตอนไปซื้อท่านรองยังไม่มานี่นา ขอโทษจริงๆนะคะที่ไม่ได้เผื่อเลย” ปัญชิญาทำหน้าลุแก่โทษ แต่แววตาไม่ได้สำนึกตามสีหน้าเลยนี่สิ

“ไม่เป็นไรครับ ผมกินกับคุณก็ได้” พูดจบก็คว้าเอาแก้วสเลอปี้ในมือหญิงสาวไปดูดหน้าตาเฉย ปัญชิญาอ้าปากค้าง คนอื่นๆได้แต่เหลือบตามองกัน  โดยเฉพาะทักดนัยเขาจ้องทั้งสองคนตั้งแต่ปัญชิญามาถึงด้วยสายตาปวดร้าว ก่อนจะรีบปรับสีหน้าแววตาให้ปกติที่สุด

“เอ่อ ท่านรอง แต่ฉันดูดแล้วนะนั่น”

“ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ ผมไม่ถือ หรือคุณหวง” ณภัทรยื่นแก้วคืนให้คนหน้าบูด ปัญชิญารับไปดูดยาวจนเสียงลมในแก้วดัง เขาไม่ถือเธอก็ไม่ถืออ่ะ ดูดต่อกันเลยจูบก็เคยจูบแล้วนี่ ถึงเขินก็ไม่แสดงออกหรอกนะ ทำไมรู้สึกหน้าร้อนอย่านะว้อย แก้มแกห้ามแดงให้ฉันขายหน้าเด็ดขาด  พึ่งจะปล่อยให้หลอดหลุดจากปาก ณภัทรก็คว้าไปดูดต่อ แต่ไม่ได้คว้าเฉพาะแก้วน้ำนะ คว้ามาทั้งมือคนถือแก้วนั่นแหละ

“ขอกินอีกหน่อยนะครับ” สายตาพราวมองคนที่กำลังตกใจ ณภัทรยักคิ้วให้ทีนึงก่อนจะปล่อยมือ แล้วยืนเฉยๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  คนอื่นๆ พร้อมใจกันเงียบ แต่สายตายังแอบเผือกตลอดเวลา อ้าปากค้างกลอกตามองกันเป็นคำถาม สงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่เรียบร้อย

“อ่อย” ปัญชิญาพูดแบบไม่มีเสียงใส่คนอ่อยแรง แบบไม่รู้เวล่ำเวลา คนเยอะแยะไม่รู้จักอายบ้างหรือไง แล้วไอ้พวกนี้มันคิดไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้

“เดี๋ยวทานข้าวเสร็จ เชิญคุณปัญชิญาที่อ๊อฟฟิศด้วยนะครับ” ณภัทรยิ้มหวานใส่ตา ก่อนจะเดินไปรอที่นัดหมาย

“กูว่าแถวนี้มดเยอะแปลกๆว่ะชัช” เวนัยพูดทำลายความเงียบหลังจากเจ้านายหนุ่มเดินจากไป

“ผมก็ว่างั้นแหละพี่ มันมาได้ไงเนอะ สงสัยมันได้กลิ่นสเลอปี้” ปัญชิญาเหล่ตามองทั้งสองคน ก็รู้นะไอ้สองคนนี้มันพูดกระทบ แต่ทำเป็นไม่รู้เรื่องน่าจะดีกว่า

“ไม่เห็นมีมดสักตัว เนอะทัก พวกประสาท” ปัญชิญาเดินไปนั่งใกล้ทักดนัยที่นั่งดูดสเลอปี้เงียบๆ พอถูกดึงไปเป็นพวกก็รีบเออออ ก่อนจะยิ้มเมื่อโดนกอดคอ ชวนไปกินข้าว

“ปะ ทัก ไปกินข้าวกัน ให้พวกนี้หาไข่มดแดงกินยุแถวนี้แหละ”

“เอ่อ ครับ ”


^ต่อตรงนี้นะคะ^

ณภัทรมองนาฬิกา กินข้าวนานไปมั้ย นี่มันจะ 40 นาทีแล้วนะที่เขารอ ชายหนุ่มคิดอย่างหงุดหงิด อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้รวมทั้งฉบับเมื่อวาน จนจะครบทุกหน้าก็ยังไม่โผล่มา

“นี่ลืมหรือเปล่าวะ” ณภัทรกำลังจะหยิบโทรศัพท์โทรตาม คนที่คิดว่าลืมก็โผล่มาพอดี

“ขออภัยค่ะท่านรอง ที่ปล่อยให้รอนาน พอดีเจริญอาหารมากเป็นพิเศษ” กินอิ่มตั้งแต่สิบนาทีแรกนู่น แค่อยากแกล้งเจ้านายให้รอเล่นๆ สนุกดี

“เชิญนั่งครับ”

“พร้อมฟังแล้วค่ะ” ปัญชิญาปรับสีหน้าเป็นการเป็นงานทันที เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าจริงจัง

“จีบผมสิ”

“เอ๋... อะไรนะ! ชายหนุ่มไม่ตอบแต่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แต่มีหรือปัญชิญาจะเอนหน้าหนีแถมจ้องตาคมไม่ยอมหลบด้วย เอาเซ่!

“จีบ-ผม-สิ” ณภัทรย้ำทีละคำ ชัดๆช้าๆ ปัญชิญาเบิกตากว้าง นี่เรียกมาให้จีบหรอกเหรอ ไอ้เราก็นึกเป็นการเป็นงาน ทูนหัวของบ่าวนี่น่ารักจริงๆ ถ้าจะอ่อยหนัก อ่อยแรงขนาดนี้ ให้คุณป๋ามาขอเลยได้ปะคู๊ณ

“ขี้อ่อย” ปัญชิญายื่นหน้าเข้าไปใกล้มากๆ ทั้งๆที่อีกฝ่ายก็ยังไม่ถอยออก มือบางแต่หยาบนิดนึงคว้าหมับเข้าที่แก้มทั้งสองข้างของผู้ชายขี้อ่อยดึงจนยืดโยกไปโยกมา อย่างหมั่นเขี้ยว ณภัทรยิ้มหัวเราะเบาๆ

“โอ้ย น่ารักชะมัด” ปัญชิญาอดใจไม่อยู่ดึงใบหน้าคนยิ้มน่ารักเข้ามาจุ๊บปากแดงออกคล้ำนิดๆ สองทีติดกันก่อนจะปล่อย ทำไปแล้วพึ่งคิดได้ว่าที่นี่คืออ๊อฟฟิศ ตายแน่ๆ ถ้ามีคนมาเห็นฉากติดเรทเมื่อกี้  คนที่พึ่งขโมยจุ๊บปากเจ้านายร้อนตัว หันหน้าหันหลังเลิกลั่ก จนณภัทรขำ

“เป็นอะไร กลัวคนเห็นเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ คุณก็เหลือเกิน ” ยังจะมีหน้ามาขำ มาทำตัวน่ารักจนเธอตบะแตกในที่สาธารณะขนาดนี้ ภูมิใจใช่มั้ย? ตอบ!

“อ้าว ผมทำอะไร?”

“ขยันอ่อยเกิ๊น”

“ผมเปล่า”

“สรุปไม่มีเรื่องงาน ที่เรียกมา?”

“คิดถึงเมีย”

“เฮ้ย ...” ปัญชิญากระโดดไปตะครุบปาก หันซ้ายหันขวากลัวมีใครมาได้ยิน “พูดอะไรออกมาเนี่ย ”

“ไม่มีคนอยู่หรอกน่า” คนพึ่งโดนปิดปาก คว้าหมับเข้าที่เอวบาง ซุกหน้าลงระหว่างอกของปัญชิญา เขาที่นั่งอยู่กับปัญชิญาที่ยืน ฉากนี้มันก็จะดูหวานอะนะ ถ้าอะไรๆมันชัดเจน หญิงสาวผลักหัวณภัทรออกอย่างแรงจนหน้าหงายเงิบ

“ใจร้ายอ่ะ” คนตัวโตบ่นหงุงหงิง เมื่อกี้คอเขาแทบหัก ยัยห้าวนี่แรงเยอะชะมัด

“สถานะไม่ชัด อย่าใช้ปากมัดตัวเอง และอย่ารุ่มร่ามในที่สาธารณะ” ปัญชิญาดุหน้าเครียด

“เมื่อกี้ใครทำอะไรในที่สาธารณะ?”

“เอ่อ ลืมตัวไปนิด ทีหลังคุณก็อย่าอ่อยพร่ำเพื่อดิ ”

“หืม มีแต่น้องมั้งที่อ่อยพี่”

“อ่อยบ้าบออะไร ฉันอยู่ของฉันดีๆ ก็ถูกเรียกมาเนี่ย” ปัญชิญาเห็นสายตาวาววับเพ่งมอง แต่เมนมันไม่ได้อยู่ที่หน้าเธอ เขากำลังจ้องนมเธอต่างหาก มือบางรีบตะครุบกระดุมเสื้อที่มันหลุดออกตอนไหนก็ไม่รู้โชว์จาเห็นบราด้านใน  ปัญชิญาหันหลังให้ พอติดกระดุมเรียบร้อยค่อยหันมา

 “ฉันเปล่านะ มันหลุดตอนไหนก็ไม่รู้”

“เห็นแล้ว อยากดื่มนม”

 “คุณสิงห์ไม่หื่นดิ”

 “มานั่งข้างพี่ มาๆ”  แน่ะ มากวักมือเรียกหยอยๆ ทำหน้าอ้อนแบบนี้ อยากให้ไอ้หว้าหลงมากกว่าเดิมหรือไง ปัญชิญาเดินหน้านิ่งไปนั่งลงข้างๆ คนที่ทำหน้าระรื่นจนหน้าหมั่นไส้

หมับ     มือหนากอดเอวบางดึงจนชิดตัก ก้มศรีษะซบลงกับอกปัญชิญาดื้อๆ

“ปล่อยเลยนะ เดี๋ยวคนมาเห็น บอกไปเมื่อกี้อย่ารุ่มร่ามในที่สาธารณะ” 

“ที่ส่วนตัวทำได้ใช่มั้ยครับ” ชายหนุ่มปล่อยมือออกแต่โดยดี พอโดนปล่อยปัญชิญาก็รีบขยับออกห่างทันทีเช่นกัน หน้าตาเป็นกังวล มองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง กลัวคนอื่นมาเห็นจะตายแล้ว

“เรื่องนั้นไว้เป็นหน้าที่ฉันตัดสินใจเองเหอะ”

“เอ๋ ...” ณภัทรหรี่ตากับคำพูดคลุมเครือของอีกฝ่าย เธอหมายความว่ายังกันแน่ มันจะใช่อย่างที่เขาคิดหรือเปล่า

“ตกลง  ตามนั้นแหละ” พูดจบก็รีบลุกไปทำงานต่อทันที ทั้งอีกคนให้นั่งครุ่นคิดอยู่คนเดียว


^ต่อตรงนี้นะคะ^(1/2/61)

จากเหตุการณ์วันนั้นที่ณภัทรสงสัยในคำพูดของวิศวกรสาวห้าว หลังเลิกงานปัญชิญาจะมาที่บ้านเขาเสมอจนซี้กับลุงเทียม จนวันนี้ผ่านมาสองอาทิตย์ ทำให้ชายหนุ่มเข้าใจชัดแจ้งแดงแจ๋  แม่เจ้าประคุณเอ้ย!เมื่อไหร่ที่อยู่ตามลำพัง เธอจะชิงลงมือก่อนตลอด เธอทำให้เขาลุ้นว่าเธอจะลงมือตอนไหน เมื่อไหร่ เธอทำให้เขาเสพติดการมีเธออยู่ใกล้ๆ เสพติดสัมผัสจากเธอ แม้ว่าเป็นเพียงสัมผัสแค่ภายนอกนิดๆหน่อยๆ ทั้งๆที่เคยลึกซึ้งขั้นแอดวานซ์กันมาแล้ว แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นครั้งแรกครั้งเดียวระหว่างเขากับเธอ ถึงอยากมีครั้งที่สองครั้งที่สาม อืม! แต่ก็นั่นแหละฮะท่านผู้ชม ถ้าเธอยอมมีหรือเขาจะปฏิเสธ แล้วคิดว่าเธอยอมมั้ย?

โถ...ถ้ายอมมันจะมีแค่ครั้งเดียวได้ไงล่ะ    ปัญชิญาจะแทะเล็มเขาทุกครั้งที่มีโอกาส สัมผัสเขาทุกครั้งที่เธอพอใจจะทำ ในบ้านของเขาเท่านั้น! ไม่ใช่ที่สาธารณะอย่างที่เธอห้าม แต่พอเขาจะทำบ้างคิดว่าเธอยอมมั้ย? หึ ก็ไม่!  สรุปมีเขาคนเดียวที่โดนแทะโดนเล็มวันละเล็กละน้อย ถึงบางครั้งจะเป็นเขาเองที่อาศัยช่วงติดพันเล็มต่อเนื่องแบบที่หญิงสาวปฏิเสธไม่ได้ก็ตาม ก็อารมณ์มันได้ไง ถามว่าชอบมั้ย?  อืม....ตั้งตารอเธอเลิกงานมาเจอตอนเย็นทุกวันๆ ปริญโทรมานัดไปไหนก็ไม่ไป จนมันจะตัดเพื่อนอยู่แล้ว..เรียกว่าชอบมั้ยนะณภัทรไม่อยากฟันธงตัวเองเลย

 “เสร็จแล้ว” หน้าสด สวยธรรมชาติ จากที่ณภัทรดูด้วยสายตาน่าจะไม่มีเครื่องสำอางอยู่บนใบหน้าแม้แต่ลิปมัน ผมมัดเป็นมวยไว้บนศรีษะ ทรงเดียวกันกับเขา เสื้อเชิ้ตสีฟ้าพับแขนสอดชายไว้ภายในกางเกงยีนส์สีดำเข้ารูป พูดง่ายๆมันคือชุดทำงานวันนี้นั่นเอง น้ำแตงโมปั่นถูกยื่นมาตรงหน้าณภัทร ซึ่งมือหนาก็รีบรับไปดูดทันที

“จืดมาก”

“เห..จืดเหรอ ไหนชิมซิ” ปัญชิญาไม่ดูดแต่เอาช้อนตักน้ำแตงโมปั่นเข้าปากตัวเอง คำแรกคิ้วขมวด

คำที่สองกรอกตาเหมือนไม่แน่ใจ ตามด้วยคำที่สาม แต่คราวนี้มือบางยื่นมาประคองใบหน้าของณภัทรให้ตรึงอยู่กับที่ ปากที่พึ่งงับแตงโมปั่นเข้าไปประกบเข้ากับปากหนา ลิ้นเล็กๆสอดแตงโมปั่นเข้าไปในโพรงปากชายหนุ่ม กำลังจะถอนริมฝีปากออกแต่มีหรือณภัทรจะยอมมือหนากดท้ายทอยคนช่างยั่วไว้ บดปากหนักหน่วงกว่าเมื่อครู่ตามแรงอารมณ์ ชายหนุ่มละเลียดกินน้ำแตงโมปั่นจากคนขี้แกล้งทั่วทั้งปาก จนคนป้อนแทบขาดใจถึงยอมปล่อย

“อื้ม หวานแล้วครับ อร่อยมากด้วย” ณภัทรยิ้มมองปากแดงๆของคนป้อนน้ำแตงโม ปากก็แดงแก้มก็แดงสงสัยเขิน กระทำชำเราเขาก่อนทุกที แต่ก็ยังมีหน้าเขินทุกทีสินะยัยห้าว

“เอามือออกจากหน้าอกหว้าเลยนะ”

“เอามือออกจากหน้าท้องพี่ก่อนสิ”

“แหงะ... รู้ทันอีก” คนตีเนียนลูบๆคลำๆซิกแพค ยิ้มแหย ถอนมือออกอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่

“ไม่ได้หวงนะครับ แต่ถ้าจับของพี่แล้วก็ต้องให้พี่จับของลูกหว้าด้วยสิ แฟร์ๆ”

“ม่ายอ่ะ ไม่ดีลค่ะ กินแตงโมปั่นให้หมดด้วย”

“ครับ” ชายหนุ่มยิ้ม หยิบแก้วแตงโมปั่นกินเอาๆจนหมด โดยมีคนทำนั่งเท้าคางมองยิ้มๆ  ปัญชิญาไม่ยอมให้เขารุกล้ำมากไปกว่าลิมิตที่เธอยอม แม้จะเคยลึกซึ้งถึงขั้นสุดกันมาแล้วก็ตาม เห็นอ่อยๆ ปล่อยแรด ออกมาเล็มผู้ชาย(คนนี้คนเดียว)ตลอดที่มีโอกาส แต่บรรดาน้องแรดของเธอก็มีจุดยืนนะเว้ย

“เฮ้อ! จะน่ารักอะไรเยอะแยะก็ไม่รู้” ที่จริงไม่ได้มีแต่เธอนะที่ชอบอ่อย เนี่ย..ว่าที่สามีหล่อลากมาดเซอร์ก็ใช่ย่อย ยิ้มตาหวานมีประกายปิ๊งๆออกมาขนาดนั้น เดี๋ยวไอ้หว้าจับกลืนลงท้องทั้งตัวซะหรอก ผมยาวระต้นคอถูกมัดเป็นจุกไว้กลางหัวยิ่งทำให้ดูน่ารัก แพ้! แพ้จริงๆ !เธอแพ้ผู้ชายผมยาว

“แล้วรักมั้ย” ณภัทรยิ้มใส่ตา ปล่อยพลังอ่อยเบอร์แปด ปล่อยแรดออกมาจนนอจะทิ่ม ปัญชิญาตายคาบ้านแล้วตอนนี้

“คิดว่าไงล่ะคะ”

“ก็ไม่รู้สิครับ ”

“ทำเป็นเล่นตัวไปเถ๊อะ” ปัญชิญาเดินไปหยิบแจ๊กเก๊ตมาสวม  เธอจัดเต็มทั้งแทะทั้งเล็มจนจะครบสามเดือนอยู่แล้วเขายังไม่ยอมขอเป็นแฟนเลย ทั้งที่ปฏิกิริยาเคมีทางกายระหว่างเขาที่มีต่อเธอมันชัดเจน แต่เธอก็เข้าใจมันเป็นธรรมดาของผู้ชาย ยิ่งคาสโนว่าอย่างเขาจะปฏิเสธผู้หญิงเหรอ ยาก! ณภัทรคือผู้ชายอัธยาศัยดีกับผู้หญิงทุกคนน่ะแหละ เอาเถอะเธอจะอ่อย จะแทะ จะเล็ม ให้เต็มที่กับวันที่เหลือตามที่เคยลั่นปากขอเขาไว้

 “เดี๋ยวสิ จะกลับแล้วเหรอครับ”

“อืม เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”

“ขับรถดีๆนะครับ” ณภัทรไม่รั้งเพราะรั้งไว้ก็ไม่อยู่ ยัยห้าวถ้าพูดคำไหนคำนั้น ถ้าบอกจะมาคือมา บอกจะกลับก็คือกลับ รู้สึกยังไงก็พูดตามความรู้สึกตัวเอง ไม่มีกั๊ก เขาเรียนรู้จากสองอาทิตย์ที่เธอเทียวไล้เทียวขื่อเขาทุกวันมันเป็นแบบนั้น

“ค่ะ ถึงแล้วเดี๋ยวไลน์บอกนะ”  เดินมาจุ๊บเหม่งว่าที่สามีหนึ่งทีเหมือนที่เคยทำก่อนกลับ คนโดนจุ๊บเหมือนจะร้อนตรงโหนกแก้ม จนต้องเอามือลูบแก้มตัวเอง นี่เขาเขินอีกแล้วเหรอวะ? ณภัทรมองตามร่างเพรียวเดินออกไปจากบ้าน ก่อนจะวิ่งตามออกไปยืนส่ง โบกมือให้ ซึ่งอีกฝ่ายก็โบกมือหยอยๆตอบเช่นกัน สถานะไม่ชัดแต่ทำไมเขารู้สึกว่าคนที่พึ่งจากไปได้เข้ามาจับจองพื้นที่ของเขาเพิ่มขึ้นทุกวันๆ สรุปนี่เขาหวงความโสดจริงๆ หรือกระแดะหวงไปอย่างนั้นเองวะ

 “รีบอาบน้ำ มารออ่านไลน์ดีกว่า”

 

ทางด้านปัญชิญา พอมาถึงคอนโดก็อาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนเรียบร้อย ล้มตัวลงนอนวันนี้เธอเพลียมากๆ งานไซต์ก็เร่งเพื่อให้เสร็จตามสัญญาที่เหลือเพียงสามเดือนเท่านั้น ขนาดเหนื่อยสายตัวแทบขาดพลังแรดในตัวยังไม่หมด ยังมีแรงขับรถไปเต๊าะผู้ชายได้อีก ปัญชิญาเพลียกับตัวเอง  ตอนนี้เลยนอนหมดสภาพอยู่บนเตียง คนกำลังจะเคลิ้มๆหลับก็ต้องสะดุ้งโหยง มือหยิบโทรศัพท์มาดูหน้าจอ  โอ้ย!คอลมาไม่รู้เวล่ำเวลานะเพื่อนรัก เมื่อเห็นภาพหน้าจอโชว์หราเป็นเนตรนรีก็กดรับทันที อีกฝ่ายก็จิกทันทีเช่นกัน

“นั่นศพหรือคน”

“ใกล้จะเป็นศพล่ะ ดูเวลามั่งเหอะจะคอลมา เหนื่อย คนจะหลับจะนอนล่ะค้า”

“สภาพดูไม่ได้ ไม่ใช่ว่าทำงานเหนื่อยๆเลิกงานไม่กลับคอนโด แต่มุ่งไปหาผู้มาล่ะสิ”

“แรดในตัวบอกให้ไป และเป็นแกเองที่ติวเข้มให้ฉันไม่ใช่เหรอ ”

“หลงผู้ชาย”

“ก็ฉันรักเขานี่”

“แหวะ! รอบที่ร้อยที่แกบอกฉัน” เนตรนรีถอนหายใจ หน้าเซ็งจิต

“รอบที่พันที่ฉันบอกเขา แรกๆก็ว่าจะไม่ขนาดนี้ แต่เห็นหน้าถี่ๆ ใจมันไม่ไหวว่ะ น่าร๊ากเกิน”

“ย่ะ แกมันคลั่งหนุ่มผมยาวมาดเซอร์นี่ แต่อดัมผัวแกก็ไม่ผมยาวนี่นา ทำไมแกยังคลั่งล่ะ”

“แหม อดัมฉันถึงผมไม่ยาวแต่เซ็กซี่ขยี้ใจ ขนาดนั้น หลงไปสิ”

“แรด! พรุ่งนี้วันศุกร์ แกมีนัดกะใครเปล่า”

“ไม่มี คนโสดว่างตลอด หลังเลิกงาน”

“พาแรดไปเปรี้ยวกัน”

“หืม สถานที่ด้วยเหอะ”

“ผับ xxx แนวเซ็กซี่ ไม่ใช่แนวซอมบี้นาจา

“จัดเต็ม”

“เริศ เจอกันที่ XXX

“เคๆ เดี๋ยวชวนไอ้ห้าทรชนไปด้วยได้ปะ ไม่ได้เจอนานล่ะ”

“ชวนดิ หลายๆคนสนุกดี มีคนคุ้มกันด้วย แต่แกจะเซ็กซี่ได้เหรอถ้าแก๊งเถื่อนนั้นไปด้วยอ่ะ”

“แหม ยิ่งต้องจัดเต็ม พรุ่งนี้จะปล่อยแรดชนพวกมันแก้แค้น  ฐานรวมหัวกักขังหน่วงเหนี่ยวไว้นานจนสนิมเกาะนอ ฮ่าๆ”

“จัดเต็ม ฉลองความโสด ก่อนที่ใครบางคนจะทิ้งเพื่อนไปมีผัว”

“เหอะ ยังไม่มีวี่แววเลยเถอะ ได้แต่เต๊าะเขาไปวันๆ นี่ขนาดทำตามที่อาจารย์เนตรสอนแล้วนะ ”

“แหม มันต้องได้ผลบ้างล่ะน่า ไม่งั้นคงโดนเขาตะเพิดนานแล้วแหละ”

“ขนาดอาจารย์ยังหาผัวไม่ได้เลยเนอะ ”

“อ๊าย ที่ไม่มีไม่ใช่หาไม่ได้ย่ะ แต่ไม่มีใครคู่ควรกับคนที่ เก่ง สวย และรวยมากอย่างฉันต่างหาก”

“เออๆ แม่คนสวยและรวยมาก อยู่เป็นเพื่อนกันบนคานนี่ล่ะ ”

“อีกไม่นานแกก็ทิ้งฉันไปมีผัวล่ะนี่”

“โว๊ะ เอาไว้มีจริงๆก่อนเหอะ ไอ้หว้าจะถ่ายรูปอวดผัวลง IG ทวิส เฟสบุ๊ค ทุกวัน”

“ฮ่าๆ ไปนอนเถอะแก หน้าตาเหมือนจะไม่รอด” เนตรนรีมองหน้าเพื่อนผ่านจอที่ตอนนี้ตาจะหลับมิหลับแหล่ ใต้ตาโหลยังกะหมีแพนด้า ก็รีบไล่ให้ไปนอน

“เค รอคำนี้มานานล่ะ บาย”

หลังวางสายจากเนตรนรี มือก็กดเข้ากลุ่มไลน์ที่ชื่อว่า วิศวกรหน้าตาดีที่สุดในประเทศไทยเลือกสติ๊กเกอร์นอนหลับฝันดี ส่งไปหนึ่งตัว แล้วไม่รอดูด้วยใครจะอ่าน ง่วงจะตายชัก พรุ่งนี้เดี๋ยวค่อยมาพิมพ์ชวนต่อ

ปัญชิญาวางโทรศัพท์ ลากผ้าห่มมาคลุมตัวจนมิด แต่เอ..เหมือนเธอจะลืมอะไรบางอย่างนะ ช่างมันเถอะ ง่วง!





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #15 puifaizaa (@faikra) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 00:46
    สนุกกกกกกก
    #15
    1
    • #15-1 avacho (@avacho) (จากตอนที่ 19)
      6 มีนาคม 2561 / 09:24
      ขอบคุณนะคะสำหรับกำลังใจ ^O^
      #15-1