กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 17 : จบตอน 100% (4/12/2560)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 541
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

อัพเพิ่มจบตอนแล้วเน้อ แหะๆ


 อดัม  เลอวิน  นักร้องนำวงมารูนไฟฟ์ ที่ลูกหว้าปลื้มมากกกแถมนางยังบอกว่านอนด้วยกันทุกคืน(คนเขียนเช็ดน้ำลายแพ๊บบบ  อิอิ)

(ขอบคุณภาพจาก https://world.kapook.com/pin/529db4f038217a381f00001b )





               ปัญชิญากระชับเสื้อแจ็กเก็ตตัวโคร่งนิดนึงหลังจากเปิดประตูรถลงมา สรุปคือณภัทรไม่ยอมให้เธอขับพี่บิ๊กกลับมาที่คอนโด ทั้งๆที่เธอนั่งอยู่บนเบาะนุ่มๆของพี่บิ๊กกำลังจะออกตัวแล้วแท้ๆ สิงโตหัวฟูๆก็วิ่งกระหืดกระหอบตะโกนโหวกเหวกให้หยุด ก่อนจะมากระชากกุญแจพี่บิ๊กไปเก็บไว้ ดึงเธอไปขึ้นรถยนต์คันหรูแทน  หญิงสาวหยุดเหล่มองนิดนึงว่าเขาจะลงจากรถหรือเปล่า เมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะตามลงมา ปัญชิญาก็ยักไหล่ให้ตัวเอง ก้าวเข้าไปด้านในทันที มือเรียวเอื้อมไปกดเรียกลิฟท์ จริงๆเธออยากกลับบ้านไปหาคุณป๋ามากกว่า แต่ก็กลัวคุณป๋าจะจับสังเกตจนความแตกเพราะทุกอย่างที่เกี่ยวกับลูกสาวคุณป๋าของเธอรู้ทุกเรื่อง ไม่เสี่ยงดีกว่า ที่สำคัญตอนนี้เธอยังไม่อยากให้ณภัทรรู้ว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหน เอาไว้อีกสองสามวันค่อยกลับบ้านแล้วกัน

“อุ้ย!” ปัญชิญาสะบัดมืออย่างตกใจเมื่อมีใครก็ไม่รู้คว้ามือเธอไปจับ

“จับนิดหน่อยทำเป็นตกใจ” ณภัทรเอ่ยเบาๆ ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมเขาไม่ขับรถกลับบ้านไปเลย ทำไมต้องเดินตามก้นยัยห้าวเข้ามาด้วย

“คุณสิงห์ นี่คุณยังไม่กลับไปอีกเหรอ”

“ถ้ากลับไปแล้วจะเห็นยืนอยู่ตรงนี้มั้ยล่ะ” ปัญชิญากรอกตากับคำตอบกวนอวัยวะเบื้องล่าง

“แล้วจะตามมาเพื่อ?” ไหนบอกจะเก็บเป็นความลับไง แล้วการกระทำมันไม่ใช่เลยนะสา เอ้ย ว่าที่สา..

“จะนอนด้วย” กำปั้นทุบดินเบาไป ต้องกำปั้นทุบคอนกรีตเลยสำหรับคำตอบของณภัทร

“ห๊ะ! ว่าไงนะ” ณภัทรไม่ตอบแต่ดึงมือคนที่ตาโตเท่าไข่ห่านเข้าไปในลิฟท์

“ผัวบอกว่าจะนอนด้วย” กระซิบชิดใบหู จนปัญชิญาขนลุกซู่จนต้องเอนตัวหนี

“จะบ้าเหรอ จะมานอนได้ยังไง เรายังไม่ได้เป็นแฟนกันด้วยซ้ำ”

“ไม่ได้เป็นแฟนแต่ลัดขั้นตอนมาเป็นผัวแล้ว”

“โอ้ย คำก็ผัวสองคำก็ผัว ไหนบอกอยากเป็นผัวลับๆไงฮะ” เงียบไม่มีเสียงตอบรับ ปัญชิญาเลิกสนใจ กดชั้นที่ต้องการ และพยายามแกะมือออกจากการเกาะกุม ณภัทรก็ไม่ยอมปล่อย เออ!อยากจับก็จับไป ถ้าเธออยากจับของเขาบ้างอย่ามาโวยวายก็แล้วกัน ตามมาอ่อยถึงที่ เดี๋ยวแม่จับกินอีกรอบซะหรอก เมื่อคืนดูเหมือนจะจำเลือนๆเพราะเมา แต่ตอนนี้สติเกินร้อยน่าทบทวนความจำมาก ปัญชิญายิ้มให้ความคิดหื่นๆของตัวเอง เงาสะท้อนในกระจกทำให้ณภัทรเห็นรอยยิ้มของคนข้างๆมันไม่ใช่รอยยิ้มพิมพ์ใจ ไม่ใช่รอยยิ้มมีความสุข แต่...มันเป็นรอยยิ้มที่ค่อนข้างน่ากลัวสำหรับเขาทีเดียว 

“แน่ใจว่าจะเข้าไป” เจ้าของห้องหันมาถาม เมื่อทั้งสองคนมายืนอยู่หน้าห้อง

“อือ เอาเข้าชัวร์” ปัญชิญามองหน้าคนที่ตอบคำถามที่ฟังดูทะแม่งๆ ส่วนคนถูกมองก็แค่ยิ้มมุมปากยักคิ้วให้กวนๆ

“ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่าโวยวายแล้วกัน” คำพูดมีนัยยะมาพร้อมกับร้อยยิ้มชวนเสียวสันหลัง ปัญชิญายื่นมืออีกข้างที่ว่างกดรหัสปลดล็อคเข้าห้อง ณภัทรปล่อยมือเดินตามเข้ามาในห้องที่ดูยังไงก็ไม่คล้ายห้องผู้หญิง การตกแต่งอยู่ในโทนสีขาวกับสีดำ

รูปนักร้องดัง.  รูปดาราดัง... และก็รูปนายแบบ และก็ รูป...รูป.รูป   นี่มันอะไร ยัยห้าวติดรูปผู้ชายพวกนี้เต็มห้อง ถ้ารูปธรรมดาๆ เขาก็คงคิดว่ามันปกติของผู้หญิงที่แอบปลื้มดารา แต่ทุกรูปนี่เปลือยท่อนบน โชว์ซิคแพคทั้งนั้น ชายหนุ่มหันมาจ้องคนที่กำลังวางกระเป๋าด้วยแววตาบางอย่าง

“อะ..อะไร ทำไมมองแบบนี้...คะ”

“หื่น”

“หืม ..นี่หมายถึงฉันเหรอ” ชี้นิ้วใส่ตัวเองอย่างไม่แน่ใจว่าหมายถึงเธอหรือเปล่า

“ยัยผู้หญิงหื่น” ตาก็มองไปที่บรรดารูปที่ขวางหูขวางตาเขามาก ปัญชิญามองตามสายตานั้นก็เข้าใจทันที

“แหม...ผู้หญิงทุกคนก็ต้องมีโมเม้นแบบนี้บ้างล่ะ..ปกติน่า”

 “ต่อไปอยากจ้องซิคแพคก็บอก ไม่ต้องไปดูรูปพวกนี้” ณภัทรพูดเสียงเรียบเรื่อยไม่บ่งบอกอารมณ์ ส่วนคนได้ยินหูผึ่งอมยิ้ม

“กำลังจะบอกว่า คุณจะเปิดให้ฉันดู” ตากลมโตเบิกกว้างขึ้น ณภัทรเห็นแล้วอยากเอามือจิ้มตาที่ส่งประกายวิ้งๆมาทางเขาชะมัด

“ก็ถ้าอยากจะดู” ณภัทรทำเป็นเสมองรอบห้องอย่างสำรวจ

“ไม่อ่า....ไม่เห็นอยากดูเลย สู้ดูของอดัมดีกว่า ผู้ชายอะไร หล่อ เซ็กซี่ ขนาดนี้ ” (อดัม เลอวิน : นักร้องนำวงมารูนไฟฟ์)

คนพูดทำหน้าเคลิ้มฝันจ้องมองบุคคลที่อ้างถึงกำลังยืนโชว์ซิคแพกอยู่ตรงหน้า ภาพขนาดเท่าคนจริงกำลังมองมาหาเธอด้วยสายตาชวนจั๊กจี้ ณภัทรกัดฟันกรอดยัยห้าวปากดี กล้าบอกว่าอยากดูของคนอื่นมากกว่าของผัวอย่างเขาได้ยังไง แถมยังจ้องภาพไอ้นักร้องดังทำหน้าเคลิ้มแบบนั้นกำลังคิดอะไรหื่นๆอยู่ชัวร์ เอ๊ะ! รึหุ่นเขายังไม่แซบพอ คนที่เคยมั่นใจในรูปร่างตัวเองเริ่มจิตตก

 “นี่จะจ้องรูปนี้อีกนานมั้ย ยัยหื่น น้ำลายไหลแล้วนั่น”

“เฮ้ย  ตกใจหมด น้ำลายน้ำเลยที่ไหนไม่เห็นมี” ปัญชิญาสะดุ้งเมื่อณภัทรตะโกนใส่หูเสียงดัง คนถูกขัดขวางจินตนาการมองค้อนใส่สิงโตหัวฟูที่กำลังยืนหน้าบึ้ง

“หึ จ้องขนาดนั้นไม่เอาไปนอนด้วยเลยล่ะ”

“ก็นอนด้วยกันทุกคืนแหละ” ปัญชิญาพูดความจริง เธอมีรูปอดัมติดเต็มห้อง แถมติดไว้หมอนข้างนอนกอดทุกคืนอีกด้วย แต่คนอื่นที่เห็นติดอยู่ในห้อง ก็นอนกับเธอด้วยเช่นกันแล้วแต่วันหมุนเวียนกันไป หึๆ

“ฮะ! นี่พูดจริงใช่มั้ย”

“แน่นอน”

“โรคจิต หื่น ผู้หญิงหน้าไม่อาย”

“นี่คุณ เกินไปๆ ฉันมันคนโสดไม่มีแฟน ฉันก็มีสิทธิ์จะจิ้นคนนั้นคนนี้ปะ ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนสักหน่อย”

“ผมไงเดือนร้อน”

“หืม?คุณจะมาเดือดร้อนทำไม”

“กะ ก็ตอนนี้คุณเป็นเมียผม เลิกจิ้นดารานักร้องได้แล้ว”

“ไม่  ใช่   เมีย โว้ย ” ปัญชิญาเสียงดัง เธอไม่ชอบให้เขาพูดแบบนี้เลยทั้งๆที่ยังไม่ทำอะไรให้มันถูกต้องเธอก็จะไม่ยอมรับคำๆนี้แน่นอน  มันเหมือนเธอเสียเปรียบเขา ในเมื่อยังไม่อยากเปิดเผย ก็อย่ามาพูดแบบนี้ซะดีกว่า

“แล้วเมื่อคืนร้องครางไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบคืออะไร”  คำพูดห่ามๆของณภัทรทำให้หญิงสาวหน้าแดง แต่มีหรือจะแสดงความเขินอายให้อีกฝ่ายเห็น รู้จักไอ้หว้าน้อยไป

“ถ้าคุณจะนับว่าผู้หญิงที่คุณนอนด้วยเป็นเมีย ...คุณมีเมียกี่คนแล้วล่ะ”

“อืม ที่ผ่านมาไม่ได้นับซะด้วยสิ”

“เออ เยอะจนจำไม่ได้ สำส่อนดี! ปลายเสียงสะบัดอย่างไม่พอใจ

“ที่ไม่พอใจนี่ หึง ?”

“....”

“ไม่ตอบ ตกลงหึงรึเปล่า”

“......” ปัญชิญาไม่ตอบ เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบแถมยังเดินหนีไปห้องครัว ณภัทรก็ตามไปติดๆเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าปัญชิญาจะหึงเขาหรือเปล่า

“นี่ ลูกหว้า ตอบ มะ...อื้ม” คนข้างหน้าหยุดปัจจุบันทันด่วนหันมาเผชิญหน้ากะทันหัน เท่านั้นไม่พอคนตัวบางกว่ายังคว้าเอาต้นคอแกร่งให้โน้มลงมาหา ปากจิ้มลิ้มก็ประกบกับปากหนาทันที แขนแข็งแรงคว้าเอวคอดดึงแนบลำตัวอย่างพอใจที่โดนจูบ ยัยห้าวที่อาจหาญจูบผู้ชายก่อนก็แค่ประกบปากไว้เฉยๆ แต่มีหรือคนถูกจูบจะอยู่เฉยๆ ลิ้นใหญ่รีบตามหาลิ้นเล็กๆภายในโพรงปากหวานๆทันที ชั้นเชิงที่มีเหนือกว่าทำให้ปัญชิญาเผลอจูบตอบอย่างน่ารักตามที่ครูหนุ่มสอน มือเล็กสอดเข้าไปภายในสาบเสื้อของคนตัวใหญ่ ลากเลื้อยไปตามหน้าอกที่กล้ามเป็นมัดๆ เลื้อยต่ำมาที่หน้าท้องซิกแพคเป็นลอน ความซุกซนของหญิงสาวทำให้ณภัทรครางเสียงต่ำ ทั้งๆที่ยังไม่ถอนจูบ ข้างล่างไม่ต้องพูดถึงตื่นจนคับเป้ากางเกงไปหมดแล้ว และดูเหมือนปัญชิญาจะสัมผัสมันได้เพราะมันแนบชิดอยู่กับหน้าท้องของเธอ มือที่กำลังลูบไล้ชายหนุ่มชะงักกึกเปลี่ยนเป็นดันลำตัวออกทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างของสิงโตหนุ่ม

“ลูกหว้า.......อื้อ” ปากหนาครางชื่อคนที่ถอนริมฝีปากออกอย่างตัดพ้อ ....แต่ไม่ถึงวินาทีปากบางก็โฉบมางับเข้าที่ริมฝีปากด้านล่างของคนตัวโตกว่าอีกครั้ง ดึงจนยืดแล้วปล่อยเหมือนที่เขาเคยทำกับเธอ แล้วผลักหน้าอกหนาอย่างแรง ก่อนจะถอยมายืนหอบหายใจแฮกๆห่างๆ ไม่ดีเลยที่เธอคิดจะยั่วคนอย่างณภัทร เพราะตัวเธอเองนี่แหละจะตายเอาง่ายๆ ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดและเร้าใจเธอมากเกินไป เข้าใกล้แต่ละทีเหมือนไฟช็อตให้มึนๆหลงมัวเมาลอยละล่องเหมือนอยู่บนปุยเมฆ

“ฉะ ฉันหิว”

“ผมก็หิว..หิวมากด้วย” พูดแบบมองหน้าปัญชิญาสลับกับมองข้างล่างของตัวเองเพื่อสื่อความหมายของการ “หิว”

“งะ งั้นฉันจะต้มบะหมี่เผื่อนะ” เมินหน้าหนีจากเป้ากางเกงตุงๆของอีกฝ่าย ทำเป็นเข้าใจไปอีกทาง  เดินไปหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในตู้มาสองห่อ ณภัทรหายใจเข้าออกแรงๆไล่อารมณ์ดิบออกไปอย่างลำบาก ยัยห้าวมายั่วให้อยากแล้วแกล้งเขาให้ค้างมันน่า เอา!........คืนนัก

“หึ มาทำให้อยากแล้วจากไปแบบนี้  ใจร้าย” ณภัทรตัดพ้อเสียงดัง ปัญชิญาที่ยืนหันหลังให้แกะซองบะหมี่อมยิ้ม ถึงแม้จะเกือบเพลี่ยงพล้ำ แต่ผลลัพธ์ก็เป็นที่น่าพอใจ เขามีปฏิกิริยากับการยั่วของเธอเข้าขั้นรุนแรง  เมื่อนั่งกินอาหารญี่ปุ่นเมนูเบสิกหมด ปัญชิญาก็เก็บชามไปล้างก่อนจะมาจัดแจงที่นอนให้ณภัทร แม้ชายหนุ่มจะออดอ้อนเข้าไปนอนในห้องกับเธอสารพัด เธอก็ไม่ใจอ่อน ตอนเช้าปัญชิญาก็อาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงาน และคิดว่าคนที่นอนข้างนอกคงกลับไปแล้ว

แต่...

“มอนิ่ง” ณภัทรนั่งดื่มกาแฟ ด้วยท่าทางสบายๆราวกับอยู่บ้านตนเองก็ไม่ปาน ปัญชิญามองท่าทางนั้นอย่างหมั่นไส้

“นี่คุณยังไม่กลับอีกเหรอ”

“จะไปทำงานแล้วเหรอ” ไม่ตอบแต่ถามกลับซะงั้น กวน...ดีแท้

“ใช่ คุณก็ต้องออกจากห้องไปพร้อมกับฉันตอนนี้”

“แล้วจะไปทำงานยังไง”

“ก็ขับพี่บิ๊กไปสิ”

“นี่ลืมอะไรหรือเปล่า พี่บิ๊กคุณจอดอยู่บ้านผมโน่น”

“อ้าว ลืม งั้นคงไปแท็กซี่อ่ะ”ไม่มีพี่บิ๊กเธอก็มีน้องมินิ  แต่ที่ตอบไปแบบนั้นเพราะเหตุผลบางอย่าง แล้วมันก็...

“จะไปส่ง”

“ไม่ได้ๆ ไปส่งไม่ได้เดี๋ยวคนอื่นสงสัย” ปัญชิญารีบก้มใส่รองเท้า เพราะต้องการซ่อนใบหน้าที่กำลังยิ้ม   ณภัทรไม่พูดอะไรชายหนุ่มลุกขึ้นเอาถ้วยกาแฟไปล้างเก็บเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกมาฉวยข้อมือคนที่พึ่งผูกเชือกรองเท้าผ้าใบเสร็จ

“ไปกัน”

“คุณสิงห์ไม่เอา ฉันจะไปเอง คุณยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ” ขืนตัวไว้สุดกำลัง ฟิลล์นางเอกละครมาเต็มสมบทบาทมาก ปัญชิญาชื่นชมตัวเองในใจอย่างขำๆ

“รับรองตัวผมไม่เหม็น ไม่เชื่อก็พิสูจน์สิ” ดึงตัวปัญชิญาไปจนชิดก่อนจะโน้มคอตนเองลงมา ใช้มือกดใบหน้าของหญิงสาวเข้ากับซอกคอตัวเอง ไม่สนการดิ้นขลุกขลักของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

“อี๊ คุณสิงห์มาบังคับฉันดมทำไม” ปัญชิญาหน้าแดงแต่ไม่ใช่เพราะเธอโกรธ แต่เพราะกำลังเขินต่างหาก ตัวเขาหอม กลิ่นตัวของเขามันยั่วยวนให้เธอเผลอสูดดมเข้าไปแรงๆตั้งหลายที

“แล้วหอมมั้ย”

“หอมมาก...เอ่อ ฉะ  ฉัน หมายถึงก็ไม่เหม็นอะนะ”

“งั้นก็ไปกันได้แล้ว”ณภัทรยิ้มให้กับคำตอบที่ค่อนข้างถูกใจ รู้หรอกน่าว่ายัยห้าวแอบสูดดมกลิ่นตัวเขาไปตั้งหลายปื๊ด


ต่อตรงนี้นะคะ

          พอถึงไซท์งานเพื่อความไม่ประมาทปัญชิญาก็มองซ้ายขวาก่อนลงจากรถ ไม่ร่ำลาคนขับให้เสียเวลา ตรงดิ่งเข้าอ๊อฟฟิศทันที แต่เอ...ทำไมประตูอ๊อฟฟิศไม่ได้ล็อคหว่า หรือว่าจะเป็นลุงยามมาเปิด คงจะยังงั้นแหละมั้ง หญิงสาวเลิกสนใจเรื่องประตู มาถึงโต๊ะทำงานวางกระเป๋านั่งแหมะบนเก้าอี้ประจำของตนเอง

“ดีนะยังไม่มีใครมา ไม่งั้นเห็นมาพร้อมกัน ไอ้หว้าไม่อยากจะคิด”  คนที่คิดว่าตัวเองมาเป็นคนแรกพูดยังไม่ทันขาดคำดีก็ต้องสะดุ้งโหยงจนต้องเอามือทาบอก

“ไอ้หว้า!/ลูกพี่!

“โอย รถถัง กะละมังแตก ตกใจหมด”

“แหม ตกใจยังกับไปทำอะไรผิดมางั้นแหละ”

“อะไรๆ ไอ้เว ฉันก็แค่นึกว่ายังไม่มีใครมาไม่คิดว่าจะมีวิญญาณเร่ร่อนตามมาติดๆ”

“ลูกพี่พวกผมไม่ใช่ผีนะ”

“เหรอออ...แล้วนี่ทำไมมาพร้อมกัน”

“ก็..” ชัชวาลมองหน้าเวนัยสายตาหลุกหลิก

“ก็พอดีเมื่อคืนเมามาก ฉันก็เลยนอนมันที่ห้องไอ้ชัชอ่ะ เลยมาพร้อมกันอย่างที่เห็น”

“หืม แกน่าจะเมาตั้งแต่คืนก่อนที่เรากินเลี้ยงกันไม่ใช่เหรอ แสดงว่าเมื่อคืนนี่นัดกันไปแดกอีกไง?”

“อะ เอ่อ ก็ประมาณนั้น” เวนัยหันไปพยักหน้ากับชัชวาลเหมือนหาเพื่อน  ชายหนุ่มรู้สึกเสียวสันหลังกับสายตาสงสัยของเพื่อนสาว ขอให้มันเชื่อเขากับไอ้ชัชด้วยเถอะ เรื่องพวกเขาจงใจมอมเหล้ามันก็เป็นชนักติดหลังอยู่ ที่หนักกว่าคือเขากับชัชวาลยังทำตัวเป็นสปายให้ท่าน วันนี้ที่จริงก็มาตามคำสั่งหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์สายตรงจากท่านสั่งให้พวกเขามาสังเกตการณ์ที่ไซท์งานตั้งแต่ไก่โห่เพื่อจับตาดูลูกสาวสุดที่รักกับว่าที่ลูกเขยเป็นยังไงแล้วรีบรายงานพร้อมรูปถ่ายให้ทันที เวนัยไม่อยากจะคิดว่าถ้าปัญชิญาจับได้อะไรจะเกิดขึ้น  ทีแรกที่พวกเขากับชัชวาลโดนชายชุดดำดักพบแล้วลากขึ้นรถ ตอนนั้นตกใจจนฉี่แทบราดนึกว่าตัวเองเคยเผลอไปลัดคิวคนใหญ่คนโตที่เซเว่นตอนจ่ายเงินจนเขาส่งลูกน้องมาอุ้มฆ่า แต่ที่ไหนได้กับได้มานั่งกินอาหารสุดหรูอย่างงงๆ กับชายสูงวัยแต่ยังดูดีสมาร์ท รู้ภายหลังจากการแนะนำตัวว่าท่านคือบิดาของปัญชิญา ต้องการคุยกับเขาและชัชวาลเพื่อขอร้องให้ทำภารกิจพิเศษ

“ไอ้เวนนน” เวนัยสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นใบหน้าของปัญชิญาลอยเด่นหราใกล้ๆแถมยังตะโกนเรียกซะหูแทบแตก

“โอ้ย จะตะโกนทำไมวะไอ้นี่หูแทบแตก”

“อ้าว ก็เรียกตั้งหลายที มัวแต่เหม่อ  เนาะ” หันมาพยักเพยิดกับชัชวาล

“อะ อ่า  ใช่ๆ” ชัชวาล หน้าเหรอหราตอบรับลูกพี่สาว

“แล้วเรียกเพื่อ?”

“ฉันดูๆแล้วพวกแกสองคนแปลกๆ อยู่นา” ปัญชิญาเดินวนรอบตัวสองหนุ่มอย่างจับผิด

“แปลกอะไร/แปลกตรงหนายยย” เวนัยกับชัชวาลพูดพร้อมกัน ปัญชิญาเดินมาหยุดตรงหน้าสองหนุ่มหรี่ตามองอย่างจับผิด กำลังจะอ้าปากซักข้อสงสัย

“สวัสดีครับทุกคน” ทุกคนที่โดนทักหันขวับไปยังผู้มาใหม่ สีหน้าแต่ละคนแทบไม่แตกต่างกัน  ซีด!  

“เอ่อ สวัสดีค่ะท่านรอง” นี่เขาไม่คิดจะกลับบ้านช่องไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเลยหรือไงวะ ปัญชิญาคิดสงสัย

“สวัสดีครับ” เวนัยและชัชวาลยกมือไหว้พร้อมกันส่งยิ้มแหย ๆให้เจ้านายหนุ่ม

“มาทำงานแต่เช้าเลยนะครับ” ณภัทรเดินสบายๆไปยังมุมรับแขก อีกนัยหนึ่งก็คือมุมกินข้าวดื่มกาแฟของบรรดาวิศวกรและโฟร์แมน

“ผมว่าคุณณภัทรน่าจะมาเช้ากว่าพวกผมนะครับ” เวนัยที่ตั้งสติได้ปล่อยประโยคที่ปัญชิญาได้ยินถึงกับเสียวสันหลังวาบ

“ผมอยากมาดูความเรียบร้อยน่ะครับ ตอนบ่ายมีประชุมต่อเลยต้องมาเช้า” นั่งขาไขว่ห้างตอบไม่มีพิรุธแม้แต่นิดเดียว จนปัญชิญาอยากมอบรางวัลตุ๊กตาทองคำ สาขา นักแสดงยอดเยี่ยม ให้จริงๆ

“อ๋อ  แล้วคืนนั้นไปส่งไอ้หว้าคุณณภัทรต้องแบกมันขึ้นคอนโดมั้ยครับเนี่ย” เวนัยเอ่ยถามเหมือนเป็นเรื่องขำแต่ใจจริงก็อยากรู้นั่นแหละ ไม่ได้ๆเผื่อไม่มีผลงานเป็นที่น่าพอใจของท่าน เขากับชัชวาลอาจถูกลากขึ้นรถไปอีกก็ได้ใครจะรู้ ถึงแม้ว่าท่านจะดูใจดีก็เถอะแต่เขาก็ยังสัมผัสถึงพลังงานบางอย่างที่น่ากลัวแผ่ออกมาจากตัวท่านอยู่นะ

“เอ่อ ก็ไม่ได้แบกครับ แค่อุ้ม” ณภัทรพูดความจริงแค่บางส่วน ตอบแค่ส่วนปลายของประโยคที่เวนัยถามเท่านั้น

“อุ้ม!  ไหวเหรอครับเนี่ย” ชัชวาลหันมองหุ่นลูกพี่สาวด้วยท่าทางเหลือเชื่อ เลยโดนปัญชิญาฟาดที่หลังดังป๊าบ

“ไอ้ชัชเกินไปๆ ฉันเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆบอบบางๆนะเว้ย”

“ถ้าแกบอบบาง ผู้หญิงทั้งโลกก็เป็นโรคและอ่อนแอทุกคนล่ะวะ”

“ปากแบบนี้มันน่าโดนถีบด้วยเท้าผู้หญิงบอบบางอย่างฉันเหลือเกิน ไอ้คุณเวร”

“พูดความจริงโว้ย”

“ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย” ชัชวาลเสริม

“แต่คนที่พูดความจริงอาจจะตายก็ได้นะ” ปัญชิญายกเท้าเตรียมถีบ คนพูดความจริงทั้งสองคน

 “ใจเย็นๆลูกพี่ เค้าล้อเล่นน้า” เห็นท่าไม่ดีชัชวาลก็รีบถอยออกห่างรัศมีทีนทันที

“เหรอ ไอ้ลิงหลอกเจ้า...ไม่อยากพูดกับพวกปากหมา กินแฟดีกว่า”

“เผื่อเค้าด้วย” เวนัยประเหลาะ

“เรื่องมีมือก็ชงเองโว้ย ”

“ใจดำ” เวนัยเดินไปชนไหล่คนใจดำเบา ๆส่วนชัชวาลเดินเลี่ยงไปแกะซาลาเปาเซเว่นของโปรดกินใกล้ๆกับที่เจ้านายหนุ่มหล่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่

“ไปไกลเลยเป็นปลิงรึไงมาเกาะซะใกล้” ปัญชิญาตวัดตาใส่เวนัยที่มาชนไหล่จึ๊กๆทำหน้าเหมือoหมาอ้อนเจ้าของอยู่ใกล้ๆ

“น่า ลูกหว้าคนสวย  คนบอบบาง เผื่อเค้าหน่อยนะ เขากินรสชาตเหมือนตัวเองก็ได้” เสียงครางหงุงหงิง แถมเอาใบหน้ามาถูไหล่ปัญชิญาไปมาราวกับหมาน้อย จนผู้หญิงบอบบางอดหัวเราะไม่ได้ มือที่กำลังจะตักกาแฟใส่แก้วยื่นมาผลักศรีษะเวนัยออกจากไหล่อย่างแรงจนหน้าหงาย

“เออ ก็ได้ เห็นว่าพูดความจริงนะเนี่ย”  ณภัทรลอบมองเหตุการณ์โดยไม่พูดอะไร ชายหนุ่มรู้สึกว่าในหูได้ยินเสียงเปรี๊ยะๆ มือหนาขยุ้มขยำหนังสือพิมพ์ที่หยิบมาอ่านจนน่ากลัวว่าจะแหลกคามือ นัยตากร้าวจ้องเวนัยอย่างไม่รู้ตัว จนคนที่กำลังนั่งเคี้ยวซาลาเปาตุ้ยๆได้ยินเสียงเหมือนคนขยำกระดาษก็หันมาดูต้นเสียง ภาพเจ้านายจ้องไปทางลูกพี่หนุ่มกับลูกพี่สาวช่างน่ากลัวเสียเหลือเกินชัชวาลขนลุกซู่ เมื่อเห็นหน้าตาทะมึงตึง ของเจ้านายที่มองเวนัยราวกับศัตรู แถมหนังสือพิมพ์ในมือเจ้านายแทบจะกลายเป็นก้อนเหมือนลูกบอล ชัชวาลกลืนซาลาเปาลงคออยากฝืดๆติดคอจนต้องใช้มือทุบอกตัวเอง ดังปึกๆ มือก็รีบคว้าน้ำมะพร้าว100% ขวดละ 25 บาทที่ซื้อมาพร้อมซาลาเปาขึ้นดื่มอึกๆ  ตาก็ลอบสังเกตเจ้านายไป แล้วก็สลับไปมองเวนัยอย่างเป็นห่วง จะโดนอุ้มจริงๆก็คราวนี้ซะล่ะมั้งพี่ชายกู  

“อ่ะ ของแก ” ปัญชิญายื่นแก้วกาแฟให้เวนัยที่ยืนเฝ้าอยู่ใกล้ๆ ถ้ามันจะมายืนเฝ้าขนาดนี้ทำไมมันไม่ชงเองเลยวะ หญิงสาวคิดอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเดินมานั่งข้างชัชวาล ปัญชิญาเหลือบตามองเจ้านายนิดนึง นี่ก็อีกคนตอนเข้ามาก็แสดงละคร ยิ้มแย้มอยู่ดีๆ ทำไมตอนนี้ทำหน้าเหมือนปวดขี้แบบนั้น

“เอ่อ คุณณภัทรรับกาแฟมั้ยครับ”  ชัชวาลเอ่ยถาม ณภัทรตวัดสายตาที่ยังมีแววครุกกรุ่นจากการมองเวนัย มาที่ชัชวาลจนคนถูกมองรู้สึกเหมือนถูกฆ่าด้วยสายตา แต่ไม่นานณภัทรก็ปรับแววตาสีหน้าที่ดูดุน้อยลงกว่าตอนแรกแค่นิดเดียว นิดเดียวจริงๆในสายตาชัชวาล

“อ๋อ ไม่ดีกว่าครับ ผมจะเข้าไปดูห้างเลย” ณภัทรพูดเสียงเรียบ ก่อนจะลุกผลุนผลันออกจากอ๊อฟฟิศไป ทิ้งหนังสือพิมพ์ที่มีสภาพยับเยินไว้ดูต่างหน้า

“ฮู่ววววววว” ชัชวาลเป่าลมออกจากปากระบายความอึดอัดออกมา

“แกเป็นไรวะชัช” เวนัยเดินถือแก้วน้ำเปล่ากับกาแฟมาหย่อนก้นลงข้างปัญชิญา

“นั่นดิ” ปัญชิญาถึงจะลอบเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งอกทันทีที่ณภัทรออกไป แต่เสียงดังพ่นลมออกจากปากของชัชวาลมันก็เกินไปจริงๆ หรือมันจะอึดอัดเวลาคุณณภัทรอยู่ด้วย

“นึกว่าจะมีคนตายซะแล้ว”

“ใครวะ จะตาย ไอ้นี่พูดแปลกๆ”

“เออ พูดจาไร้สาระจริงๆ ...เฮ้ย ใครมันขยำหนังสือพิมพ์จนเป็นลูกบอลแบบนั้นวะ” ปัญชิญาเอ่ยเสียงดัง เมื่อเห็นก้อนกลมๆ ถ้าไม่ดูดีๆคงไม่รู้ว่ามันเคยมีสภาพเป็นหนังสือพิมพ์มาก่อน

“แล้วใครนั่งตรงนั้นล่ะ” ชัชวาลถามให้คิด

“อย่าบอกว่า...”เวนัยเว้นคำตอบ

“ใช่” ชัชวาลเติมคำตอบที่ถูกต้องลงช่องว่างให้

ต่อตรงนี้นะคะ(4/12/60)

หลังจากมาถึงหน้างาน ห้างสรรพสินค้าที่กำลังจะแล้วเสร็จในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้ามือหนาก็ควักบุหรี่ขึ้นมาจุด ดูดควันเข้าปอดหนักๆ อย่างต้องการระบายความอึดอัด นี่เขากำลังหึงยัยห้าวยังงั้นเหรอ นอนด้วยกันแค่คืนเดียว คืนที่สองนอนเฝ้าเฉยๆ นี่มันทำให้เขาเกิดอารมณ์หวงแรงขนาดนี้เลยเหรอ ขนาดแฟนเก่าอย่างนานาคบกันมาตั้งนาน ถึงรู้ว่าเธอแอบมีอะไรกับคนอื่นลับหลังเขา ก็ไม่เห็นจะอยากรู้สึกอัดหน้าผู้ชายคนนั้นให้ยับเหมือนอัดเวนัย ไม่เห็นอยากขังนางแบบสาวไว้ในห้องไม่ต้องพบเจอผู้ชายคนไหนแบบที่เขาคิดกับปัญชิญาเลย

“มึง เป็นอะไรของมึงวะสิงห์” ณภัทรถามตัวเองอย่างหงุดหงิดก่อนขยี้ก้นบุหรี่ที่ทิ้งลงบนพื้น เท้าขยี้บุหรีแต่ใจจินตนาการเป็นหน้าเวนัย ชายหนุ่มเริ่มเดินดูหน้างานหน้าบอกบุญไม่รับ  บรรดาวิศวกร และคนงาน อื่นๆ ต่างหลบตากันเป็นแถวๆ เพราะตั้งแต่มาถึง ดูท่าจะไม่มีอะไรถูกใจเจ้านายหนุ่มเลยถึงแม้จะไม่ถึงกับดุว่าแต่แววตาฆ่าคนได้แบบนั้น ไม่มีใครกล้าเสี่ยง

“ไอ้หว้า เจ้านายไปกินรังแตนที่ไหนมาวะ อารมณ์บูดทั้งวันเลย” เวนัยตั้งข้อสังเกต

“จะไปรู้เหรอ” นี่ก็อยากรู้เหมือนกัน ถึงไม่ได้พูดกันตลอดเกือบทั้งวัน แต่สายตาที่ณภัทรส่งมาหาเวลาสบตากัน ก็ทำให้ขนคอลุกชัน บรึ๋ย!น่ากลัว  สายตาเขามันน่ากลัวจริงๆ ปัญชิญาคิดพลางขนลุกไปพลาง

“อ้าว ก็แกสนิทกับเจ้านายไม่ใช่เหรอ”

“นี่จะให้ไปถาม?”

“ถ้าบอกว่าใช่ แกจะไปถามเหรอ”

“เรื่อง! ”ปัญชิญาทำเป็นไม่สนใจเดินหนีเวนัย แต่เพื่อนหนุ่มก็ยังตามติด

“แต่ฉันว่าเจ้านายเวลามองแกแปลกๆไงไม่รู้วะ”

“ว่างเนาะ แอบมาสังเกตคนนั้นคนนี้  ฉันจะไปบอกเจ้านายว่าแกให้มาถาม” พูดจบปัญชิญาก็ทำท่าจะเดินไปยังทิศที่

ณภัทรยืนคุยกับโฟร์แมนคนหนึ่งอยู่ จนเวนัยรีบคว้าคอเสื้อไว้แทบไม่ทัน

“เฮ้ย แกไปพูดแบบนั้นจงใจให้เพื่อนถูกตะเพิดออกจากงานไงวะ”

“อ้าว ก็แกแลดูอยาก สอ-เอือ-กอ เรื่องเจ้านายนี่นา ”

“เออ กูสงสัยอยู่คนเดียวก็ได้วะ”

ภาพเวนัยดึงคอเสื้อปัญชิญาเขาไปกระซิบกระซาบตกอยู่ในสายตาคมตั้งแต่แรก ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มหาทางลงให้ตัวเองจนรู้สึกสบายใจแล้วว่าเขาคิดว่ายัยห้าวไม่มีอิทธิพลกับเขาขนาดจะทำให้เขาหวงหรือหงุดหงิดได้หรอก แต่ทำไมตอนนี้ตัวเองถึงต้องเดินลิ่วมาหาปัญชิญาซะได้

“คุณปัญชิญา ผมขอคุยอะไรด้วยหน่อยนะครับ หลังเลิกงาน” เสียงของณภัทรทำให้ปัญชิญากับเวนัยสะดุ้งโหยง เพราะมัวแต่เถียงกันเลยไม่ทันดูว่าหัวข้อสนทนาเดินมาหา  เกือบซวยแล้วมั้ยล่ะ เวนัยที่อกสั่นขวัญแขวนลูบหน้าอกตัวเองเบาๆ

 “เอ่อ แต่..”

“ไม่ว่างก็ไม่เป็นไรครับ” ณภัทรหน้าเคร่งสวนทางกลับคำว่าไม่เป็นไรที่ออกจากปาก ก่อนตั้งท่าสืบเท้าจากไป

“เอ่อ ก็ว่างค่ะ จะคุยที่ไหนคะ”

“เลิกงานไปรอผมที่รถแล้วกัน ตกลงตามนี้นะครับ” ณภัทรกล่าวเสียงเรียบ ก่อนเดินจากไปไม่รอฟังเสียงตอบรับ

“ไหนคุณณภัทรบอกว่าตอนบ่ายมีประชุมไงวะ” เวนัย ที่ยังสงสัยหนักมาก เปิดปากถามต่อ

“ไม่ถามเองล่ะเมื่อกี้”

“แง่ะ เค้าไม่กล้าอ่ะ หว้าก็” ปัญชิญากำลังจะยกมะเหงกใส่กบาลเวนัย ที่ทำเสียงแอ๊บใส่ แต่เสียงข้อความไลน์ดังขัดขึ้นซะก่อน มือเรียวล้วงมือถือขึ้นมากดดู

Singha: เลิกงานแล้วรีบมาล่ะ ห้ามเลท

ปัญชิญาเงยหน้ามองไปยังแผ่นหลังที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล จนเวนัยมองตามอย่างสงสัย

“ใครส่งมาวะ”

“เสือ  กิน ไก่ ตลอดไอ้เวร” ปัญชิญารีบซ่อนมือถือไว้ด้านหลัง

“เชอะ ไม่อยากรู้ก็ได้” เวนัยเดินหนีด้วยท่าทางแสนงอนที่ดูก็รู้ว่าเสแสร้ง ปัญชิญาส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนเอามือถือขึ้นมาพิมพ์ตอบ

ลูกหว้าเน่า: ค่า เจ้านาย           

กดส่งปุ๊บขึ้นสถานะอ่านปั๊บ ปัญชิญาเงยหน้าไปทิศที่ณภัทรเคยยืนอยู่ทันทีแต่ก็พบแค่โฟร์แมน ไร้ร่างของชายหนุ่ม

Singha: ในไลน์ไม่มีคนรู้ ไม่ได้เป็นเจ้านายแต่เป็น “ผัว” ต่างห่าง

ลูกหว้าเน่า: หยาบคาย ฉันโสด ยังไม่มีสามีค่ะ

Singha: รักสนุกแต่ไม่ผูกพันงั้นเหรอ?

ลูกหว้าเน่า: ......

Singha: ตามใจคุณแล้วกัน ก็ดีฟรี แถมซิง

ลูกหว้าเน่า: นี่ พูดจาไม่น่ารักเลยนะคะเจ้านาย

ปัญชิญากัดริมฝีปากระงับอาการโมโห คนที่พึ่งดูถูกเธอ เขาอ่านข้อความเธอแต่ก็ไม่ตอบมาอีกเลย หญิงสาวก่นด่าณภัทรในใจจนถึงเวลาเลิกงาน หญิงสาวก็ตรงรี่ไปยังที่จอดรถทันที แต่ความว่างเปล่าเบื้องหน้ายิ่งส่งผลให้อารมณ์พุ่งสูงขึ้น จนได้ยินเสียงเปรี๊ยะลั่นอยู่ในหู นัดเธอแล้วหนีกลับก่อนเนี่ยนะ

“ไอ้ผู้ชายเฮ็งซวย ปากเสียแล้วยังกล้าเบี้ยวนัด  จะเล่นกับไอ้หว้าใช่มั้ย ด๊าย!” 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #14 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 18:19
    จัดหนักเลยลูกหว้า5555555555
    #14
    0