กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 16 : ออกกำลังกายและดื่มนมก่อนนอน(อัพเพิ่ม 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ก.ย. 60

เขาได้กันแล้วเน้อ อิอิ ... แต่ฉากเข้าพระนาง อาจจะไม่ค่อยไหลลื่นนะคะ คนแต่งใสๆ คิคิ  

มีพอกรุบกริบ(แค่จิ๊ดเดียวหวังว่าเด็กดีจะไม่แบนเด้อจ้า)

มาไม่เต็ม นะคะ (ขอปรับบิวท์อารมณ์หื่นก่อน 555)


.....ตอนนี้อัพครบแล้วนะคะ...




          ณภัทรช้อนตัวปัญชิญาขึ้นอุ้มเดินตรงไปยังโซนอาบน้ำ วางร่างเปล่าเปลือยที่ยังหลับตาพริ้มลงในอ่าง ส่วนตัวเองก็รีบถอดเสื้อผ้าออกจากตัวอย่างรวดเร็ว เขาต้องการอาบน้ำ แม่สาวขี้เมาก็ต้องอาบน้ำ ที่สำคัญการอาบน้ำจะทำให้เธอมี “สติ” 

มือหนาเอื้อมไปเปิดน้ำเขาเลือกอาบน้ำเย็นๆคงจะดีกว่าน้ำอุ่น เพราะตอนนี้เขาร็สึกว่าตัวเองร้อนมากๆ ร้อนจนแทบจะทนไม่ไหว และเขาจะไม่ทนด้วย!

“อื้อ เย็นดีจัง” น้ำที่เพิ่มระดับขึ้นในอ่างทำให้คนที่หลับตาเริ่มรู้สึกตัว ณภัทรก้าวลงไปในอ่าง นั่งลงหลังพิงอ่างวงแขนแกร่งยกตัวปัญชิญาให้นั่งคร่อมตัก คนที่กำลังจะถูกทำให้มีสติรีบซุกหน้าเข้ากับซอกคอชายหนุ่มเหมือนกำลังหาที่เหมาะๆให้ตนเองนอนสบาย

“เดี๋ยวเราอาบน้ำให้หายร้อนกันก่อนนะทูนหัว” ณภัทรเอ่ยเสียงสั่นพร่า มือหนาดันคนที่ตัวเล็กกว่าออกจากซอกคอ หน้าของหญิงสาวที่ยังหลับๆตื่นๆแอ่นไปด้านหลัง ทำให้หน้าอกหน้าใจเด้งโดดเด่นอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มพอดิบพอดี

โอย มีวันนี้แหละที่เขาต้องการดื่มนมก่อนนอน  ปากร้อนก้มลงหาที่หมายอย่างรวดเร็ว ลิ้นตวัดไปมากับยอดถันสีชมพู สลับกับดูดเม้มตามแรงอารมณ์ ทำให้คนที่กำลังจะโดนกลืนกินทั้งตัว แอ่นอกเบียดเข้าหาปากที่กำลังครอบครองยอดอก

“อื้อ อา ” ปัญชิญารู้สึกเสียวซ่านทั่วสรรพางค์กาย  น้ำที่เพิ่มระดับขึ้นจนเกือบถึงอกทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวเพราะความเย็น  คนขี้เซาขยับเปลือกตายุกยิก มือปัดป่ายหาที่ยึดจับเข้าที่ศรีษะของคนที่กำลังดื่มนมจากเต้าอย่างหิวกระหาย

“ตื่นรึยังครับคนสวย” ณภัทรปล่อยยอดปทุมถันเพื่อมองดูคนที่กำลังพยายามจะลืมตา มือหนาเลื่อนไปจับขยำอกนุ่มแทนที่ปาก

“อื้อ ”

“ลืมตาสิครับ” พูดจบก็ก้มลงไปหายอดปทุมถันอีกข้างที่เขายังไม่ได้ชิม ตวัดลิ้นเร็วๆ ทำให้ปัญชิญาคราง  เธอแอ่นหน้าอกเข้าหาราวกับกลัวเขาผละออกไปมือก็จับทึ้งผมของณภัทรไว้แน่น

“อา  ” เสียงครางของสาวเจ้ายิ่งทำให้ข้างล่างของชายหนุ่มขยายแทบปริแตก จนต้องปล่อยยอดถันเพื่อมาปิดปากบางๆสีแดงระเรื่อแทน ปากร้อนควานหาความหวานทั่วโพรงปากหยอกล้อกับลิ้นน้อยๆอย่างมีชั้นเชิง จูบเรียกจิตวิญญาณของณภัทรทำให้สติของปัญชิญาเข้าร่างแม้จะเพียงน้อยนิด ตาสวยเบิกกว้างขึ้น เธอกำลังจะขาดอากาศหายใจ มือบางพยายามผลักร่างหนาออก จนชายหนุ่มต้องถอนริมฝีปากอย่างเสียดายแต่เขากลัวเธอจะขาดใจไปเสียก่อน ตาคมที่มีความปรารถนาเต็มเปลี่ยมจ้องเข้าไปในตาสวยของปัญชิญา

“ ตื่นรึยังครับ ”

“คะ คุณ สิงห์” ปัญชิญากำลังตกใจ เมื่อเจอกับใบหน้าเจ้านายหนุ่มใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกันได้

“ครับผม” ปากครับผมแต่มือเลื้อยบีบเคล้นหน้าอกนุ่มหยุ่น เขี่ยปลายถันอย่างย่ามใจ

“อื้อ ระ เรา กะ กำ...ลัง ทะ..ทำ อะไร”

“เราก็กำลังจะ ออกกำลังกายกันไงครับ”

“อะ ออกกำลังกาย”

“ครับ”

ปัญชิญาก้มลงมองหน้าอกตัวเองที่กำลังโดนขยำขยี้ แล้วกลับไปมองสำรวจชายหนุ่ม ก่อนจะมองไปรอบๆ นี่มันห้องน้ำนี่นา ตอนนี้เธอกับเขาก็กำลังอยู่ในอ่างอาบน้ำ  อ่างอาบน้ำเหรอ? มือบางเอามือลูบเนื้อตัวสำรวจตัวเองที่ไม่มีเสื้อผ้าติดอยู่แม้แต่ชิ้นเดียว  ยังไม่แน่ใจยื่นมือมาจับๆลูบๆไปตามเนื้อตัวเจ้านายหนุ่ม ที่มีสภาพเปลือยเช่นเดียวกัน จนร่างแกร่งเกร็งขึ้นมาทันที

“ทะ ทำไม เราสองคน เอ่อ ไม่ สะ ใส่อะไรเลย”  แหมรู้สึกตัวช้าจริงแม่คุณ ณภัทรคิดในใจอย่างขำๆ สติปัญชิญามาเกือบครบชายหนุ่มยิ่งพอใจ

“ถ้าใส่จะอาบน้ำได้ยังไงล่ะครับ” มือหนาคว้าเอวบางดึงร่างงามเข้ามาชิดอกจนหน้าอกนุ่มของปัญชิญาเบียดกับอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นของเขาราวกับจะรวมเป็นเป็นเนื้อเดียวกัน ปากหนาฉกจุมพิตปากบางที่กำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่างทันที คราวนี้เร่าร้อน เรียกร้อง และเร่งเร้า จนปัญชิญาต้องจิกเล็บลงบนไหล่ของชายหนุ่มเพื่อบรรเทาอารมณ์บางอย่าง สติที่กำลังจะมี บัดนี้รู้สึกว่ามันจะลอยคว้างเพราะฤทธิ์จูบ กว่าณภัทรถอนจูบก็เกือบทำให้เธอขาดใจ ริมฝีปากหนาแม้จะถอนจูบแต่ก็ยังดูดเม้มริมฝีปากล่างของหญิงสาวอย่างอ้อยอิ่ง ทั้งที่ข้างล่างของเขามันไม่ได้อยากจะอ้อยอิ่งสักนิด มันกำลังดุนดันอยู่ใกล้ๆปากทางเข้าถ้ำที่มันอยากจะเข้าไปนอนพักจะแย่

“อื้อ คุณสิงห์  มะ มันเหมือนมีตัวอะไรอยู่ข้างล่างอ่ะ” ไม่พูดเปล่า ยังยกสะโพกส่ายไปมาบดเบียดทับตัวอะไรที่ว่าอีก

“อา ลูกหว้าๆ อยู่นิ่งๆก่อนคนดี”  ชายหนุ่มกัดฟันกรอด อย่างเสียวซ่าน มือสองข้างบีบเค้นทรวงอกคนที่อยู่บนตักหนักหน่วง

“คุณ สะ สิงห์ เอามือออกจากหน้าอก กะ ก่อน” ปัญชิญารู้ตัวแล้วว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ผู้ชายกับผู้หญิงเปลือยกายอยู่ด้วยกันในอ่างมันจะเป็นการออกกำลังกายแบบไหนไปได้อีกล่ะ เธอมีสติแต่ก็ไม่เต็มร้อยเพราะความเมายังคงมีอยู่ในตัว หญิงสาวแยกไม่ออกว่าตอนนี้เธอเมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอร์หรือเพราะ....

“อ๊า อย่าจับตรง นะ นั้น นะ” เสียงห้าวที่ค่อนข้างหวานสำหรับหูณภัทรเอ่ยกระท่อนกระแท่น

“ผมจะทำความสะอาดให้ลูกหว้าไงครับ เมื่อกี่ฉี่เสร็จยังไม่ได้ทำความสะอาดเลย” ปากหนาพูดชิดริมฝีปากคนที่กำลังเกร็งก่อนจะกดริมฝีปากเพื่อชิมความหวานอีก มือทั้งสองข้างก็ขยันขันแข็งช่วยปากทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

อัพต่อตรงนี้นะคะ


“อื๊อ พะ พอแล้ว มะ มันสะอาดแล้ว ” ปากบอกว่าพอแต่แอ่นสะโพกเข้าใส่ ปัญชิญารับรู้โดยสัญชาตญาณว่าถ้าไม่หยุด เธอต้องเจอกับอะไรและเสียอะไรไปแน่นอนจากสถานการณ์ระทึกใจนี้  สติอันน้อยนิดพยายามจะขัดขืนและห้ามปรามร่างกายตัวเอง แต่ความเร่าร้อนที่ณภัทรกำลังทำกับร่างกายของเธอ ทำให้สติฝ่ายดีล่าถอยและฝ่ายตรงกันข้ามพร้อมที่จะกระโจนลงไปในสนามรักที่ณภัทรสร้างขึ้นอย่างเต็มใจ

“ชอบมั้ยครับ” เสียงแหบพร่าที่พึ่งจะละจากปากบวมเจ่อเอ่ยกระซิบข้างใบหู แต่มือก็ยังทำหน้าที่อย่างหนักหน่วง

“อ๊า  ” ปัญชิญากำลังรู้สึกร่างจะแตกเป็นเสี่ยงๆกับความต้องการบางอย่างที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“ไม่ตอบ งั้นหยุดนะ” ณภัทรถอนนิ้วออกกะทันหันจนร่างบางผวาเฮือก

“ฮื้อ ยะ อย่า หยุด ” ปัญชิญารู้ว่ามันน่าอาย แต่เธอไม่อยากให้เขาหยุดจริงๆ ร่างกายเธอต้องการมากกว่านี้  ณภัทรยกร่างอ่อนระทวยออกจากตักก่อนจะช้อนคนไม่อยากให้หยุดเดินออกจากห้องน้ำมาวางบนเตียง ร่างแกร่งที่เปลือยเปล่าเช่นเดียวกับร่างเย้ายวนบนเตียงเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดตัวให้คนตัวเล็กกว่ารวมทั้งตัวเองด้วย ณภัทรจ้องมองร่างงามที่กำลังเอามือปิดของสงวนทั้งบนและล่างอย่าง เขาต้องการกลืนกินเธอตอนนี้และเดี๋ยวนี้  ปัญชิญาที่พึ่งมองเห็นอาวุธคู่กายของชายหนุ่มครั้งแรกจะๆ ยิ่งตอนนี้ตอนมันค่อยๆพองขยายใหญ่ขึ้นๆ หญิงสาวถึงกับอ้าปากค้าง หัวใจเต้นรัว โอย กล้ามว่าใหญ่แล้ว  เขายังมีอย่างอื่นที่ใหญ่โตมโหฬารซ่อนอยู่อีกเหรอ

“ต่อไปจะใช้อย่างอื่นเข้าไปทำความสะอาดแทนนะครับ” เสียงณภัทรสั่นพร่า  ไม่บอกก็รู้ว่าเขาจะใช้อะไรแทนที่มือของเขา  ปัญชิญาเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว โตจนอายุจะสามสิบแล้ว ฮึบ!........

......

......

“โอ้ย ปวดหัวฉิบ” ปัญชิญายกมือขึ้นกุมศรีษะ ก่อนจะกระพริบตาเพื่อปรับโฟกัส เสียงบ่นทำให้คนที่กกกอดอยู่รู้สึกตัวเช่นเดียวกัน

“เมื่อคืนสงสัยเราจะฝันเรื่องบ้าๆทั้งคืน เลยนอนไม่พอ”

“ฝันว่าอะไรเหรอครับ” เสียงของณภัทรทำให้คนที่บ่นปวดหัวลุกทะลึ่งพรวดอย่างตกใจ หน้าเหวอ เมื่อเจอความจริงตัวเป็นๆ ที่ปล่อยผมยาวๆหัวฟูยุ่งเหยิงแต่ทว่ากับดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ

“ สะ แสดงว่า เมื่อคืน.เรื่องจริงเหรอเนี่ย” นี่เธอไม่ได้ฝันไปหรอกเหรอ  เธอนึกว่าเหตุการณ์เร่าร้อนครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อคืนนี้เธอฝันไปซะอีก

“อย่าบอกนะว่าที่พาขึ้นสวรรค์หลายๆรอบ ลูกหว้าคิดว่าเป็นความฝัน”

“หยุด!” เสียงหวานปนห้าวตวาด “ขอเวลาจูนสติแป๊บ” ก่อนจะพูดประโยคต่อมา ยกมือขึ้นคลึงขมับทั้งสองข้างหลับตานิ่งๆอยู่ครู่นึง ก่อนจะลืมตาช้าๆกวาดสายตาไปรอบๆมาหยุดที่คนหัวฟู ที่เอาแต่จ้องบางอย่างที่อยู่ต่ำกว่าใบหน้าของเธอ  

“สวย”

“นะ นี่ เลิกมองนมเดี๋ยวนี้นะ” คนที่พึ่งรู้ตัวว่าตัวเองนั่งโชว์โป๊อยู่ตั้งนานสองนานรีบคว้าผ้าห่มมาพันตัวจนเหมือนมัมมี่

“ผัวจะมองของเมียมันผิดตรงไหนล่ะ” ผัวคนแรกซะด้วย ณภัทรพูดต่อในใจ ปัญชิญาทำให้เขาประหลาดใจว่าเธออยู่บริสุทธิ์ผุดผ่องจนตกมาเป็นของเขาได้ยังไงตั้งเกือบสามสิบปี ครั้งแรกที่รับรู้ทำให้เขาตกใจ ตื่นเต้น และดีใจปนกันไปหมดที่ได้เป็นคนแรกของเธอ

“ผัว? ใครผัว ใครเมีย ไม่ทราบฮะ”

“หืม ต้องให้ย้ำใช่มั้ย” ณภัทรดึงร่างคล้ายมัมมี่เข้าไปกอดเหมือนจะย้ำทางร่างกาย ทำให้ปัญชิญาต้องรีบห้าม พยายามดันตัวออกจากอ้อมแขนของอีกฝ่ายอย่างทุลักทุเล

“ดะ เดี๋ยว เรามาตกลงกันดีกว่านะคุณสิงห์” ณภัทรยอมคลายอ้อมกอดแต่โดยดี

“ตกลงเรื่อง?”

“ก็เรื่องเมื่อคืนไง ”

“ว่ามาสิครับ”

“ฉันว่า...เราสองคน..เอ่อ...คบกันดีมั้ย” จะไปโทษเขาฝ่ายเดี๋ยวก็ไม่ได้ เพราะเมื่อคืนเหตุการณ์ที่นึกว่าฝันไปนั้น เธอก็เต็มใจแถมบางครั้งยังเป็นฝ่ายเรียกร้องอย่างน่าอายด้วยซ้ำ  เธอได้เขาแล้ว! ต้องรับผิดชอบ

“คบกัน งั้นเหรอ?”

“อือ หรือคุณว่าไง”

“หึ” ณภัทรส่ายหน้าเขายังไม่พร้อมจะคบใครอย่างเปิดเผยตอนนี้ พึ่งจะเลิกกับนานาไปไม่นาน เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าปัญชิญากลายเป็นมือที่สามให้นักข่าวเขียนข่าวเสียๆหายๆและเขาเชื่อว่านานาต้องใส่สีตีไข่เพิ่มให้นักข่าวแน่ๆคนที่จะเสียก็คือแม่เมียหมาดๆของเขา ปัญชิญาหน้าเผือดลงเล็กน้อย แต่หญิงสาวก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็วจนณภัทรไม่ทันสังเกต

“โอเค งั้นก็...แยกย้าย”

“หมายความว่าไงแยกย้าย” ณภัทรดึงมือของคนที่ลุกลงจากเตียงและกำลังสอดสายตาหาเสื้อผ้า

“ก็ต่างคนต่างไป ต่างคนต่างอยู่ไง เข้าใจยากตรงไหน”

“นี่โกรธเหรอ”

“ฉันไม่โกรธคุณหรอกน่าสบายใจได้ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นฉันก็มีส่วนผิด”

“แล้วไม่เสียดาย เอ่อ..”

“เสียดาย แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรนี่ ” ปัญชิญารู้ว่าชายหนุ่มจะพูดอะไร เลยชิงพูดขึ้นก่อน

“ผมขอเวลาหน่อยได้มั้ยมันเร็วไปถ้าเราจะคบกัน หรือคุณอยากได้อะไรผมจะให้ทุกอย่างเลย เช่น บ้าน รถ เงินทอง เครื่องเพรช หรือ..”

“หยุดๆ พอได้แล้ว ฉันไม่เอาอะไรทั้งนั้นแหละ ถ้าจะโกรธก็คงจะโกรธตอนนี้แหละ ”

“ถ้างั้น..เราคบกันแบบไม่เปิดเผยได้มั้ย”

“ไม่เปิดเผย? แปลว่าต้องไม่มีใครรู้ว่าเราคบกัน”

“ก็แค่สักพัก รอเวลาที่ดีกว่านี้” ปัญชิญาไม่ตอบ เธอสะบัดมือออกจาการเกาะกุมของมือแกร่งเดินแบบทุลักทุเลเพราะต้องหอบผ้าห่มที่พันกายไปด้วย ไปหอบเอาเสื้อผ้าชุดเดิมที่เธอใส่ถุงซุกไว้ข้างตู้เสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ สักพักก็ออกมาเท้าสะเอวมองสิงโตหัวฟูที่ยังนอนเอกเขนกอยู่บนเตียง  ด้วยใบหน้าครุ่นคิด ณภัทรก็จ้องตอบเช่นกัน เขาก็อยากรู้ว่ายัยห้าวจะตัดสินใจทำอะไรต่อ จะให้คบกันเปิดเผยตอนนี้ไม่ดีแน่ แต่จะให้ปล่อยเธอไปเขาก็ไม่ยอมหรอก

ปัญชิญาบืนสายตาออกจากชายหนุ่มบนเตียงที่ตอนนี้ลุกขึ้นมาคว้าผ้าเช็ดตัวที่ตกอยู่บนพื้นตั้งแต่เมื่อคืนมาพันรอบเอวสอบอย่างหมิ่นเหม่  หญิงสาวครุ่นคิดเมื่อคืนไม่น่าดื่มจนเมาขนาดนี้ พูดถึงเรื่องเมาเมื่อก่อนเคยดื่มเยอะกว่านี้อีกไม่เห็นเมา จนเพื่อนๆบอกว่าเธอคอแข็งโคตรๆ ถ้าดื่มอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงชนิดเดียวทั้งคืนยังอยู่ได้สบายๆแค่มึนๆนิดๆ  แต่เมื่อไหร่ดื่มเหล้าสลับกับเบียร์ เบียร์สลับกับเหล้า หรือทั้งสองอย่างผสมกัน จอดแน่นอน เอ๊ะ! หรือเมื่อคืนเวนัยกับชัชวาลมันเมาจนเทรวมกันมั่วเอาให้เธอดื่ม ใบหน้างามครุ่นคิดก่อนเดินไปหยิบกระเป๋า ตรงไปที่ประตูทันทีโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

“เฮ้ ลูกหว้า จะกลับดื้อๆแบบนี้เลยเหรอ ยังไม่ตอบเลย” ณภัทรกำลังจะสาวเท้าตาม คนที่กำลังจะก้าวถึงประตูชะงัก เออ!ใช่ เธอยังไม่ตกลงกับเขาเลยว่าสรุปจะเอายังไงกับชีวิตต่อจากนี้ ปัญชิญารู้สึกว่าตัวเองจะเสียหายก็ไม่ใช่ จะได้เปรียบก็ไม่เชิง เธอต้องการเขามาเป็นแฟนจนพยายามตามจีบเขา จนตอนนี้ได้กินเขาแล้วด้วย  จะมาคิดเยอะอะไรอีกวะ จะมีผัวแล้วนะโว้ย เธอวินชัดๆ

“ตกลง”

“พูดแค่นี้ เหรอ”

“คิดอยู่ แฮงค์ สมองเบลออ่ะคุณ” เดินกลับมานั่งปลายเตียงใกล้ๆกับณภัทร ท่าทางเบลอจริงๆ

“ขนาดไม่จัดหนักเพราะสงสารคนเวอร์จิ้น ยังเบลอขนาดนี้ ถ้าจัดหนักจัดเต็มจะขนาดไหน” ณภัทรพูดกระเซ้า

“คุณสิงห์!

“โอ๋ๆ ไม่แซวแล้ว” ร่างหนาขยับเข้าไปกอดอย่างออดอ้อน จนคนถูกกอดโดยไม่ตั้งตัวร่างแข็งค้าง หัวใจเต้นโครมคราม

“คุณสิงห์ กะ กอด ทำไม”

“กอดเมีย”

“แหวะ อย่าเรียกแบบนี้นะ ขนลุก”

“ก็ลูกหว้าเป็นเมียผมแล้ว.....ตั้งหลายครั้ง” ประโยคสุดท้ายปัญชิญาอดไม่ได้หยิกเข้าที่มือคนกอดเต็มแรง อะไรคือลงรายละเอียดตั้งหลายครั้ง น่าไม่อายจริงๆ

“โอ้ย ลูกหว้า ผัวเจ็บ”

“ยังๆ ยังไม่หยุดอีกไหนบอกจะคบแบบไม่เปิดเผยไง”

“ก็อยู่แค่สองคนนี่ ใครจะได้ยิน”

“ฉันอุตส่าห์จะรับผิดชอบแล้วนะ” ปัญชิญาเปลี่ยนหัวข้อหนีเรื่องผัวๆเมียๆที่ได้ยินแต่ละครั้งก็จั๊กกะจี้หัวใจ

“รับผิดชอบ?”

“ก็ฉันได้คุณแล้วไง ในเมื่อคุณไม่อยากเปิดเผยเรื่องของเรา ก็ช่วยไม่ได้นะ อย่ามางอแงเรียกร้องทีหลังแล้วกัน” ณภัทรระเบิดเสียงหัวเราะอย่างอดใจไม่อยู่ นี่สรุปเป็นฝ่ายเขาใช่มั้ยที่เสียหายเสียตัวให้ยัยห้าว มือหนาดึงจมูกคนพูดอย่างหมั่นเขี้ยว

“โอ้ย เจ็บนะคุณสิงห์”

“สัญญาน่า จะไม่งอแง แต่ลูกหว้าก็ต้องสัญญาเหมือนกัน”

“อะไร สัญญาอะไร”

“สัญญาว่า...จะไม่ฟันแล้วทิ้ง”

ต่อตรงนี้นะคะ

ปัญชิญาทำหน้าเหลือเชื่อ อ้าปากกำลังจะตอบ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดันดังขัดจังหวะซะก่อน มือควานหาที่มาของเสียงในกระเป๋าเป้  หน้าจอโชว์เบอร์ที่ไม่มีชื่อ คนนั่งข้างๆชะโงกหน้ามาดูเหมือนกัน เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เมื่อเจ้าของโทรศัพท์กดรับสาย

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสครับ ใช่ลูกหว้าหรือเปล่าครับ”

“ค่ะ กำลังพูด นั่นใครคะ”  หึ เสียงอ่อนเสียงหวานเชียว ณภัทรค่อนขอดในใจ เสียงผู้ชายที่ดังออกมาจนเขาได้ยิน ทำให้อารมณ์ดีๆเมื่อกี้ขุ่นมัวขึ้นมาทันทีทันใด

“จำเสียงพี่ไม่ได้เหรอ เจอกันเมื่อวานเอง”

“พี่มาร์!” ปลายสายส่งเสียงหัวเราะเบาๆ  คนที่โทรหายัยห้าวของเขาชื่อมาร์  มาร์! เหรอ ชื่อนี้ทำไมคุ้นๆวะเหมือนเคยได้ยินที่ไหน

“ครับพี่เอง ทำอะไรอยู่อ่ะเรา”

“อะ เอ่อ เปล่าค่ะไม่ได้ทำอะไร” ปัญชิญารู้สึกตื่นเต้น  ไม่คิดว่าอดีตแฟนหนุ่มจะโทรมาหา

“ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนเหรอ”

“เอ่อ แถว....” ปัญชิญาอึกอักก่อนจะบอกที่อยู่คอนโดไป  คนที่แอบฟังอยู่ข้างๆและกลายเป็นอากาศไปแล้วเพราะสาวเจ้าไม่มีทีท่าหันมาสนใจ หน้าเริ่มตึงเมื่อได้ยินปัญชิญาโกหก อยู่บ้านเขา ในห้องนอนเขา และที่สำคัญพึ่งตกเป็นเมียเขาบนเตียงที่ใช้นั่งคุยโทรศัพท์กับผู้ชาย ยังมีหน้ามาโกหกว่าอยู่คอนโดตัวเอง  กลัวผู้ชายรู้รึไงว่ามีผัวแล้ว

“อ๋อพี่รู้จัก ออกมาทานข้าวกลางวันกันหน่อยมั้ย เดี๋ยวพี่ไปรับ คลินิคพี่อยู่ไม่ไกลจากเรา”

“อะ เอ่อ วันนี้หว้าไม่สะดวกเลย” ยังดีที่รู้ว่าควรปฏิเสธ ณภัทรยิ้มมุมปากอย่างพอใจ แต่..

“ขอเป็นวันหลังได้มั้ยคะ” เสียงหวานกว่าปกติที่ชายหนุ่มเคยได้ยินพูดต่อ  เกินไปแล้ว เกินไปจริงๆ ผัวนั่งหัวโด่อยู่ทนโท่ แต่คุยนัดผู้ชายคนอื่นทานข้าว

“เรารับปากพี่แล้วนะ วันหลังพี่จะได้ทานข้าวกับเราจริงๆ”

“สัญญาค่ะ” ถึงกับสัญญากันเลย แล้วทีเมื่อกี้ ไม่เห็นสัญญากับเขาแบบนี้บ้าง สองมาตรฐานชัดๆ  ปัญชิญาคุยกับเอกพจน์อีกสองสามประโยคก่อนวางสาย รู้สึกว่าตนเองโดนจ้อง ก็เลยหันหน้าไปหาคนที่คิดว่าเขากำลังจ้องเธออยู่ ใบหน้าบูดบึ้ง ตาเขียวปั๊ดเชียวนะสิงโตหัวฟู

“คุยกับใคร?”

“เมื่อกี้จะบอกว่าไม่ได้ยิน?” ปัญชิญาถามกลับอย่างรวนๆ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเขาแอบฟังเธอ

“ได้ยิน แต่อยากรู้จากปาก” ณภัทรยกมือขึ้นสางผมยุ่งเหยิงของตนเองระบายอารมณ์

“อยากรู้เพื่อ?”

“ลูกหว้าตอบมา อย่าเล่นลิ้น”

“อย่าบอกนะว่าหึงฉันน่ะ” ปัญชิญายิ้มล้อเลียน คนโดนถามนิ่งไปทันที

“ใครหึง แค่อยากรู้ ”

“เหรอ... บอกก็ได้...คนที่ขอเบอร์ฉันเมื่อวานไง” บอกเสร็จก็แอบสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ที่นิ่ง เงียบ สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์

“อ้อ ไอ้หน้าจืดคนนั้นนั่นเอง” ณภัทรเอ่ยเสียงห้วน

“เรียกเขาดีๆด้วยคุณสิงห์ เขาชื่อ มาร์”

“ชื่อห่าเหวอะไรก็ช่าง จะเรียกไอ้หน้าจืด” ทั้งเสียงทั้งหน้าเหวี่ยงชัดเจน จนปัญชิญาเหล่มองอย่างสงสัย

“นี่อารมณ์เสียทำไมเนี่ย”

“พูดกับคนอื่นเสียงอ่อนเสียงหวาน คะ ขา ทีพูดกับผัวตัวเองไม่เห็นแบบนี้มั่งล่ะ”

“ผัว เผอ อะไรก๊าน บอกว่าอย่าพูดแบบนี้ไงคุณสิงห์” นี่แค่ผู้ชายโทรหานะ ยังอวดอ้างแสดงความเป็นเจ้าของ หึ ! แล้วบอกให้คบกันลับๆ มาไฟว์กันดูสักตั้งเถอะพ่อคุณ จีบเธอก็จีบมาแล้ว กินก็ได้กินแล้ว เธอจะทำให้คนลับๆต้องเป็นคนร้องขออยากแสดงตัวเองให้โลกรู้ว่าเขาเป็นของเธอ! ด้วยตัวเขาเอง

“ผม-เป็น-ผัว-คุณ” ณภัทรย้ำชัดๆ หนักแน่น จนคนฟังหน้าขึ้นสีระเรื่อ

“ก็แค่ผัวลับๆ.. อื้อ” คนปากดีโดนปิดปากทันทีที่พูดจบ ณภัทรบดเค้าปากหนาลงบนริมฝีปากอ่อนนุ่มรุนแรงอย่างต้องการทำโทษ จนคนโดนปิดปากดิ้นรนขัดขืน  มือหนาบังคับต้นคอหญิงสาวไม่ให้ส่ายหน้าหนี ลิ้นสากสอดลิ้นเข้าไปกระหวัดกอดเกี่ยวกับลิ้นเล็กๆ ชายหนุ่มกวาดลิ้นชิมทั่วโพรงปากหวาน แค่ได้จูบเธออารมณ์กรุ่นๆเมื่อครู่ก็หายเป็นปลิดทิ้ง คนตัวเล็กทุบอกหนาปึกๆเมื่อเริ่มขาดอากาศหายใจ ณภัทรจำต้องปล่อยริมฝีปากบางจิ้มลิ้มเป็นอิสระอย่างเสียดาย

“หวานจัง” พูดในขณะที่ริมฝีปากยังอยู่ชิดติดกัน แถมยังดูดริมฝีปากล่างของปัญชิญาจนยืดก่อนจะปล่อย

“ฮื้อ คนบ้า เจ็บนะโว้ย” ปัญชิญาหอบหายใจแรงเอาออกซิเจนเข้าปอด ราวกับปลาขาดน้ำ หญิงสาวชกกำปั้นเข้าที่อกแน่นๆของคนที่เกือบฆ่าเธอคนโดนชกห่อปากด้วยความเจ็บแต่ก็ไม่แสดงอาการอะไรออกมา ปัญชิญาแน่ใจว่าก่อนหน้าที่เธอจะโดนจูบ เขาโกรธเธอแน่ๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะหายแล้ว หน้าระรื่นตาพราวระยิบขนาดนี้ อารมณ์ดีแล้วสิท่าไอ้สิงโตหัวฟูขี้โมโห

“ก็อยากพูดไม่เข้าท่าทำไม ผัวลับๆยังไงก็คือผัว เข้าใจมั้ยลูกหว้า”

“หึ คนในความลับ...น่าภูมิใจชะมัด มีผัวทั้งทีต้องกลายมาเป็นเมียเก็บเขาเนี่ยนะ ชีวิตไอ้หว้ามาถึงขั้นนี้ได้ไงวะ” ปัญชิญาพูดราวกับน้อยเนื้อต่ำใจ ใบหน้างามปราศจากเครื่องสำอางหม่นเศร้า เหยียดยิ้มเย้ยหยันตัวเอง แต่จริงๆแล้วในหัวกำลังวางแผนบางอย่างเป็นฉากๆ ณภัทรได้ยินและเห็นอาการของเมียป้ายแดงถึงกับเจ็บหน่วงในอก ดึงคนขี้น้อยใจเข้ามากอดอย่างต้องการปลอบประโลม ถึงอย่างนั้นปากหนักๆของเขาก็ไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใดๆออกมา

วันหยุดทั้งวันของบริษัท ปัญชิญาต้องหมกตัวอยู่ในห้องของณภัทรทั้งวันจนกระทั่งถึงตอนเย็น แต่อย่าคิดว่าเธอจะปล่อยให้เขาได้ทำอะไรเหมือนเมื่อคืน  ชายหนุ่มก็เลยได้แค่นอนกอดนอนหอม อยู่อย่างนั้นเมื่อเธอไม่อนุญาตเขาก็ไม่กล้าทำอะไรทั้งที่อยากจะฝังร่างกายของเขาลงไปบนร่างของเธอสักสิบรอบจนใจจะขาด

“สวัสดีครับคุณท่าน” ลุงเทียมรับสายผู้เป็นนายใหญ่ที่ส่งเขามาที่นี่เพื่อดูแลสอดส่องนายน้อย และพึ่งได้รับคำสั่งพิเศษเมื่อวานนี้ ซึ่งลุงเทียมก็รับปากผู้เป็นนายใหญ่ว่าจะทำตามคำสั่งนายใหญ่ทุกประการ

“เป็นยังไงบ้างเทียม” ปลายสายส่งเสียงถามอย่างตื่นเต้น

“เมามาทั้งคู่ครับ แต่คุณลูกหว้าจะหนักหน่อย”

“แล้ว..เหตุการณ์ตอนนี้ล่ะ” นายใหญ่ถามอย่างลุ้นๆ จนลุงเทียมยิ้ม

“ตอนนี้ ยังไม่ออกจากห้องเลยครับ”

“ฮ้า  นี่มัน 6 โมงเย็นแล้วนะ ยังไม่ออกจากห้อง” เสียงตกใจปนตื่นเต้นดังมาตามสาย

“นายต้องการให้ผมไปเคาะห้องมั้ยครับ” ลุงเทียมถามเผื่อนายใหญ่อยากจะคุยกับเจ้าของบ้าน

“เฮ้ย ไม่ต้องจับตาดูไว้และรอรับคำสั่งจากฉันก็พอ”

“ครับนาย” หลังจากนายใหญ่วางสาย ลุงเทียมก็เงยหน้าขึ้นไปมองชั้นบนของบ้าน เห็นทีนายใหญ่ของเขาจะสมหวังก็คราวนี้ล่ะ นายน้อยเล่นกักขังว่าที่สะใภ้ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนจนตอนนี้ตะวันตกดินอีกรอบก็ยังไม่มีใครเปิดประตูห้องออกมาเลย ลุงเทียมยิ้มก่อนจะเดินไปยังห้องพักของตนเอง

“คุณสิงห์” เสียงห้าวปนหวานเรียกคนที่เอาแต่กอดเธอไว้บนเตียงอย่างอ่อนใจ

“หืม ว่าไงครับ” ครางรับพลางซุกหน้าเข้ากับซอกคอหอมกรุ่น

“ปล่อยฉันได้แล้ว จะกลับบ้าน”

“หืม อยู่ด้วยกันไม่ได้เหรอ”

“จะบ้ารึไง นี่มันค่ำมืดแล้วนะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงาน”

“ก็...เฮ้อ ได้งั้นผมไปส่ง”

“ไม่ต้อง ฉันขับพี่บิ๊กกลับเอง”

“ไม่เอา มันอันตราย”

“นี่เป็นห่วง?” ปัญชิญายันกายลุกขึ้นเมื่อคนมือกาวยอมปล่อย

“เปล่า” ณภัทรตอบเร็ว และเขาแทบจะตบปากตัวเองเมื่อเห็นแววตาวูบไหวของอีกฝ่าย อย่าบอกนะว่าเขาแคร์เธอ แล้วการที่ตัวเองนอนกกกอดไม่ยอมให้ยัยห้าวไปไหนทั้งวันนี่อีก เขาไม่เคยนอนกอดผู้หญิงคนไหน เมื่อลุล่วงเสร็จภารกิจบนเตียงก็ต่างคนต่างแยกย้าย ยิ่งกอดเฉยๆโดยไม่ทำอะไรลึกซึ้งยิ่งห่างไกลตัวตนเสืออย่างเขา มันคงแค่ความลุ่มหลงที่ได้ครอบครองสาวเวอร์จิ้นแค่นั้น เมื่อนานไปเขาคงเบื่อไปเองมั้ง คนที่สับสนในใจคิดอย่างหาข้อสรุปให้ตนเอง

“งั้นฉันกลับนะ อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ ห้ามแสดงท่าทางอะไรให้คนอื่นรู้เด็ดขาด”

“ครับ” ตอบรับสั้นๆ จนปัญชิญาหมั่นไส้ คอยดูไปเถอะพ่อคุณ แม่จะทุ่มหมดตัวเพื่อจะได้ครอบครองทั้งกายและใจของพ่อยอดขมองอิ่มของไอ้หว้าให้ได้ ตอนนี้ทำท่าทางราวกับไม่แคร์ความรู้สึกเธอแม้แต่น้อย ชิ!ทั้งที่นอนออดอ้อน เดี๋ยวกอด เดี๋ยวจูบ เดี๋ยวหอมเธอมาทั้งวัน ปัญชิญาลอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ หญิงสาวหายไปในห้องน้ำราวสิบนาที ก็ออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวสีขาวของณภัทรพันกายไว้อย่างหมิ่นเหม่ ปัญชิญาทำเป็นไม่อาย ทั้งที่ตอนนี้ขาสั่นพับๆแต่ต้องฝืนเดินให้ปกติมากที่สุด ณภัทรลอบกลืนน้ำลายเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ 

ยัยห้าวตั้งใจยั่วเขาหรือเปล่าวะ

“คุณสิงห์ ยืมเสื้อผ้าใส่หน่อยดิ” ก็เธอไม่มีชุดเปลี่ยนแล้วชุดเดิมก็เน่าเกินกว่าจะหยิบมาใส่ซ้ำ

“อยากได้ตัวไหนก็ค้นเขาเลยในตู้เสื้อผ้า” เมื่อเสียงทุ้มอนุญาต ยัยห้าวก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่ใหญ่โต  ทีแรกก็ยืนเลือกเสื้อผ้าที่แขวนอยู่บนราวดีอยู่หรอก แต่เมื่อแม่คุณก้มเพื่อดูผ้าที่พับไว้นี่สิ ณภัทรแทบตาถลนหายใจเร็วขึ้นมาทันที

โอ้ย นี่ยัยห้าวจงใจอ่อยเขาจริงๆใช่มั้ย 

  คนที่ก้มๆเงยๆเลือกหาเสื้อผ้าที่เหมาะกับรูปร่างตนเองที่สุดยืดตัวขึ้นเมื่อได้ตัวที่ใกล้เคียงกับรูปร่างตนเอง ปัญชิญาข่มความอายแทบตายตอนที่เธอจงใจก้มตัวจนผ้าเช็ดตัวร่นไปถึงไหนต่อไหน จะทำการใหญ่ใจต้องนิ่งโว้ยไอ้หว้า ปัญชิญาปลอบใจตัวเอง เดินถือเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำก่อนออกมาด้วยเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่ง กับกางเกงขายาวแบบมีเชือกผูกที่ต้องพับขาขึ้นมาหลายทบเธอถึงสามารถเดินได้ ณภัทรสำรวจคนที่พึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ เสื้อผ้าของเขาเมื่อไปอยู่บนร่างของปัญชิญามันดูใหญ่มาก  ปัญชิญาเดินมาใกล้ๆชายหนุ่มก็เห็นบางอย่างภายใต้เสื้อยืดสีขาวของเขาเคลื่อนตัวไปมาตามจังหวะการเดิน  ยัยห้าวโนบราข้างล่างเขาก็คิดว่าเป็นแบบเดียวกับด้านบน ณภัทรขยับตัวอย่างอึดอัด ทำเป็นเดินมานั่งโซฟาเพื่อปิดบังบางที่กำลังขยายเอาๆอย่างเนียนๆ

“คุณ ฉันกลับละนะ” มือบางคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพาย ยิ่งมีสายกระเป๋าดึงรั้ง ณภัทรก็ยิ่งเห็นชัดเจน ดันออกมาเป็นรูปขนาดนั้น

“เดี๋ยว” ปัญชิญาชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตู มองดูคนที่เปลือยท่อนบนโชว์ซิกแพค หุ่นแซบน่ากินเดินไปค้นตู้เสื้อผ้า ก่อนหยิบเสื้อแจ๊กเกตติดมือมายื่นให้เธอ

“เอาไปใส่ด้วย เดี๋ยวจะโดนฉุดไปข่มขืนซะก่อนจะถึงบ้าน” สายตาก็จ้องสิ่งที่ชูชันภายใต้เสื้อยืด จนปัญชิญาก้มมองตาม หน้าเธอร้อนผ่าว เธอไม่มีชุดชั้นในใส่และคิดว่าเสื้อมันตัวใหญ่คงช่วยพลางรูปร่างไว้เขาคงไม่สังเกต แต่พอเวลาเธอสะพายกระเป๋าบนไหล่ทั้งสองข้างมันก็....โธ่!อันนี้ไม่ตั้งใจอ่อยจริงๆ สาบานให้คนตรงหน้าเป็นสามีเธอก็ได้!

 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

36 ความคิดเห็น