กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 15 : เริ่มหวง และ ปวดร้าว(อัพครบ 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ก.ย. 60


ลงครบแล้วจ้าตอนนี้ ^O^



ปัญชิญามาถึงไนต์คลับสามทุ่มสิบห้านาที  ร่างเพรียวสมส่วนวันนี้อยู่ในชุดเซ็กซี่กลบความเป็นสาวห้าวจนมิด   คนขับรถกิตติมศักดิ์เปิดประตูตามลงมาหน้าบอกบุญไม่รับ ก็แหงล่ะเขาถูกบังคับมา แถมแม่เจ้าประคุณยังยกตำแหน่งคนขับรถให้หน้าตาเฉย ณภัทรตวัดสายตามองคนที่กำลังเช็คความเรียบร้อยของชุดและทรงผม ปัญชิญาขยับเกาะอกสองสามทีเพื่อความมั่นใจ

“ปะ คุณเข้าไปข้างในกัน” คนชวนเดินตรงลิ่วไม่เหลียวหลัง ณภัทรได้แต่เดินตามอย่างเซ็งๆ วันนี้เขารู้สึกว่าตัวเองตกเป็นทาสของยัยห้าวยังไงไม่รู้สิ

“เฮ้ เร็วๆสิคุณ” ปัญชิญาหันกลับมามองข้างหลังเห็นณภัทรเดินหน้าซังกะตายไม่รู้ร้อนรู้หนาวตามมาช้าๆก็รีบเดินกลับไปจูงมือกึ่งลาก คนที่ถูกลากก็ไม่หือไม่อือ อยากลากเขาไปไหนก็เชิญตามสบาย ขี้เกียจเถียงกับผู้หญิงบ้าพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่เดินไปยังไม่ถึงที่หมายปัญชิญาก็หยุดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย คนที่โดนจูงมือหยุดไม่ทันชนเข้ากับไหล่ของปัญชิญาอย่างแรง ร่างบางกว่าเซถลาไปข้างหน้าดีที่ณภัทรคว้าเอวไว้ได้ทัน ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากเอ็ดก็ต้องหุบฉับเมื่อมีเสียงบุคคลที่สามเอ่ยขึ้นก่อนด้วยเสียงตื่นเต้นจนณภัทรรู้สึกได้

“ลูกหว้า!” ชายหนุ่มที่เป็นสาเหตุให้ปัญชิญาหยุดกะทันหัน เอ่ยทักอย่างดีใจ

“พี่มาร์” ตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจระคนดีใจจนปิดไม่มิด หญิงสาวสะบัดมือออกจากณภัทรราวกับว่ากลัวชายหนุ่มที่พึ่งเจอเข้าใจผิด ณภัทรหน้าตึงรู้สึกไม่พอใจกับท่าทีของปัญชิญา

“พี่ดีใจจังที่ได้เจอเรา สบายดีมั้ย สวยขึ้นมากๆเลย จนพี่เกือบจำไม่ได้” พี่มาร์ หรือ เอกพจน์ ยิ้มจนตาหยี ชายหนุ่มรู้สึกดีใจมากที่เจอปัญชิญา เกือบสิบปีแล้วสินะที่เขากับเธอเลิกรากันไปตอนเขาขึ้นปี 1 ทั้งที่คบกันมาตั้งแต่เธอเรียนอยู่ ม. 5 ส่วนเขาเป็นรุ่นพี่เธอหนึ่งปี เรียนอยู่ม.6 แต่เรียนคนละโรงเรียน ปัญชิญาเป็นเพื่อนห้องเดียวกันกับญาติรุ่นน้องของเขาจึงทำให้ได้รู้จักกับเธอ

“เอ่อ หว้าสบายดีค่ะ พี่มาร์ล่ะ เป็นยังไงบ้าง”

“พี่ก็สบายดีครับ ว่าแต่เราอ่ะมากับใคร”

“เอ่อ มากับ....เจ้านายค่ะ” ปัญชิญาพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอลืมณภัทรซะสนิทเลย ใบหน้าสวยตกใจหันมามองคนข้างตัว ที่ยืนกอดอกมองเธอด้วยแววตานิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์

“ สวัสดีครับ คุณ...” เอกพจน์เอ่ยทักคนที่ยืนอยู่ข้างๆปัญชิญา ที่เขาเองพึ่งจะสังเกตเห็นก็ตอนที่ปัญชิญาหันมองนี่เอง

“สวัสดีครับ  ผมณภัทร” ณภัทรเอ่ยเสียงเรียบ ไม่มีรอยยิ้ม จนคนที่ทักก่อนต้องยิ้มเก้อ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมมาร์” เอกพจน์ไม่ถือสาหน้าไม่รับแขกของเจ้านายปัญชิญา

“พี่มาร์ มาเที่ยวกับ..เอ่อ.. แฟน เหรอคะ” ปัญชิญาตัดสินใจถาม พร้อมรอฟังคำตอบด้วยแววตาลุ้นๆ

“พี่ยังโสดนะครับ มากับเพื่อนๆ” เอกพจน์ส่งสายตาเป็นความนัย ซึ่งณภัทรที่มองอยู่ตลอดเวลาเข้าใจความหมายของคำพูดและสายตาของเอกพจน์ทันที  ไอ้หมอนี่มันอ่อยยัยห้าวของเขา

“พี่ยังโสดจริงดิ แล้ว...” ไม่ทันที่จะเอ่ยจบประโยคณภัทรก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

“ผมว่ามันเลทแล้วนะลูกหว้า” ทำทีรีบร้อนยกนาฬิกาขึ้นมาดู ณภัทรรูกสึกหงุดหงิดที่ปัญชิญาสนใจผู้ชายอื่นอย่างออกนอกหน้า บังคับชวนเขามาแท้ๆพอเขายอมมาด้วยกลับสนใจผู้ชายคนอื่นมากกว่าเขาที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้  พอเจอผู้ชายคนใหม่แล้วทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนแบบนี้มันหยามกันเกินไปแล้วนะ ณภัทรคิดอย่างขุ่นเคืองสาวห้าวสุดเซ็กซี่ข้างตัว

“เอ่อ พี่มาร์ หว้าต้องไปก่อนนะคะ ” ปัญชิญายิ้มแหยเอ่ยขอตัวทั้งที่ความจริงเธอยังอยากจะคุยกับชายหนุ่มที่พึ่งพบเจอ หญิงสาวหันหลังเดินจากไป แต่ต้องชะงัก

“ลูกหว้า! พี่ขอเบอร์เราหน่อยสิ”

 

กว่าณภัทรและปัญชิญาจะมาถึงห้องที่บรรดาเพื่อนร่วมงาน กำลังเฮฮาและนินทาเธออย่างออกรสในฐานะมาช้า ก็เลทไปเกือบสามสิบนาทีจากเวลานัด  การปรากฏตัวของคนที่ติดตามปัญชิญามา ทำให้การพูดคุยของทุกคนถึงกับหยุดลงอัตโนมัติ จากสบายๆกลายเป็นเกร็งขึ้นมาทันที  เท่านั้นไม่พอทุกคนยังต้องอ้าปากค้างอย่างตะลึงกับลุคสาวเปรี้ยวเซ็กซี่ของวิศวกรสาวจอมลุย  เพื่อนร่วมงานเคยเห็นปัญชิญาแต่งตัวสวยเซ็กซี่เหมือนผู้หญิงแค่ครั้งเดียวคือตอนงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัท ไม่คิดว่าจะได้เห็นอีก  แต่นั่นไม่น่าแปลกใจเท่าว่าทำไมสองคนนี้ถึงมาพร้อมกันได้ ชาตรีเจ้าของงานวันเกิดคิดอย่างแปลกใจ ที่แน่ๆชาตรีคิดว่าเขาไม่ได้สงสัยคนเดียวแน่ๆเมื่อเห็นสายตาสงสัยของน้องๆคนอื่นๆ

“สวัสดีครับทุกคน” ณภัทรส่งยิ้มทักทายบรรดาหนุ่มน้อยใหญ่ ที่กำลังอึ้งและเกร็งต่อการมาของเขาและปัญชิญา ชายหนุ่มสังเกตเห็นสายตาบรรดาเพื่อนร่วมงานของปัญชิญาเวลามองเจ้าหล่อนแล้ว เขาแทบจะถอดเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่เขาใส่ให้ปัญชิญาใส่แทน ผู้หญิงบ้า!คิดจะใส่ชุดแบบนี้มาอ่อยผู้ชายพวกนี้รึยังไงกัน

“เอ่อ สวัสดีครับคุณณภัทร ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากๆเลยครับที่อุตส่าห์มางานวันเกิดเล็กๆของผม” ชาตรีเป็นตัวแทนพูดขึ้นก่อน และทุกคนก็ยกมือไหว้ทักทายเจ้านายตามลูกพี่ใหญ่

“จะว่าไปทีแรกก็เกรงใจกลัวทุกคนจะไม่สนุกถ้าผมมา แต่เขาก็ชวนและขอให้มาครับ” ณภัทรปรายตาไปทางเขาเพื่อบอกทุกคนชัดๆว่าหมายถึงใคร ทุกคนคิดไปต่างๆนานาและแทบจะคิดไปในทางเดียวกันว่าระหว่างสองคนนี้มันยังไงๆซะแล้ว เมื่อได้ยินคำพูดที่แสดงถึงความสนิทชิดเชื้อของเจ้านายหนุ่มกับวิศวกรสาว

“นี่ไอ้หว้า แกคิดจะงาบคุณณภัทรจริงเหรอวะ” เวนัยขยับมากระซิบกระซาบข้างหูของเพื่อนร่วมงานสาว หน้าของณภัทรตึงเล็กน้อยเมื่อเห็นกิริยาสนิทสนมของเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้ชายอย่างเวนัยปฏิบัติกับปัญชิญา

“ยังไม่ได้คิดจะงาบเว้ย แค่จีบๆเป็นแฟนให้ได้ก่อนเปล่าวะ เรื่องงาบค่อยมาทีหลัง ” ปัญชิญาไม่เชิงปฏิเสธเวนัย ทุกคนขยับเก้าอี้ให้เจ้านายและปัญชิญานั่ง ทักดนัยตะลึงกับลุคสวยเซ็กซี่ของวิศวกรสาวคนเดียวของบริษัทชายหนุ่มยังจ้องมองปัญชิญาไม่วางตา จนณภัทรสังเกตเห็น เห็นห้าวๆแบบนี้นี้เสน่ห์แรงไม่เบานะไปไหนก็มีแต่ผู้ชายรุมตอม ไอ้หนุ่มรุ่นพี่หน้าเกาหลีก่อนเข้ามาก็คนหนึ่งล่ะ นี่ยังมีเพื่อนร่วมงานอีกฮ็อตจริงๆแม่คุณ

“พี่หว้า ถ้าไอ้ชัชจะเปลี่ยนจากลูกน้องมาขอเป็นแฟนได้เปล่าอ่ะ วันนี้เซ็ก เอ็กซ์ อึ๋ม สเป็คมากอ่า” ชัชวาลทำตาเยิ้มใส่ลูกพี่สาว เขาไม่ได้พูดเกินจริงวันนี้ลูกพี่สวยราวกับนางแบบจริงๆนะ หุ่นก็โคตรดี

“แกทนมือทนตีนฉันได้เปล่าล่ะ” ไม่พูดเปล่ายกเท้าใส่ด้วยอีก

“แอ๊ย  คำพูดคำจาไม่เข้ากับชุดอ่าเจ๊อ่ะ ” ชัชวาลหน้างอทำท่าทางตลกจนคนอื่นๆหัวเราะ ไม่เว้นแม้แต่ณภัทร

“แล้วถ้าเป็นผมล่ะครับ ถ้าผมบอกว่าผมทนได้คุณหว้าจะรับพิจารณามั้ย” ทักดนัยที่กำลังกึ่มๆด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ พูดขึ้นบ้าง หลังจากที่มองมานาน

“โอ้ว วันนี้ทำไมผู้หญิงถึกเสน่ห์แรงจังวะ” คำพูดของเวนัยแซวขึ้น จนปัญชิญาโยนถั่วใส่

“ก็สวยนี่ ใช่ปะทัก” ไม่พูดเปล่าขยิบตาปิ๊งๆหยอกเย้าใส่อีกด้วย ปัญชิญาเข้าใจว่าทักดนัยพูดเล่น ก็เลยเล่นกลับ

“สวยครับ สวยมากที่สุด” ทักดนัยตอบกลับทันทีเหมือนกัน มองปัญชิญาตาเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอร์ทำให้เขากล้ามากยิ่งขึ้น

“เห็นมะไอ้เวร แล้วแกล่ะ ไม่คิดจะจีบฉันมั่งเหรอ”

“เหอะ ไม่ล่ะ กูกลัววว” เวนัยทำหน้าตาสยดสยองจนโดนตบหลังดังพลั๊วะ  ท่าทางนั้นเรียกเสียงหัวเราะได้จากทุกคน ส่วนณภัทรลอบมองทักดนัยอยู่เงียบๆ ดูท่าแล้วหมอนี่คงจะตกหลุมปัญชิญาอีกคนแน่นอน แววตาเวลามองลุ่มหลงขนาดนั้น ปากบอกจะจีบเขาแต่พอเอาจริงนี่แอบหว่านเสน่ห์ไปทั่วแบบนี้เหรอ ณภัทรแทบจะลุกขึ้นตั๊นหน้าทักดนัยเมื่อเห็นสายตาที่กำลังแอบจ้องมองหน้าอกของปัญชิญา ทำไมเขาต้องรู้สึกหวงเนื้อหวงตัวแทนยัยนี่ด้วยวะ ในเมื่อเต็มใจอยากใส่มาอ่อยผู้ชายเองซะขนาดนี้ อย่าสนใจๆ ณภัทรย้ำบอกตัวเองในใจ

โอ้ย ทนไม่ไหวแล้วโว้ย

คนที่บอกกับตัวเองว่าจะไม่สนใจเดินตรงมาหาปัญชิญาที่กำลังคุยกับเวนัยและชัชวาลอยากออกฤทธิ์ เจ้านายหนุ่มหยุดที่ด้านหลังสาวสวยคนเดียวในห้อง วงแขนแกร่งคล้องโอบรอบคอของปัญชิญา จนคนที่ไม่ได้ตั้งตัวสะดุ้งสุดตัวอย่างตกใจเมื่อถูกขโมยกอดจากด้านหลัง หญิงสาวกำลังจะลุกเตรียมสะบัดตัวและสั่งสอนคนที่บังอาจ แต่เสียงห้าวทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นซะก่อน ส่วนคนอื่นๆโดยเฉพาะเวนัย ชัชวาล และทักดนัย เหวอรับประทานตาเบิกโตอย่างตะลึงในสิ่งที่เจ้านายแสดงออกกับสาวห้าวประจำแผนกวิศวะ

“ลูกหว้า หนาวเหรอ” ณภัทรที่กอดจากด้านหลังก้มหน้าลงไปถามแบบไม่เกรงใจสายตาอึ้ง ทึ่ง งง ของใครๆ ปัญชิญาวางตัวไม่ถูกใจเต้นโครมคราม ลมหายใจของชายหนุ่มเป่ารดอยู่ข้างแก้มของเธอ แค่เขาก้มเข้ามาอีกนิดเดียว หรือแค่เธอหันหน้าไปหาเขานิดเดียว นิดเดียวจริงๆปากเขาก็จะประทับลงบนแก้มเธอแล้ว

ตายแน่ ถ้าจะเล่นใหญ่แบบนี้ไอ้หว้าตายแน่ ๆ

“อะ เอ่อ ก็ หนาว  มะ...มั้ง”  ตอบตะกุกตะกัก สติหลุดลอย เล่นถึงตัวแบบไม่แคร์สื่อกันขนาดนี้ใครจะไปตั้งตัวทัน

“ใส่เสื้อผมไหม ผมใส่เสื้อกล้ามข้างใน” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างห่วงใย และหวงคนในอ้อมกอด ไม่อยากให้ผู้ชายหน้าใหนมองรูปร่างเซ็กซี่ของปัญชิญา ถ้าอยากใส่ชุดแบบนี้ใส่ให้เขาดูคนเดียว  ถ้าอยากอ่อยก็อ่อยเขาคนเดียวสิวะ นี่มันไม่ใช่แล้ว! เขาจะไม่ทนให้ผู้ชายคนไหนก็ตามมานั่งจ้องแทะเล็มยัยห้าวเป็นอันขาดเขามีสิทธิ์มองได้แค่คนเดียวเท่านั้น  

“เอ่อ ละ แล้วคุณจะไม่หนาวเหรอ” ณภัทรไม่ตอบแต่ปล่อยมือที่โอบปัญชิญามาแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำแบรนด์ดังถอดออกจากตัว เอามาคลุมไหล่ให้หญิงสาว ส่วนบนตัวชายหนุ่มเหลือเพียงเสื้อกล้ามตัวเดียว

“ใส่”

“โอเคๆ ใส่ก็ใส่” ปัญชิญาตอบอย่างทำอะไรไม่ถูกรีบใส่เสื้อของณภัทร กลิ่นของบุรุษเพศปนกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ติดมากับเสื้อลอยเข้าจมูก จนหญิงสาวมือไม้สั่นจะติดกระดุมก็ติดไม่ได้สักที ณภัทรต้องจับไหล่บางให้หันหน้ามาทางเขาก่อนลงมือติดกระดุมให้ทีละเม็ด ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่ได้แต่มองการกระทำของเจ้านายหนุ่มที่ปฏิบัติต่อวิศวกรสาวห้าว แบบตะลึงไม่กล้าแม้แต่หายใจแรงๆ ได้แต่ส่งสายตาเชิงสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่

“อุ่นขึ้นรึยังครับ” ณภัทรโน้มใบหน้ามาถามใกล้ๆหู ลมหายใจที่ของชายหนุ่มรินรดใบหูทำให้ปัญชิญาถึงกับขนลุกซู่ หน้าแดงเถือก

“อือ อะ อุ่นขึ้นแล้ว”  ตอบเสียงเบา ณภัทรมองสำรวจความเรียบร้อยบนตัวปัญชิญาก่อนจะระบายยิ้มด้วยความพอใจ มิดชิดขนาดนี้ ไอ้หนุ่มนั่นมองไม่เห็นหน้าอกของเธอแน่นอน ร่างสูงถอยกลับมานั่งที่เดิม ห้องทั้งห้องยังเงียบไร้เสียงพูดคุย ปัญชิญาเหลือบตามมองทุกคนก็เจอกับสายตาล้อเลียนและเต็มไปด้วยคำถาม สำหรับทักดนั้ยหน้าสลดลงตั้งแต่เห็นเจ้านายหนุ่มโอบกอดหญิงสาวที่ตนพึงใจแล้ว ณภัทรสบตากับเขาหลายครั้งผู้ชายด้วยกันมองออกทันทีว่าแววตาที่ณภัทรสื่อกับเขาคืออะไร แน่นอนเจ้านายหนุ่มต้องการประกาศความเป็นเจ้าของและเตือนให้เขารู้ว่าอย่าได้บังอาจไปยุ่งกับปัญชิญาเป็นอันขาด ยังไม่เริ่มออกตัวก็แพ้ซะแล้วทักดนัยคิดอย่างหน่วงๆในหัวใจ

“เอ่อ จะเป็นการละลาบละล้วงมั้ยครับ ถ้าพวกผมจะถามว่า อะ เอ่อ ทั้งคู่” ชาตรีเป็นหน่วยกล้าตายพูดขึ้นก่อน พร้อมทั้งชูมือขึ้นสองนิ้วมองหน้าปัญชิญาสลับกับเจ้านายหนุ่ม

“มะ ไม่มีอะไรหรอกพี่ชาตรี เราไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น ” ปัญชิญารีบออกตัวก่อนเดี๋ยวถ้าทุกคนทึกทักไปเอง แล้วณภัทรเกิดเบรกขึ้นมาหน้าจะแตกเอาได้ หญิงสาวไม่รู้จุดประสงค์ที่ทำไมอยู่ๆณภัทรถึงทำแบบนี้ จริงอยู่ว่าเธอกำลังเกี้ยวพาเขา แต่ดูท่าไม้เลื้อยอย่างเขาจะไม่ได้สนใจเธอเท่าไรนัก จะเข้าสองอาทิตย์แล้วที่เธอเริ่มส่งดอกไม้จีบเขาหลังจากประกาศลั่นต่อหน้าชายหนุ่มว่าจะเอาเขามาเป็นแฟนให้ได้ภายในสามเดือน ก็ไม่เห็นทีท่าที่เขาจะเอนเอียงมาหาเธอเลย ออกจะหลบเลี่ยงที่จะเข้าใกล้เธอด้วยซ้ำ ณภัทรหน้าตึงทันทีเมื่อได้ยินสาวเจ้าตอบเต็มปากเต็มคำว่าไม่ได้เป็นอะไรกับเขา ไหนบอกอยากจะจีบเขาเป็นแฟน เจอหนุ่มรุ่นพี่หน้าจืดเลยคิดจะเปลี่ยนใจงั้นสิท่าทางอาลัยอาวรณ์กันซะขนาดนั้นแถมยังให้เบอร์โทรหมอนั่นไปอีก

“เขาอยากได้ผม” ณภัทรตอบหน้าตาย จนปัญชิญาหันหน้ามองอย่างตกใจในคำพูดสองแง่สองง่ามของชายหนุ่ม

“นะ นี่คุณ!พูดอะไรอย่างนั้นเล่า”

“อ้าว ก็พูดความจริง ก็คุณบอกผมเองจะเอาผม” ตอนนี้ทุกคนในห้องสตั๊นไปแล้ว เวนัยกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่

“โอ้ย หยุดพูดจาสองแง่หมิ่นเหม่แบบนั้นเลยนะ คุณสิงห์” ปัญชิญาถลึงตาตะโกนใส่ณภัทรอย่างเหลืออด ณภัทรต้องการแกล้งเธอแน่นอน เขาเอาคืนที่เธอบังคับเขาให้มาด้วยคืนนี้ล่ะสิ

“ก็ คุณบอกว่าจะเอาผมทำแฟนไง หรือไม่จริง” ณภัทรหัวเราะท่าทางโมโหของปัญชิญา ทำให้ทุกคนในห้องถอนหายใจอย่างโล่งอก ทีแรกตกใจนึกว่าปัญชิญาจะห่ามห้าวพูดแบบที่เจ้านายหนุ่มว่าซะอีก ที่แท้เจ้านายก็แกล้งพูดนี่เอง

“เออ จริง! แล้วทำไมต้องพูดกำกวมด้วยวะ” ปัญชิญากระแทกสียง ตวัดค้อนใส่ อย่างที่ทุกคนไม่เคยเห็นท่าทางแบบนี้ของปัญชิญาเลย พึ่งจะเห็นปัญชิญาแสดงนิสัยแบบผู้หญิงก็ตอนนี้แหละ

“ลูกหว้าพูดใหม่ซิ ไม่น่ารักเลย” คำลงท้ายของหญิงสาวทำให้ณภัทรอดที่จะเอ็ดเสียงนิ่งไม่ได้

“ขะ ขอโทษค่ะ” ปัญชิญาขอโทษเมื่อรู้ว่าคำพูดห่ามๆของเธอ ที่พูดกับเขาที่เป็นเจ้านายดูไม่เหมาะสมจริงๆ ส่วนคนอื่นตอนนี้อมยิ้มเมื่อเจ้านายปราบความห่ามห้าวของปัญชิญาได้ ยกเว้นทักดนัยที่มีสีหน้าอมทุกข์อยู่คนเดียว

“ครับ แล้วห้ามลุกบ่อยนะ กระโปรงสั้น”

“ห๊ะ!

“ไม่ได้ยิน?” ณภัทรทำท่าจะลุกมาพูดใกล้ๆ ปัญชิญารีบโบกไม้โบกมือห้ามทันที

“ได้ยินแล้วๆ” 

เพิ่มใหม่เริ่มจากตรงนี้นะคะ

ปัญชิญาไม่เข้าใจณภัทรว่าเขาคิดอะไรอยู่  แต่เธอกลัวอายคนอื่นมากกว่าเผื่อชายหนุ่มคิดทำอะไรชวนขนลุกแบบเมื่อกี้นี้อีก  งานเลี้ยงดำเนินไปตามปกติทุกคนเฮฮาไม่เว้นแม้แต่ณภัทร แต่ถึงกระนั้นเจ้านายหนุ่มก็ปรายตามองผู้หญิงคนเดียวในห้องนี้เกือบตลอดเวลา  คนที่ตอนนี้อาการน่าเป็นห่วงที่สุดในสายตาเวนัยก็คือทักดนัย ด้วยรู้ดีว่าอะไรที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เพื่อนร่วมงานกระดกแก้วเอาๆแบบนี้เวนัยได้แต่สงสารคนที่ไม่มีอะไรไปสู้คู่แข่งอย่างเจ้านายได้  หญิงสาวที่เป็นสาเหตุก็ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย เฮ้อ ค่อยปลอบใจทักดนัยทีหลังแล้วกัน วันนี้เขาต้องมุ่งมั่นทำภารกิจบางอย่างให้สำเร็จซะก่อน

“ไอ้หว้า เอาแก้วมา” เวนัยทำหน้าที่เป็นมือชงให้เพื่อนสาว มาหลายแก้ว ปัญชิญาได้ยินก็ยื่นแก้วให้แต่โดยดี ตอนนี้ใบหน้านวลเริ่มขึ้นสีระเรื่อ เธอยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ตามคำสั่ง อย่าลุกบ่อยแต่ตอนนี้คนที่ปฏิบัติตามคำสั่งมานานกำลังยุกๆยิกๆจนชัชวาลที่นั่งข้างๆรู้สึกได้

“ลูกพี่เป็นไร”

“ปวดฉี่ว่ะ”

“เอ๋า ก็ไปดิ”

“คุณสิงห์ ขอลุกบ้างได้มั้ยอ่ะ” ปัญชิญาเอ่ยอย่างเกรงๆ

“เป็นอะไร”

“ปวดฉี่”

“ปวดฉี่ก็ไปห้องน้ำ หรือจะฉี่ในนี้?

“เออ ก็ขออนุญาตอยู่เนี่ย” ปัญชิญาสะบัดเสียงใส่ ก่อนลุกเร็วเป็นผลให้เซเล็กน้อยด้วยความที่นั่งนานบวกกับฤทธิ์แอลกอฮอร์ ชัชวาลรีบลุกประคองลูกพี่สาว

“ไหวมั้ยเนี่ยเจ๊”

“ไหวโว้ย ไหว” คนบอกว่าไหวแต่พอชัชวาลปล่อยมือก็เซแทดๆ จนชัชวาลต้องดึงแขนไว้

“โห สภาพนี้ยังกล้าตอบไหว มาๆเดี๋ยวผมพาไป”

“เออ ก็ดีว่ะ” ชัชวาลกำลังประครองลูกพี่เดินไปไม่กี่ก้าวก็มีคนมาขวางทาง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

“ไม่เป็นไร คุณนั่งต่อเถอะ เดี๋ยวผมจะพาไปเอง” สายตาเข้มมองสั่งชัชวาล จนต้องรีบปล่อยแขนลูกพี่อย่างเร็ว เป็นเหตุให้คนที่ไม่ตั้งตัวว่าจะถูกปล่อยเซถลาไปทางณภัทร ซึ่งอีกฝ่ายก็รวบตัวเข้ากับอกทันทีเช่นกัน

“หืม นี่ดื่มจนเมาขนาดนี้เลยเหรอฮึ ลูกหว้า” ณภัทรกล่าวเสียงดุ ซึ่งคนถูกดุก็เถียงออกมาทันควัน

“ไม่เม๊า แค่นั่งนานไปหน่อย”  ณภัทรส่ายหน้าเบาอย่างไม่เห็นด้วย ก่อนจะประคองคนไม่เมาไปห้องน้ำ เวนัยกับชัชวาลหันมามองหน้ากันแต่รอยยิ้มที่ส่งให้กันมีแค่เขาสองคนเท่านั้นที่รู้ความหมาย

ณภัทรยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ห้องที่ชาตรีจองเป็นห้องวีไอพีก็จริงแต่ไม่มีห้องน้ำในตัวต้องออกมาเข้าห้องน้ำข้างนอก คลับนี้มีสามชั้น ชั้นที่พวกเขาอยู่คือชั้นที่สองทุกห้องของชั้นนี้ใช้ห้องน้ำร่วมกัน ห้องน้ำชายกับห้องน้ำหญิงก็อยู่ติดๆกัน ผ่านไปห้านาทีแล้วคนข้างในก็ไม่มีท่าทีจะเปิดประตูออกมา

“ลูกหว้า เมื่อไหร่จะออกมาสักที จะนอนในนั้นรึไง” ณภัทรส่งเสียงถาม มันนานเกินกว่าคนคนนึงจะทำแค่ฉี่แล้ว

“แป๊บนึงคุณ จะเข้าไปก่อนก็ได้นะ ”

“ผมจะรอ” ณภัทรก็รอตามที่พูดจริงๆ ห้านาทีหลังจากนั้นคนข้างในก็เปิดประตูออกมาด้วยสภาพสีหน้าไม่สู้ดี หยดน้ำพราวบนใบหน้านวล ทำให้ชายหนุ่มเดาได้ว่าปัญชิญาคงล้างหน้าล้างตามา

“คุณสิงห์”

“ว่า”

“ขออนุญาตนะ” พูดจบก็โผลเข้าหาณภัทรทันทีไม่รอคำอนุญาตแต่อย่างใด เอาหน้าเปียกๆมาถูไถกับหน้าอกล่ำของชายหนุ่ม ณภัทรตกใจทีแรกนึกว่าสาวเจ้าเป็นอะไรที่แท้เจ้าหล่อนขออนุญาตใช้เสื้อเขาเช็ดหน้านี่เอง ยอมใจผู้หญิงคนนี้จริงๆ

“ขอบคุณนะ” คนที่เช็ดหน้าจนแห้งเอ่ยขอบคุณเจ้าของผ้าเช็ดหน้าจำเป็น

“ผู้หญิงซกมก” ณภัทรก้มมองสภาพเสื้อกล้ามสีขาวของตนเอง มีทั้งรอยลิปสติก รอยดำของมาสคาร่า เปอะเลอะเทอะไปหมด ก่อนจะสายตาคมจะหันมองคนทำอย่างคาดโทษ

“แหะๆ เอาไว้ฉันซักให้ก็ได้”

“เข้าไปข้างในกันได้แล้ว”

“เอ่อ คุณจะเอาเสื้อที่คุณให้ฉันใส่ไปใส่มั้ยอ่ะ”

“ไม่!” 


อัพเพิ่มเริ่มตรงนี้ค่ะ

ทันทีที่ทั้งสองคนกลับเข้ามาในห้อง สายตาทุกคู่มองอย่างสงสัย ทำไมเสื้อเจ้านายหนุ่มถึงเลอะเทอะเปอะเปื้อนราวกับไปคลุกวงในกับใครมาแบบนั้น แล้วใครที่ว่าน่าจะเป็นผู้หญิงด้วย ที่สำคัญบางจุดสียังเหมือนที่เคยอยู่บนปากปัญชิญาอีกต่างหาก  ทุกคนหันมองปัญชิญาที่บัดนี้ใบหน้าที่เคยมีเครื่องสำอางแต่งแต้มไว้ กลับลบเลือนออกเกือบหมดรวมทั้งลิปสติกด้วย

“มองอะไรกัน” หญิงสาวคนเดียวในห้องทักขึ้น เมื่อทุกคนเอาแต่จ้อง รู้หรอกว่าสงสัยแต่เธอจะแกล้งไขสือใครจะทำไม

“มองแกไง” เวนัยตอบทันที เขารอคำถามเปิดประเด็นมานานละ

“สงสัยเรื่อง?”

“แกหน้าจืดราวกับผีดิบแต่ทำไมเจ้านายเสื้อยังกับโดนฟัดมาอย่างนั้นวะ” เวนัยปากพล่อยถามออกไปก่อนจะรู้ตัวว่าได้พาดพิงบุคคลที่ไม่สมควรพาดพิง ได้แต่เอามือปิดปากแต่ไม่ทันการณ์  

“แกนี่มันก็อยากเผือกไปทุกเรื่องเลยนะ” เป็นชาตรีที่ปรามลูกน้อง เวนัยได้แต่ยิ้มแหยทั้งที่คันปากยิบๆอยากกินเผือกร้อนๆจะแย่  

ณภัทรยิ้มโดยไม่เอ่ยอะไร คนที่โดนจับจ้องอีกคนก็ดูท่าไม่ทุกร้อนด้วยซ้ำ มือกำลังยกแก้วที่ชัชวาลยื่นให้โดยไม่คิดปฏิเสธ ผู้หญิงอะไรอยู่ท่ามกลางดงผู้ชายยังจะกล้าดื่มเมามายขนาดนี้ อยู่แต่กลับผู้ชายก็เลยนึกว่าตัวเองเหมือนผู้ชายรึยังไงกัน น่าจับตีก้นซะให้เข็ด

“ลูกหว้าผมว่าพอแล้วมั้ง”

“นิดหน่อยน่าคุณพรุ่งนี้วันหยุดไม่ต้องทำงาน”

“เอ่อ ปล่อยมันเถอะครับ มันจำศีลมานาน เพิ่งได้ปล่อยผีวันนี้” เวนัยเข้าข้างเพื่อนสาว พร้อมขยิบตาให้ชัชวาลอย่างรู้กันสองคนโดยไม่มีใครสังเกต

 

 

“ลูกหว้า ตื่นได้แล้ว ถึงบ้านแล้ว” ณภัทรปลุกเมรีขี้เมาที่นอนหลับไปตั้งแต่ขึ้นรถออกจากไนท์คลับ จนถึงบ้านเขาก็ไม่มีทีท่ารู้สึกตัว

“......”

“คงต้องให้นอนค้างที่นี่ใช่มั้ยเนี่ย ” ณภัทรพูดอย่างจำใจ สภาพนี้ให้กลับเองคงไม่ได้ ไปส่งก็คงไม่ดีเป็นแน่

“คุณป๋า เปิดแอร์ให้หน่อย หว้าร้อน” คนเมาที่บ่นทั้งที่ตาปิด

“ลูกหว้า ถ้าไม่ตื่นจะอุ้มลงแล้วนะ”

“....” เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ ร่างสูงก็ขยับเข้ามาช้อนตัวคนขี้เซาที่รวมพลังกับขี้เมามาสิงอยู่ในร่างเดียวกันเดินเข้าบ้าน ตอนนี้ดึกมากแล้วเขาไม่อยากรบกวนลุงเทียม เพราะวันไหนที่เขากลับดึกจะบอกลุงเทียมให้เข้านอนได้เลยไม่ต้องรอเปิดประตูบ้านให้ กว่าจะถึงชั้นบนและวางคนเมาที่ไม่มีทีท่าจะตื่นลงเตียงได้ก็เล่นเอาเขาขาอ่อน เห็นบางๆแบบนี้ตัวหนักชะมัด ทันทีที่ร่างบางแตะที่นอนนุ่มก็ดูเหมือนจะรู้สึกตัวทันทีราวกับแกล้งคนอุ้มมายังไงยังงั้น

“คุณป๋าขา เปิดแอร์ให้หน่อย ร้อน” ชายหนุ่มเดินไปเปิดแอร์ทันที นี่เธอคิดว่าเขาเป็นพ่อเธอเลยเหรอเรียกคุณป๋าๆอยู่ได้ ก่อนเดินกลับมาเท้าสะเอวมองคนที่อยู่บนเตียงนอน ตอนนี้กำลังปลดกระดุมแต่จะเรียกว่าปลดก็ไม่ถูกน่าจะดึงหรือกระชากกระดุมเสื้อเชิ๊ตของเขาที่อยู่บนตัวอย่างบ้าคลั่ง

“โอ้ย! เสื้อบ้าอะไรถอดยากถอดเย็นอย่างนี้วะ” ปัญชิญาเริ่มหัวเสียตอนนี้เธออึดอักเหนียวตัวจะแย่ ณภัทรส่ายหน้าก่อนเดินไปช่วยปลดกระดุมเสื้อแล้วถอดมันออก ดูเหมือนคนเมาจะชอบใจมากที่มีคนช่วยถอดให้ แต่ณภัทรรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดมหันต์ที่เขาช่วยเธอถอดเสื้อเพราะตอนนี้ดูเหมือนคนขี้ร้อนจะยังไม่พอใจดึงเกาะอกสีดำอย่างแรงจนมันหลุดมาอยู่ที่หน้าท้อง เผยเนินอกที่อยู่ภายใต้บราตัวจิ๋ว ถึงแม้หน้าอกปัญชิญาจะไม่ใหญ่โตเหมือนสาวคัพดีอย่างที่เค้าชอบ แต่เคยบอกแล้วว่าขนาดนี้ก็กำลังสวย ร่างเย้ายวนกึ่งเปลือยที่ปรากฏตรงหน้าทำให้มือณภัทรเย็นเฉียบและบางอย่างกำลังตื่นตกใจ

“ใจเย็นไว้ๆลูกพ่อ เขาเมาๆ” ชายหนุ่มเอามือตบอาวุธคู่กายเบาๆราวกับปลอบใจ ก่อนจะตัดใจบืนหน้าหนี และเดินออกไป แต่

“แล้วเธอจะนอนสบายเหรอวะ” ร่างสูงหันกลับมาที่เตียงอีกรอบตัดสินใจพลิกร่างบนเตียงให้ตะแคง รูดซิบชุดเกาะอกแล้วถอดมันออกจากร่างปัญชิญาอย่างรวดเร็ว พยายามจะไม่มองแต่ใครมันจะอดได้ล่ะ ณภัทรตาค้างมองรูปร่างเซ็กซี่เย้ายวนที่เหลือแค่กางเกงในกับบราตัวจิ๋วเท่านั้นที่ปิดบังสิ่งที่ณภัทรอย่างเห็นมากกว่าที่เห็นอยู่แล้วเอาไว้ ร่างสูงกลืนน้ำลายเอื๊อกสัญชาตญาณดิบในกายวิ่งพล่านมารวมที่จุดเดียวจนรู้สึกปวดร้าว นี่เขาก็แยกไม่ออกว่าตัวเองหวังดีหรือหวังอะไรกันแน่ถึงต้องย้อนกลับมาถอดชุดให้หญิงสาว

“เขาเมาและเขาไม่มีสตินะโว้ย มึงจะลักหลับเขารึไงวะ” ณภัทรทึ้งหัวตัวเองอย่างงุ่นง่าน สมองใฝ่ดีกับฝ่ายชั่วกำลังตีกันไปหมด

 “อือ อึดอัดตัวชะมัด” ร่างบนเตียงบิดตัวไปมา เหมือนเธอจงใจยั่วยวนทำให้คนที่ยืนหักห้ามใจสติแตก ยังไม่พอแค่นั้นปัญชิญากำลังไขว้มือไปข้างหลังและปลดตะขอบราอย่างรวดเร็วตามความเคยชินเวลานอนอยู่ห้องตนเอง กลางคืนปกติเธอจะไม่สวมชั้นในเวลานอนเพราะรู้สึกอึดอัด   เต้าเต่งตึงขนาดพอดีมือปรากฎสู่สายตาคนที่กำลังข่มใจตัวเองอย่างยากลำบากจนต้องสบถดังลั่น ทึ้งหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่งกว่าเดิม

“บัดซบเอ้ย”

 “แน่จริงตื่นขึ้นมาสิยัยปีศาจ เธอมันปีศาจ” ชายหนุ่มคำรามในคออย่างอึดอัดใจไม่เท่าไหร่ แต่ข้างล่างนี่สิอึดอัดจนจวนเจียนจะระเบิดอยู่แล้ว ถ้าสมมุตินะ สมมุติปัญชิญาตื่นขึ้นมาตอนนี้แบบมีสติ รับรองเขาจะ....เขาจะ... 

“ปวดฉี่”

“ห๊ะ” ณภัทรที่กำลังเจ็บปวดท่อนล่างเดินเข้าไปเงี่ยหูฟังใกล้ๆ

“ปวดฉี่จัง” ปัญชิญาลืมตาช้า พยุงตัวเองอย่างทุลักทุเล เมื่อลืมตาก็มองรอบๆ แล้วก็หยุดสายตาที่ณภัทร

“คะ คุณ...สิงห์ ” ปัญชิญานึกว่าเธออยู่บ้านกับคุณป๋าแต่ทำไมคนที่อยู่ในห้องเธอถึงเป็นณภัทรล่ะ เขาเข้ามาในห้องของเธอได้ยังไง  เอ๊ะ!หรือเธอยังอยู่ที่ไนท์คลับ แต่ถ้าอยู่ที่ไนต์คลับคุณป๋าจะมาได้ยังไง สงสัยเธอคงจะฝันไปว่าคุณป๋าอุ้มเธอเข้ามานอนในห้องเหมือนกับตอนเด็กๆ แต่ช่างเถอะตอนนี้จะอยู่ที่ไหนก็ช่างฉี่จะราดแล้ว ฉี่แล้วค่อยมานอนต่อแล้วกัน ปัญชิญาสะบัดศรีษะไปมา ตาปรือๆ ของเธอยิ่งส่งให้ดูเซ็กซี่ณภัทรเลียริมฝีปากที่เริ่มแห้งผากของตัวเองเมื่อเห็นภาพสาวเจ้าผมเผ้ายุ่งเหยิง ตาฉ่ำปรือ สวมแค่ชั้นในตัวจิ๋วกำลังนั่งโงนเงนพยายามพาตัวเองลงจากเตียง ถ้ามีคนถามเขาว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไง เขาตอบได้แค่สามคำเท่านั้น

เขา-ปวด-ร้าว!

“ห้องน้ำอยู่นั่น” ชายหนุ่มชี้นิ้วตอบเสียงพร่า สายตายังถอนออกจากหน้าอกหน้าใจอีกฝ่ายไม่ได้ ปัญชิญาที่ยังมึนๆก้าวขาลงเตียง หยัดกายยืนขึ้นแต่ด้วยความที่ฤทธ์แอลกอฮอร์ยังมีอยู่ในร่างกายเยอะ ทำให้เธอหัวทิ่มไปข้างหน้า ณภัทรรีบคว้าร่างบางเอาไว้ แต่นั่นมันทำให้สถานการณ์ของเขาเลวร้ายลง เพราะสิ่งที่เขาคว้าเต็มสองมือมันคือก้อนเนื้อนุ่มหยุ่น ที่มีขนาดพอดีมือของเขาอย่างที่คิดไว้ด้วย

“หืมมม คุณ ...จะ จับ...นม..ฉัน...อยู่นะ ..”ปัญชิญารู้สึกว่าณภัทรจับหน้าอกแบบว่า..เหมือนผิวเธอติดกับมือเขา เธอรับรู้ถึงความเย็นของฝ่ามือเขาที่กอบกุมทรวงอกของตัวเองได้เลย แต่มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงเมื่อเธอใส่บราและเสื้อผ้าอยู่

“ตอนจับจริงๆก็ไม่ได้ตั้งใจ  แต่ถ้าหลังจากนี้ผม ตั้งใจ! ณภัทรตัดสินใจแล้ว เพราะ...ปัญชิญามีสติ! มือหยาบเค้นคลึงก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นอย่างย่ามใจ ใช้มืออีกข้างรั้งเอวปัญชิญาเข้ามาจนชิดแผลงอก ริมฝีปากร้อนก้มฉกลงที่ซอกคอขาวอย่างอดใจไม่ไหว

“อือ  คะ คุณ ฉะ ฉัน ปวดฉี่” คนที่ยังไม่สร่างเมาและปวดฉี่ส่งเสียงครางแต่ยังไม่ลืมว่าตัวเองปวดฉี่

“จะอุ้มไปฉี่” ณภัทรยกร่างบาง ปัญชิญาตกใจที่โดนยกตัวขึ้นสูง หญิงสาวรีบเอาขาเกี่ยวเอวจะกอดรอบคอคนอุ้มไว้แน่นก่อนจะซบหน้าลงที่ซอกคอชายหนุ่ม หารู้ไม่ว่าลมหายใจร้อนๆของตัวเองทำให้คนอุ้มขนลุกและปวดร้าวมากกว่าเดิมแค่ไหน ณภัทรอุ้มปัญชิญาเหมือนอุ้มเด็กเดินอาดๆไปที่ห้องน้ำอย่างเร่งรีบ  ก้มลงดึงชั้นในตัวจิ๋วออกให้พ้นจากขาเรียวสวยก่อนโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนประคองหญิงสาวนั่งลงบนชักโครก ปัญชิญาสวมกอดเอวณภัทรเอาศรีษะซุกไว้ที่พุงเขาปล่อยของเสียอย่างสบายตัว

“อืม ค่อยยังชั่วหน่อย นอนต่อได้” คนเมาพึมพำออกมาอย่างมีความสุขเกลือกกลิ้งใบหน้ากับหน้าท้องหนั่นแน่นของณภัทร ส่วนคนที่กำลังทุกข์อย่างหนักจากการกระทำไม่รู้อิโหน่อิเหน่ของคนเมารีบประคองปัญชิญาลงจากโถให้ยืนบนพื้น โดยใช้วงแขนข้างหนึ่งกอดร่างที่คอยแต่โงนเงนไปทางนั้นทางนี้ไว้แนบอก มืออีกข้างกดน้ำชักโครก

“คุณน่ะค่อยยังชั่ว แต่ผมกำลังจะตาย”




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

36 ความคิดเห็น