กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 12 : ขอเวลาสามเดือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 พ.ค. 60



ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต









ร่างเย้ายวนเดินนวยนาดออกมาจากห้องน้ำมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนน้อยที่แทบจะปิดก้นไม่มิด ทำให้ร่างกำยำที่นอนอยู่บนเตียงตาลุกวาว ไม่ใช่แค่ตาหรอกที่ลุกบางอย่างที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาก็กำลังลุกจนร้อนเป็นไฟเช่นกัน นานาเดินมาถึงปลายเตียงก็โดนกระชากขึ้นไปนั่งทับอยู่บนร่างแกร่ง ศรุตอดใจไม่ไหวอยากจะต่ออีกซักรอบทั้งที่ฝ่ายหญิงก็บอกเขาแล้วว่าต้องไปงานต่อ แล้วทำไมเขาต้องสนใจด้วยเล่า ก็คอยดูว่าร่างอวบอัดนี้จะทัดทานเขาได้หรือเปล่า

“ว้าย พี่ศรุตปล่อยนานา นะคะ” นานาร้องอย่างตกใจ เมื่อโดนกระชากขึ้นมานั่งทับบนตักกว้าง นานารู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายมีความต้องการในตัวเธอ ก็เจ้าอนาคอนด้าตัวเขื่องมันกำลังรวบรวมพลังเพื่อดันก้นของเธอราวกับมันอึดอัดที่โดนทับไว้ยังไงล่ะคือหลักฐาน ไม่พอศรุตยังกระชากผ้าเช็ดตัวจนเต้าอวบเกินตัวที่หมอเกาหลีให้มา เด้งดึ๋งออกมาโชว์เด่นหราเรียกความหื่นกระหายของศรุตพระเอกละครที่พึ่งเคยเล่นด้วยกันเรื่องแรก ศรุตไม่รอช้าเขาจัดการสองเต้าอย่างย่ามใจ จนเรียกเสียงครางจากนานาที่เริ่มมีอารมณ์ร่วม ทั้งๆที่ปากกำลังจะบอกว่าต้องรีบไปงาน  แต่กลายเป็นว่าเสียงที่เปล่งออกมาเป็นแค่เสียงครางแห่งความเสียวซ่านแทน   เสียงโทรศัพท์บนหัวเตียงเรียกสติของดารานางแบบสาวกลับมาได้ แต่...แค่เพียงบางส่วนเท่านั้น

“พี่ศรุตพอก่อนค่ะ นานาจะรับโทรศัพท์”

“อื้ม ก็รับไปสิ พี่จะไปว่าอะไรล่ะ” ศรุตปล่อยริมฝีปากจากเต้าอวบอิ่ม ก่อนจะดูดกลืนเข้าไปใหม่หลังพูดจบ จนนานาที่กำลังเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์สะท้านเฮือก พอเห็นว่าใครโทรมายิ่งร้อนรนแต่อารมณ์พิศวาสเพราะปากศรุตยังทำงานตลอดเวลาก็ยังหลงเหลืออยู่

“พี่ศรุต เงียบๆนะ เลโอโทรมา” ศรุตเพียงแต่หยุดเรียวลิ้นนิดนึง ยักคิ้วเป็นการตอบรับ ก่อนจะทำภารกิจต่อ นานากดรับโทรศัพท์ด้วยมือที่สั่นเทา

“ว่าไงคะเลโอ คิดถึงนานาเหรอ”

คุณอยู่ไหน ว่างมาหาผมได้หรือเปล่า

“ว้า เสียดายจังนานาติดงานน่ะค่ะ อะ อืมม” นานาหลุดเสียงครางอย่างลืมตัว จนคนปลายสายรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล

เป็นอะไรหรือเปล่า

“ปะ  เปล่า   ค่ะ  ดะ เดี๋ยว นานาต้องวางแล้ว นะคะ ละ เลโอ” นานาเอ่ยกระท่อนกระแท่นเพราะศรุตเปลี่ยนเป้าหมายจากเต้าอวบของเธอเป็นกึ่งกลางลำตัวแทน

โอเค ครับ บายหลังจากณภัทรวางสาย นานาก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเธอโยนโทรศัพท์ไปยังทิศทางใด รู้แต่ว่าไม่ว่าศรุตจะพาเธอเดินทางไปยังสวรรค์ชั้นไหนเธอก็พร้อมจะไปกับเขาทุกชั้นอย่างไม่อิดออด ขอแค่เธอได้ไปเห็นความสวยงามของสวรรค์ได้ก็เป็นพอ

 

ณภัทรก็หมุนปากกาในมืออย่างใช้ความคิด มือหนาอีกข้างกดเบอร์โทรของคนสนิทหรือเลขาส่วนตัวทันที เพราะเขาไม่ปล่อยอะไรที่เขาสงสัยให้ค้างคาใจ อะไรที่ใช้แล้วไม่ดีหรือใช้ไปนานๆมันเริ่มสกปรกหรือมีคนอื่นมาแอบใช้ด้วย เขาก็พร้อมจะทิ้งลงถังขยะทันที ณภัทรหยิบกระดาษทิชชู่ที่เขาพึ่งเช็ดมือทิ้งลงถังขยะ

“โชติ ไปสืบอะไรบางอย่างให้ฉันที ฉันจะส่งข้อมูลให้ทางอีเมล์” เมื่ออีกฝ่ายรับคำชายหนุ่มก็วางสายทันที กำลังจะหย่อนโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นซะก่อน ชื่อที่โชว์บนหน้าจอทำให้ใบหน้าคมฉีกยิ้ม แต่ก็ไม่กดรับปล่อยให้มันสั่นและแผดเสียงราวกับมีความสุขนักหนาที่ได้นั่งฟังเสียงโทรศัพท์ ชายหนุ่มอยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอกำลังเล่นอะไรอยู่จะจีบเขาจริงอย่างที่เคยบอกอ้อมๆ หรือทำเพื่อหวังผลอะไร ชายหนุ่มรู้ดีว่าการประกบริมฝีปากครั้งสุดท้ายบนโซฟาหญิงสาวตั้งใจ  เห็นห้าวๆแมนๆแบบนั้นแต่วิธีการอ่อย ก็.....

 ‘พอใช้ได้อยู่

ณภัทรยอมรับว่าเขาเริ่มสนใจผู้หญิงที่เวลาอยู่ในลุคเซ็กซี่ก็ทำให้ใจสั่น  เวลาห้าวๆก็ทำให้หวั่นไหวแปลกๆอย่างปัญชิญา   เสียงเรียกเข้าเงียบไปสักพัก ชายหนุ่มขยับตัวมองนาฬิกาวันนี้เขามีนัดกับบิดามารดาตอนเย็น แต่เขาคงต้องไปก่อนเวลาแล้วล่ะ การที่ถูกเรียกกลับบ้านครั้งนี้ณภัทรรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆชอบกล เอาเถอะเดี๋ยวเย็นนี้ก็รู้กันว่าลางสังหรณ์เขาจะชัวร์หรือมั่วกันแน่ ร่างสูงลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างไม่เร่งรีบเท่าใดนัก  เมื่อเดินลงมาชั้นล่างณภัทรก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเพื่อนรักอย่างปริญมานั่งเอกเขนกสบายใจอยู่ภายในบ้าน

มันมาทำไม? เขาไม่เห็นจำได้ว่านัดกับปริญตอนไหน

“มาทำไมวะ”

“แหม ไอ้คุณเพื่อนมึงควรจะทักกูว่า มาถึงตอนไหน รอนานรึเปล่า อะไรแบบนี้เปล่าวะ” ปริญแสร้งทำหน้าน้อยใจ จนชายหนุ่มเจ้าของบ้านนึกอยากเตะเสยปลายคางสักที

“ก็กูไม่ได้นัดมึงมา ทำไมต้องถามแบบนั้นอ่ะครับไอ้คุณปิญ”

“เอาเถอะๆ นี่จะออกไปไหนวะแต่งตัวซะหล่อ”

“ไปบ้านบิดามารดา”

“หืม เรียกซะเป็นทางการเลยนะครับ สงสัยจะเร่งให้แกมีมียตามเคยล่ะสิ”

“เออ คงงั้นล่ะ แต่คราวนี้ลางสังหรณ์มันรุนแรงแปลกๆว่ะ”

“ไม่รอดแน่มึง”

“หึ คิดว่ากูจะยอมเหรอใครจะยอมมีเมียง่ายๆกันวะ”

“หนีให้รอดละกันมึงน่ะ”

“ว่าแต่ มึงมาทำไมยังไม่ตอบ เนี่ยกูจะออกไปแล้วนะ” ณภัทรยกนาฬิกาขึ้นดูเวลา ประมาณว่าเขาเสียเวลาคุยกับเพื่อนไม่ได้รับเชิญมากเกินไปแล้ว

“ก็ไม่สำคัญอะไรหร๊อก แค่อยากขอตามมึงไปไซต์ห้างใหญ่มึงบ้าง”

“นี่ไม่มีการมีงานทำว่างั้น มาวิ่งตามตูดกูนี่” ณภัทรมองอย่างสงสัยไอ้เพื่อนเขามันจะอยากตามเขาไปไซต์ทำไมกัน ธุระก็ไม่ใช่ หน้าที่ยิ่งแล้วใหญ่มันไม่มีหน้าที่และหุ้นส่วนใดๆในบริษัทของเขาเลย

“กูแค่รู้สึกสนใจสิ่งที่จะเจอในไซต์น่ะ”

“เช่น?”

“ก็อย่างเช่นวิศวกรสาวสวย เซ็กซี่อะไรงี้” ปริญเอ่ยความจริง เขาต้องการไปไซต์งานเพื่อนเพราะเขาอยากเจอเจ้าหญิงจัสมินสุดเซ็กซี่ ที่เขาเจอครั้งที่สองในงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทเพื่อน  คนที่ได้ยินเจตนาของเพื่อนคิ้วกระตุกนิดนึง

“ไซต์งานก่อสร้างมันจะมีสาวสวยเซ็กซี่ที่ไหนวะ”

“มึงรู้ว่ากูหมายถึงใคร รึหวงก้าง?”

“หึ กูไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดจะกินวิศวกรบริษัทตัวเอง แถมห้าวเป้งแบบนั้นไม่นิยมเว้ย”

“ก็ดี กูจะจำไว้มึงอย่ากลืนน้ำลายตัวเองล่ะกัน”

“ธุระมึง คือเรื่องนี้?”

“อะหะ กลับล่ะ”

 

ณภัทรเดินเข้าบ้านบิดามารดาด้วยท่าทางครุ่นคิด เพื่อนเขาไม่เคยทำท่าเอาจริงเอาจังในการจีบผู้หญิงขนาดนี้ แค่ปรายตามองผู้หญิงก็พร้อมยินยอมพร้อมใจไปไหนต่อไหนกับมันแล้ว แต่ครั้งนี้มันลุงทุนตามส่องยัยห้าวของเขาถึงไซต์งานเลยเนี่ยนะ รึไอ้ปริญมันเอาจริงวะ

“เฮ้ย ไอ้สิงห์ลูกรัก วันนี้แกมาก่อนเวลานะ” เสียงทักทายของบิดาทำให้ชายหนุ่มหลุดจากความคิด ยกมือไหว้ผู้เป็นบิดา

“ก็คิดถึงเมียพ่อจนทนไม่ไหวไง”

“ปากดีจริงๆ หาเมียเป็นของตัวเองสักคนสิวะ จะได้ไม่ต้องมาคิดถึงเมียฉัน ฉันหวงโว้ย” แหม ยังไม่หย่อนก้นนั่ง พระบิดาก็เริ่มปล่อยอาวุธซะแล้วเหรอ ชายหนุ่มคิดอย่างเพลียหัวใจ

“นั่น เสียงลูกชายสุดหล่อแต่ยังหาเมียไม่ได้ของเราเหรอคุณ” เสียงหวานๆของเมียเจ้าของบ้านดังขึ้นก่อนตัวจะปรากฏให้เห็น ณภัทรเริ่มเห็นเค้าลางหายนะของเขาแล้ว มารดาแทคทีมกับบิดาช่วยกันปล่อยพลังขนาดนี้ หวังว่าวันนี้เขาจะเอาตัวรอดได้

“แม่ครับ หาไม่ได้ที่ไหน แค่ยังไม่อยากมีแค่นั้นเอง” คนที่โดนปรามาสว่าหล่อแต่หาเมียไม่ได้ เข้าไปกอดเอวมารดาอย่างออดอ้อน จนโดนสายตาพิฆาตของบิดาผู้หวงเมียยิ่งชีพ หวงแม้กระทั่งลูก คนมีความรักเป็นไปได้ถึงเพียงนี้เหรอ หึ ตลกชะมัด ระดับเขาต้องมานั่งหวงนั่งหึงไม่มีซะล่ะ ผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียวซะหน่อย

“ก็ถ้าหาได้ ฉันคงได้เลี้ยงหลานนานแล้วล่ะ” โห คราวนี้มาเหนือ เล่นข้ามขั้นไปถึงหลานเลยเหรอ ชายหนุ่มรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำว่าหลาน

“แหม จะรีบเลี้ยงไปไหนหลานน่ะ”

“ถ้าไม่รีบ พ่อกับแม่แก่หงำเหงือก ไม่มีแรงวิ่งเล่นกะหลานๆก่อนพอดี”

“ใช่ๆ สิงห์ลูกรัก แม่อยากมีหลานน่ารักมาวิ่งเล่นรอบบ้านแล้วนะ”

“เอ่อ ผมหิวข้าวแล้วครับ ” ณภัทรตัดบทฉับ ราวกับตัดริบบิ้นเปิดงาน จนผู้เป็นบิดากรอกตาอย่างรู้ทันการเฉไฉของลูกชาย  ส่วนภรรยาผู้เป็นแม่ที่หลงลูกชายมากกว่าสามีตอนนี้ เมื่อได้ยินลูกชายพูดแบบนั้นก็คล้อยตามกุลีกุจอเตรียมสั่งให้แม่ครัวทำอาหารมาถวายลูกชายเทวดาฟ้าประทาน ทั้งที่พึ่งจะบ่ายสามโมง มันจะมาบ้าหิวอะไรตอนนี้

“โอย ตายแล้ว หิวเหรอลูกเดี๋ยวแม่ไปบอกป้าจันทำอะไรให้ทานนะ รอแป๊บนึง” ลับหลังภรรยาที่รีบไปสั่งแม่ครัว คุณประมุขก็หันมาเล่นงานลูกชายทันที

“ไอ้กะล่อน เปลี่ยนเรื่องตลอด”

“เหมือนพ่อ” ณภัทรตอบพร้อมชายตามองผู้เป็นบิดา  คุณประมุขไม่ตอบโต้เพราะมันค่อนข้างจริง  และตอนนี้เขากำลังใช้สมองอย่างหนักเพื่อหาทางให้ลูกชายเพียงคนเดียว มีเมีย  เพื่อจะได้มีหลานให้เขาและภรรยาเลี้ยงสักที คุณประมุข คิดถึงเรื่องที่พึ่งได้รับรายงานสดๆร้อนๆ ว่าตอนนี้ลูกชายคาสโนว่าของเขากำลังโดนตามจีบจากวิศวกรบริษัทตัวเอง ตอนได้รับรายงานและเห็นภาพที่ลูกชายโดนค่อมด้วยผู้หญิงที่มองเผินๆนึกว่าทอมบอย คุณปัญญาก็ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ ว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ฮาร์ดคอ ห้าวหาญจริงๆ พ่อคงสอนมาดี

“คุณพ่อยิ้มอะไร” ผู้เป็นลูกชายมองผู้เป็นบิดาอย่างระแวง อยู่ดีๆก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

“แกเลิกกับแม่ดารานั่นยัง” ไม่ตอบแต่เปลี่ยนเรื่องแทนแบบนี้  ชัวร์!พ่อเขาต้องมีแผน

“ตอนนี้ยัง”

“หมายความว่ามีแววจะเบื่อแล้ว”

“ก็ประมาณนั้น” ณภัทรไม่ลงรายละเอียดอะไรมากกว่านั้นให้บิดาทราบ

“หึ ก็ดีคนจีบเขาจะได้ทำอะไรเต็มที่หน่อย”

“ห๊ะ เมื่อกี้พ่อว่าอะไรนะ” ชายหนุ่มได้ยิน แต่ไม่เข้าใจว่าบิดาหมายความถึงใครมากกว่า นี่หวังว่าคงไม่ให้คนไปตามสืบชีวิตเขามานะ แต่มีหรือที่บิดาบังเกิดเกล้าจะตอบ ลุกเดินหนีไปเฉยๆนี่แหละ  หลังจากนั้น การพูดคุยเรื่องกดดันให้เขาหาเมียก็ไม่เกิดขึ้นอีกเลยจนกระทั่งเขาแยกตัวขึ้นมานอน  บิดาเขาเงียบสงบอย่างไม่น่าไว้ใจ ณภัทรเดินไปหยิบกล่องเล็กๆที่เขาเก็บบางอย่างไว้อย่างดี แต่เคยบอกเจ้าของมันว่าเขาทิ้งไปแล้ว

“คิดจะจีบเสือ ก็ต้องใช้เหยื่อล่อมากนิดนึงนะ ยัยห้าว” เสือหนุ่มคำรามในคอเบาๆใส่ลูกสตอร์เบอรี่สีแดงในมือ ราวกับจะส่งเสียงขู่ไปให้ถึงเจ้าของยางรัดผม

 

................................................................

ทางด้านคุณประมุข ที่ยังไม่นอนกดโทรศัพท์ต่อสายหาเพื่อนรัก เพราะอยากคุยเรื่องที่ค้างมานานหลายสิบปีให้เป็นเรื่องเป็นราว และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

ว่าไง ไอ้เสือไม่นานเสียงคุ้นเคยทักทายมาตามสาย

“ก็อยากคุยเรื่องว่าที่ลูกสะใภ้”

ใครวะว่าที่ลูกสะใภ้แกถามกลั้วหัวเราะ ฟังก็รู้ว่าแกล้งไขสือ

“คนที่เป็นวิศวกรบริษัทฉัน แต่เป็นลูกสาวแกไง ทีนี้รู้จักมั้ย”

ชัดเจน!  ว่ามา

“แกสอนลูกยังไงวะ ให้จีบผู้ชายได้ฮาร์ดคอแบบนั้น ฮ่าๆ” คุณประมุขส่งต่อรูปที่มาพร้อมกับรายงานให้เพื่อนรักดูตั้งแต่วันแรกที่ได้รับ หัวเราะเต็มเสียง

ไอ้นี่ มัวแต่รอลูกชายแกมาจีบ ลูกฉันก็ขึ้นคานพอดีสิโว้ยคุญปัญญาได้ยินเสียงเพื่อนรักหัวเราะอย่างชอบใจจนหยุดเอง ก็พูดต่อ

นี่กว่าจะคล้อยตามได้ ทั้งหมอดู ทั้งซินแส ดีหน่อยที่ลูกสาวฝันได้เข้าทางพอดี

“เออๆ ฉันชอบๆ ห้าวๆแบบนี้คงป่วนลูกชายฉันได้อยู่หมัดว่ะ”

ว่าแต่แกเถอะ ทำอะไรให้มันเร็วขึ้นบ้างวะ ฉันอุตส่าห์ทะนุถนอมไม่ให้มีแมลงภู่มาข้องแวะได้สักตัวเพื่อว่าที่ลูกเขยมาหลายสิบปี แต่ว่าที่ลูกเขยกับมีข่าวควงสาวเป็นว่าเล่นแบบนี้ ฉันก็ชักไม่อยากยกดวงใจให้กับลูกชายแกแล้วนะ

“เออน่า นักรบก็ย่อมผ่านสนามรบบ้างเป็นธรรมดา แต่เชื่อเถอะมันยังไม่มีใครจริงจังหรอก และนี่กำลังมีแพลนเลิกกับคนล่าสุด”

ให้มันจริงเถอะ ลูกสาวฉันลงทุนจีบว่าที่สามีก่อนขนาดนี้ แต่แกต้องคอยดูดีๆห้ามให้ลูกชายแกล่วงเกินลูกสาวฉันนะโว้ย

“ฉันชักจะไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าใครจะล่วงเกินใครก่อนกันแน่ ”

ลูกสาวฉันเริ่มก่อนไม่เป็นไร แต่คนเริ่มจะเป็นลูกชายแกไม่ได้ ฮ่าๆๆ

“แกเป็นพ่อภาษาอะไรวะ ไม่หวงลูกสาวบ้างเลยรึไง”

หวงทำไมวะ นี่หวงมานานจนจะขึ้นคานแล้ว   ตอนนี้ถ้าลูกชายแกไม่ยอมดูแล ฉันจะหาคนอื่นให้มาดูแลลูกสาวฉันแทน ลูกหว้าทำเป็นไม่สนใจเรื่องเพศตรงข้ามเพราะมีฉันควบคุมมานานแล้ว ตอนนี้ลูกสาวฉันจะสามสิบแล้วนะโว้ย ถ้าไม่รีบปล่อยแรดตอนนี้จะให้ปล่อยตอนไหนวะ ฮ่าๆ

“เออๆขอแค่ลูกเราสองคนรักกันได้ฉันไม่เกี่ยงวิธี  แต่แกจะยกลูกสะใภ้ฉันให้ใครไม่ได้นะเว้ย ฉันอุตส่าห์จองมาแต่เล็กแต่น้อย แกจะให้คนอื่นง่ายๆไม่ได้”

อย่าลืมว่ามันอยู่ที่ลูกชายแกด้วย ลูกฉันตบมือข้างเดียวไม่ดังโว้ย

“ตกลงเพื่อช่วยว่าที่ลูกสะใภ้ ฉันจะพยายามเต็มที่”

เพื่อนรักวางสายไปนานแล้วแต่คุณปัญญาก็ยังข่มตาหลับไม่ลง เขายังเป็นห่วงลูกสาว แต่ในครานี้เขาไม่ได้บังคับกะเกณฑ์อะไรกับลูกสาวอีกแล้ว เพราะปัญชิญาโตมากพอที่จะแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ อะไรที่ลูกตัดสินใจไปแล้วแสดงว่ามันผ่านกระบวนการคิดมามากพอ  เขาแค่ไว้ใจลูกสาว ใครว่าเขาไม่หวงลูกสาวกันล่ะ หวงที่สุด หวงมาก  ทำไงได้พ่ออย่างเขามีแต่จะแก่ลงทุกวัน ถ้าลูกสาวมีคู่ครองที่ดีที่สามารถดูแลแทนเขาได้เขาจะรู้สึกดีใจมากกว่าลูกสาวตัวเองต้องขึ้นคานและแก่ตายไปคนเดียว คนสวยของป๋าจะมีชีวิตโดดเดี่ยวน่าสงสารตอนแก่ไม่ได้  ผู้เป็นบิดาได้แต่ภาวนาให้ลูกสาวสมหวังในความรักและว่าที่ลูกเขยเป็นคนดีอย่างที่พ่อมันโฆษณาแล้วกัน

 

“โอ้ย วันนี้ทำไมมันร้อนอย่างงี้วะ นี่มันหน้าหนาวจริงเปล่าวะเนี่ย” ปัญชิญาที่สวมหมวกเซฟตี้ ยืนเอาเอกสารในมือพัดเพื่อคลายร้อน ปากก็บ่นกระปอดกะแปด

“เสลอปี้ หน่อยมั้ยลูกพี่” ชัชวาลที่เห็นลูกพี่สาวบ่นๆ อากาศร้อนกลัวอารมณ์จะร้อนตาม รีบเสนอทางดับร้อนให้ทันที

“ก็ดีเว้ย แก้วใหญ่สุด ”

“เงิน” ชัชวาลแบมือตรงหน้าลูกพี่สาว ไม่สะทกสะท้านต่อสายตาทิ่มแทง ที่ลูกพี่ส่งมาให้

“ไอ้งก” ควักเงินแบงค์สีแดงให้แต่โดยดี ผู้ช่วยวิศวกรได้เงินแล้วแว๊บไปยังเซเว่นที่ใกล้ไซต์ที่สุดทันที รอไม่ถึงยี่สิบนาที ก็มาพร้อมเสลอปี้แก้วใหญ่ในมือ และยัดอยู่ในถุงอีกหลายแก้ว

“นี่แกซื้อมาขายหรือซื้อมาแดกวะ”

“เอ้า คนใช้เงินเป็นไง มีน้ำใจด้วยไง ก็เผื่อพี่ๆเขาด้วย”

“เออ ให้จำเริญๆนะพ่อนะ” ปัญชิญาตบไหล่ให้พร อ้าปากดูดน้ำอย่างกระหาย มือนึงก็พัดคลายร้อนให้ตัวเอง โดยไม่ได้สังเกตเห็นว่าเสียงคุยกันดังๆของเหล่าคนงานเงียบลงเพราะการมาของใครบางคน

“ผมช่วยพัดให้มั้ยครับ”

“ก็ดีนะ” กำลังเมื่อยมือพอดี ปฏิเสธก็โง่สิ ปัญชิญาหันไปยื่นกระดาษที่เธอใช้แทนพัด แต่เมื่อเห็นหน้าคนมีน้ำใจ ก็ต้องผงะถอยมาตั้งหลักตั้งสามก้าว

“เฮ้ย คุณเป็นใครวะ..คะ”

 ผู้ชายหล่อจากไหนหลงเข้ามาในไซต์งานวะเนี่ย จากการแต่งตัวน่าจะไม่ใช่คนงานแน่นอน เขาใส่หมวกเซฟตี้เรียบร้อยแสดงว่าได้รับอนุญาตให้เข้าจากผู้มีอำนาจอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะถ้ามีคนนอกเข้ามาทุกคนต้องมาแจ้งเธอแล้ว แต่นี่เธอไม่ได้รับรายงานใดๆจากใคร แน่นอนปัญชิญาไม่ปล่อยให้ตนเองสงสัย

“เอ่อ ขอโทษนะคะ ไม่ทราบคุณเป็นใคร”

“ผมเป็นเพื่อนกับเจ้าของที่นี่น่ะครับ”

“คุณหมายถึงคุณณภัทรใช่มั้ยคะ”

“ใช่เป็นเพื่อนไอ้นี่ เอ้ยคนนี้ล่ะครับ” ปริญตอบ ลอบสังเกตผู้หญิงจุดประสงค์ของการมาที่นี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าไปด้วย วันนี้เธอแต่งตัวไม่เหมือนที่เขาเคยเจอทั้งสองครั้งก็เลยรู้สึกแปลกตา จนเกือบจำไม่ได้ แต่เป็นณภัทรที่บุ้ยใบ้ว่าเป็นเธอเขาถึงได้เพ่งมองจำจนได้ว่าใช่จริงๆผู้หญิงอะไรเท่ห์ชะมัด แถมเซ็กซี่ก็ได้อีก ชอบ!’

“แล้วมีธุระอะไรกับฉัน..คะ” เกือบลืมคำลงท้าย  สายตามองข้ามไปด้านหลังของเพื่อนเจ้านาย คนที่เป็นคนพามากำลังเดินตรงมาจุดที่เธอกำลังยืนอยู่  ณภัทรไม่มาปรากฏตัวที่นี่เลยหลังจากเกิดเหตุการณ์ปากทักทายกันระหว่างเขากับเธอ น่าจะเป็นอาทิตย์แล้วมั้งที่ไม่โผล่หน้าหล่อๆมาให้เธอปล่อยพลังแรดใส่

“เปล่าครับ ไม่คิดว่าจะเจอผู้หญิงในไซต์งาน ก็เลยอยากมาทำความรู้จัก” ไม่ใช่ไม่คิด รู้มาก่อนแล้วต่างหากปริญมองคนที่ดูดเสลอปี้จนเสียงดังจู๊ดๆแบบไม่อาย อย่างทึ่งๆ

“อ๋อ” ลากเสียงยาว”ปัญชิญาค่ะ เรียกลูกหว้าก็ได้” ปัญชิญายิ้มตอบรับไมตรี

“ผมปริญ เรียก ปิญ เฉยๆก็ได้ครับ” ปริญแนะนำพร้อมยื่นมืออย่างสุภาพ ปัญชิญาก็ไม่ลังเลที่จะจับมือที่ยื่นไมตรีให้ เพื่อนว่าที่...ต่อไปก็เหมือนเพื่อนเธอ หญิงสาวคิดแล้วขำคนเดียวในใจ  ณภัทรเดินมาถึงพอดี เขามองปัญชิญาไม่วางตา แล้วใครกลัวมองมาก็มองตอบ ปัญชิญาไม่หลบสายตาที่มีแววหาเรื่องคู่นั้น  ปริญมองตามมือเรียวที่พึ่งปล่อยมือหนากว่าของเขา ตอนนี้หญิงสาวใช้มันจับแก้วเสลอปี้ที่ฝากไว้ใต้รักแร้ตัวเองขึ้นมาดูดต่อ

“หิวน้ำ” คนมาใหม่พูดขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ย ปัญชิญามองหน้าเจ้านายที่มองเธออยู่ก่อนแล้วตั้งแต่มาถึง

หิวน้ำก็ไปหาดื่มน้ำสิวะ มาบอกเธอเพื่อ? ไม่ใช่คนขายน้ำโว้ย  ปัญชิญาได้แต่คิดในใจ แต่เอาเถอะเขาเป็นเจ้านาย และว่าที่...ของเธอเทคแคร์สักหน่อยก็ได้

“เฮ้ย ไอ้ชัช ไปหาน้ำมาให้คุณณภัทรดื่มหน่อยดิวะ” ปัญชิญาตะโกนสั่งลูกน้อง ด้วยเสียงและท่าทางห้าวๆ จนคนที่คิดจะมาดูของสวยๆงามในไซต์งานกลืนน้ำลายอย่างฝืดๆ  ชัชวาลกำลังจะวิ่งปรู๊ดไปแล้ว เพียงแต่

“ไม่ต้องครับ” ณภัทรโบกมือห้ามไว้ก่อน และหันมาจ้องแก้วเสลอปี้ในมือวิศวกรสาวอย่างเอาเป็นเอาตาย เจ้าของแก้วเห็นสายตาสื่อความหมาย  ก็ชี้มือใส่แก้วสเลอปี้ตัวเองส่งสายตาถามกลับไปประมาณว่า จะกินแก้วนี้ณภัทรพยักหน้ารับ

“ได้ไงคุณนี่ของฉัน จะหมดแล้วด้วย ถ้าอยากกินเดี๋ยวให้เด็กไปซื้อมาให้ใหม่”

“หวงเหรอ กว่าเด็กจะซื้อมาร่างกายผมคงขาดน้ำตายพอดี” คนที่ไม่ได้หิวน้ำจริงพูดโอเว่อร์ จนปริญจ้องตาปริบๆ เมื่อกี้มันพึ่งดื่มเบียร์กับเขาก่อนเดินมานี่กระป๋องนึง มันจะมาหิวน้ำจนร่างกายขาดน้ำตายได้ยังไง คิ้วปริญเริ่มขมวดอย่างสงสัย ฝ่ายหญิงก็พูดกับเพื่อนเขาเหมือนคนคุ้นเคยมากกว่าจะเป็นเจ้านาย แต่ในแววตาของทั้งคู่ไม่ได้บ่งบอกหรือเฉลยในสิ่งที่เขาสงสัย แต่ที่ปริญรู้แน่ๆแบบชัดเจนไม่ต้องสงสัยเลย

ตอนนี้ไอ้เพื่อนตัวแสบมันกำลังกันท่าเขา

“อะ ถ้าไม่รังเกียจน้ำลายที่ฉันพึ่งเป่าลงไปก็กินเลย” ปัญชิญายื่นแก้วเสลอปี้ให้ คิดว่าคนอย่างณภัทรคงไม่กล้าดื่มต่อจากเธอแน่นอน  แต่....เธอคิดผิด!  ณภัทรรับไปดูดทันทีไม่สนใจคำพูดของเจ้าของแก้วน้ำเลยสักนิด ดูดเสร็จก็ยื่นแก้วคืนให้ ปัญชิญาส่ายหัวดิก ใครจะไปกล้าดูดต่อวะหลอดเดียวกัน เขาไม่กลัวเธอจะเป็นไวรัสตับเอกเสบบีก็ช่างสิ แต่เธอกลัว!ไม่กล้าใช้หลอดหรือแก้วน้ำร่วมกับใครกลัวติดเชื้อ

“เหอะ ไม่อ่ะอิ่มล่ะ ตามสบายเลยคุณ”  ณภัทรก็เอากลับไปดูดอีกหน้าตาเฉย ก่อนจะหันมาพูดกับเพื่อนที่ปล่อยให้ยืนหัวโด่อยู่ตั้งนาน

“จะกลับยังวะ” เออ สนใจกูสักทีไอ้หมาหวงก้าง ปริญตวัดตาค้อนเพื่อน ก่อนตอบกลับไป

“พึ่งได้นิดเดียวเองนะเว้ย”

“ไม่รีบเองนี่หว่า”

“ก็มันดันมีหมาหวงก้างมาขัดซะก่อนอ่ะดิ” ปริญส่งสายตารู้ทันแกมโมโห ให้เพื่อนที่ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างน่าหมั่นไส้

“งานการไม่ทำว่างั้น”

“รวยอ่ะ ทำไม?” ปัญชิญามองคนนั้นสลับคนนี้ เธอจะมายืนฟังสองคนนี้เถียงกันทำไมวะ ไปดีกว่า ร่างบางกำลังจะเดินไปหากลุ่มชัชวาล แต่มือใหญ่ของเจ้านายจับข้อมือไว้ก่อน การกระทำนั้นเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาปริญ แน่ะ มีจับมือกันด้วย

“ไปรอผมที่อ๊อฟฟิศด้วย มีเรื่องงานอยากปรึกษา” ก่อนจะหันไปหาปริญที่กำลังจ้องมือที่จับกันอยู่เขม็ง จนณภัทรต้องรีบปล่อย  “ส่วนมึงกลับได้แล้ว”

“เออ กลับก็ได้วะ” ประโยคต่อมากระซิบเบาๆข้างหูให้ได้ยินกันสองคน “กูว่างานนี้มีคนกลืนน้ำลายตัวเอง”

ณภัทรไม่สนใจเสียงกระซิบของปริญ รีบกระชากลากถูให้เพื่อนรีบกลับเร็วๆ แต่ไอ้เพื่อนว่างงานแถมอวดรวย ไม่วายหันไปตะโกนบอกแม่วิศวกรตัวดี

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณลูกหว้า ผมจะมาหาใหม่วันหลัง” ปัญชิญามองตามอย่างไม่เข้าใจว่าเพื่อนเจ้านายจะมาหาเธออีกทำไม แต่ก็โบกมือลาหย็อยๆให้อีกฝ่าย หลังจากลากเพื่อนไปขึ้นรถกลับได้ ณภัทรก็เดินตรงลิ่วมายังอ๊อฟฟิศ คนที่กำลังนั่งไขว่ห้างกระดิกขาดิ๊กๆรออย่างสบายอารมณ์ พอเห็นเจ้านายเข้ามาก็รีบเอาขาลง

“คุณณภัทรจะปรึกษาเรื่องอะไรคะ”

“ไม่มี”

“อ้าวไหนบอกมีเรื่องจะปรึกษา”

“ตอนนั้นมี ตอนนี้ไม่มีแล้ว”

“คุณณภัทร!” โอ้ย นี่เขาจะกวนประสาทเธอใช่มั้ย คนอะไรพูดกลับไปกลับมา น่าโมโห เดี๋ยวแม่จับทำ

....ผะ..เอ้ย!แฟน..ตอนนี้ซะเลย

“สิงห์”

“ห๊ะ คุณว่าอะไรนะ” อย่าบอกนะว่าจะใช้เธอไปซื้อเบียร์ให้

“ต่อไปเรียกผมว่า สิงห์” ณภัทรย้ำเสียงไม่บ่งบอกอารมณ์  คนที่พึ่งมโนไปเองทำตาปริบๆ ปรับจูนสมองกับสิ่งที่ได้ยิน

“ไหนตอนนั้นบอกจะจีบผมไง แถมเมื่ออาทิตย์ก่อนยังจูบผมด้วย แต่วันนี้พอมีผู้ชายคนใหม่มาทำท่าจีบระริกระรี้เชียว”

“ไหนบอกเนื้อคู่ผมยาวไง  แต่ไอ้ปิญมันผมสั้นนะไม่เห็นเหรอ” ชายหนุ่มพูดรัวตามแรงอารมณ์หงุดหงิด แต่หงุดหงิดเพราะอะไรเขาก็ไม่อาจตอบตัวเองได้เช่นกัน ปัญชิญากำลังใช้สมองเรียบเรียงความหมายในคำพูดของคนที่พูดเอาๆเหมือนไม่พอใจ

“นี่ อย่าบอกนะว่าคุณ หึงฉันน่ะ”เน้นบางคำชัดกว่าคำอื่น ปัญชิญาจ้องหน้าณภัทรเค้นหาความจริง คำพูดและท่าทางของเขามันทำให้เธอคิดจริงๆนะ

“เฮ้ย หึง เหิง อะไรกันคุณไม่ใช่แฟนผมสักหน่อย”

“เออ นั่นน่ะสิ” ปัญชิญาเห็นด้วยแต่ยังมองอย่างเคลือบแคลง แล้วจะมาเหวี่ยงเธอหาตะขบอะไรล่ะถ้างั้น

“หลงตัวเองนะคุณน่ะ อย่างคุณน่ะไม่ได้แอ้มผมหรอก ไม่ใช่สเป็ค นมก็เล็กเกิน” พูดไม่พอยังมองหน้าอกคนที่บอกไม่ใช่สเป็คอีกต่างหาก  

“บอกไม่ใช่สเป็คก็พอเปล่าวะ ทำไมต้องขยายความเอาปมด้อยคนอื่นมาพูดด้วย”

ปัญชิญาเริ่มสูญเสียความมั่นใจ เพราะคำว่า นมก็เล็กเกิน หญิงสาวมองณภัทรด้วยสายตาต่อว่า

“เอ่อ  ผมขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจว่าคุณ เอ่อ  แบบนั้น” ชายหนุ่มมองเห็นอาการที่บ่งบอกว่าคนตรงหน้าไม่พอใจคำพูดของเขาเป็นอย่างมาก ดูได้จากสายตาเหวี่ยงๆของหญิงสาว

“ถ้าสมมุติว่าฉันนมใหญ่ ฉันจะได้แอ้มคุณงั้นสิ” ไม่นำพาต่อคำขอโทษแต่อย่างใด คนกำลังสำนึกผิดสำลักน้ำลายจนไอแค่กๆ

“ก็  เอ่อ ก็ไม่รู้สิ” ณภัทรถึงกับอึกอัก ชายหนุ่มรู้สึกอับจนคำพูดเพราะคำถามตรงแน่ว ของคนที่โดนหาว่า นมเล็กที่จริงมันก็ไม่เล็กหรอกเขารู้ดีถึงจะยังไม่เคยสัมผัสแต่จากการกะขนาดด้วยสายตาขนาดมันก็ กำลังดี

“เอาเถอะๆ ดีเหมือนกันคำพูดคุณ มันทำให้ฉันฮึกเหิมดี”

“ฮึกเหิมเรื่องอะไรคุณ?”

“ขอเวลาสามเดือน”

 “ผมไม่เข้าใจที่คุณพูด?” ณภัทรกำลังมึนกับคำพูดและท่าทางของปัญชิญา เขาเห็นเธอทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ราวกับคำนวณกำไรขาดทุนเมื่อต้องลงทุนซื้อหุ้นด้วยเงินมหาศาลที่มีอยู่ก้อนสุดท้าย

“ภายในสามเดือน ถ้าคุณมีท่าทีอยากแอ้มฉันหรืออยากให้ฉันแอ้มเมื่อไหร่ คุณต้องเป็นแฟนฉัน ไม่สิเราต้องเป็นแฟนกัน ถึงจะถูก”

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

36 ความคิดเห็น