The Dragon Slayer - นักล่าพิภพมังกร

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 : มูนเบย์ซิตี้ เมืองแห่งทะเลทราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 เม.ย. 58

2

อาวุธในตำนาน

นินเซย์พึมพำในลำคอ แววตายังคงสอดส่องสิ่งที่อยู่ข้างหน้าเขา ใช่ มันเป็นอาวุธที่เขาเองพึ่งพูดถึงไปนั่นเอง อาวุธที่ไม่ได้ถูกนำออกมาจากการไปผนึกไปหลายชั่วสหัสวรรษ แต่บัดนี้มันกลับได้มาปรากฎอยู่ตรงหน้าของเขา อาวุธสีทองเหลืองอร่ามที่ดูไม่เหมาะสมกับคำล่ำลือที่ว่าถูกใช้มาตั้งแต่ช่วงสมัยยุคไดโนเสาร์เพราะมีความเงาวับราวกับพึ่งถูกสร้างออกมา หรือถ้าไม่เป็นแบบนั้นก็เหมือนกับว่ามันไม่เคยถูกนำออกมาใช้ แต่มีคนดูแลรักษามันอยู่ตลอด

โว้วววว นายดูนี่สิฉันถือไอ้ขวานยักษ์นี่ได้เบาหวิวเลยหล่ะ

นินเซย์ผงะไปเล็กน้อยก่อนที่จะเรียกสติกลับมา เงยหน้าขึ้นมองราฟที่กำลังยิ้มแย้มกระโดดโลดเต้นไปมาพร้อมกับมือที่ถือขวานด้ามทอง ที่ถูกตกแต่งไปด้วยเพชร ส่วนหัวขวานมีสีเงินและมีคริสตัลสีแดงวาววับติดอยู่ที่รูตรงกลางขวาน ขวานด้ามนี้ไม่มีใบขวานมันคมทั้งสองด้าน เหมือนกับถูกสร้างขึ้นมาให้สามารถกวัดแกว่งไปได้ทุกทิศ สิ่งที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือขวานนั้นดูมีน้ำหนักราวหลายสิบตัน แต่ราฟกลับยกมันขึ้นได้อย่างสบายๆ

ฮะ...เฮ้ย

ราฟร้องเสียงหลงเมื่อสะดุดเข้ากับขาตัวเอง นินเซย์ถลึงตาขึ้นทันที ขวานใหญ่ยักษ์นั่นมันกำลังร่วงหล่นลงไปที่ราฟ แย่ไปกว่านั้นคือมันกำลังหันด้านที่สามารถตัดต้นไม้ได้อย่างสบายๆใส่หน้าเขา

            ปั้ก

ราฟ! “

นินเซย์ร้องเสียงดังกังวาลไปทั่วป่า หวังจะกระโดดเข้าไปช่วยแต่กลับไม่ทัน ราฟนั่งนิ่งเหมือนร่างไร้วิญญาณ ใบขวานสับลงบนร่างของชายหนุ่ม นินเซย์มือเท้าสั่นเมื่อได้เห็นภาพบาดตา แม้เขาจะพึ่งได้รู้จักกับราฟแต่เหตุการณ์นี้ทำเอาเขาต้องรู้สึกสะเทือนใจไปไม่น้อยเช่นกัน ใครเล่าจะทนเห็นภาพที่ขวานสับลงบนร่างคนได้

ราฟ! “

หะ นายเรียกฉันทำไม

นินเซย์ขมวดคิ้วเปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทัน ความงุนงงหลากหลายพุ่งเข้ามาในหัวของเขาจนสับสนไปหมด นินเซย์นั่งมองร่างของคนที่ถูกขวานหล่นใส่เมื่อกี๊แต่กลับไม่เป็นอะไร ไม่ได้ต่างจากราฟที่เขาเองก็งุนงงไปไม่แพ้กัน นินเซย์เดินหยิบขวานนั้นแต่กลับพบว่าตนไม่สามารถหยิบมันขึ้นมาได้แม้จะพยายามเท่าไหร่

ไหนนายบอกว่ามันเบาไง

นินเซย์พยายามทุกวิถีทางที่จะยกขวานนั้นขึ้นแต่กลับทำไม่ได้ ราฟยิ่งงงเข้าไปกว่าเดิม ก็เมื่อกี้เขายังยกมันได้สบายๆเหมือนกับยกโฟมแต่ทำไมนินเซย์ถึงได้ยกไม่ได้

นี่ไงมันยากตรงไหนเนี่ย

ราฟหยิบมันขึ้นมาอีกครั้งและแกว่งกวัดไปมา เขาต้องการพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่ามันเบาจริงๆจึงนำมันไปวางไว้ที่เท้าของนินเซย์

โอ้ย! นายทำบ้าอะไรเนี่ยเอาออกไป มันหนักนะเว้ย

ราฟเบิกตาโพล่ง ขวานเล่มนั้นกดลงไปกับเท้านินเซย์อย่างเห็นได้ชัด ราฟยกมันออกจากเท้านินเซย์ก่อนที่จะขมวดคิ้วสงสัยกับขวานบ้าๆเล่มนี้ ทำไมเขายกได้แต่นินเซย์ยกไม่ได้ ทั้งๆที่ร่างกายของเขาแตกต่างกับนินเซย์ราวฟ้ากับเหวเลยด้วยซ้ำ แต่ที่สงสัยกว่านั้นคือทำไมตอนที่ขวานหล่นลงมาเขาถึงไม่เป็นอะไร เหมือนกับแค่โดนโฟมกระแทกหน้าเท่านั้น แต่แล้วความคิดนั้นก็ต้องหยุดลงเมื่อขวานที่ราฟถืออยู่มีปฏิกิริยาอีกครั้ง มันส่องแสงวูบวาบไปทั่วเหมือนกับครั้งก่อนไม่มีผิด แสงสว่างสีขาวนั้นค่อยๆเจิดจ้าไปทั่วบริเวณอีกครั้ง ก่อนที่จะปรากฎสิ่งใหม่ขึ้น

เฮ้ย! “

ทั้งสองประสานเสียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างคนต่างถลึงตามองสิ่งใหม่ที่ปรากฎขึ้นตรงหน้า

ขะ...ขวาน ขวานนั่นหายไปไหน! แล้วนี่มันอะไรกันเนี่ย

นายทำอะไรกับมัน ทำไมขวานถึงกลายเป็นแบบนั้น

ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย นายก็เห็นนี่ว่าฉันแค่มองมันเฉยๆ

เกิดคำถามขึ้นมากมาย คำถามเก่าก็ยังไม่ได้คำตอบ แต่กลับมีคำถามใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว ขวานเล่มงามอร่ามนั้นหายไปกลับกลายเป็นขวานที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม ไม่เปลี่ยนรูปร่าง แต่ด้ามจับกลับกลายเป็นด้ามไม้ แถมส่วนหัวของขวานยังเป็นแค่สีเทาเงินธรรมดาๆเหมือนกับขวานทั่วไป

นั่นอะไร

จู่ๆก็มีกระดาษแผ่นหนึ่งตกอยู่ข้างราฟโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้สังเกตุ ราฟหยิบกระดาษที่นินเซย์ชี้ขึ้นมา มันมีสภาพที่ค่อนข้างเก่าเล็กน้อยถูกม้วนไว้ ราฟค่อยๆคลี่มันออกก่อนจะพบข้อความไม่กี่ประโยคในกระดาษนั้น

มันหมายถึงอะไร

นินเซย์รับกระดาษจากราฟอย่างงงๆ เขาทำการเปิดอ่านเช่นเดียวกัน

ตราบถึงเพลาอันสมควร แสงยิ่งยงจะปรากฎอีกหน แม้นบางสิ่งดูไร้ค่า แต่อาจเต็มไปด้วยแสนยานุภาพ

มันหมายความว่าไง

นายโง่หรือไม่มีสมองวะ

เอ้า ก็ฉันแปลไม่ออกนี่ ถ้านายรู้นายก็ตอบมาดิ

เมื่อถึงเวลาที่สมควร แสงอะไรสักอย่างจะปรากฎขึ้นอีกครั้ง ถึงแม้สิ่งบางสิ่งจะดูไร้ค่าแต่มันอาจมีอนุภาพพอๆกับกองทัพทหารทั้งกองทัพ

บางสิ่งดูไร้ค่านี่หมายถึงขวานเล่มนี้เหรอ

ฉันก็ไม่แน่ใจแต่คิดว่ามันน่าจะใช่

            แกร่ก แกร่ก

เสียงเหมือนคนเดินเหยียบไม้ทำเอาพวกเขาต้องละความสนใจจากขวานและกระดาษข้อความนั้นทันที

เฮ้ย! “

วิ่ง! “

ยังไม่ทันได้ไขปริศนาอันงงงวยเหล่านี้เหล่าสัตว์ป่าที่ดูไม่ธรรมดาก็โผล่มา ทั้งสองไม่รอช้ารีบโกยแน่บออกจากตรงนั้นทันที ยังโชคดีที่นินเซย์คว้าไม้กิ่งหนึ่งที่ติดไฟตรงปลายมาได้ทำให้เขาพอจะมองเห็นทางได้บ้าง แต่นั่นก็เป็นจุดอ่อนที่ทำให้พวกสัตว์เหล่านั้นหาเขาเจอ

มาทุกทิศเลย ทำไงดีเนี่ย

ราฟโวยวาย ทั้งสองหันหลังชนกันไร้ที่ไปต่อ สัตว์ป่าที่แสนจะไม่ธรรมดานั้นค่อยๆคืบคลานออกมาจากความมืด นินเซย์รู้ทันทีว่ามันเป็นหมาป่าแต่ไม่ใช่หมาธรรมดา เพราะพวกมันมีเขี้ยวงอกออกมาข้างหน้าสองซีกเหมือนวอลรัสพร้อมจะขย่ำเนื้อบางๆของพวกเขาทั้งสองได้ทุกเมื่อ

ขวาน! ใช้ขวานสิราฟ

บ้า แต่ฉันไม่เคยต่อสู้มาก่อนนะ

นายไม่เคยเล่นเกมอะไรเลยเหรอไงกันหะ

ฉันเคยเล่นแต่มันไม่เหมือนกันสักหน่อย นี่มันชีวิตจริงนะ

นายก็ใช้ๆมันไปเถอะน่า

สิ้นประโยคหมาป่าตัวนึงก็กระโจนเข้ามา ราฟที่ไม่ทันตั้งสติก็ฟาดฟันขวานไปข้างหน้ามั่วซั่ว แต่มันกลับได้หมด เมื่อขวานนั้นเฉาะเข้าที่ท้องหมาป่าเต็มๆส่งผลให้มันเกิดบาดแผลฉกรรจ์ประเด็นออกไปจากฝูงก่อนที่มันจะแน่นิ่งไป

ฝีมือดีนี่

นินเซย์หยิบดาบเล่มเล็กในกระเป๋าออกมาตั้งการ์ดเหมือนกับที่เคยฝึกตอนอยู่ในกองทัพ

เลือด ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย

ขวานถูกราฟโยนลงพื้น เลือดที่ไหลย้อยไปตามใบขวานทำให้เขารู้สึกหวั่นกลัวกับสิ่งที่ตนได้ลงมือไป นินเซย์จิ๊ปากไม่พอใจ หมาป่าอีกตัวกระโดดเข้ามาทางนินเซย์แต่เขาตั้งรับไว้ได้ทัน แต่แล้วอีกเกือบสิบตัวก็กระโจนตามเข้ามา นอกจากเขาต้องปกป้องตัวเองแล้ว ยังต้องปกป้องอีกคนที่เอาแต่นั่งสั่นอยู่นี่อีก!

นายหยิบขวานขึ้นมาสิวะ! “

เมื่อรู้สึกหงุดหงิดและเริ่มไร้กำลังที่จะต้านสัตว์พวกนี้นินเซย์ก็ตวาดคนข้างหลังขึ้นมา ราฟผงะเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้ามองนินเซย์ที่กำลังต่อสู้อยู่

หยิบขวานนั้นขึ้นมาแล้วมาสู้กับฉันเซ่! นายอยากตายมากเหรอไงกันหะ?! “

แต่ฉันไม่ฉันไม่กล้า ฉันไม่อยากทำร้ายใคร

แล้วนายจะปล่อยให้มันทำร้ายนายอยู่อย่างนี้เหรอไงกัน สัตว์พวกนี้มันก็เป็นพวกเดียวกับที่นายเห็นเมื่อตอนเย็นนั่นแหละน่า สัตว์ธรรมดาที่ไหนมันจะไปมีเลือดสีเขียวกันวะ

นินเซย์ร่ายยาว

หรือนายอยากจะตายเหมือนพ่อแม่ของนาย! “

คำพูดนั้นดึงสติราฟกลับมาอีกครั้ง แต่ไม่ใช่แค่สติที่กลับมา ตอนนี้ราฟเหมือนกำลังถูกปิศาจครอบงำอยู่อีกด้วย เขาคว้าขวานตรงหน้าเขาขึ้นมาทันทีก่อนที่จะฟันไปที่หมาป่าเกือบสิบตัวนั้นอย่างว่องไว นินเซย์คงได้แต่มองกับการกระทำบ้าๆนั่นที่เขาก็รู้สึกหวั่นเกรงมันเช่นกัน หรือเขาพูดแรงเกินไป? นินเซย์ยังไม่ทันคิดอะไรได้มากเท่าไหร่หมาป่าเหล่านั้นก็นอนจมกองเลือดและแน่นิ่งกันไปหมดเสียแล้ว

ฉันทำอะ… “

นายทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว นายควรปกป้องตัวเองมากกว่าให้ตัวเองมาตายแบบนี้นะราฟ

........

ถ้าพ่อแม่นายรู้เขาคงไม่อยากให้นายต้องมาอ่อนแอแบบนี้อีกแน่ ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกของตัวเองตายหรอกนายก็รู้

นั่นสินะ

เพราะงั้นนายควรเข้มแข็งเข้าไว้นะราฟ ฉันก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับโลกตอนนี้กันแน่ แต่ที่แน่ๆพวกเราจำเป็นต้องเอาตัวรอด ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีทางรอดก็ตาม

มันต้องมีสิ

?

มันต้องมีทางรอดอยู่แล้ว ฉันเชื่อว่าเรื่องนี้มันต้องมีทางรอด ฉันจะไม่ยอมตายเด็ดขาด

นายรู้ได้ไง

ฉันไม่รู้หรอก แต่นายเป็นคนบอกให้ฉันเอาตัวรอดนี่ มันก็ต้องเชื่อสิว่าจะมีทางรอดถ้าไม่อย่างนั้นเราจะเอาตัวรอดไปทำไมกัน จริงไหมล่ะ

ก็จริงของนาย

ขอบใจมากนะที่เตือนสติฉัน

อะ...อืม

นินเซย์ยิ้มรับเล็กน้อยแต่ยังคงงุนงงกับท่าทีของราฟที่เปลี่ยนไปเพียงแค่ไม่กี่นาที แต่คงไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาเครียด สิ่งที่ต้องคิดต้องเครียดคือตอนนี้เขากับราฟจะไปพักที่ไหนกันเพื่อไม่ให้พวกสัตว์ป่าประหลาดพวกนี้เจอเขาอีก

นินเซย์เดินนำราฟมาจนถึงน้ำตกแห่งหนึ่งซึ่งแน่นอนว่ามันมีถ้ำอยู่ใกล้ๆ

ว้าววววว พวกเรามีที่พักแล้ว เข้าไปล่ะนะคร้าบบบบบ

อ้าวเฮ้ยเดี๋ยวก่อนเซ่! “

            ยังไม่ทันได้พูดอะไรราฟก็วิ่งเข้าไปซะแล้ว นินเซย์ส่ายหน้าเนือยๆกับการกระทำของอีกคนที่ทำเอาเขาเหนื่อยมาเกือบทั้งวัน

            ใหญ่ดีจังแฮะ

            “ ระวังตัวด้วยนะ ฉันไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในนี้หรือเปล่า

ช่างมันเถอะน่า

ราฟล้มตัวลงนอนทันทีและผล็อยเคลิ้มหลับไป

 

แสงอรุณยามเช้าสาดส่องเข้ามาในถ้ำ ราฟลุกขึ้นบิดขี้เกียจไปมาสองสามทีแล้วจึงเดินออกไปข้างนอก ราฟมักจะตื่นเช้าเช่นนี้เป็นประจำอยู่แล้วเพื่อตื่นมาเล่นเกมถึงแม้วันนี้จะไม่เป็นเหมือนปกติก็ตาม

หิวจังแฮะ ออกไปหาอะไรกินดีกว่า

ราฟลูบท้องตัวเองพลางๆ หันไปมองคนที่นอนหลับอยู่ในถ้ำ แม้อยากจะชวนไปด้วยแต่ก็ไม่อยากจะปลุกอีกคนสักเท่าไหร่ จึงตัดสินใจเดินออกไปคนเดียว

ราฟยังคงเดินไปเดินมาจนเกือบชั่วโมงแต่กลับไม่พบพืชผักผลไม้เลยสักนิด เขาได้แต่ถอนหายในออกมาเนือยๆทั้งสองไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานนั่นทำให้ราฟตัดใจเดินกลับไปที่ถ้ำ แต่แล้วเสียงบางอย่างก็ดังเข้าไปในหูของเขา ราฟหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนหันไปมองที่ต้นเสียง

ไดโนเสาร์ !

ฮะ... เฮ้ย! “

ราฟเผลอร้องออกไปนั่นส่งผลให้เจ้าไดโนเสาร์ตัวนั้นหันขวับมามองราฟและวิ่งไล่กรวดทันควัน

ยะอย่าเข้ามานะ เฮ้ย! “

ราฟเอาขวานที่พกติดตัวมาด้วยออกมาขู่แต่กลับไม่ได้ผล ไดโนเสาร์ตัวนั้นยังคงวิ่งเข้ามาใกล้เขาขึ้นเรื่อยๆ

เผ่น

ตอนนี้ราฟคงทำได้เพียงสิ่งเดียวเพราะเขาไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อสู้แล้ว แต่ถึงให้มีเรี่ยวแรงมากขนาดไหนไดโนเสาร์ตัวขนาดนี้ใครมันจะไปสู้ได้

นินเซย์! “

เจ้าของชื่อสะดุ้งทันที นินเซย์พยุงตัวเองลุกขึ้นช้าๆจากการตื่นนอน สั่นหัวสะบัดความง่วงไปมา แต่แล้วความง่วงนั้นก็หายไปฉับพลัน ในใจคิดว่าตื่นมาไม่ทันไรก็ต้องเจอกับอะไรที่มันเลวร้ายอีกแล้ว สัญชาตญาณของเขาบอกให้หยิบของและวิ่งออกไปทันที

นินเซย์เซซซซซซซซซซซซย์! “

อย่าลากมันมาหาฉันเซ่! “

นายเอามันออกไปที! “

จะเอาออกไปได้ยังไงเล่า นั่นไดโนเสาร์ไม่ใช่แมวนะเฟ้ย

ไม่รู้ว่าเพราะความแข็งแรงหรือฮอร์โมนที่พุ่งพล่านของราฟกันแน่ที่ทำให้เขาวิ่งนำนินเซย์ไปไกลลิ่ว ไดโนเสาร์ตัวนั้นเปลี่ยนเป้าหมายจากราฟมาเป็นเขาแทน เขารู้สึกแค้นใจที่อีกคนทิ้งภาระไว้ให้เขาแบบนี้

นายตามมาเร็… “

ราฟตะโกนกลับมา แต่ทว่ายังไม่ทันสิ้นสุดคำพูดเขาก็วิ่งหายไปต่อหน้าต่อตา นินเซย์ตกตะลึงแต่ยังคงวิ่งไปต่อ เหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ทำเอาเขางุนงงไปยิ่งกว่าอะไรเมื่ออยู่ดีๆราฟก็วิ่งหายเข้าไปในอากาศ ใช่! เขาวิ่งหายไปในอากาศจริงๆ ไม่ได้ตกหลุมหรือชนอะไรจนล้ม แต่เพื่อพิสูจน์ให้แน่ใจนินเซย์จึงวิ่งเข้าไปตรงที่ราฟหายไปบ้าง แต่แล้ว

            ตู้ม

เสียงระเบิดอันรุนแรงทำให้เขาต้องชะงักเท้าและกลับไปมอง บัดนี้ภาพเบื้องหน้าเขาคือไดโนเสาร์สูงสามเมตรที่วิ่งไล่เขาลงไปนอนกับพื้นและชักกะแด่ว ระยะทางที่ไม่ไกลนักทำให้เห็นว่าหน้าของมันเละซึ่งน่าจะเป็นผลจากแรงระเบิดเมื่อกี้นี้ นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมางง เมื่อตั้งสติได้นินเซย์ก็วิ่งไปตรงจุดที่ราฟหายไปทันที

            แว๊บ

เพียงไม่กี่เสี้ยวนาที บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนจากต้นไม้กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าในทะเลทราย นินเซย์หันซ้ายหันขวาไปมางงๆ

เฮ้นินเซย์

เสียงคุ้นเคยดังมาจากข้างหลัง ราฟวิ่งโบกมือไปมาแล้วมาหยุดอยู่ข้างหน้าพร้อมหอบแฮ่ก

ที่นี่มันที่ไหนเนี่ย

ฉันก็ไม่รู้ อยู่ดีๆนายก็วิ่งหายไปฉันเลยวิ่งตามนายมาแล้วก็โผล่มาที่นี่

นายดูนั่นดิ

นินเซย์มองไปตามทางที่ราฟชี้แล้วก็ต้องเลิกคิ้วสงสัย ภาพที่ปรากฎเบื้องหน้าคือบ้านหลายหลังตั้งอยู่ห่างจากพวกเขาประมาณไม่กี่กิโลเมตร

ไปกัน

ฮะ เฮ้ย นายรู้ได้ไงว่าที่นั่นมันปลอดภัย

ไม่ไปแล้วจะรู้ได้ไงล่ะ

นินเซย์ส่ายหัวไปมากับความไม่รู้จักคิด อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่เขาก็คงต้องตามไปอย่างห้ามไม่ได้ มันก็จริงอย่างที่ราฟพูดถ้าไม่ไปแล้วเขาจะรู้ได้ยังไง ในเมื่อเขาไม่เคยรู้จักหรือเห็นสถานที่แบบนี้มาก่อน

มีคนด้วย

ราฟวิ่งมาหยุดที่ทางเดินที่ดูเหมือนจะเป็นตลาดเพราะมีของมากมายตั้งไว้อยู่ ผู้คนที่เดินชุลมุนและเสียงตะโกนค้าขายเชิญชวนคนให้ซื้อ ทุกอย่างเหมือนกับบนโลกของเขา มีผักผลไม้ มีเนื้อสัตว์ แตกต่างกันตรงที่ตลาดนี้ใช้ผ้าปูแล้วเอาของวางบนผ้า และขายของกันกลางแจ้ง ไม่มีร่มไม่มีร้านเป็นห้องๆหรือบล็อกๆ มีแต่เพียงเงาจากบ้านอาคารที่ก่อสร้างด้วยอิฐบดบังแสงแดดให้ คนที่นี่ก็ใส่ชุดเหมือนพวกอาบังหรือพวกคนอินเดีย น่าสงสัยที่ราฟกับนินเซย์แต่งตัวแปลกไปจากคนอื่นแต่กลับไม่มีใครจ้องพวกเขา มีเพียงแค่มองแล้วก็ผ่านไป

ราฟเดินนำเข้าไปในตลาดโดยที่นินเซย์ยังไม่ทันได้ห้ามอีกเช่นเคย สายตาของนินเซย์สะดุดกับที่ที่หนึ่งดูๆแล้วน่าจะเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวแบบร้านก๋วยเตี๋ยวโบราณที่เขาเคยเห็นทั่วไป เครื่องของข้าวใช้ทำจากไม้ทั้งหมด ยกเว้นถ้วยชามที่ดูแล้วคงจะทำมาจากดิน นินเซย์เรียกราฟแล้วเดินไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนั้น เขานั่งลงที่โต๊ะว่างมุมสุดร้าน ไม่ช้าบริกรสาวคนหนึ่งก็เดินมายื่นเมนูอาหารให้

รับอะไรดีคะ

บริกรสาวยิ้มรับสดใส นินเซย์รับเมนูอาหารนั้นมาดูถึงกับต้องเกาหัวงง เมนูพวกนี้เขาไม่เคยเจอเลย

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูป่าทะเล

ก๋วยเตี๋ยวทรงเครื่องเนื้อกระต่ายยักษ์

ก๋วยเตี๋ยวเลือดแมลง

ก๋วยเตี๋ยวแห้งเนื้อมังกร

550 ซิลเวอร์

550 ซิลเวอร์

350 ซิลเวอร์

1500 ซิลเวอร์

            และสารพัดเมนูที่ทำเอานินเซย์เลือกสั่งไม่ถูก

            ผมมีแต่เงินบาทใช้ได้ไหมครับ

คุณคงเป็นคนจากโลกมนุษย์สินะคะ เงินบาทใช้ได้ค่ะ เทียบเป็นอัตราแลกเปลี่ยนก็ 1 บาทต่อ 30 ซิลเวอร์

ซิลเวอร์คืออะไร

ราฟที่ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องที่สุดเอ่ยถามขึ้นมา

ซิลเวอร์คือหน่วยสกุลเงินของที่นี่ค่ะ ที่นี่คือเมือง มูนเบย์ซิตี้ ที่เชื่อมต่อกับเมืองพาลาซิตี้ซึ่งเป็นเมืองหลวงของโลกนักรบมังกรค่ะ

โลกนักรบมังกร

ใช่ค่ะ โลกนักรบมังกรคือโลกที่เต็มไปด้วยเหล่านักรบและมีสัตว์ประหลาดมากมาย ที่เมืองพาลาซิตี้นั้นจะเป็นที่ที่มีคลับสำหรับนักรบพวกนี้อยู่

น่าจะไปแฮะ

นายจะไปทำอะไรที่นั่น

ก็ไม่รู้สิ แต่อยู่ที่โลกมันก็ไม่ปลอดภัยสักนิดเลยนายก็รู้

เฮ้อ

แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าเราจะไปเมืองนั้นได้ยังไง

ราฟหันไปถามสาวบริกรแววตาเต็มไปด้วยความสงสัยและอยากรู้

มีวิธีง่ายๆก็คือใช้วาร์ปค่ะ

วาร์ป?

วาร์ปก็คือที่ที่เราจะสามารถย้ายไปอีกจุดจุดหนึ่งได้ในเวลาไม่กี่วินาทีไง ฉันเคยเล่นเกม

เหมือนที่ศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอพาแฮรี่พอตเตอร์วาร์ปอะนะ

ก็คงงั้นและม้าง

แล้วเราต้องทำยังไงถึงใช้วาร์ปวาร์ปไปที่พาลาซิตี้ได้ครับ

หากท่านเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างแดนจะต้องใช้เงินหกแสนซิลเวอร์ต่อการวาร์ปหนึ่งครั้งค่ะ ซึ่งตีเป็นเงินประมาณสองหมื่นบาท

หนึ่งแสน! “

ผู้คนในร้านหันมามองกันเป็นสายตาเดียวเพราะทั้งสองตะโกนเสียงดังโหวกเหวกโวยวาย แน่นอนอยู่แล้ว หนึ่งแสนบาทมันไม่ใช่เงินน้อยๆสำหรับเด็กอายุสิบเจ็ดสิบแปดอย่างพวกเขาเลย

แล้วฉันจะไปหาเงินมาจากไหนได้เนี่ย

ราฟสิ้นหวังเมื่อคิดถึงเงินจำนวนหนึ่งหมื่นบาทที่ต้องใช้ในการวาร์ป แค่ตอนนี้เขาก็แทบจะไม่มีเงินติดตัวแล้ว

ยังมีอีกวิธีนะคะ

อีกวิธี?

ราฟหันขวับมาทันที ราวกับว่าอยากจะไปที่นั่นให้ได้แม้ต้องใช้วิธีไหนก็ตาม เพราะถึงแม้เค้ากลับไปที่โลกก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้ยังไงในเมื่อสัตว์ประหลาดเต็มไปหมด

เมืองพาลาซิตี้มีวาร์ปที่ใช้เข้าไปในเมืองอยู่ในป่าลึกที่เชื่อมต่อกับโลกมนุษย์ แต่ไม่เคยมีมนุษย์โลกคนไหนเคยผ่านวาร์ปนั้นเข้าไป มีเพียงแต่ใช้วาร์ปจากเมืองมูนเบย์ซิตี้นี้เพื่อไปที่นั่น แต่สุดท้ายก็ต้องกลับไปที่โลกก่อนอยู่ดีเพื่อที่จะเดินทางไปที่พาลาซิตี้ สุดท้ายก็ต้องกลับไปเจอสัตว์ร้ายพวกนั้นอีกครั้งอยู่ดี

ฉันว่าเราอยู่ที่นี่จะดีกว่ามั้ง

นายมีเงินหรือไง

มีอยู่สองร้อย

โถ่

เราหางานทำที่นี่ไม่ได้เหรอไง

ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะมูนเบย์ซิตี้ไม่รับคนนอกทำงานเพราะเป็นกฎของเมืองนี่อยู่แล้วค่ะ

ตายๆๆ อยู่ที่นี่ก็อดตาย กลับไปก็อดตาย

เอ่อ... สรุปพวกท่านจะสั่งอาหารกันไหมคะ

นินเซย์หัวเราะแห้งๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาจะสั่งอาหารแต่ดันคุยเรื่องเมืองนั่นเพลิน

ไม่นานนักก๋วยเตี๋ยวเลือดแมลงก็ถูกเสิร์ฟให้กับพวกเขา ทั้งสองไม่รอช้ารีบโซ้ยทันทีโดยไม่สนใจว่ารสชาติจะเป็นยังไง ก็ไม่ได้กินอะไรมาเกือบสองวันแล้วนี่นะ...

พวกเขาจ่ายตังค์และเดินออกจากร้านไป จากที่ได้สอบถามพนักงานสาวคนนั้นแล้วได้ความว่าพวกเขาต้องเดินไปทางทิศตะวันออกของเมืองเป็นอีกวาร์ปที่จะพากลับไปยังโลกมนุษย์ ตรงข้ามกับทิศตะวันตกที่เป็นวาร์ปเข้าเมืองมูนเบย์ซิตี้

ราฟ

หะ

ฉันขอแวะร้านนั้นก่อน

มองไปตามนิ้วชี้ของนินเซย์ก็พบกับร้านที่เต็มไปด้วยอาวุธและชุดเกราะต่างๆนาๆ นินเซย์เดินเข้าไปภายในร้านและพบว่ามันไม่ได้ดูเล็กเหมือนกับภายนอก ภายในใหญ่กว้างขวางราวกับคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยอาวุธติดอยู่ทุกที่ทุกมุมของร้าน

ไม่รอช้าเขารีบเดินไปมุมที่เขียนว่า Sword ทันที ดาบนับหลายร้อยเล่มถูกวางเรียงบนชั้นหลายสิบชั้น นินเซย์หยิบชิ้นนู้นที ชิ้นนี้ทีแต่กลับต้องวางลงเมื่อเห็นราคาของมัน ตอนแรกนินเซย์มีเงินอยู่ 200 บาทซึ่งตีเป็นเงิน 6,000 ซิลเวอร์ หรือ 6 โกลด์ ใช้ไปแล้ว 700 ซิลเวอร์จึงเหลือเงินอีกแค่ 5 โกลด์กับ 300 ซิลเวอร์เท่านั้น แต่ดาบทุกเล่มที่เขาหยิบขึ้นมาราคาต่ำสุด 9 โกลด์ มากกว่าเกือบครึ่งหนึ่งของเงินที่เขามี ราฟได้แต่ถอนหายใจแล้วมองดาบที่สภาพชำรุดทรุดโทรมที่ต้นใช้ต่อสู้กับฝูงหมาป่าเมื่อคืน

รับอะไรดีครับนายท่าน ฮิฮิฮิ

หนุ่มหัวล้านตัวอ้วนเตี้ยเดินเข้ามาและพูดบริการอย่างอารมณ์ดี

ในนี้อะไรราคาต่ำสุดครับ

ถ้าราคาต่ำสุดก็จะเป็นน้ำยาโพชั่นแก้อาการบาดเจ็บ ขวดเล็ก 300 ซิลเวอร์ ขวดกลาง 600 ซิลเวอร์ และขวดใหญ่ 1,500 ซิลเวอร์ครับนายท่าน ส่วนถ้าอาวุธที่มีราคาต่ำสุดก็คงจะเป็นไม้เท้าที่ทำจากไม้ราคา 6 โกลด์ครับนายท่าน ฮิฮิฮิ

ไม้เท้าไม้ 6 โกลด์! ใช้แล้วมันจะเป็นแม่มดเหรอไง

ก็ทำนองนั้นแหละครับนายท่าน ฮิฮิฮิ

หะ? เสกเวทได้เหรอ

แล้วดาบนั่นลดได้เท่าไหร่

ถ้าเป็นเล่มนี้ล่ะก็ อืม... เหลือ 8  โกลด์ถ้วนครับนายท่าน ฮิฮิฮิ

ลดมากกว่านี้ไม่ได้เหรอลุง สักห้าโกลด์ก็ได้

ไม่ได้ครับนายท่าน ฮิฮิฮิ

น่าลุง ฉันจำเป็นต้องใช้

เอามีดสับหมูไหมครับท่าน ฮิฮิฮิ

เน่ลุง ขวานอันนี้มันอะไรเหรอ สวยจัง

ชะเฮ้ย! อย่าแตะต้องมันนะ

อะ... อูย ลุงผลักผมทำไมเนี่ย

ขะ... ขอโทษครับนายท่าน อาวุธนี้เป็นรอยนิ้วง่ายมากครับนายท่าน มันมีราคาถึงหกพันโกลด์ซึ่งคนที่ซื้อจะต้องรวยมากๆ ถ้าขืนมีรอยนิ้วมือมันจะขายไม่ออกนะครับนายท่าน

ก็แค่อยากดูก็เท่านั้นเอง

ราฟยู่หน้าก่อนจะเดินไปดูอย่างอื่น นินเซย์ยังคงยืนมองดาบเล่มแปดพันนั้นอยู่เพราะเขาจำเป็นต้องใช้มันจริงๆหากต้องกลับไปยังโลกที่มีสัตว์ประหลาดพวกนั้นอยู่มากมาย

ลุง แล้วขวานนี่ถ้าจะขายจะได้เงินประมาณเท่าไหร่อะ

ราฟโชว์ขวานด้ามไม้เก่าๆของตัวเองให้ดู เจ้าของร้านคนนั้นตกตะลึงมาก เมื่อเห็นสิ่งตรงหน้า แน่นอนว่าหากโลกมังกรมีจริง ตำนานนักล่ามังกรก็คงจะมีจริงเช่นกัน และไม่แปลกที่ลุงจะทำหน้าตกใจ เพราะนี่เป็นขวานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังมังกรที่สิงสถิตอยู่ภายใน เพียงแต่ยังไม่ถูกปลดปล่อยออกมาใช้เท่านั้น

ประ...มาณ ห้าสิบโกลด์ครับนายท่าน ฮิฮิฮิ

โหย ขวานไม้แค่นี้ขายได้ห้าสิบโกลด์เลยเหรอลุง

นายจะบ้าเหรอไงราฟ ถ้าขวานนี่เป็นขวานไม้ธรรมดาตาลุงนี่จะให้ราคาสูงขนาดนั้นทำไม

แต่ฉันเห็นขวานไม้อันอื่นก็ประมาณ 2-3 โกลด์เองนะนินเซย์

ผมให้เจ็ดสิบโกลด์คะ...ครับนายท่าน ฮิฮิฮิ

ตราบถึงเพลาอันสมควร

หนึ่งร้อยโกลด์! “

แสงยิ่งยงจะปรากฎ

สองร้อยโกลด์! “

แม้นบางสิ่งดูไร้ค่า

ห้าร้อยโกลด์! “

แต่อาจเต็มไปด้วยแสนยานุภาพ

หนึ่งแสนโกลด์! “

ลุงเป็นอะไรของลุงเนี่ย

ราฟขมวดคิ้วงุนงงกับการกระทำของตาแก่พิลึกคนนี้ เขารู้ว่านินเซย์พยายามจะเตือนสติเขาเรื่องข้อความในกระดาษม้วนนั่น แต่ลุงเจ้าของร้านกลับรีบเสนอราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆตอนที่นินเซย์พูด และเขาก็ได้มั่นใจแล้วว่าขวานนี่ไม่ใช่ขวานไม้ธรรมดาแน่ๆลุงคนนี้ถึงได้เสนอราคาซื้อให้เขาถึงหนึ่งแสนโกลด์

พวกท่านรู้เรื่องขวานนี่ได้ยังไงกัน

เอาเป็นว่ารู้แล้วกัน ไปเถอะราฟ

ได้โปรด

ทั้งสองที่กำลังจะเดินออกจากร้านต้องหยุดชะงักลงก่อนจะหันไปหาลุงคนเดิมที่นั่งประเคนดาบมาให้กับนินเซย์

ได้โปรดรับนี่ไป ถึงแม้มันจะมีราคาไม่มากเท่าไหร่นักแต่ข้าเต็มใจให้นายท่าน

ทำไม

ผมตามหาขวานของตระกูลราฟาเอลมานานแล้ว และผมจำได้แม่นว่ามันมีรูปร่างยังไง มันเป็นขวานศักดิ์สิทธิ์ที่ถึงแม้จะมีใครพยายามทำเลียนแบบก็ไม่สามารถทำได้ ถึงแม้ผมจะได้เห็นมันตอนที่ยังไม่มีพลังอานุภาพอะไรนักแต่ตำนานเล่าลือกันมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยนว่ามันน่าทึ่งขนาดไหน

ลุงให้ใคร

นินเซย์ถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ เพราะเขาไม่ใช่เจ้าของขวานนั่น เขาเพียงแค่ต้องการดาบเล่มนั้นไว้ใช้บางทีลุงเจ้าของร้านอาจจะอยากให้ราฟพกติดตัวไว้ก็ได้

ดาบนี่เป็นดาบโบราณที่ไม่ได้มีการเพิ่มเติมพลังอะไรลงไปนัก มีเพียงแต่ความคงทนที่ไม่สามารถหักได้ เล่ากันว่าดาบนี้เป็นดาบที่หายไปก่อนขวานของตระกูลราฟาเอลจะถูกผนึก นักล่ามังกรของตระกูลราฟาเอลทุกคนล้วนแล้วมีคู่หูทุกคน และคู่หูของคนเหล่านั้นก็จะใช้ดาบนี้ในการต่อสู้เคียงข้างนักล่ามังกร หากแต่ทว่ามันมีพลังพิเศษอย่างหนึ่งคือผู้ที่ไม่ได้เป็นเพื่อนแท้ของนักล่ามังกรที่ครอบครองขวานนั้นอยู่ในเวลานั้นใช้ดาบเล่มนี้ จะถูกมันทิ่มแทงที่กลางหัวใจทันที

นินเซย์ไม่ค่อยเข้าใจที่ลุงพูดเท่าไหร่ เพราะเขาเริ่มกังวลว่าถ้าเขาหยิบมันขึ้นมาแล้วจะโดนพลังพิเศษบ้าบออะไรนั่นเข้า เพราะทั้งเขาและราฟไม่เคยพูดว่าตัวเองเป็นเพื่อนกันเลยด้วยซ้ำ

แต่… “

นินเซย์

หะ?

รับมันไว้เถอะน่า

นายหมายความว่า

ใช่... นายคือเพื่อนของฉัน

 

---------------------------------------------------

พูดคุยกับไรท์เตอร์

ตอนนี้จะยาวนิดนึงนะครับ ตอนแรกก็คิดไม่ออกหรอก เพราะเรื่องนี้น่ะมันยังไม่ได้วางพล็อตก่อนแต่งด้วยซ้ำ (กรรม) แต่งตั้งแต่บ่ายพึ่งเสร็จตอนเกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่งไปแต่งมาโอ้โห ยาวขนาดหนัก (มั้ง)

ตอนที่ 3 ผมอาจจะอัพเดทให้ในอีก 2 วันนะครับยังไม่แน่ใจว่าพรุ่งนี้หรือพรุ่งพรุ่งนี้ (เค้าเรียกว่าไรไม่รู้อะ)

คอมเม้นท์แสดงความคิดเห็น + ติชม เป็นกำลังใจให้ผมได้นะครับ
เพียงคอมเม้นท์แค่ . ก็ดีใจ แต่ไม่ขออะไรมาก เพียงแค่รู้ว่าท่านเข้ามาอ่านผมก็ดีใจแล้วครับ

ขอบคุณทุกการอ่านครับผม

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น