The Dragon Slayer - นักล่าพิภพมังกร

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 : ราฟาเอล ตำนานนักล่ามังกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 เม.ย. 58

1

เสียงอื้ออึงดังกระหึ่มไปทั่วร้าน เด็กหนุ่มผมสีแดงขมวดคิ้วรำคาญ ขณะนี้เขานั่งอยู่ที่ร้านในย่านตัวเมืองแห่งหนึ่งที่บรรจุคอมพิวเตอร์ไว้ถึงหนึ่งร้อยห้าสิบเครื่อง แน่นอนว่ายิ่งร้านใหญ่เสียงก็ยิ่งดัง เพราะนี่ไม่ใช่ห้องสมุด แต่เป็นร้านเกม ถึงแม้ว่าเขาจะใส่หูฟังแล้วเปิดเสียงเกมดังสุดขีด แต่มันก็ยังไม่สามารถกลบเสียงจากคอมฯอีกร้อยสี่สิบเก้าเครื่อง และผู้คนที่มากกว่านั้น เพราะบางเครื่องก็เล่นกันเป็นมากกว่าหนึ่งคน บางเครื่องนั่งมุงกันนับสิบคน สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้คือทำใจและเล่นเกมตรงหน้าต่อไป แน่นอนว่ามันคงไม่เป็นแบบนี้ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ของเขา

ราฟา ราฟาเอล หรือเด็กหนุ่มที่ผู้คนต่างรู้จักกันดีในนาม ราฟ เริ่มเล่นเกมคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่เขาอยู่อนุบาลสามแต่ตอนนั้นเขาเล่นเพียงแค่เกมออฟไลน์ทั่วไปที่เด็กๆคนอื่นก็เล่นกัน ราฟ เปลี่ยนมาเล่นเกมออนไลน์ตั้งแต่ประถม 4 ช่วงเปิดเทอมเขาเล่นเกม 8 ชั่วโมงต่อวันและนอนเพียงแค่ 5 ชั่วโมงก่อนที่จะตื่นไปโรงเรียน ช่วงปิดเทอมเขาจะเล่นเกม 18 ชั่วโมงต่อวัน ราฟจึงต้องใส่แว่นที่มีค่าสายตาติดลบหนึ่งพันสามร้อยทั้งๆที่ตอนนี้เป็นเพียงเด็กม.5 เท่านั้น

แม่ของเขาทั้งบ่น ตี ดุ ด่าสารพัดแต่นั่นไม่ได้ทำให้ราฟหลุดออกจากเกมได้เลย ยังคงดื้อดึงและเล่นเกมต่อไป และครั้งนี้ก็เช่นกัน ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วที่ราฟหนีออกมาเล่นเกมข้างนอกหลังจากที่แม่ของเขากดปุ่มพาวเวอร์ของโมเด็มขณะที่ราฟเล่นเกมอย่างเมามันส์ ทั้งสองจึงทะเลาะกันแต่มันก็เป็นเรื่องปกติของครอบครัวนี้

แม่! ปิดเน็ตทำไมเนี่ย ราฟกำลังเล่นเกมอยู่นะ

ฉันบอกให้แกไปกินข้าวก่อนแล้วค่อยมาเล่นเกม นี่แกตื่นตั้งแต่หกโมงจนตอนนี้เที่ยงแกก็ยังไม่กินข้าวเลยสักช้อน

มันก็เรื่องของราฟดิแม่ ราฟจะกินไม่กินมันก็ไม่ใช่เรื่องของแม่ ไม่ใช่ชีวิตแม่สักหน่อย ไม่ต้องมายุ่งได้ไหม

ราฟ! นี่แกกล้าดียังไงถึงได้พูดอย่างนี้กับแม่ คอยดูนะถ้าพ่อแกกลับมาฉันจะฟ้องพ่อแกให้ดู

จะทำอะไรก็เรื่องของแม่เหอะ อย่ามายุ่งกับราฟอีกแล้วกัน! ‘

เด็กหนุ่มหัวเสียต่อล้อต่อเถียงผู้เป็นแม่อย่างไม่ใยดี ร่างสูงเดินกระทืบเท้าปึงปังจากบ้านวิ่งไปที่ร้านเกมในย่านตัวเมือง ปล่อยให้หญิงสาวผู้เป็นแม่นั่งซับน้ำตาอยู่คนเดียว มือเล็กเอื้อมไปหยิบรูปที่หัวเตียงของลูกชาย รูปที่เขาเคยถ่ายด้วยกันตอนเด็กๆ พร้อมกับพี่ชายของเขาอีกคนที่หายตัวไปนานกว่าสิบปี เสียงสะอื้นดังขึ้นเรื่อยๆจนคนที่พึ่งเดินเข้ามาในบ้านต้องตกใจวิ่งขึ้นมาทันที ใช่ เขาคือพ่อของราฟนั่นเอง

 

สัตว์ประหลาด สัตว์ประหลาด! “

สิ้นคำพูดของชายหนุ่มบางคนที่วิ่งเข้ามาตะโกนในร้าน เงียบกริบ... ทุกสายตาจ้องมองไปยังจุดจุดเดียว ยกเว้นราฟที่ยังคงเล่นเกมต่อไปเพราะเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้ประตูที่สุดเดินออกไปดูนอกร้าน

เฮ้ย! “

กรี๊ด! “

ช่วยด้วย! “

ไม่ทันไรร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นก็หายวับไปรวดเร็ว แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนยกเว้นราฟต่างต้องร้องออกมาคือมังกรตัวสีแดงใหญ่ที่มาจับตัวเด็กหนุ่มคนนั้นไป เพียงแค่สามวินาทีร้านก็ชุลมุนวุ่นวาย ต่างพากันวิ่งหนีออกจากร้านไปทันทีรวมทั้งเจ้าของร้านด้วย

ราฟผู้ที่ไม่ได้สนใจโลกภายนอกเพราะเขานั่งหันหลังให้คนอื่น และการที่เขาใส่หูฟังและเปิดเสียงเกมดังสนั่นนั่นทำให้คิดว่าคนรอบๆก็แค่เสียงดังกันตามธรรมดา แต่แล้วเมื่อเสียงค่อยๆเบาลงจนผิดปกติ ราฟก็ค่อยๆหันไปมองข้างหลังซึ่งทำให้เขางงเป็นไก่ตาแตกยิ่งขึ้นไปอีก ร้านเกมที่ไร้ผู้คน เก้าอี้และคอมพิวเตอร์ที่กระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด ราฟถอดหูฟังตัวเองออกแล้วจึงลุกเดินย่องออกไปที่หน้าร้าน

ภาพที่เขาพบมันทำให้เขาต้องตกตะลึงทันที เบื้องหน้าเขาเป็นภาพที่เหล่าผู้คนในเมืองต่างพากันวิ่งวุ่น บ้างก็ล้มตายนอนจมกองเลือด บ้างก็แอบอยู่ในซอกหลืบที่เขาพอจะมองเห็น แต่ที่มากไปกว่านั้นคือมันมีทั้งมังกรและสัตว์นานาชนิดที่ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา แต่มันกลับเหมือนสัตว์ประหลาด นกยักษ์ที่พ่นไฟ หมียักษ์ที่กำลังไล่กรวดผู้คน และอื่นๆอีกมากมายรวมทั้ง มังกร

ราฟตั้งสติได้จึงรีบตบหน้าตัวเองโดยไม่ยั้งมือ แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่เขาคิด เขาไม่ได้กำลังฝัน ทั้งหมดที่เขาเจอมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆตอนนี้ แต่แล้วสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวกลับต้องทำให้ความกลัวของเขาหายไปชั่วขณะ สองเท้าวิ่งออกจากที่นั่นอย่างฉับพลัน ใจสั่นรัวราวกับที่พื้นดินสั่นสะเทือนไปทั่ว ณ ตอนนี้ เขาพยายามวิ่งแอบในที่ที่คิดว่าจะไม่มีใคร หรืออะไรสังเกตุเห็นเขา

ราฟวิ่งมายืนหยุดที่หน้าบ้านของเขาพร้อมถอนหายใจออกมาดัง สายตาจ้องมองเข้าไปในบ้านที่ประตูถูกเปิด ราฟใจเต้นแรงกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าสภาพภายในบ้านยับเยิน กระดาษเอกสารของพ่อเขาร่วงหล่นตามพื้น โต๊ะ แจกัน โคมไฟ ตู้ต่างกระจัดกระจายเหมือนกับมันถูกใครบางคนพยายามจะทำลายมัน

แม่! พ่อ! “

ราฟเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของตนแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ เขารีบเข้าไปนั่งข้างๆพ่อแม่ของเขา ร่างไร้วิญญาณของทั้งสองมันช่างต่างจากศพที่เขาเจอในเมือง ทั้งตัวมีเพียงแค่รอยนิ้วมือที่คอ นั่นทำให้ราฟรู้ทันทีว่าพ่อแม่ของเขาถูกบีบคอจนตาย แต่ทำไมล่ะ? ทำไมมันถึงไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายเหมือนกับศพอื่นๆที่ถูกพวกสัตว์ประหลาดทำร้าย ราฟนั่งกอดร่างไร้วิญญาณทั้งสองนั้นพร้อมกับปล่อยโฮออกมา ก่อนที่เขาจะรู้สึกว่าโลกทั้งใบมืดมนไปหมด

 

อือ...

            ราฟลืมตาขึ้นช้าๆและพบว่าเขายังอยู่ที่เดิม เขายังคงนั่งกอดร่างไร้วิญญาณทั้งสองอยู่เช่นเดิม น้ำตาเด็กหนุ่มค่อยๆไหลหลงมาช้าๆอีกครั้ง ราฟตั้งตัวลุกขึ้นเดินไปที่สวนหลังบ้าน สายตาสอดส่องไปมาทั้งซ้ายขวา สถานการณ์สงบลงแล้ว ไม่มีสัตว์ประหลาดใดๆอีกแล้ว จอบถูกหยิบขึ้นมาที่จะถูกใช้ขุดดิน ราฟพยายามขุดหลุมเพื่อที่จะฝังร่างของพ่อแม่ตัวเองทั้งๆที่ตอนนี้เขาแทบจะไร้เรี่ยวแรงไปแล้ว

            นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่ตอนนี้เป็นสีแดงทมิฬ ผมสีแดงเพลิงที่ผิดปกติมาตั้งแต่เกิดปลิวไสวเอนไปตามลม ใบหน้าคมอาบไปด้วยคราบน้ำตา ราฟไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะมานั่งคิดอะไรทั้งนั้น จิตใจเขาหดหู่มากเมื่อเสียผู้มีพระคุณทั้งสองไป เขาอยากที่จะขอโทษแม่กับสิ่งที่เขาทำไปเมื่อตอนกลางวัน และทุกๆสิ่งที่เขาทำให้ทั้งพ่อและแม่เสียใจ แต่มันก็สายเกินไป ราฟรู้ดีว่าเขาคงไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว

          แคว่ก แคว่ก

            เสียงประหลาดทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ราฟหันไปมองก็พบนกตัวใหญ่ผิดปกติ ขนสีแดง ดวงตาสีแดงที่คมกริบมันทำให้เขาถึงกับต้องผงะและวิ่งเข้าบ้านไปทันที

แคว่ก

อย่าเข้ามานะเว้ย

ราฟวิ่งหนีไปทั่วบ้านแต่นกตัวนั้นก็ยังคงวิ่งตามเขาไปไม่หยุด จนกระทั่งเขาจนมุมวิ่งไปติดกำแพง นกตัวนั้นวิ่งว่องเข้ามาหาราฟ มันอ้าปากกว้างทำให้ราฟเห็นฟันแหลมคมเล็กๆภายในปากของมัน ราฟร้องโวยวายขอความช่วยเหลือทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีใครช่วยเขาได้ตอนนี้

แคว่กกกกกกกก!!! “

นกประหลาดร้องลั่นเสียงดังแล้วลงไปดิ้นกับพื้นปึงปัง ราฟค่อยๆลืมตาขึ้นมาก็ถึงกับงง แต่เมื่อเขาสังเกตุเห็นมีดปักอยู่ที่หัวของมันก็เข้าใจสาเหตุที่ทำให้นกตัวนั้นนอนดิ้นพรวดพราดได้ถึงขนาดนี้ มันดิ้นไปมาสักพักก่อนที่จะสงบไป

นาย...

ราฟพึมพำเบาๆตอนที่เห็นเด็กหนุ่มที่อายุพอๆกับเขาวิ่งขึ้นบันไดมา เด็กหนุ่มที่มีสีผมประหลาดพอๆกับเค้า เพราะมันเป็นผมสีฟ้าอ่อนที่เข้ากับใบหน้าเรียวของคนคนนั้น ตาคมกริบสีดำทำเอาราฟรู้สึกหวั่นๆ

นายเป็นอะไรมั้ย?

มะ...ไม่เป็นไร นายคือใครกัน

ฉันเหรอ ฉันนินเซย์

นายไม่มีนามสกุลเหรอไง แล้วนายมาที่นี่ได้ยังไง

นี่ไม่ใช่เวลามาถาม นายต้องรีบมากับฉัน

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คำพูดนั้นถึงทำให้ราฟรู้สึกว่าเขาควรทำตามที่อีกคนบอก ราฟค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินไปหานินเซย์ ทำท่าจะพูดอะไรออกมาแต่ก็ต้องถูกขัดไว้ก่อน นินเซย์ยกมือขึ้นจุ๊ปากแล้วชี้นิ้วไปทางด้านหลังบ้าน ราฟผงะทันทีเมื่อเห็นนกประหลาดแบบที่เขาเจอเมื่อกี้อีกตัว

เดินตามฉันลงไปข้างล่าง

สิ้นคำพูดนินเซย์ก็เดินนำลงบันไดไป ราฟค่อยๆย่องตามเบาๆเพราะกลัวว่านกประหลาดนั่นมันจะได้ยินเสียงเขา นินเซย์เอื้อมมือไปบิดลูกบิดช้าๆแล้วยื่นหน้าออกไปสังเกตุการณ์ข้างนอก เมื่อเห็นว่าปกติจึงรีบวิ่งออกไปทันที

นายยังไม่ตอบคำถาม… “

วิ่ง! “

ยังไม่ทันที่ราฟจะถามเสร็จ นินเซย์ก็ต้องรีบบอกให้ราฟวิ่งทันที ราฟหันไปเจอกับมังกรตัวสีดำใหญ่ที่ไม่มีปีกมันกำลังวิ่งมาทางเขา ด้วยสัญชาติญาณราฟก็วิ่งตามไปอย่างไม่ทันคิด พวกเขาทั้งสองวิ่งผ่านผู้คนที่นอนตายกันเกลื่อนเมืองไปหลบตามที่ต่างๆแต่ก็ไม่พ้นจากสายตาของพวกสัตว์ประหลาดเหล่านั้นเลย ทั้งสองพากันวิ่งไปจนไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกัน

เข้าป่า! “

อะไรนะ

ฉันบอกให้เข้าป่า

สิ้นคำพูด นินเซย์ก็รีบวิ่งเข้าป่าข้างทางไปทันที ราฟไม่มีโอกาสได้ตัดสินใจก็ต้องรีบทำตามนินเซย์อีกครั้ง ทั้งสองวิ่งเข้าไปในป่าลึกสักพักก็รู้สึกว่าไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้วจึงค่อยๆหยุดวิ่งและนั่งพัก เสียงถอนหายใจดังสลับกันไปมา ทั้งคู่ไร้เรี่ยวแรงจะเดินต่อได้เพียงนั่งพิงต้นไม้แล้วมองบรรยากาศรอบๆ ตอนนี้เกือบมืดแล้ว ในป่าไม่มีแสงไฟทำให้มองไม่ค่อยเห็นอะไร เสียงจิ้งหรีดเริ่มร้องระงมไปทั่วป่า ราฟได้แต่นั่งนิ่งไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไป

นินเซย์

เงียบกริบ

เฮ้ยนินเซย์

เงียบกริบ

นายหายไปไหนน่ะ

อะไร ฉันอยู่นี่

นินเซย์ปรากฎตัวพร้อมกับขอนไม้และกิ่งไม้อีกมากมาย

นายเอากิ่งไม้พวกนั้นมาทำไม

เอามาจุดไฟ

นินเซย์นั่งลงบนขอนไม้ใหญ่ที่อยู่แถวๆนั้นพร้อมกับวางกิ่งไม้ที่เขาไปเก็บมา ราฟนั่งมองนินเซย์ตอนที่เขากำลังจุดไฟ แสงสลัวๆผ่านเข้ามาทำให้เขายังพอมองเห็นอีกคนได้ นั่นก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อยที่รู้ว่าตนไม่ได้อยู่คนเดียว

            พรึ่บ

นายทำได้ยังไง

ราฟเอ่ยถามออกมาทันทีเมื่อนินเซย์จุดไฟติด

ฉันอยู่ในกองทัพทหาร เรื่องแค่นี้มันต้องเคยถูกฝึกกันมาอยู่แล้ว

กองทัพทหาร จริงดิ? นายอายุแค่นี้แต่ไปอยู่ในกองทัพแล้วเนี่ยนะ เจ๋งว่ะ

หึ ฉันอยู่มาตั้งแต่ฉันเกิด

นายหมายความว่าไง

ฉันกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็ก ฉันอยู่กับทหารคนนึงที่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เด็ก ฉันเรียกเขาว่าพ่อ แล้วเขาก็ฝึกฉันเหมือนกับทหารมาตั้งแต่ยังเด็ก

ถ้างั้นนายก็ยิงปืนเป็นอะดิ

ฉันไม่เคยได้ฝึกยิงปืนสักครั้ง พ่อฉันฝึกฉันแค่ทางด้านร่างกายกับทักษะการใช้มีดใช้ดาบ เขาบอกว่าอายุของฉันยังไม่พอที่จะฝึกใช้ปืน

อ๋อ

นี่ฉันยังไม่รู้ชื่อนายเลยนะ

ฉันราฟ ราฟา ราฟาเอล

ราฟาเอล!?

นินเซย์เอ่ยทวนนามสกุลของราฟอีก ซึ่งราฟเองก็ทำท่าแปลกใจนิดๆว่าทำไมนินเซย์ถึงได้ดูตกใจขนาดนั้น

ใช่ นายมีอะไรเปล่า

นายไม่เคยได้ยินตำนานนักรบมังกรเหรอไงกัน

ตำนานอะไร ฉันไม่เชื่อเรื่องตำนาน แล้วนักรบมังกรอะไรนั่นมันก็มีแค่ในเกม ในการ์ตูนก็เท่านั้น มันจะไปมีจริงได้ยังไง

มันมีจริง! “

นินเซย์เข้ามากระชากคอเสื้อราฟฉับไว ราฟเองก็ผงะไปทันทีที่โดนกระชาก เขาขมวดคิ้วงงๆกับการกระทำของคนตรงหน้า เพียงแค่ไม่เชื่อว่าตำนานนั้นมีจริงถึงกับต้องโกรธกันขนาดนี้เลยเหรอ

นายเป็นอะไรของนาย ตำนานบ้าบออะไรของนาย นายโตแล้วนะเลิกเชื่อเรื่องบ้าๆพรรค์นั้นสักที

ราฟผลักอีกคนออกไป นินเซย์ถอนหายใจออกมาก่อนที่เขาจะเล่าอะไรบางอย่างให้ราฟฟัง แน่นอนว่าเมื่อราฟได้ฟังแล้วเขาถึงกับต้องอึ้งไปทันที พ่อของนินเซย์ถูกมังกรฆ่าตายเมื่อสิบเจ็ดปีที่แล้วตอนที่เขาอายุยังไม่ถึงหนึ่งขวบด้วยซ้ำ ตอนนั้นมีเพียงกองทัพเท่านั้นที่รู้ถึงการเล่าขานเกี่ยวกับตำนานนักล่ามังกร แต่มีไม่กี่คนนักที่เชื่อว่ามันจริง พ่อของนินเซย์จึงเป็นผู้นำอาสาออกไปพิสูจน์ความจริง กับเพื่อนสนิทของเขาและทหารอีกสามสี่นาย จนกระทั่งเข้าไปเจอตำราโบราณเล่มหนึ่งซึ่งเชื่อกันว่ามันเป็นตำราโบราณตามที่เขาร่ำลือกันว่าได้เล่าขานเกี่ยวกับนักรบมังกร แต่เมื่อหยิบมันขึ้นมาไม่ทันไรก็มีมังกรนับสิบปรากฎตัวออกมาและได้ทำร้ายพ่อของนินเซย์และคนอื่นๆจนบาดเจ็บสาหัสและตายในที่สุด มีเพียงพ่อเลี้ยงนินเซย์เท่านั้นที่รอดออกมาได้เพราะเขาถูกปกป้องจากพ่อแท้ๆของนินเซย์ และกลับไปที่กองทัพพร้อมกับตำราโบราณ พ่อเลี้ยงนินเซย์เล่าให้ทุกคนในกองทัพฟังแต่กลับไม่มีใครเชื่อเรื่องทั้งหมด แต่กลับเชื่อว่าพ่อเลี้ยงนินเซย์เป็นคนฆ่าคนอื่นและออกมาคนเดียว ส่วนตำราโบราณเล่มนั้นก็ถูกเผาทิ้งเพราะผู้บัญชาการคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องเล่า พ่อเลี้ยงของนินเซย์กลายเป็นนักโทษอยู่สามปีก่อนที่จะย้ายไปประจำกองทัพใหม่

ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้อีก มีแต่เพียงพ่อเลี้ยงที่เล่าให้นินเซย์ฟัง แต่แล้วเรื่องตำนานนักล่ามังกรก็ได้ถูกเผยแพร่ไปทั่วแต่คนต่างคิดกันว่าเป็นแค่เรื่องเล่าสนุกๆ จึงไม่มีใครเชื่อเรื่องนี้สักเท่าไหร่ นินเซย์ยังคงเจ็บปวดและพยายามที่จะไม่เชื่อเกี่ยวกับตำนานที่ได้ฟังจนกระทั่งเหตุการณ์วันนี้ที่ทำให้เขารู้ว่ามังกรมีจริง

นินเซย์อาศัยอยู่ในกองทัพทหารแห่งหนึ่งที่พ่อเลี้ยงของเขาย้ายไปประจำการที่นั่น ตอนแรกเขาถูกเลี้ยงไว้ที่กองทัพเก่าที่พ่อแท้ๆของนินเซย์เคยอยู่ แต่พ่อเลี้ยงของนินเซย์มาขอนำตัวไปเลี้ยงแทน นินเซย์เป็นเด็กที่เก่งเมื่อเทียบกับคนที่อายุเท่ากัน และเก่งกว่าผู้ใหญ่บางคนด้วยซ้ำ นินเซย์มีทักษะพอควรในเรื่องของการใช้ดาบและการปามีด ร่างกายเขาแข็งแรงสมบูรณ์เพราะถูกฝึกมาตั้งแต่เด็ก ราฟนั่งฟังเรื่องเล่าของนินเซย์อย่างใจจดใจจ่อ แต่แล้วเขาถึงก็ต้องรู้สึกอึ้งไปอีกครั้งเมื่อนินเซย์เล่าถึงเรื่องของนามสกุล ราฟาเอล

นามสกุล ราฟาเอล เป็นนามสกุลที่ถูกกล่าวขานขึ้นในตำนานนักล่ามังกร เชื่อกันว่าเป็นตระกูลที่เก่งและเก่าแก่ที่สุดที่อยู่รอดมาได้นับตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ บรรพบุรุษคนแรกของราฟาเอล เชื่อกันว่ามีนามว่า รูฟิเซียน ราฟาเอล หรือ รูฟ เป็นตระกูลที่มีพลังวิเศษหากใครได้ครอบครองอาวุธบางอย่างของตระกูลนี้ก็จะทำให้มีพละกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ไม่เท่ากับคนในตระกูล อาวุธเหล่านั้นได้ถูกนำไปใช้ฆ่ามังกรในยุคโบราณจนตระกูลราฟาเอลเป็นที่เลื่องลือ แต่แล้วคนสุดท้ายที่ใช้อาวุธเหล่านั้นก็ได้ผนึกอาวุธไว้ในสร้อยคอมานานหลายหมื่นปีที่ถูกสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นและกำหนดให้มันแสดงพลังอำนาจของมันเมื่อมีพลังของมังกรเข้ามาใกล้สร้อยคอนั้น ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้มันหายไปหรือยัง

สร้อยคอ

ใช่ สร้อยคอที่จะแสดงพลังอำนาจของมันออกมาเมื่อถึงเวลา และเมื่อได้อยู่กับคนตระกูลราฟาเอลที่เหมาะสมกับมันที่สุด ซึ่งมันไม่ได้แสดงอำนาจนั้นออกมานานมากหลายสิบสหัสวรรษแล้ว ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเรื่องจริงไหมแต่พ่อฉันเป็นคนเล่าให้ฟัง

นายหมายถึง...

ราฟล้วงมือเข้าไปหยิบสร้อยคอที่แขวนอยู่กับคอออกมาให้ดู นินเซย์ถึงกับทำท่าทางประหลาดใจทันที สร้อยคอนั้นค่อยๆเรืองแสงออกมาทีละนิดทีละนิดก่อนที่มันจะวูบวาบไปทั่ว ราฟตกใจโยนสร้อยคอนั้นทิ้งก่อนที่มันจะลอยขึ้นเหนือพื้นแล้วหมุนไปมา แสงสีหลากหลายวนไปมารอบสร้อยคอนั้นคล้ายกับเอฟเฟคต์ที่อยู่ในหนัง ราฟหยีตาลงเรื่อยๆจนกระทั่งแสงสีขาวสว่างไปทั่วบริเวณ

แสงนั้นหายไป ทั้งสองค่อยๆลืมตาขึ้นถึงกับต้องตกใจเมื่อพบกับสิ่งที่มันปรากฎอยู่บนพื้นข้างหน้าพวกเขา

อาวุธในตำนานที่ถูกล่ำลือกันมา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น