[FanFiction เทพยุทธ์เซียน Glory l QZGS] In your eyes, in my heart

ตอนที่ 9 : 8 :: อวี้หลิงเสวี่ยเซ่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    15 พ.ค. 61

8

อวี้หลิงเสวี่ยเซ่อ

 

 

            ถึงแม้ว่าเป็นแค่เกมออนไลน์เกมหนึ่ง สำหรับคนที่จริงจังไปซะทุกเรื่องแล้วนั้นเขาย่อมศึกษาพื้นฐานเบื้องต้นมาบ้าง แม้ข้อมูลของเกมกลอรี่ตลอดแปดปีที่ผ่านจะมีจำนวนมหาศาลแค่ไหนก็ตาม เยี่ยชิวดาวน์โหลดข้อมูลจากเว็บบอร์ดเกมลงเข้าเครื่อง จัดการแยกไฟล์หลัก ๆ ตามหัวข้อ ไม่ว่าจะเป็น อาชีพ, เควสและดันเจี้ยน, ทริคต่าง ๆ นานา เรียกว่าสารพัดอย่างถูกเยี่ยชิวอาศัยเวลาว่างจากการทำงานนั่งอ่านจนหมด


            บนโต๊ะทำงานของชายหนุ่มนอกจากแฟ้มเอกสารแล้วยังมีไอดีการ์ดเซิร์ฟเวอร์สิบวางไม่ใกล้ไม่ไกล ความจริงด้วยเวลาว่างที่มีอยู่อย่างจำกัด เยี่ยชิวสามารถใช้เงินจ้างสตูดิโอปั้นอาชีพและเลเวลให้ตามที่ต้องการก็ได้ แต่ว่าเขาก็อยากลองด้วยตนเองไปทีละก้าว


            เขาแค่อยากรู้ไอ้ของพรรค์นี้มันสนุกมากนักหรือไง


            ไอดีตัวละครของเยี่ยชิวเป็นไอดีข้ามเพศ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นความจงใจของเขาเอง มันเป็นความเคยชินที่ติดตัวมานานในเรื่องการปกปิดตัวตน สิ่งไหนที่สามารถซ่อนเร้น เยี่ยชิว ไว้ได้เขาจะลงมือทำเสมอ


            จากการศึกษาพื้นฐานของเกมทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าเกมนี้สามารถปรับแต่งหน้าตาตัวละคร หรือสแกนใบหน้าจริงมาเป็นโมเดลได้ แน่นอนว่าเขายังไม่สิ้นคิดขนาดสแกนหน้าตาของตัวเองมาใช้แน่นอน โปรแกรมปรับแต่งย่อมถูกเยี่ยชิวนำมาทดลองเล่น


            อวี้หลิงเสวี่ยเซ่อ[1] (กระดิ่งหิมะหอมสีเลือด) เป็นชื่อไอดีตัวละครของเยี่ยชิว


            เทียบฝีมือการปรับแต่งตัวละครแล้วจัดว่าเยี่ยชิวปรับแต่งอย่างประณีตมากจนชวนให้คิดว่าชายหนุ่มคงต้องมีโมเดลต้นแบบหน้าตาอยู่แล้วในใจ หรือเพราะพวกเขาเป็นฝาแฝดกันถึงได้มีรสนิยมบางอย่างคล้ายกัน อวี้หลิงเสวี่ยเซ่อของเยี่ยชิวจึงมีหน้าตาคล้ายกับอี๋เยี่ยจือชิวของเยี่ยซิวมาก


            จริงอยู่ว่าสมัยก่อนที่อี๋เจี่ยจือชิวและอาชีพนักเวทสงครามได้รับความนิยมล้นหลาม เดินไปไหนก็เจอแต่นักเวทสงครามย่อมมีคนพยายามปรับแต่งหน้าตาเลียนแบบเทพสงครามกันทั้งนั้น แต่กระแสความนิยมนี้หายไปอย่างรวดเร็วจากการถูกผู้เล่นบางกลุ่มที่ชื่นชมบูชามหาเทพไว้เหนือหัวตาม PK จนอยู่ไม่เป็นสุข ภายหลังจึงได้เกิดเป็นข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการว่าจะไม่ออกแบบหน้าตาเลียนแบบตัวละครในลีกอาชีพ


            แต่ข้อตกลงนี้เยี่ยชิวรู้หรือ...?


            แน่นอนว่าไม่!


            ในขณะนี้เยี่ยชิวกำลังเผชิญหน้าสิ่งที่นักเล่นเกมกลอรี่ทั่วประเทศทุกคนต้องเจอเมื่อเปิดเซิร์ฟเวอร์ใหม่ ปรากฏการณ์ที่ผู้เล่นล้นทะลักจน แน่น และบอกได้เลยว่าต่อให้คุณยิ่งใหญ่มาจากไหน เป็นมหาเทพจากสโมสรใดก็ไม่อาจต่อกรกับผู้คนล้นหลามในหมู่บ้านผู้เล่นใหม่นี้ได้เด็ดขาดจนกว่าจะหลุดพ้นเลเวลเจ็ด ตอนนี้ทำได้เพียงไหลไปตามกระแสคนเพื่อรับเควส ทั้งที่เขาเข้าเล่นช่วงกลางวันคิดว่าผู้เล่นจะบางตากว่านี้ซะอีก ดูเหมือนเขาจะคิดผิด


            เยี่ยชิวควบคุมอวี้หลิงเสวี่ยเซ่อตระเวนรับเควสอย่างยากเย็นจนจบหมู่บ้านผู้เล่นใหม่ ซึ่งช่วยให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของเกมและวิธีการควบคุมตัวละคร ภารกิจทั้งหมดเป็นแนวฝึกสอน ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเต็มจึงหลุดพ้น เขาเหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาดิจิตอลมุมโต๊ะ บอกเวลาบ่ายแก่นั่นทำให้ตระหนักได้ว่าหากเป็นเวลานี้ตามปรกติเขาต้องไปปรากฏตัวที่ร้านซวงหมิงชิวแล้ว ชายหนุ่มจึงออฟไลน์เก็บของ


            ทว่าเพียงแค่ก้าวออกจากห้องทำงานตรงไปยังไม่ทันถึงลิฟต์ก็จำเป็นต้องหยุดเดิน หันกลับไปมองหญิงสาวในชุดสูทซึ่งรั้งเขาเอาไว้


            “มีอะไรครับเลขาไป๋” เยี่ยชิวเอ่ยถาม คนตรงหน้าเขาคือหัวหน้าเลขานุการซึ่งทำงานมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อของเขายังไม่วางมือจากธุรกิจไปอยู่เบื้องหลังอย่างในขณะนี้ และเป็นคนที่เขาไม่อยากข้องแขวะมากที่สุดเช่นกัน


            “อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ที่เซ็นสัญญากับทางบริษัทไม่สามารถรับงานต่อได้เนื่องจากปัญหาสุขภาพ เธอจึงยอมจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นและแนะนำรุ่นน้องของเธอให้รับงานนี้แทน แต่เนื่องจากคนที่เธอแนะนำมาให้เป็นแบล็กลิสต์ที่คุณเยี่ยไคปฏิเสธการร่วมงานเด็ดขาดค่ะ”


            ให้มันได้อย่างนี้สิ ถ้าสารพัดปัญหาจะเทเข้ามาพร้อมกันแบบนี้


            เขารู้ทันทีว่าเลขาไป๋หมายถึงโปรเจคงานชิ้นไหน ทว่าชายหนุ่มรู้จักญาติของตนเองดี เยี่ยไคเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่ค่อยเรื่องมากอะไร การที่เขาปฏิเสธการทำงานร่วมกับใครสักคนแปลว่าคนคนนั้นต้องมีปัญหาจริง ๆ กับเยี่ยไคน่ะนะ


            เยี่ยชิวขยับยิ้มเย็นเยียบหลังจากครุ่นคิดเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นของชายหนุ่มชวนให้ผู้พบเห็นหวั่นใจและยอมลงให้กับอีกฝ่ายอย่างไร้ข้อโต้แย้ง นั่นเป็นรอยยิ้มที่เกิดจากการบ่มเพาะความสามารถในการเป็นผู้นำ แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแง่ของธุรกิจเพียงอย่างเดียว เรื่องบางอย่างรู้ให้น้อยจะเป็นการดี


            “เพียงแค่เรื่องนี้คุณถึงต้องมาหาผมด้วยหรือครับเลขาไป๋”


            “ดิฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นค่ะ...”


            “ผมเข้าใจว่าคุณอยากจะพูดอะไร”


            แม้จะไม่อนุญาตให้เลขาไป๋ได้เอ่ยจนจบประโยค แต่ภายใต้หน้ากากรอยยิ้มของเยี่ยชิวยังคงยากแก่การคาดเดาอยู่ดีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่


            “ท่านคะ...”


            “คนที่คุณควรปรึกษาคือไค เขาเป็นเจ้าของโปรเจคนั้น ไม่ใช่ผม ขอตัวก่อนนะครับ”


            ทำไมเขาไม่รู้จุดประสงค์แท้จริงที่เลขาไป๋เข้าหาเขา


            ...เรื่องของอวี้หลิงเสวี่ยเซ่อถึงหูคุณพ่อคุณแม่แล้วแน่นอน


            ชายหนุ่มเดินลงไปยังลาดจอดรถ เขาเห็นเลขาฟู่ยืนรออยู่ข้างประตู อีกฝ่ายค้อมตัวให้เขาแล้วเปิดประตูให้เยี่ยชิวขึ้นนั่ง ก่อนวกไปยังตำแหน่งที่นั่งคนขับ เขาเหลือบมองคนสนิทเล็กน้อยแล้วกลับมาจดจ่อหน้าจอแท็บแลตที่หยิบออกมาจากช่องเก็บของเปิดเช็กความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น


            รถแล่นไปเงียบ ๆ ได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศภายในรถ บรรยากาศเช่นนี้ดำเนินไปไม่นานเยี่ยชิวก็ทำลายความเงียบลง เอ่ยถามโดยไม่มองคู่สนทนา


            “เรื่องที่ผมสั่งเป็นยังไงบ้างครับ”


            “ทุกอย่างยังเหมือนเดิมครับ” เลขาฟู่ตอบสั้นกระชับ


            คำตอบนั้นทำให้ฝาแฝดคนน้องเหยียดยิ้ม ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ฮึ! สุดท้ายก็ยังไม่คิดจะกลับบ้านอยู่ดีไม่ใช่หรือไงไอ้พี่บ้านั่น!!


            “แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”


            เลขาฟู่ซึ่งมักตอบคำถามของเขาอย่างฉับไวเงียบไป เยี่ยชิวเงยหน้าขึ้นมองแววตาของอีกฝ่ายผ่านกระจกส่องหลัง เขาเห็นแววตาซึ่งดูลำบากใจจะพูดมันออกมา


            “...ตรงข้ามสโมสรเจียซื่อ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ซิงซินครับ”


            เยี่ยชิวถึงกับพูดไม่ออก เขารู้สึกบอกไม่ถูกว่าควรคิดอย่างไรกับความมักง่ายของพี่ชายฝาแฝด ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วเอ่ยเพียงแค่ว่า “ถ้างั้นก็ช่างเถอะ”


            “ครับ”

 


 


            หลังเลิกประชุมประจำวันหวังเจี๋ยซีกลับห้องพักของตนเอง สิ่งแรกที่พ่อมดแห่งเวยเฉ่าทำคือการตรงเข้าห้องชำระล้างร่างกายจากความเมื่อยล้า และหากเป็นปรกติหลังทำทุกอย่างเสร็จสิ้นชายหนุ่มพร้อมจะหลับตาพักผ่อนหลังใช้สายตาล้ามาตลอดทั้งวัน แต่วันนี้กิจวัตรประจำวันของเขาก็เปลี่ยนไป ชายหนุ่มเปิดคอมพิวเตอร์ ล็อกอินเข้าโปรแกรมแชท กรอกไอดี QQ ของคนคนหนึ่งเพิ่มเป็นเพื่อน


            ไม่ต้องรอนานอีกฝ่ายก็รับแอด


            “สวัสดีครับ คุณ...หวังเจี๋ยซี?” เยี่ยชิวถามคล้ายไม่มั่นใจเท่าไหร่ ทั้งที่ตนเองเป็นคนให้ QQ ส่วนตัวนี้เองกับมือ


            “ครับ ผมเอง” หวังเจี๋ยซีเคาะแป้นพิมพ์กดส่งข้อความออกไปแล้วเฝ้ารอการตอบกลับ แต่เยี่ยชิวก็ทิ้งช่วงเงียบหายไป เขาก็ไม่ได้เร่งรัดเอาคำตอบอะไร หันไปทำอย่างอื่นฆ่าเวลา หากอีกฝ่ายตอบกลับมาเมื่อไหร่เขาก็พร้อมตอบกลับไปรวดเร็ว


            “นี่ไอดีผมในเซิร์ฟเวอร์ 10 ครับ”


            หวังเจี๋ยซีอ่านชื่อไอดีที่พิมพ์ต่อมา เขารู้สึกประหลาดใจนิดหน่อยกับชื่อที่ให้ความรู้สึกอัปมงคลแบบนี้ แต่ช่วยไม่ได้นี่นะอย่างไรเสียนี่ก็เป็นแค่เกมออนไลน์ อยากตั้งชื่อไอดีแปลก ๆ แค่ไหนก็ตั้งได้ตามใจชอบ


            “ถ้างั้นสักครู่นะครับ ผมขอเลือกไอดีก่อน”


            หลังพิมพ์ตอบกลับไป หวังเจี๋ยซีเปิดลิ้นชักโต๊ะคอมพิวเตอร์ ภายในนั้นเต็มไปด้วยไอดีการ์ดทุกเซิร์ฟเวอร์และแต่ละเซิร์ฟก็มีมากกว่าห้าไอดี โชคดีที่วันเปิดเซิร์ฟใหม่เขาได้เล่นไปบ้างนิดหน่อยเหมือนกันไม่รีรอให้เปิดเซิร์ฟเวอร์ไปสักพักหนึ่งแล้วค่อยเล่น เขาเลือกสุ่มขึ้นมาสักไอดีสลับหน้าจอเปิดเกมแล้วจึงค่อยพิมพ์ชื่อไอดีบอกเยี่ยชิว


            ไอดีที่หวังเจี๋ยซีเลือกมาเป็นไอดีที่พึ่งหลุดจากหมู่บ้านผู้เล่นใหม่มาประมาณสองเลเวล เกือบจะขึ้นเลเวลสิบ เขานัดสถานที่นัดพบกับเยี่ยชิวอีกเล็กน้อย กดโหมดซ่อนตัวของ QQ แล้วเข้าสู่หน้าจอเกมเต็มรูปแบบ


            ห่างจากดันเจี้ยนป่าเยือกแข็งที่กำลังพลุกพล่านด้วยผู้เล่นหลายคนที่ตะโกนหาคนร่วมปาร์ตี้ เนื่องจากพึ่งเปิดเซิร์ฟเวอร์ใหม่ส่วนมากปาร์ตี้เริ่มต้นมักจะเป็นปาร์ตี้เปิด เขาส่งคำขอเป็นเพื่อนให้กับอวี้หลิงเสวี่ยเซ่อ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่กดเพิ่มเพื่อนกลับมา หวังเจี๋ยซีส่งคำขอซ้ำไปอีกหนก็ยังเหมือนเดิม


            หรือว่าเยี่ยชิวจะเพิ่มเพื่อนไม่เป็นนะ?


            หวังเจี๋ยซีจึงหยุดส่งคำขอ และรออยู่ตรงสถานที่นัดพบอย่างหน้าปากทางเข้าดันเจี้ยนเหมือนเดิม และไม่ต้องคอยนานเขาก็เห็นอวี้หลิงเสวี่ยเซ่อ มายากรหนุ่มเบิกตากว้างเหมือนไม่อยากเชื่อจริง ๆ ในใจของชายหนุ่มถึงขั้นเกิดคำถามขึ้นมาเลยว่า เอาจริงสิ ไอดีข้ามเพศ!?


            แม้จะอยู่ในชุดผู้เล่นมือใหม่แต่อวี้หลิงเสวี่ยเซ่อในสายตาของหวังเจี๋ยซีเป็นไอดีที่สวยมาก เส้นผมสีดำเหยียดตรงยาวจรดสะโพกล้อมกรอบใบหน้าได้รูป ทั้งดวงตา จมูกและริมฝีปากเหมาะเจาะกับไอดีตรงหน้ามาก เขามองสีเหลืองอมส้มของดวงตาคู่นั้นราวกับต้องมนตร์ คล้ายกับเห็นอี๋เยี่ยจือชิวซ้อนทับกันขึ้นมากะทันหัน


            หากสีประจำตัวของอี๋เยี่ยจือชิวคือสีดำทอง สีประจำตัวของอวี้หลิงเสวี่ยเซ่อในความคิดของหวังเจี๋ยซีคงเป็นสีขาวทอง


            ภาพสะท้อนของฝาแฝดคนละด้าน


            หวังเจี๋ยซีไม่ใช่คนชอบทุ่มเทเงินทองให้กับสินค้าแฟชั่นในร้านค้าของเกม แต่เขากลับมีความคิดที่ว่ายอมเสียเงินสักนิดคงไม่เป็นไรถ้าเห็นอวี้หลิงเสวี่ยเซ่อแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เขาเลือกให้...


            “ขอโทษที่มาช้า”


            “ไม่เป็นไร มาเริ่มกันเลยไหมครับ”


___________________________________



[1] อวี้หลิงเสวี่ยเซ่อ เป็นการเล่นคำระหว่าง อวี้หลิง (ดอกโมก : Fragrant Snowbell) กับ เสวี่ยเซ่อ เมื่อฟังการออกเสียงจะเข้าใจว่าเป็นการเน้นความหมายว่าดอกโมกขาวราวกับหิมะ แต่ในที่นี้เป็นการเล่นคำของคำว่า 雪 (เสวี่ย) ที่แปลว่า หิมะ กับ '血 (เสวี่ย)' ที่แปลว่าเลือด ซึ่งออกเสียงใกล้เคียงกันอีกทีค่ะ


___________________________________

TALK ::

เขาว่ากันว่าผู้ชายอยากซื้อเสื้อผ้าให้กับผู้หญิงที่ตัวเองชอบ เพื่อที่จะได้ถอดเองพี่หวังไม่ได้คิดอะไรลึก ๆ เลยจริง ๆ แค่ก คู่นี้ยังคงกาวแบบสโลว์ไลฟ์เรื่อยเปื่อยไปวัน ๆ มากค่ะ (หัวเราะ) จีบติดไหมว่ากันอีกที?

สำหรับคำถามที่ว่าทำไมพี่ร่มถึงได้มาเกิดใหม่นี้ วีได้ไอเดียมาจากเพื่อนคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า...ญาติคนหนึ่งของเพื่อนเสียชีวิตก่อนที่เพื่อนจะเกิดมีสถานะเป็นลุง ตอนที่มีมีชีวิตก็ไม่ได้เป็นคนดีอะไรมาก แต่ยังก็ต้องเคยทำบาปนั่นแหละ แล้วทีนี้เขาต้องชดใช้ความผิด แต่ว่าก็ไม่ยอมจนหนียมบาลมาเกิดได้ในครอบครัวเดิมนี่แหละ เขาผูกพันกันมั้ง ตอนแรกก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าเป็นลุงกลับชาติมาเกิดใหม่ เพราะยมบาลพยายามจะเอาตัวเขากลับไปรับโทษ อุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ จน ทวีความอันตรายเกิดขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนั้นเมื่อประมาณปี 57 - 58 เองมั้งที่เกือบทุกรถบรรทุกชนตาย ทั้งที่ถนนโล่งกว้าง ปั่นจักรยานบนถนน(ตจว.อะนะ) แต่ดวงแข็งหรือไงไม่รู้เลยรอดมาฉิวเฉียด แลกกับการขา/แขนหักต้องดามเฝือก ทีนี้ก็มีประมาทักว่าเป็นลุงที่หนียมบาลมาเกิด เขามาตามให้กลับไปชดใช้กรรม เลยต้องไปทำพิธีอะไรยิบย่อย ช่วงนั้นก็เบญจเพสพอดีด้วยมั้ง ตอนนี้ไม่รู้ว่ายังไง แต่ก็เห็นรูปอยู่นั่นแหละนะ

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ

Walan

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #4 p_mimie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 21:58
    อยากซื้อเสื้อผ้าให้ด้วย งุ้ยๆๆ ขอบคุณไรต์ที่แต่งฟิคเรือผีนี้นะคะ น่ารักมาก ค่อยๆเรื่อยๆละมุนกลมกล่อมมากค่ะ
    #4
    0