[FanFiction เทพยุทธ์เซียน Glory l QZGS] In your eyes, in my heart

ตอนที่ 5 : 4 :: ความเคยชิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    27 เม.ย. 61

4

ความเคยชิน

 

 

            เยี่ยชิวคิดว่าตารางชีวิตประจำวันของตนเองกำลังเปลี่ยนไปโดยไม่ทันสังเกตเห็น ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มีหวังเจี๋ยซีเข้ามาวนเวียนในชีวิต การตกอยู่ในสภาวะแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักสำหรับคนที่ขีดเส้นว่าจะไม่ล้ำเส้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับนักกีฬาอีสปอร์ต...

 

           ถ้าใครบอกว่าเขาทำเพื่อเยี่ยซิวที่พวกมหาเทพเคยเห็นหน้าไม่ให้สงสัย ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าเขาไม่ได้ทำแบบนี้เพื่อปกป้องพี่ชายเฮงซวยจริง ๆ นะ!!!


            แต่ใครใช้ให้กัปตันทีมเวยเฉ่าเข้ามาวนเวียนในชีวิตประจำวันเขาขนาดนี้ จะทำอะไรก็ทำไม่ได้เมื่อลูกชายตัวดีดันชอบกลอรี่จนเรียกว่าคลั่งไคล้ ถามจริงว่าเขาเป็นคนเลี้ยงมาเองกับมือหรือไอ้พี่บ้าเป็นคนเลี้ยงกันแน่ถึงได้ชอบอะไรแบบนั้น


            ยิ่งหลายวันมานี้หวังเจี๋ยซีชอบมาวนเวียนอยู่รอบตัวเขา นักกีฬาอีสปอร์ตนี่ว่างกันขนาดนี้เลยหรือไง ไม่ใช่ว่าฤดูกาลหนึ่งแข่งกันถึงสามสิบแปดนัดก็เข้าสู่รอบสี่ทีมสุดท้ายเหรอ เยี่ยชิวอยากจะถามออกไปว่ามาทำไมบ่อย ๆ ที่ร้านเขานักก็เหมือนการไล่ลูกค้ากลาย ๆ ดีไม่ดีคงโดนสวนกลับมาว่าสนใจผมขนาดนั้นเชียว ถ้าให้ถามออกไปตามนั้นเยี่ยชิวยินยอมเก็บความสงสัยไว้ในใจ ไม่เสี่ยงกับเรื่องนี้ดีกว่า


            วันนี้หวังเจี๋ยซีก็ยังโผล่มาที่ร้านเหมือนเดิม ด้วยเวลาเหมือนเดิม และนั่งที่นั่งประจำซึ่งพนักงานของเขากันที่นั่งนั้นไว้ให้เลยในฐานะเพื่อนของเจ้าของร้าน เยี่ยชิวอยากตะโกนบอกออกไปเลยว่า หมอนั่นไม่ใช่เพื่อนของผม!!! แต่ทำได้แค่กล้ำกลืนความจริงข้อนี้


            “เป็นอะไรไปครับ” หวังเจี๋ยซีเอ่ยถามเพื่อนร่วมโต๊ะ


            กลิ่นหอมของชาดำคีมุนผสมผสานเข้ากับเบอกามอต ออยล์ เปลือกส้ม มะนาวและดอกบลูคอร์นซึ่งมอบรสชาติบางเบาและนุ่มนวลตั้งแต่สัมผัสแรกและทิ้งท้ายด้วยกลิ่นของซิตรัสอย่างเลดี้ เกรย์สามารถทำให้เยี่ยชิววางแก้วลงอย่างใจเย็นกับคำถามของหวังเจี๋ยซี ไม่มีท่าทีเปลี่ยนไปให้จับสังเกตได้สักนิด แม้เมื่อครู่ในใจจะให้อารมณ์กำลังแหกปากโวยวายประสาทเสียไปแล้ว


            “ผมแค่สงสัย นี่ก็ใกล้ปลายปีแล้วคุณยังมีเวลาว่างมาที่นี่ได้ทุกวันนะครับ”


            แย่ยิ่งกว่าเดิม...


            นี่พูดอะไรออกไปเนี่ยเยี่ยชิว แบบนี้มันต่างจากที่คิดตอนแรกตรงไหน!


            ด้วยมารยาทซึ่งถูกฝึกฝนมาจนซึมลึกเข้ากระดูก เยี่ยชิวยังคงรักษาสีหน้ายิ้มน้อย ๆ เอาไว้ได้ เขามองการแสดงออกบนใบหน้าซึ่งเปลี่ยนไปเป็นประหลาดใจของหวังเจี๋ยซี รอยยิ้มซึ่งปรากฏบนใบหน้านั้นชวนหวั่นไหว แบบนี้มันไม่ถูกต้องเอาซะเลยที่เขาจะมาหวั่นไหวกับผู้ชายที่เอาแต่ติดเกมแบบไอ้พี่บ้า


            หวังเจี๋ยซีหยุดมือซึ่งขีดเขียนตัวหนังสือในสมุดบันทึก วางปากกาลงบนกึ่งกลางหน้าสมุด เขายกมือคนช้อนในแก้วชาซึ่งส่งกลิ่นหอมละมุน แล้วกัปตันทีมเวยเฉ่าจึงเอ่ยถาม “คุณสนใจเรื่องของผมขนาดนี้เลยเหรอครับ”


            บ้าเอ๊ย! เดาแล้วไม่มีผิด!!


            ถึงอยากสติแตกแค่ไหนเยี่ยชิวก็ยังตอบกลับไปอย่างสุภาพ “อย่างน้อยตอนนี้เราก็ถือว่าเป็นคนรู้จักกัน ถูกต้องไหมครับ?”


            “แค่คนรู้จักเองงั้นเหรอ”


            ไม่รู้ว่าทำไมเยี่ยชิวถึงขนลุกขึ้นมากะทันหันทั้งที่หวังเจี๋ยซีเพียงแค่ยิ้มให้อย่างสุภาพ เป็นความรู้สึกบางอย่างที่กระตุ้นสัญชาตญาณของนักธุรกิจให้แสดงออกมา ดังนั้นสายตาที่ใช้มองหวังเจี๋ยซีของเยี่ยชิวจึงเปลี่ยนไป


            ราวกับมองคู่ต่อสู้ซึ่งสมน้ำสมเนื้อกันในสนามการแข่งขัน


            แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มีเหตุผลอะไรให้เขาใส่ใจเรื่องนี้ด้วย!!!


            ผมคิดว่าเราไม่ควรรู้จักกันเลยจะดีที่สุดครับเยี่ยชิวตอบ


            คุณกำลังปกป้องเยี่ยชิวอยู่สินะ หวังเจี๋ยซีซึ่งปะติดปะต่อข้อมูลไว้บางส่วนแล้วย้อนถามกลับไป โดยเชื่อว่ามันเป็นความจริงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์


            ผมไม่มีเหตุผลต้องปกป้องเขา


            แกร๊ง!


            นี่มันจี้ใจดำกันชัด ๆ


            น้องชายฝาแฝดของมหาเทพแห่งวงการกลอรี่ก้มหน้ามองตัดแบ่งทาร์ตสตรอว์เบอร์รีตกแต่งด้วยวิปครีมสีชมพูตรงกลางรอบ ๆ แซมด้วยเนื้อสตรอว์เบอร์รีหวานฉ่ำเข้าปาก เมินสายตาคล้ายกับหัวเราะเล็กน้อยของหวังเจี๋ยซี

 


            วันนี้ไม่มา


            ชิบ! จะใส่ใจคนคนนั้นมากเกินไปแล้วเยี่ยชิว!!!


            เจ้าของร้านซวงหมิงชิวอยากจะชกเรียกสติตัวเองสักทีที่ตอนนี้ยังเอาแต่ทอดสายตามองหากัปตันทีมเวยเฉ่าคนนั้น ยิ่งคิดยิ่งดูสับสนเกินไป ชายหนุ่มจึงไม่คิดจะนั่งอยู่ด้านล่าง กลับเดินตรงขึ้นชั้นบนซึ่งเป็นส่วนของห้องทำงาน


            อาการแบบนี้คืออะไรยังไม่แน่ใจ


            แต่หวังเจี๋ยซีเป็นใครถึงกล้าดียังไงชอบโผล่มาในความคิดของเขาอยู่เรื่อย


            [สิ้นสุดการแข่งขันระหว่างทั้งสองทีม โดยทีมเยือนอย่างสโมสรเวยเฉ่าเก็บคะแนน]


          บ้าเอ๊ย!!!


            เยี่ยชิวพับฝาโน้ตบุ๊คลง ยกแขนตั้งประสานมือแล้วฝุบหน้าลงไปอย่างรับตัวเองไม่ได้ กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน


            นี่มันมากเกินไปจริง ๆ กับแค่การเห็นกัปตันเวยเฉ่าไม่มาที่ร้านจนต้องเปิดโน้ตบุ๊คเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเข้าสู่เว็บถ่ายทอดสดการแข่งขันกลอรี่ อย่างน้อยก็ขอให้ได้เห็นหน้าสักแวบ


            เยี่ยชิวคิดว่าบางทีมันคงเป็นแค่ความเคยชิน...


            ชายหนุ่มเงยหน้าเหม่อมองทอดสายตาไปไกลอย่างไม่มีจุดหมาย ความรู้สึกแค่ปั่นป่วนสับสนนี้คงมีแค่เขาที่จะหยุดมันได้ หลังจากนี้มันจะเป็นยังไงต่อไป


            นักธุรกิจกับนักกีฬาอีสปอร์ต


            มันแตกต่างกันเกินไป


            ฟังดูไร้สาระเป็นบ้า!

 

 

            กัปตันทีมเวยเฉ่าขยับยิ้มให้กับทีมคู่แข่งในวันนี้อย่างสุภาพกับการต้อนรับก่อนการแข่งขันกับคนคุ้นเคย พวกเขาพูดคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนแยกย้ายไปพักผ่อน ทีมเวยเฉ่าเดินตรงไปยังห้องรับรองสำหรับนักกีฬาทีมเยือน ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ ส่วนลูกทีมที่เหลือก็ทยอยวางของตามและพูดคุยเสียงดัง


            “จะรับเครื่องดื่มหรือของว่างอะไรเป็นพิเศษไหมครับ” สตาฟฟ์ของทีมเจ้าบ้านเอ่ยถาม


            สายตาของสมาชิกเวยเฉ่าบางคนหันไปมองสมาชิกตัวสำรองของทีม


            “เอ่อ...นี่ครับ” เฉียวอี้ฟานเป็นคนเอ่ยตอบ เขายื่นกระดาษโน้ตซึ่งจดรายการของที่สมาชิกภายในทีมต้องการยื่นให้


            สตาฟฟ์หนุ่มเผลอเอียงคอมองเล็กน้อยคล้ายกับไม่เข้าใจในทีแรก แต่พอเห็นข้อความที่เขียนบนกระดาษนั้นเขาก็พยักหน้าพูดเพียงไม่กี่คำก่อนออกจากห้องพักนักกีฬา ในใจอดคิดไม่ได้ว่าสมกับเป็นทีมแชมป์กับแค่เครื่องดื่มสำหรับลูกทีมก็เตรียมพร้อมกันล่วงหน้า


            “เดี๋ยว”


            “ครับ” ขาซึ่งกำลังจะก้าวพ้นประตูหยุดกึก หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับหวังเจี๋ยซีซึ่งเอ่ยคำเรียกตนเมื่อสักครู่


            มายากรแห่งเวยฉ่าชะงักไปนิดหน่อย เขาส่ายหน้า “ไม่มีอะไร คุณกลับไปทำหน้าที่ของคุณเถอะ”


            “ถ้างั้นขอตัวก่อนครับ อีกสักพักผมจะเอาของมาให้”


            หลังจากที่สตาฟฟ์ออกจากห้องพัก หวังเจี๋ยซีจึงบอกให้ลูกทีมทุกคนพักผ่อนตามอัธยาศัย เนื่องจากการแข่งขันในวันนี้เริ่มต้นช่วงเย็น พวกเขายังมีเวลาเตรียมตัวก่อนเริ่มการแข่งขัน และเมื่อทุกคนเลิกสนใจชายหนุ่มก็ถอนหายใจ เขาเผลอตัวไปหน่อยยามเห็นหน้าปัดนาฬิกาบนข้อมือบอกเวลาบ่ายสามโมงสี่สิบห้านาที เกือบบอกกับสตาฟฟ์ว่าอยากได้ชามาเต้กับขนมทานคู่กับชาไปเสียแล้ว


            ความเคยชินมันน่ากลัวจริง ๆ


            จากงานอดิเรกยามว่างกลายเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นกิจวัตรตั้งแต่เมื่อไหร่ หวังเจี๋ยซีก็ไม่แน่ใจเช่นกัน แต่เขาเคยชินเสียแล้วกับการแวะไปหาเยี่ยชิวที่ร้านในเวลานี้ของทุก ๆ วัน เมื่อวานก่อนการแข่งขันเขาก็แวะเวียนไปหา น่าเสียดายที่ไม่ได้เจอกับอีกคน เขาจึงไม่มีโอกาสได้บอกว่าวันนี้คงไม่ได้ไปเนื่องจากติดแข่งขัน


            ความจริงแล้วหวังเจี๋ยซีสามารถฝากข้อความเอาไว้ให้กับเยี่ยชิวได้ แต่เขาคิดว่ามันไม่จำเป็น การที่เขาทำอะไรแบบนั้นไม่ต่างไปจากการรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของอีกคน ตอนนี้ขนาดคำว่า เพื่อน เยี่ยชิวยังไม่คิดจะยกให้เขาเลยสักนิด


            ทว่าพอคิดถึงเรื่องนี้ชายหนุ่มเกือบหลุดหัวเราะออกมาจนต้องยกแก้วน้ำขึ้นจิบเพื่อปิดบังรอยยิ้ม แต่ไม่อาจปกปิดสายตาไม่น่าไว้วางใจได้ มันยากที่จะบอกว่ากัปตันทีมเวยเฉ่ากำลังวางแผนอะไรต่อไปกันแน่


            เพราะฉะนั้นการแข่งขันในวันนี้กัปตันทีมเวยเฉ่าจึงได้ลงมืออย่างเด็ดขาดกว่าทุกครั้ง จบเกมอย่างรวดเร็วด้วยลูกเล่นแพรวพราวเสียจนคิดว่านี่คือ มายากร ที่เคยกล่าวขานกัน หากการตามซัพพอร์ตทันของสมาชิกภายในทีมกลับทำลายความคิดนั้น เพราะฝีมือแท้จริงของมายากรยากจะมีใครตามทัน


            “เป็นการแข่งขันที่ดีครับ” หวังเจี๋ยซีเอ่ยกับกัปตันทีมคู่แข่งด้วยความสุภาพ แม้เพิ่งจะขยี้คู่ต่อสู้เละคาสนามไปหมาด ๆ แต่ว่าพวกเขาทุกคนล้วนเป็นมืออาชีพ


            เรื่องจะระเบิดอารมณ์กับความผิดพลาดนั้นไว้หลังเริ่มประชุมทีมก็ยังไม่สาย


            “เช่นกันครับ” อีกฝ่ายตอบด้วยรอยยิ้มนิดหน่อย แต่ไม่คิดจะอวยพรให้ทีมคู่แข่งเด็ดขาด นี่ยังเป็นการแข่งขันรอบพบกันหมด มันยังมีโอกาสที่ต้องเวียนมาเจอทีมเวยเฉ่าอีกครั้ง


            หวังเจี๋ยซีเองก็เข้าใจความนัยนั้น หลังจากจับมือและพูดจาตามมารยาทแล้ว เขาและสมาชิกทีมจึงขอตัว


            ทางสโมสรได้จองห้องอาหารในร้านอาหารชื่อดังซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พักมากนัก ภายในห้องพิเศษนี้มีเพียงสมาชิกหลักของทีมเพื่อความเป็นส่วนตัว ฝั่งตัวสำรองและผู้จัดการอยู่กันอีกห้องหนึ่ง บรรยากาศในห้องอาหารค่อนข้างผ่อนคลายมีเสียงพูดคุยเป็นพัก ๆ ยกเว้นเพียงกัปตันทีมซึ่งค่อนข้างเงียบขรึมจนน่าแปลก


            “วันนี้คุณลงมือโหดมากผิดกับกลยุทธ์ที่วางไว้ กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ?” เติ้งฟู่เซิง รองกัปตันทีมเวยเฉ่าเอ่ยถาม


            คำถามเปิดประเด็นนั้นทำให้มือแต่ละคนที่กำลังคีบกับข้าวใส่ถ้วยช้าลง เตรียมพร้อมเผือกเต็มที่ การแข่งขันในวันนี้แม้จะได้รับชัยชนะแต่พวกเขาก็อดสงสารหยวนไป่ชิงไม่ได้ เด็กคนนี้ยังมือใหม่อีกทั้งค่อนข้างอารมณ์ร้อน จะให้ตามสนับสนุนหวังเจี๋ยซีแบบรองกัปตันคนก่อนตอนนี้ยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ


            หวังเจี๋ยซีเองก็เข้าใจดีที่เติ้งฟู่เซิงถามเขา ดังนั้นชายหนุ่มจึงเอ่ยออกไปตามตรง “ขอโทษด้วย ผมแค่...นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาเท่านั้น”


            กัปตันทีมเวยเฉ่าไม่เคยหวงคำขอโทษหากรู้ว่าตนเองผิด ชายหนุ่มรู้ว่าวันนี้เขาเผลอเรอสร้างความลำบากทำให้กลยุทธ์ซึ่งวางไว้รวนไปบางส่วน


            แต่เผอิญว่าคำตอบนั้นดันจุดประเด็นให้สมาชิกในทีมอยากเผือกยิ่งขึ้นไปอีก


            ใครกันที่ทำให้กัปตันของพวกเขา ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่ไหวเอนเกิดความสนใจขึ้นมาจนหวั่นไหวขนาดนี้!


            หลิวเสี่ยวเปี๋ยคีบผักกาดขาวเข้าปากเคี้ยวหลังหย่อนระเบิดลงกวางวงเหมือนรู้อะไรดี ๆ “ผมเข้าใจนะว่ากัปตันคงเคยชินที่จะไปดื่มชาร้านนั้น จะคลายความคิดถึงเขาด้วยการสั่งชาที่นี่ดื่มก็ได้นะครับ”


            หวังเจี๋ยซีหันขวับไปมองคนนั่งถัดไปทางซ้ายมือ ขมวดคิ้วมุ่นแต่ไม่ได้ถามกลับว่ารู้มาจากไหน หากนึกถึงนิสัยของหลิวเสี่ยวเปี๋ยแล้วเขาก็เดาได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายต้องเคยแวะเวียนไปร้านซวงหมิงชิวมาบ้าง


            ระเบิดซึ่งถูกหย่อนลงกลางโต๊ะไว้เฉย ๆ โดยไม่ถูกสานต่อ หวังเจี๋ยซีทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยิ่งกระตุ้นต่อมสงสัยของสมาชิกที่เหลือ แต่การรีดความลับจากกัปตันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้และพวกเขาไม่กล้าที่จะทำ ต่อให้แค่คิดก็รู้ว่าไม่สามารถ... ดังนั้นเป้าหมายจึงเบนเข็มไปหาจอมยุทธ์ดาบประจำทีม


            พวกเขาอยากรู้ว่าเธอ[1]ที่ทำให้กัปตันคิดถึงเป็นคนแบบไหน จะสวยแค่ไหนถึงได้รุกคืบเข้ามาใกล้ได้ขนาดนี้


            สมาชิกทีมเวยเฉ่าไม่เคยบอกว่าหวังเจี๋ยซีหน้าตาไม่ดีถึงไม่มีคนเข้ามาจีบ แต่เป็นเพราะกัปตันของพวกเขา...สุภาพเกินไป ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีอะไร แต่เพราะคำพูดที่สุภาพเกินไปแบบนี้ บางทีมันก็ทำให้หวังเจี๋ยซีดูเหมือนคนที่เข้าถึงยากไปสักหน่อย มันให้คนที่เข้ามาใกล้ต้องพบกับกำแพงซึ่งมองไม่เห็นตั้งขวางกั้นเอาไว้

 



[1] ในประโยคนี้จงใจใช้คำว่า “เธอ” นะคะ เนื่องจากในภาษาจีนคำว่า เธอ()/เขา() ออกเสียงว่า tā เหมือนกัน แต่เขียนไม่เหมือนกัน เนื่องจากตรงนี้สมาชิกทีมเข้าใจว่าคนที่หวังเจี๋ยซีนึกถึงเป็นผู้หญิงค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น