[FanFiction เทพยุทธ์เซียน Glory l QZGS] In your eyes, in my heart

ตอนที่ 3 : 2 :: 叶暮秋

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    27 เม.ย. 61

2

叶暮秋

 

 

            ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาหวังเจี๋ยซีหัวหมุนเกินกว่าจะได้แวะไปทำงานอดิเรกลับ ๆ ของตนเอง เขาถอดเสื้อคลุมพาดพนักเก้าอี้ ทิ้งตัวนั่งเก้าอี้ในห้องนอนของตนอย่างหมดแรง หลับพักสายตาครู่หนึ่งก่อนลุกขึ้นมาทำงานอีกหน หยิบสมุดออกมาจากชั้นวาง ขมวดคิ้วมุ่นไล่นับจำนวนสมุดซ้ำ


            ไม่ครบ...


            กัปตันทีมเวยเฉ่าไล่เช็กอีกครั้งเผื่อนับพลาด แต่ไม่ว่านับทวนอีกกี่ครั้งก็ยังขาดไปเล่มหนึ่งอยู่ดี สงสัยลืมทิ้งไว้ที่ร้านซวงหมิงชิวแน่ ๆ ถอนหายใจกับความสะเพร่าของตนเอง ถ้าหากนี่เป็นการแข่งขันในลีกทีมคู่แข่งจะต้องเก็บแต้มตรงจุดนี้ไปได้ง่ายดาย ชายหนุ่มเช็กตารางบนปฏิทินของวันถัดไป ก็เห็นว่าเป็นอัปมงคลพอดี คิดซะว่าไหน ๆ ก็ไม่มีซ้อมวันพรุ่งนี้แล้วค่อยไปละกัน

 


            หวังเจี๋ยซีออกจากสโมสรในยามบ่ายเหมือนทุกครั้ง ใบหน้าคาดหน้ากากอนามัยเพราะอากาศของปักกิ่งไม่เป็นมิตร ขึ้นรถต่อสายไปย่านทำเลทองที่ร้านเจ้าประจำ ร้านซวงหมิงชิวในวันนี้คละคล่ำไปด้วยสาว ๆ เหมือนเดิม ชายหนุ่มขยับผ้าพันคอปิดบังใบหน้าเดินเข้าไปในร้าน


            เสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊ง กลิ่นหอมหวานของขนมลอบแตะจมูกทันทีที่บานประตูเปิดออก การตกแต่งภายในร้านยังเป็นสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วงเช่นเดิม เขาได้กลิ่นใบชา สมุนไพร และกลิ่นคั่วของเมล็ดกาแฟ


            “ยินดีต้อนรับค่ะ”


            หวังเจี๋ยซีเดินไปสั่งชุดน้ำชาที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ เขาเลือกเมนูขนมที่ทำจากผลไม้สดและแยมผลไม้สีสันสวยงาม กวาดตามองไปยังที่นั่งประจำริมหน้าต่างแล้วต้องเสียดายที่มุมนั้นถูกจับจองด้วยเด็กมัธยมกลุ่มหนึ่ง


            “คุณหวังเจี๋ยซีสินะคะ มาสเตอร์สั่งเตรียมที่นั่งพิเศษไว้ให้คุณที่โต๊ะในเรือนกระจกค่ะ มาสเตอร์จะมาที่ร้านประมาณสี่โมงเย็นเหมือนเดิมนะคะ”


            โม่งแตก!!


            กัปตันทีมเวยเฉ่าสะดุ้งเฮือกกับการเรียกชื่อตนเอง เกือบสบถคำหยาบคายออกมา แต่พอนึกได้ว่าตนเองลืมสมุดจดทิ้งไว้ที่นี่ไม่แปลกใจที่พนักงานจะรู้จักชื่อของตน จงคิดซะว่ามันเป็นชื่อโหลกับจำนวนประชากร 21.73 ล้านคนในปักกิ่ง


            แต่ว่าเรือนกระจกงั้นเหรอ?


            มาที่ร้านนี้ก็บ่อยเขาพึ่งรู้เองว่าที่นี่มีเรือนกระจกซะด้วย น่าแปลกที่มาสเตอร์ของร้านซวงหมิงชิว ฝาแฝดของเยี่ยชิวให้เขามารอที่นี่ ช่างเป็นหนึ่งวันที่ไม่เหมือนทุกที


            สำหรับโต๊ะที่นั่งในเรือนกระจกรองรับลูกค้าเหมาะสำหรับนั่งเป็นกลุ่มตั้งแต่ 6 – 8 คน ภายในเรือนกระจกจะเต็มไปด้วยดอกไม้และสมุนไพรที่นำไปใช้เป็นองค์ประกอบในการเครื่องดื่มในร้าน เช่น โรสแมรี่ สเปียร์มินต์ หรือต้นอื่น ๆ ที่เขาไม่รู้จักเต็มไปหมด อดคิดไม่ได้ว่าถ้ากัปตันทีมคนแรกของเวยเฉ่ายังอยู่เขาต้องชอบร้านนี้มากแน่นอน


            แต่เพราะบรรยากาศสบาย ๆ ทำให้หวังเจี๋ยซีผ่อนคลายจากการทำงานเคร่งเครียดตลอดสัปดาห์ แถมน้ำชาจวี๋ฮวายังให้กลิ่นหอมทานคู่กับขนมกำลังโอเค


            “พี่ชายคือหวังเจี๋ยซี กัปตันทีมเวยเฉ่าสินะครับ”


            เสียงเล็ก ๆ ของเด็กชายคนหนึ่งเอ่ยทะลุปล้องทำลายบรรยากาศผ่อนคลายของหวังเจี๋ยซีชะงักงัน ตรงหน้าของเขาคือเด็กชายกำลังดูดน้ำส้มด้วยท่าทางร่าเริงสดใส ดวงตากลมโตทอประกายวิบวับ และตรงหน้าคือสมุดจดที่เขาลืมทิ้งไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน


            “เธอเป็นใคร?”


            รอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กอายุไม่เกินแปดขวบดูไม่ใสซื่อตามอายุของเขาเลยสักนิด เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ และรอยยิ้มหวานราวกับน้ำผึ้งอาบมีดโกน เด็กชายหุบตาลงวางแก้วน้ำส้มลงบนจานรองแก้วแล้วเงยหน้ามองหวังเจี๋ยซีอีกครั้ง


            “มาแข่งกลอรี่ให้ชนะผมก่อนสิแล้วจะบอก”


            มั่นใจในตัวเองอย่างร้ายกาจ!


            กัปตันทีมเวยเฉ่าถึงขั้นชะงักกึก เขาไม่คิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะเข้าใจกลยุทธ์ของมืออาชีพ มองมือเรียวสวยไม่แพ้เยี่ยเสินซึ่งน่าจะมีความเร็วมือสูงน่าดูพลิกเปิดหน้ากระดาษแต่ละหน้าในสมุดบันทึกของหวังเจี๋ยซีเล่น


            ความเงียบโรยตัวระหว่างชายหนุ่มและเด็กชาย บรรยากาศกดดันจนชวนไม่ให้เข้าใกล้ แก้วน้ำส้มว่างเปล่าเหลือเพียงน้ำแข็งส่งเสียงกระทบแก้วดังแกร๊ง! และเด็กคนนั้นก็ปิดสมุดลง


            “หรือว่ากลัวแพ้จนไม่กล้าแข่งกับเด็กล่ะ”


            อย่าไปถือสาหาความเด็ก...อย่าไปถือสาหาความเด็ก...


            “มู่ชิว”


            “อ๊ะ! คุณพ่อมาแล้ว”


            บรรยากาศกดดันเลือนหายไปเหมือนเรื่องโกหก เด็กชายซึ่งถูกเรียกว่ามู่ชิวลงจากเก้าอี้วิ่งเข้าหาคนที่ทำให้เขามารออยู่เรือนกระจก มาสเตอร์ของร้านซวงหมิงชิว ฝาแฝดของเยี่ยชิวมหาเทพแห่งกลอรี่


            “มาซนอะไรแถวนี้หือ? ผมบอกให้รออยู่ที่เคาน์เตอร์ไม่ใช่หรือไง”


            เยี่ยชิวก้มลงอุ้มเด็กชายมู่ชิวซึ่งวิ่งมาเกาะแข้งเกาะขาอยากให้อุ้ม มาสเตอร์ของร้านนี้ทำเพียงอุ้มกลับมานั่งที่เดิม รอยยิ้มสุภาพหันมามองหวังเจี๋ยซีแล้วเอ่ยกับกัปตันทีมเวยเฉ่า


            “สวัสดีครับคุณหวังเจี๋ยซี ผมเยี่ยชิว” เยี่ยชิวนั่งตรงข้ามกับหวังเจี๋ยซีข้าง ๆ กับเด็กชายมู่ชิวที่เรียกเขาว่าพ่อ “อ๋อ ผมคือเยี่ยชิวแต่ไม่ใช่เยี่ยชิวที่คุณรู้จักหรอกนะครับ”


            หวังเจี๋ยซีไม่หัวเราะหรือโพล่งถามอย่างไร้มารยาท เขาเพียงแค่ยิ้มให้อย่างสุภาพ แต่ดวงตากลับเก็บข้อมูลทุกอย่างเข้าสู่สมอง “คุณเกี่ยวข้องกับเยี่ยชิวสินะครับ”


            เยี่วชิวถอนหายใจพรืดอย่างไม่สบอารมณ์นิด ๆ อยากสบถออกมาจนผิดมารยาทที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าไอ้พี่บ้าหาเรื่องให้เขาอีกแล้ว ทำไมลูกค้าประจำต้องเป็นคนในวงการด้วย แต่เขาต้องยอมรับว่ากัปตันทีมเวยเฉ่า สโมสรใหญ่ในเมืองปักกิ่งมีความเป็นสุภาพบุรุษมากกว่าเด็กเนิร์ดติดเกมอารมณ์ร้อนอย่างที่เคยเห็นตามอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ และตัวเขาไม่ควรแสดงกิริยาแบบนั้นออกไป


            “ผมไม่ใช่เยี่ยชิวที่คุณรู้จักแน่นอนครับ เพราะผมคือเยี่ยชิว”


            เด็กชายมู่ชิวซึ่งมองการสนทนาของคนทั้งสองด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเด็กอายุแปดขวบ โดยเฉพาะหวังเจี๋ยซีซึ่งขยับยิ้มคล้ายเข้าใจถ้อยคำแฝงเร้นในประโยคนั้นของเยี่ยชิว แกร๊ก! เสียงคนน้ำแข็งในแก้วดังคล้ายกับขัดจังหวะ เยี่ยชิวหันมายิ้มให้เด็กน้อยข้างตัว


            “รอแป๊บนะครับ”


            หวังเจี๋ยซีมองรอยยิ้มซึ่งมหาเทพแห่งกลอรี่ไม่มีวันแย้มยิ้มแบบนั้นปรากฏบนใบหน้าเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว หยิกแก้มเด็กคนนั้นอย่างเอ็นดู กัปตันทีมเวยเฉ่าไม่แปลกใจแล้วที่เด็กคนนี้จะท้าสู้ตนอย่างอาจหาญถ้าหากฝีมือการเล่นกลอรี่ของเยี่ยชิวคนนี้ไม่แพ้เยี่ยชิวที่เขารู้จัก


            “สมุดเล่มนี้ ผมคืนให้เรียบร้อยแล้วนะครับ” เยี่ยชิวยื่นสมุดจดบนโต๊ะให้กับหวังเจี๋ยซี


            “อุตส่าห์มาเพื่อคืนสมุดเล่มนี้เพียงอย่างเดียวเหรอครับ”


            ใช่...มันไม่จำเป็นที่เจ้าของร้านอย่างอีกฝ่ายจะเอามาคืนให้เขาด้วยตนเอง


            ใบหน้าของเยี่ยชิวปราศจากรอยยิ้ม มีเพียงความนิ่งสงบกับคำถามนั้น เขารู้ดีอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร “...เพราะหน้าตาของผมเหมือนเยี่ยชิวที่คุณรู้จักถูกต้องไหมครับ แต่ว่าจะสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นควรดูด้วยนะครับว่าเขาอยากรู้จักด้วยไหม”


            หวังเจี๋ยซีหัวเราะในลำคอแผ่วเบากับถ้อยคำคล้ายแดกดันนั้น


            “แต่ผมว่าตัวเองก็เลือกแล้วเหมือนกันนะครับ...ว่าอยากรู้จักคุณ” กัปตันทีมเวยเฉ่าเอ่ยและเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนพูดประโยคส่วนท้าย


            เยี่ยชิวลุกจากเก้าอี้ยื่นมือให้กับลูกชายตัวน้อยเดินมาจับมือ “น่าเสียดายที่ผมไม่ค่อยอยากรู้จักคนในวงการอีสปอร์ตแบบคุณสักเท่าไหร่”


            เขาโค้งขอตัวอนุญาตเพื่อตัดบทสนทนานี้ เด็กชายซึ่งต้องเดินออกไปด้วยกันหันกลับมายิ้มกว้างให้ เป็นรอยยิ้มที่จะไม่มีวันยิ้มต่อหน้าเยี่ยชิวเป็นอันขาด “ผมเยี่ยมู่ชิว ยินดีที่ได้รู้จักนะครับกัปตันทีมเวยเฉ่า ว่าง ๆ ไว้มา PK กัน”


            หวังเจี๋ยซีเกือบสำลักน้ำชาที่ยกขึ้นจิบเพื่อปิดบังรอยยิ้มของตน


            น่าสนใจจริง ๆ นะคุณเยี่ยชิว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #28 trp1021 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 22:12
    งงชื่อผเนดผยปบีรง่ด
    #28
    0
  2. #3 K.Rai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 12:19
    ทำไมพี่ร่มถึงเป็นลูกชิวชิวได้ละ!!? พี่ไม่คิดจะไปหาเยี่ยซิวหน่อยหรอค่ะ?
    #3
    0
  3. #2 _WhiteWinter_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 23:47

    ฮาพี่หวังโม่งแตกไม่พอยังโดนตอกกลับว่าไม่อยากรู้จัก


    ส่วนพี่ร่ม ไหงกลายมาเป็นลูกชายเยี่ยชิวได้ล่ะเนี่ย



    #2
    0