[FanFiction เทพยุทธ์เซียน Glory l QZGS] In your eyes, in my heart

ตอนที่ 21 : ตัวอย่างตอนพิเศษ :: Ye’s Family

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    8 ก.ค. 62

 


YeKai’s Point of view –




            เพราะตระกูลเยี่ยยิ่งใหญ่มากเกินไป...


            และความยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมกฎเกณฑ์มากมาย




            เยี่ยไคเป็นลูกหลงของครอบครัว อายุมากกว่าสองฝาแฝดซึ่งเป็นลูกของพี่ชายไม่เท่าไหร่ ดังนั้นเขาจึงถูกพี่ชายเลี้ยงมาไม่ต่างจากสองฝาแฝดเยี่ยซิวกับเยี่ยชิว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชายหนุ่มจะเป็นคนที่รู้จักและเข้าใจทั้งคู่เป็นอย่างดี บางทีอาจจะดีกว่าพ่อแม่ของทั้งคู่เสียด้วยซ้ำ


            และบางทีคงเป็นพรสวรรค์ของคนตระกูลเยี่ยด้วยหรือเปล่าไม่รู้ เยี่ยซิวกับเยี่ยชิวถึงได้ฉลาดเป็นกรด เลี้ยงง่าย ไม่เคยงอแง จนพี่สะใภ้สามารถส่งไปเรียนถึงอเมริกา เนื่องจากการศึกษาของประเทศจีนยังไม่เปิดรับเด็กที่มีความสามารถมากขนาดนั้น จุดเปลี่ยนถึงได้เกิดขึ้น ฝังความคิดหัวขบถลงไปในหัวของทั้งสอง


            อย่างที่รู้กันดีว่าตระกูลเยี่ยถือเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลและความซับซ้อนเบื้องหลังมากมาย ถูกส่งไปเรียนถึงที่นั่น คณะที่เข้าเรียนก็ต้องเป็นคณะที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจของครอบครัว ต่อความเจริญก้าวหน้าของวงศ์ตระกูล ดังนั้นคณะบริหารธุรกิจหรือคณะรัฐศาสตร์ก็เป็นหนึ่งในลิสต์ตัวเลือกสำคัญ


            เยี่ยซิวหัวดื้อกว่าเยี่ยชิวเยอะมาก!


            ชิวยังเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์ ในขณะที่ซิวหัวขบถไปเรียนด้านคณิตศาสตร์ ดูก็รู้ว่าประชด


            แต่สำหรับเขาแล้วไม่ว่าหลานทั้งสองจะเลือกแบบไหน เขาพร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่ อย่างน้อยก็ขอให้ฝาแฝดคู่นี้ได้มีโอกาสเลือก มากกว่า เขา


            และเพราะการสนับสนุนโดยไร้ขีดจำกัดนี้เองทำให้เยี่ยซิวหลงใหลเกมออนไลน์ สนุกสนานไปกับการพบปะกับเพื่อนจากหลายรัฐ หลายประเทศรวมทีมกันแข่งขัน และเด็กคนนั้นทำได้ดี ไม่เพียงแค่ดี ต้องใช้คำพูดว่ายอดเยี่ยมมาก!


            แต่คนที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือชิว...


            เมื่อเยี่ยไคกลับมาถึงห้องเช่า เขาเห็นเยี่ยชิวนั่งอยู่ท่ามกลางของเล่นแปลก ๆ บางชิ้นเรียกได้ว่าเป็นขยะ ชายหนุ่มกำลังสงสัยว่าที่จริงหลานชายของเขาอยากทำตามใจตัวเองเหมือนเยี่ยซิวใช่ไหม


            “เก็บอะไรมาอีกแล้วชิว”


            คุณชายน้อยเยี่ยชิวสะดุ้งเฮือกเอาของในมือซ่อนด้านหลังทันควันทั้งที่รอบตัวยังรายล้อมไปด้วยข้าวของอื่น ๆ วางระเกะระกะ เยี่ยไคหลุดหัวเราะ และก็โดนหลานชายค้อนขวับ


            “ฉันยังไม่ทันได้ว่าอะไรเลย” เยี่ยไคก้มตัวขยี้เส้นผมของเยี่ยชิวจนยุ่งเหยิง


            เขายืดตัวขึ้นเหยียดหลังตรง ใช้มือแตะคางตนเอง ขณะกวาดสายตามองของเล่นของเยี่ยชิว ครุ่นคิดคล้ายอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป


            “มีอะไรเหรอ”


            เยี่ยชิวเลิกเอาของซ่อนด้านหลัง เขาเงยหน้ามองคนตรงหน้า สีหน้าแสดงออกชัดเจนว่าสงสัย แต่เด็กชายก็ไม่ได้รับคำตอบ หลุบตาลงเมื่อฝ่ามือใหญ่เอื้อมมือมาขยี้เส้นผมตัดสั้นจนยุ่งเหยิง


            “อย่ามาเล่นหัวนะ” เยี่ยชิวปัดมือออกไป สีหน้าบูดบึ้งค้อนขวับ




            “กลับมาแล้ว”


            สมาชิกคนที่สามของบ้านตะโกนบอกพร้อมปิดประตู เยี่ยชิวผุดลุกจากโซฟาวิ่งไปหาฝาแฝดของตนเองด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เหมือนปกติ


            “กว่าจะกลับบ้านนะเจ้าพี่บ้า นี่หนีไปไหนมาอีกแล้วเนี่ย”


            เยี่ยซิวเมินการโวยวายประจำวัน เดินอาด ๆ เข้ามาด้านในพลางตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ร้านอินเทอร์เน็ตสักที่นั่นแหละ”


            “นายติดเกมมากเกินไปแล้ว!!


            เยี่ยซิวหัวเราะกับคำแดกดันของน้องชายฝาแฝด “เหมือนที่นายเก็บของเล่นกลับมาน่ะนะ”


            “ฉันเปล่า!” เยี่ยชิวปฏิเสธทันควัน แต่เยี่ยซิวก็ยิ้มแบบรู้ทัน


            “จริงเหรอ”


            “...” เยี่ยชิวอ้า ๆ หุบ ๆ ไม่รู้จะแย้งอย่างไร จึงเปลี่ยนเรื่อง “ถามจริงทำไมตัดสินใจเรียนด้านคณิตศาสตร์”


            นี่เป็นคำถามที่ค้างคาใจเยี่ยชิวมาก


            “เพราะเกอเป็นคนโรแมนติกไง”


            “ห๊า!?”


            “อีกอย่าง มีนายเป็นเด็กดีคนเดียวก็พอแล้ว”


            ก่อนที่จะโต้เถียงไร้สาระเหมือนทุกวัน มีเสียงหนึ่งดังขัดขึ้นมาเสียก่อน โดยไม่รู้ตัวพวกเขาก็เดินตรงดิ่งมาห้องครัวแล้ว


            “ทั้งสองคนทำอะไร รีบมากินข้าวได้แล้ว อย่าลืมล้างมือก่อนด้วย”


            “ครับ”


            ขานรับอย่างพร้อมเพรียงกัน


            บนโต๊ะอาหารมีซุป เนื้อแกะชุ่มซอสในจานมีสลัดเป็นเครื่องเคียง เทนมร้อนใส่แก้วเซรามิกเลื่อนมาตั้งไว้ตรงหน้าทั้งคู่ เยี่ยชิวใช้ช้อนคนซุป ขาทั้งสองข้างแกว่งไกวอยู่ใต้โต๊ะ


            “นี่ไค เรียนคณิตมันโรแมนติกตรงไหนเหรอ” เยี่ยชิวถาม


            นิ่งไปสักพักค่อยเอ่ย “ซิวเป็นคนพูดสินะ”


            เยี่ยชิวพยักหน้า เยี่ยไคไม่ได้ตอบ แต่หันไปหาอีกคนที่ทำตัวเหมือนว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง และไม่คิดจะอธิบายด้วย


            “ถ้าตอบในมุมมองของฉัน คงเพราะวิชาคณิตศาสตร์ตั้งทฤษฎีขึ้นมาจากสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ แล้วก็ใช้สิ่งนั้นเป็นรากฐานเพื่อต่อยอดด้วยการเสนอข้อวินิจฉัยเพื่อกลายเป็นทฤษฎีใหม่ ๆ”


            “ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”


            “อืม นักคณิตศาสตร์นะเป็นพวกเข้าใจยาก” เยี่ยไคตอบรับเป็นลูกคู่ ทำให้คนเดียวในบ้านที่เรียนคณิตหน้าบูดบึ้ง จิ้มมันฝรั่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ


            ว่าแล้วก็ต้องรีบเปลี่ยนประเด็นก่อนที่เจ้าหลานชายคนโตจะอารมณ์เสีย


            “ชิวเก็บขยะ...”


            “ไม่ใช่ขยะ!” เยี่ยชิวเอ่ยแก้ทันที


            “แต่เป็นของที่พังแล้ว” เยี่ยซิวกล่าว


            “ว่าไงนะ”


            “ฉันแค่พูดความจริง”


            “พอ ๆ” เยี่ยไครีบจับสองฝาแฝดแยกกัน “โอเค ไม่ใช่ขยะ ของเล่นเราตอนนี้มันเยอะจนล้นห้องแล้วนะชิว”


            “ขอโทษครับ”


            เขาถอนหายใจ ตีหน้าเศร้าแบบนั้นจะดุลงได้ยังไงกัน แต่ว่าเขาต้องใจแข็งพูดให้เด็ดขาดเสียวันนี้ ไม่งั้นชิวจะเก็บขยะ—ของเล่น—กลับมาอีก


            “ฉันเตรียมกล่องไว้ให้อยู่ข้างบน ให้ทิ้งของที่ไม่ต้องการและเก็บไว้เฉพาะของที่ต้องการ จะเก็บทุกอย่างไว้คงไม่ได้ ดังนั้นต้องเลือกแต่ของที่ตัวเองคิดว่าสำคัญ”


            “ของสำคัญ...”


            เยี่ยซิวพึมพำ เอียงคอมองเยี่ยไคสลับกับเยี่ยชิว


(ติดตามต่อได้ในเล่ม)



ประกาศขายของค่ะ

เริ่มเปิดพรีตั้งแต่วันนี้ - 21 กรกฏาคม 2562 และวางขายในงาน Glory Only Event จัดขึ้นวันที่ 4 สิงหาคม ณ ตึก ITF ลง BTS สถานีช่องนนทรีค่ะ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ >> https://docs.google.com/forms/d/1sRsyJNc2FfyB0zT1dCEXZus-J4ztne6CYQz2ijpIc9E/edit


 Walan



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น