[FanFiction เทพยุทธ์เซียน Glory l QZGS] In your eyes, in my heart

ตอนที่ 19 : Epilogue :: Re – start!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

Epilogue

Re – start!

 

 

            แปดปีผ่านไป...


            อาคารสูงเบื้องหน้าเปลี่ยนไปจากความทรงจำของเยี่ยชิว เปลี่ยนจากร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เป็นสโมสรซิงซิน แม้ว่าเจ้าของร้านและเจ้าของสโมสรอย่างเฉินกั่วจะยังอยากรักษาสภาพของซิงซินเน็ตคาเฟ่ไว้แค่ไหน แต่การเติบโตของสโมสรย่อมพ่วงมาด้วยการขยับขยายพื้นที่ จำใจต้องเลิกกิจการในส่วนนั้น (แล้วเปิดไปเปิดสาขาย่อยที่ตึกใหม่บนถนนอีกเส้นน่ะนะ) ปัจจุบันนี้กลายเป็นว่าตึกซิงซินกับตึกเจียซื่อถูกสร้างประจันหน้ากันดั่งเสือกับสิงห์


            “ตัดสินใจแน่แล้วเหรอ” เยี่ยชิวถามคนที่ลงจากรถมายืนอยู่ข้างเขา


            “อืม” คนคนนั้นตอบ


            เขาเป็นเด็กหนุ่มตัวสูงอายุประมาณสิบห้าสิบหกปี ใบหน้าดึงดูดสายตาให้เหลียวหลังกลับมามองเผยรอยยิ้มนิด ๆ ตรงมุมปาก ชวนให้เยี่ยชิวอดส่ายหัวไม่ได้ แต่พอมองแผ่นหลังกว้างบ่งบอกว่าคนคนนี้ไม่ใช่เด็กตัวเล็ก ๆ ของเขาอีกแล้ว เยี่ยชิวทั้งดีใจและภาคภูมิใจในตัวคนคนนี้


            แต่ว่า...ถึงเวลาส่งคืนให้เจ้าของตัวจริงเสียที


            “อยากเห็นสีหน้าหมอนั่นชะมัด” เยี่ยชิวพึมพำ


            เด็กหนุ่มข้างตัวเขาหลุดหัวเราะเมื่อจินตนาการตามคำพูดของเยี่ยชิว


            ประตูเลื่อนอัตโนมัติเปิดกว้างเมื่อทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้เซนเซอร์ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของสโมสรอยู่ตรงหน้า เยี่ยชิวเดินตามหลังเด็กหนุ่มที่เคาะนิ้วลงบนเคาน์เตอร์เรียกความสนใจจากพนักงาน พนักงานของแผนประชาสัมพันธ์พูดคำพูดติดปากออกมาว่า “สวัสดี...”


            แต่ว่าก็ยังพูดไม่ทันจบประโยค ดวงตาก็เบิกกว้างสับสน คนที่เดินตามมาข้างหลังไม่ใช่อดีตมหาเทพแห่งซิงซินเยี่ยซิวหรือ แต่ว่าช่วงเช้าวันนี้ทีมซิงซินพึ่งมีประชุมกันไม่ใช่เหรอ?


            เอ๊ะ!?


            เนื่องจากพนักงานประชาสัมพันธ์ไม่ใช่คนเก่าคนแก่ที่รู้จักเยี่ยชิว นอกจากนี้น้อยคนมากที่จะรู้จักฝาแฝดของอดีตมหาเทพเยี่ยซิว แม้ว่าไม่จำเป็นต้องปกปิดชื่อและใบหน้าเพื่อเจ้าพี่เฮงซวย นิสัยติดตัวของชายหนุ่มยังคงเป็นเหมือนเดิม ความเคยชินตลอดสิบปีมันแก้ไขไม่ได้ง่าย ๆ นี่นะ


            “สวัสดีครับผมซูมู่ชิว เจ้าของไอดีอวี่อี้ชิงเฉิน (สายฝนย้อมเถ้าธุลีให้ชื้นแฉะ)*มาทดสอบฝีมือตามคำเชิญของสโมสรครับ”


            “รอสักครู่นะครับ”


            ขณะที่พนักงานกำลังตรวจสอบข้อมูลจากเบื้องบนเยี่ยมู่ชิว---ซูมู่ชิวก็หันกลับมามองเยี่ยชิวที่เอ่ยถาม “ไปคนเดียวไม่มีปัญหาใช่ไหม”


            “แน่นอนอยู่แล้ว”


            ถึงเยี่ยมู่ชิวจะตอบแบบนี้ แต่ก็ยังมีความไม่มั่นใจปรากฏในแววตาของเยี่ยชิว อีกฝ่ายถึงกับถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยสำทับสร้างความมั่นใจให้กับเขาว่า “ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่เริ่มต้นใหม่เท่านั้นเอง”


            เยี่ยชิวหลุดหัวเราะพยักหน้าตอบรับคำพูดติดปากของเยี่ยมู่ชิว ลูกชายสุดที่รักของเขาไว้ว่าเรื่องอะไรก็ไม่เคยยอมแพ้เลยสักครั้งนี่นะ และคำพูดประโยคนี้ก็มีอิทธิพลต่อเขาไม่น้อยเหมือนกัน


            ชายหนุ่มยกมือขึ้นจับไหล่เยี่ยมู่ชิว สบสายตาของคนที่สูงเท่ากันด้วยสายตาจริงจัง “นี่มู่ชิวน้อย ถ้าเจอไอ้พี่บ้านั่นแล้วต้องเอาคืนให้หนักเผื่อผมด้วยนะ โอเค?”


            เดี๋ยวนะนี่ใช่เรื่องที่เยี่ยชิวกังวลจริง ๆ งั้นเหรอ


            สีหน้าท่าทางของเยี่ยมู่ชิวจากการตั้งอกตั้งใจฟังว่าเยี่ยชิวจะกำชับอะไรตนเองเหมือนสมัยเด็กหรือเปล่ากลับเป็นเรื่องแบบนี้ สีหน้าของเขาถึงห่อเหี่ยวลงทันควันเรียกอีกฝ่ายเสียงอ่อย “...ชิว นี่คือสิ่งที่นายอยากจะพูด”


            “อา...ก็ไม่ใช่หรอก”


            “...”


            “เอาเป็นว่ามู่ชิวน้อยทำได้อยู่แล้ว ถ้ามีปัญหาอะไรอย่าลืมโทรหาผมนะ”


            เยี่ยมู่ชิวหลุดหัวเราะ แล้วต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หยุดหัวเราะหลังเห็นสีหน้าหงิกงอของเยี่ยชิว “ผมไม่เป็นไรหรอกน่า นายนัดกับหวังเจี๋ยซีไว้ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวสายเอานะ”


            ชายหนุ่มชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย แล้วเขาก็พยักหน้าบอกลาลูกชายสุดที่รักของตนเอง

 


            “ขอโทษที่ทำให้รอนานครับเจี๋ยซี” เยี่ยชิวผลักประตูไม้ของคาเฟ่กึ่งบาร์แห่งหนึ่งในหางโจวเข้าไปด้านในเอ่ยทักคนที่นั่งอยู่มุมในสุดของร้านเยื้องกับเคาน์เตอร์บาร์ อดีตกัปตันทีมเวยเฉ่าวางหนังสือลงเงยหน้ามอบรอยยิ้มสุภาพตามนิสัยให้กับเขา


            “ไม่ได้รออยู่เจอเยี่ยซิวด้วยหรือครับ” หวังเจี๋ยซีถาม แล้วหันไปสั่งเครื่องดื่มให้เยี่ยชิว


            “คนแบบนั้นยังต้องรอเจอด้วยเหรอ”


            หวังเจี๋ยซีหัวเราะกับคำพูดสบถปากไม่ตรงกับใจของเยี่ยชิว แล้วพูดหยอกล้อกลับไป “ชิวก็แค่ไม่อยากเห็นภาพแสลงสายตาเท่านั้นเองนี่นะ”


            เยี่ยชิวค้อนขวับ เพราะคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดแทงใจดำเขาได้ตรงเผง มันแสลงใจจริง ๆ ที่ต้องยกมู่ชิวน้อยให้เจ้าพี่บ้า นั่นลูกชายสุดที่รักของเขาเชียวนะ!


            “หลังดื่มชาเสร็จ พวกเราไปเที่ยวกันเถอะ” หวังเจี๋ยซีชวน


            “อืม”


            เยี่ยชิวยกแก้วชาขึ้นจิบ อดีตกัปตันทีมเวยเฉ่ายกแขนขึ้นเท้าคางเอียงใบหน้านิดหน่อยยิ้มให้เขา “...ไปล่องเรือทะเลสาบซีหูกัน”


            ชายหนุ่มชะงักเม้มปากแน่น


            นับตั้งแต่วันนั้นเมื่อแปดปีก่อน เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว คนทั้งสองต่างแยกกันไปใช้ชีวิตของตัวเองในหลังจากนั้นและไม่ได้พบกันอีกเลย เส้นทางของนักธุรกิจกับเส้นทางของนักกีฬาอีสปอร์ตมันแตกต่างกันเกินไป แต่ว่า...เยี่ยชิวกับหวังเจี๋ยซีเคยกลับมาพบกันครั้งหนึ่งในวันรวมตัวสมาชิกทีมชาติของจีนเมื่อประมาณสี่ห้าปีก่อน


            เวลานั้น คล้ายกับต่างฝ่ายต่างกุมจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเอาไว้ แต่มุมของมันไม่อาจหมุนปรับจนลงล็อกได้


            ขอโทษครับ” เยี่ยชิวพูดออกไปโดยไม่ทันรู้ตัว


            หวังเจี๋ยซีถอนหายใจ แล้วยิ้มให้เยี่ยชิวอย่างอ่อนโยน “ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องขอโทษ”


            บนโลกนี้มีคนมากมายเฝ้าตามหาคนที่เป็นเนื้อคู่ของตนเอง คนที่ตัวเองรัก คนจะมามอบความรักให้กับตนเอง ระหว่างหวังเจี๋ยซีกับเยี่ยชิว...ย้อนกลับไปในวันนั้นเมื่อแปดปีก่อน ไม่ใช่ว่าทั้งคู่ไม่รัก ไม่มีความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน แต่ว่าต่อให้เป็นเนื้อคู่ของตนเอง ‘คนรัก’ ที่มาในเวลาไม่ถูกไม่ควรก็ไม่ใช่คนที่ใช่


            เพราะมันเป็นแค่การเล่นตลกของโชคชะตาที่ทำให้ทั้งคู่มาพบกันในเวลานั้น ตกหลุมรักคนที่ไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่กลับไม่ยั้งตัวเองเอาไว้จนถูกเหวี่ยงเข้าไปในพายุ


            แต่ถึงอย่างนั้น สำหรับตอนนี้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หวังเจี๋ยซีจะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากเยี่ยชิวไปอีกแล้ว


            อดีตอาจจะผิดพลาดไปบ้างและต้องใช้เวลาในการแก้ไข แต่มันก็ได้สร้างปัจจุบันที่ดีกว่าเดิมหลังจากนั้น


            เข้าใจแล้ว ไปเที่ยวกันเถอะครับเจี๋ยซี”


            แสงแดดยามสายส่องแสงแยงตากระทบเข้ากับแผ่นหลังของคนทั้งคู่ที่เดินออกมาจากคาเฟ่พร้อม ๆ กัน ใบหน้าของหวังเจี๋ยซีและเยี่ยชิวต่างเปื้อนยิ้ม แผ่นหลังกว้างของคนทั้งคู่ไปตามทางเดินทอดยาวของเมืองใหญา เห็นใบไม้เขียวขจีของฤดูใบไม้ผลิ


            สองมือสอดประสานกันแนบแน่นจะไม่ยอมแยกจากกันอีกแล้ว


            บทสนทนาสั้น ๆ เปี่ยมชีวิตชีวาทดแทนช่วงเวลาที่ขาดหายไป ให้ความอบอุ่นของฤดูกาลแห่งการเริ่มต้นใหม่นี้มาสานต่อเรื่องราวระหว่างเรา...

 

 

 

The end.



* มาจากกลอนของกวีหวางเหวยสมัยราชวงศ์ถัง จากท่อน 渭城朝雨浥轻尘  แปลว่า สายฝนยามเช้าโปรยลงมายังเมืองเว่ยย้อมธุลีให้ชื้นแฉะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #37 Lady-Alicia (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 22:30

    จบแล้วววววว ขอบคุณมากเลยค่ะ แต่อยากคู่พี่ร่มต่อจัง ขอบคุณค่ะ
    #37
    0
  2. #36 Lady-Alicia (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 22:30

    จบแล้วววววว ขอบคุณมากเลยค่ะ แต่อย่านคู่พี่ร่มต่อจัง ขอบคุณค่ะ
    #36
    0