[FanFiction เทพยุทธ์เซียน Glory l QZGS] In your eyes, in my heart

ตอนที่ 18 : 17 :: Farewell to meet again

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    18 มี.ค. 62

17

Farewell to meet again




            อาจจะผิดกับเยี่ยชิว แต่หวังเจี๋ยซีตัดสินใจกลับจากหยางซั่วก่อน เขาไม่อยากทำให้เยี่ยชิวลำบากใจมากไปกว่านี้ บางที...คงเป็นเพราะบาดแผลที่ได้รับยังคงสดใหม่จนเขาไม่อาจทนมองสายตาของเยี่ยชิวได้


            ฤดูกาลที่ 9 เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการกลับมาของ เยี่ยซิวมหาเทพแห่งกลอรี่


            ถึงหน้าจะเหมือนกันแต่ก็เป็นคนละคนกันอยู่ดี เพราะฉะนั้นการที่เห็นใบหน้าเหมือนกันไม่ได้ทำให้แผลที่พึ่งตกสะเก็ดกลัดหนองขึ้นมา ลึก ๆ หวังเจี๋ยซีดีใจเสียด้วยซ้ำที่ทุกคนจะได้รู้ว่า เยี่ยซิวกับ เยี่ยชิว เป็นคนละคนกัน


            หวังเจี๋ยซียังคงแวะเวียนไปที่ร้านซวงหมิงชิวเสมอ แต่ทว่าช่วงเวลาที่เขาเลือกไปไม่ใช่เวลาประมาณบ่ายสามโมงอีกแล้ว...


            ตัวเขาในเวลานี้ยังไม่พร้อม ถ้าพร้อมเมื่อไหร่เขาจะไปร้านนั้นในช่วงเวลาเดิมเหมือนทุกครั้ง


            ออลสตาร์ปีที่ 9 เริ่มต้นขึ้นโดยสโมสรเวยเฉ่าเป็นเจ้าภาพ ระยะเวลาที่ผ่านมานั้นจะทำให้เขาเริ่มทำใจขึ้นมาได้บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ตัดใจจากเยี่ยชิวอยู่ดี


            เขารับรู้ทุกความเป็นไปในชีวิตของเยี่ยชิวจากการตามดูข่าวต่าง ๆ ของเยี่ยกรุ๊ป ทั้งจากในทีวี หน้าหนังสือพิมพ์ นิตยสารต่าง ๆ รวมไปถึงจากเยี่ยมู่ชิว เขาก้าวเข้าไปในโลกของอีกฝ่ายด้วยการหัดลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ สักนิด...เข้าใกล้เยี่ยชิวได้อีกสักนิดก็ยังดี




            ก๊อก ๆๆ


            เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยระหว่างที่สมาชิกทีมสโมสรเวยเฉ่ากำลังโหวกเหวกโวยวายหลังจากหยุดพักกิจกรรมออลสตาร์ในช่วงเที่ยงทำให้ทุกสายตาหันไปมองยังต้นเสียงเป็นตาเดียว ประตูถูกเปิดเข้ามากับสีหน้ารู้สึกผิดของสตาฟฟ์ภายในงาน พร้อมคำเอ่ยขอโทษซ้ำ ๆ


            ทว่าที่สะดุดสายตาของพวกเขาไม่ใช่สตาฟฟ์ แต่กลับเป็นเด็กชายคนหนึ่งและคำพูดไร้สัมมาคารวะ


            “ขอโทษที่ขัดจังหวะ หวังเจี๋ยซีผมขอคุยกับคุณหน่อยจะได้ไหม”


            “ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่มู่ชิว แล้วเยี่ยชิว...?” หวังเจี๋ยซีผุดลุกขึ้นยืนแทบจะทันที ใบหน้าของกัปตันทีมเวยเฉ่าไม่ปกปิดค้าความฉงนสนเท่ห์


            “คุณพ่อไม่รู้ว่าผมมา” เยี่ยมู่ชิวตอบ


            คนในห้องเกือบทั้งหมดต่างหันมามองหน้ากันอย่างสับสน เพราะบรรยากาศระหว่างคนต่างอายุทั้งสองกดดันจนอึดอัดกระสับกระส่าย พวกเขายังไม่เข้าใจที่กัปตันของตนเองพูดเลยสักนิด เยี่ยชิวที่พูดถึงคือมหาเทพเยี่ยซิวหรือเปล่า เพราะเหตุใดถึงได้พูดเหมือนว่าเยี่ยซิวกับเยี่ยชิวเป็นคนละคนกัน


            เด็กชายยังคงพูดต่อไป “ผมมาที่นี่เพื่อคุยกับคุณ เรื่องของ...เยี่ยชิว


            “...”


            หวังเจี๋ยซีนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความรู้สึกตีกัน ปลายนิ้วรู้สึกเย็นเยียบ เกร็งเสียยิ่งกว่าการแข่งขันกลอรี่รอบชิงชนะเลิศครั้งแรกในชีวิตเสียอีก แววตาของเด็กชายตรงหน้าที่ทำตัวไม่สมกับอายุบ่งบอกชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ!


            “...ต้องเป็นเดี๋ยวนี้เลย”


            “ใช่” เพราะเห็นหวังเจี๋ยซียังนิ่งเงียบ เยี่ยมู่ชิวจึงต้องเอ่ยย้ำอีกประโยค “ขอโทษ แต่เวลาไม่มีแล้วน่ะ”


            หวังเจี๋ยซีกับเยี่ยมู่ชิวเดินออกมาไม่ไกลจากห้องพักมากนัก แต่พื้นที่ในบริเวณนั้นก็ค่อนข้างเป็นส่วนตัวป้องกันการแอบฟังจากคนอื่นได้พอสมควร เด็กชายที่เดินนำเขามาราวกับเป็นเจ้าบ้านเดินไปเกาะราวระเบียง ปล่อยเส้นผมยาวปลิวไปตามสายลม ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจเด็กคนนี้


            “มู่ชิวมีอะไรอยากจะคุยกับผมเหรอ” หวังเจี๋ยซีตัดสินใจทำลายความเงียบ เอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา


            “ขอโทษด้วยที่ต้องให้จู่ ๆ ก็สร้างความวุ่นวายขึ้น และทำให้นายออกมากับฉัน”


            จาก ผม กลายเป็น ฉัน จาก คุณ กลายเป็น นาย


            แววตาของเด็กชายตรงหน้าก็ยังเหมือนเดิม ทุกครั้งที่มองเขาไม่ใช่สายตาใส่ซื่อบริสุทธิ์ตามวัย แต่เหมือนกับสายตาของคนอายุมากกว่าซึ่งมองตนเองคล้ายเอ็นดูเล็กน้อย เพราะฉะนั้นหวังเจี๋ยซีจึงไม่ได้ประหลาดใจ ทว่าคำพูดนั้นส่งผลให้หวังเจี๋ยซีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาพยายามควบคุมสีหน้าท่าทางของตนเองให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม จะบอกว่าชายหนุ่มกำลังสวมหน้ากากที่มีชื่อว่าไม่เป็นไรก็คงไม่ผิด


            มู่ชิวยังคงพูดต่อไป “คิดดีแล้วเหรอที่จะไปงานแต่งงานของชิว คิดจะไปจริง ๆ งั้นเหรอ”


            หวังเจี๋ยซีเข้าใจชัดเจนแล้วว่าเยี่ยมู่ชิวมาที่นี่ทำไม กัปตันทีมเวยเฉ่ายื่นมือออกไปขยี้เส้นผมของเด็กชายด้วยความมันเขี้ยว มู่ชิวปัดมือข้างนั้นออกอย่างไม่สบอารมณ์ ดวงตาของเขาฉายแววเกรี้ยวกราด คำพูดที่กำลังจะเอ่ยถูกกลืนกลับลงไปในลำคอทันทีที่เขาเห็นหวังเจี๋ยซีพยักหน้า


            “งี่เง่า”


            หวังเจี๋ยซีไม่โมโห กลับหัวเราะคล้ายเย้ยหยันตนเอง “ก็คงเป็นแบบนั้น”


            คนคนนั้นใจร้าย เขารู้อยู่แล้วไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่มีวันปฏิเสธ เพราะรู้ดีอยู่แล้วถึงได้เอ่ยชวนเขาไปงานแต่งงานของตนเอง รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นมุมปากของหวังเจี๋ยซี


            แต่ว่าคงไม่มีใครงี่เง่ามากเท่ากับเขาอีกแล้ว ทั้งที่แผลนี้พึ่งจะแห้งตกสะเก็ดได้ไม่นานกลับตอบรับคำเชิญ หาเรื่องให้แผลนี้เปิดขึ้นอีกครั้ง


            ถึงจะเป็นแบบนั้น น่าแปลกในวินาทีนี้ วินาทีที่หัวใจของเขาถูกทำร้ายซ้ำอีกหน แต่หวังเจี๋ยซีกลับไม่รู้สึกว่ารักเยี่ยชิวน้อยลงไปกว่าเดิมเลย เขายังคงรัก แม้รู้ว่าการไปงานแต่งงานของเยี่ยชิวก็หมายความว่า...


            อีกฝ่ายได้หลุดจากมือของเขาไปแล้ว


            หวังเจี๋ยซีเลิกคิ้วสูงเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจของมู่ชิว


            “เพราะงี่เง่าแบบนี้ไงถึงปล่อยเอาไว้ไม่ได้” เยี่ยมู่ชิวเหยียดยิ้มหยัน “จริง ๆ ฉันก็ไม่ควรมาพูดเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของชิว เป็นเรื่องที่ชิวจะต้องจัดการด้วยตัวเอง แต่เพราะไม่เคยมีใครเคยได้ยินชิวขอร้องให้ช่วยเลยสักครั้ง ทั้ง ๆ ที่ถ้าเขาพูดออกมาเรื่องมันคงไม่ดำเนินมาถึงตรงนี้ คุณพ่อก็คงยอมอนุญาตแล้วแท้ ๆ”


            “...”


            เยี่ยมู่ชิวไม่ได้เงยหน้ามองหวังเจี๋ยซี เด็กชายพลิกข้อมือดูนาฬิกาพึมพำว่ายังทัน


            “เกิดอะไรขึ้น” หวังเจี๋ยซีถาม


            มู่ชิวไม่ตอบ เขาพูดแต่เรื่องที่ตนเองตั้งใจไว้แล้วเท่านั้น “ฉันรู้ว่าขอแบบนี้มันเห็นแก่ตัว แต่ว่าอย่าพึ่งเลิกรักชิวเลยนะ”




            เยี่ยมู่ชิวกลับไปแล้วโดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติมสักอย่างเดียว หนึ่งเดือนต่อมาเขาถึงรู้ว่าที่เด็กคนนั้นบอกว่าไม่มีเวลาแล้ว เพราะตนเองต้องบินไปบอสตันในวันนั้นเอง


            หลังจากนั้นไม่นานนิตยสารไฉจิงก็ลงข่าวการร่วมค้าของเยี่ยกรุ๊ป ควบรวมไห่เฉินกรุ๊ป


            จนกระทั่งวันเวลาค่อย ๆ ไหลผ่านไป...


            หนึ่งปี...สองปี...สามปี...


            หวังเจี๋ยซีไม่ได้สนใจคำขอเห็นแก่ตัวของมู่ชิว เขาเลิกติดตามความเป็นไปในชีวิตของเยี่ยชิวมาได้สักพักใหญ่แล้ว ข่าวล่าสุดที่เขาได้ยินคือการเสียชีวิตและจากไปอย่างสงบของหลี่ลุ่ยเซียงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเยี่ยชิวจะลืมเรื่องราวระหว่างเราไปแล้วหรือยัง แต่เขายังไม่ลืม


            และเขาก็ยังไม่ได้ตัดใจ เขายังคงรักอีกฝ่ายอยู่ แม้รู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้อย่างที่เยี่ยชิวเคยบอกเอาไว้




            จนกระทั่งตอนนี้หลายคนบอกว่าเขาสุภาพไปกับทุกเรื่องจนดูเข้าใกล้ยาก


            เขาไม่เคยเถียง...


            หลายคนบอกว่าเขาเกลียดการถูกผูกมัด


            ซึ่งเขาไม่เถียง...เพราะเขาไม่เคยบอกใครเขายังไม่เคยก้าวข้ามอดีตมาได้


            หลายคนบอกว่าเขาเย็นชา ไม่มีหัวใจ


            และเขาก็ไม่อยากเถียง...เพราะหัวใจของเขาถูกใครบางคนขโมยไปตั้งนานแล้ว




            แต่ว่าโชคชะตาและพรหมลิขิตก็เป็นเรื่องที่มนุษย์ไม่อาจเข้าใจได้เสมอ


.


.


.


รู้ไหมว่าคำว่า โชคชะตาและพรหมลิขิต เองก็เป็นความพยายามของใครบางคน




______________________________
TALK ::


ตอนแรกกะจะเอาตอนนี้เป็นตอนจบ พอได้อ่านทวนเนื้อหาที่ผ่านมา+รีไรท์แก้ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผิดพลาด เลยแก้ตอนนี้เป็นตอนก่อนจบแทน แล้วเพิ่มตอนจบใหม่

Walan



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #33 #MoOnLiGht_FaLl (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:01

    ค้างคาใจมาก ขอบคุณ​ที่แต่งจนจบนะคะ
    #33
    0
  2. #32 Ning Nong (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 22:44
    จบได้ค้างมากค่ะ แต่ก็ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆนะคะ
    #32
    0
  3. วันที่ 31 มกราคม 2562 / 22:01
    ขอบคุณที่แต่งมานะคะ แต่อยากรู่เรื่องของมู่ชิวต่อจังเลยย
    #31
    0