[FanFiction เทพยุทธ์เซียน Glory l QZGS] In your eyes, in my heart

ตอนที่ 16 : 15 :: Vacation at YangShuo [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    27 ธ.ค. 61

15

Vacation at YangShuo [2]



            กลับมาจากการเดินเล่นยามเย็น หวังเจี๋ยซีกับเยี่ยชิวได้เพียงของทานเล่นเป็นมื้อดึกติดไม้ติดมือกลับโรงแรมเท่านั้น พวกเขาไม่ได้ร้านรวงอื่น ๆ ริมถนน แต่ก็มีแพลนไว้ว่าก่อนกลับค่อยแวะดูสักหน่อย


            เยี่ยชิวเดินเช็ดผมชื้นไปด้วยหยดน้ำออกมาจากห้องน้ำ เขาเห็นกัปตันทีมเวยเฉ่านั่งอยู่บนพื้นเอนหลังพิงขอบเตียงชั้นล่าง ในมือถือหนังสือซึ่งอ่านไปถึงหนึ่งในสามของเล่มแล้ว


            หวังเจี๋ยซีเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเสียดสีของผ้าดังข้างตัว และอีกฝ่ายจะทิ้งตัวนั่งลงเคียงข้างตน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสบู่โชยกระทบจมูกทำเอามายากรแห่งเวยเฉ่าชะงัก แล้วรีบปรับสีหน้าให้กลับเป็นปกติ


            “คุณ...สนใจเรื่องแบบนี้ด้วย” เขาเลิกคิ้วสูงขึ้นเป็นเชิงถามหลังเสียมารยาทแอบดูว่าหวังเจี๋ยซีกำลังอ่านหนังสืออะไร


            หนังสือในมือของอีกฝ่ายคือหนังสือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์


            “ก็นิดหน่อย” หวังเจี๋ยซีตอบ


            เยี่ยชิวขานรับในลำคอ เขาหยิบรีโมทเปิดโทรทัศน์ตรงหน้า ตามปกติเขาคงเปิดหน้ารายงานข่าวของแต่ละช่อง ทว่ามาเที่ยวทั้งทีเขาก็เปลี่ยนไปกดช่องฉายรายการภาพยนตร์ มันเป็นกิจกรรมฆ่าเวลาในช่วงค่ำที่ดี ในระหว่างนั้นเขาก็ยังสานต่อบทสนทนากับหวังเจี๋ยซี “แพลนพรุ่งนี้ เราจะทำอะไรกันดี”


            “คงเป็นทริปล่องเรือล่ะมั้ง”


            หวังเจี๋ยซีใจเสียเมื่อเห็นสีหน้ายุ่ง ๆ ของเยี่ยชิวกับการตัดสินใจเลือกสถานที่เที่ยวเองโดยไม่ปรึกษากันก่อน


            แรกสุดของการพักร้อนในความคิดเขาคือการนอนพักอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไรสักอย่าง แต่เมื่อช่วงบ่ายแก่ที่ออกไปเดินเล่นข้างนอกเขาบังเอิญเห็นทริปล่องเรือก็...น่าสนใจนิดหน่อย


            และเยี่ยชิวก็ผงกศีรษะให้หวังเจี๋ยซี


            “เยี่ยชิวผมมีเรื่องอยากถามคุณสักหน่อย”


            “ครับ?”


            “คุณไม่ได้รำคาญผมใช่ไหม”


            เยี่ยชิวนิ่งงันไปก่อนละสายตาจากหน้าจอโทรทัศน์หันมามองหวังเจี๋ยซี ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำถามไร้ต้นสายปลายเหตุ


            “...ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น”


            ถ้าหากเขารำคาญ


            เขาคงไม่ตอบรับมาเที่ยวด้วยกันกับหวังเจี๋ยซีหรอก อีกอย่างการอยู่กับอีกฝ่ายก็ไม่แย่นัก เขาเป็นฝ่ายต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่อีกฝ่ายฉุดเขาออกมาจากโลกสีขาวดำอันน่าเบื่อหน่าย


            “คงเป็นความกังวลส่วนตัวของผมเองก็ได้” หวังเจี๋ยซีตอบ


            “เป็นไปได้ ความจริงเราเองก็ยังไม่ได้รู้จักกันดีขนาดนั้น” เยี่ยชิวพึมพำเสียงแผ่ว


            “ก็อย่างที่คุณพูด เรายังไม่รู้จักกันดีพอ” กัปตันทีมเวยเฉ่าเผยรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อยขณะพูด “แล้วคุณเห็นด้วยกับผมไหมว่าเราควรเรียนรู้กันอย่างจริงจัง”


            แววตาของชายหนุ่มที่เยี่ยชิวเงยหน้าขึ้นมาเห็นนั้นอบอุ่น อ่อนโยนจนชวนให้หัวใจเต้นระรัว แต่สำหรับคนที่เคยชินกับการควบคุมอารมณ์ของตนเองแล้วจึงไม่ได้แสดงท่าทางแปลกประหลาดออกไปให้หวังเจี๋ยซีเห็น นอกเสียจากท่าทีชะงักไปชั่วครู่จนคิดว่าตาฝาด


            “คะ คุณ...” แต่เยี่ยชิวก็ไม่สามารถปิดบังน้ำเสียงตะกุกตะกักราวกับว่ายังไม่ได้สติเต็มที่ได้ ดูเหมือนว่าตั้งแต่มาถึงที่นี่หวังเจี๋ยซีจะทำให้เขาทำตัวไม่ถูกหลายครั้งเหลือเกิน


            ล้อเล่นหรือเปล่า อะไรคือการเรียนรู้กันอย่างจริงจัง!?


            เขากลืนคำพูดที่เกือบจะพลั้งปากพูดออกไปลงคอ สัญชาตญาณบอกเขาว่าการถามเรื่องนี้ออกไปจะทำให้เขาทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม







            เสียงสั่นครืดคราดจากจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงทำให้เยี่ยชิวที่กำลังหลับอยู่ตื่นขึ้นมาในเช้าตรู่ของอีกวัน ทว่าคนที่เป็นเจ้าของโทรศัพท์เครื่องนั้นกลับนอนหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวใด ๆ ทั้งสิ้น


            ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นที่ถูกปลุกให้ตื่นกะทันหัน เขาผุดลุกขึ้นนั่งและเสียงโอ๊ยก็ดังตามมาทันควัน เมื่อศีรษะกระแทกเข้ากับพื้นด้านล่างของเตียงชั้นสองซึ่งเขาเผลอลืมไปว่าตนเองอยู่ที่โรงแรมในหยางซั่วไม่ใช่บนเตียงในห้องนอน ยกมือขึ้นลูบจุดที่กระแทบเมื่อสักครู่


            ตีสองครึ่ง...


            เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดบ่งบอกเขาแบบนั้น ใบหน้าของเยี่ยชิวงอง้ำ


            “คุณ” เขาเอื้อมมือไปเขย่าร่างของคนที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียงชั้นสอง ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงขึ้นปิดจนเห็นเพียงเรือนผมเล็ดลอดออกมาเล็กน้อย “คุณโทรศัพท์คุณน่ะ”


            สะกิดปลุกไม่นานหวังเจี๋ยซีก็สะลึมสะลือเอื้อมมือรับโทรศัพท์ของตนเองที่เยี่ยชิวยื่นมาให้ เขามองหน้าจอแวบหนึ่งตัดสายทิ้งก่อนจะหลับต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เยี่ยชิวยืนงงกับการกระทำกึ่งหลับกึ่งตื่นของหวังเจี๋ยซี ไม่คิดว่าคนคนนี้จะมีมุมแบบนี้ด้วย


            ในขณะที่หวังเจี๋ยซีหลับต่อ เยี่ยชิวกลับตื่นเต็มตาแล้ว เขาเป็นพวกตื่นง่ายหลับยากมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าหากตื่นแล้วจะกลับไปนอนต่อไม่ได้อีก ชายหนุ่มจึงตัดสินใจล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนชุดแทน จึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่ใช่เวลาเหมาะสมก็ตาม




            หวังเจี๋ยซีตื่นขึ้นมาตามเวลาปกติของร่างกาย ชายหนุ่มยันตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงยกมือขึ้นนวดขมับตนเอง เหมือนฝันว่าเยี่ยชิวมาสะกิดปลุกยื่นโทรศัพท์ให้เขา ชายหนุ่มขยี้ตาและหาวเล็กน้อยก่อนตื่นเต็มตา และหวังเจี๋ยซีก็ต้องเห็นสิ่งที่ไม่ควรจะมาอยู่บนเตียงตอนนี้


            โทรศัพท์?!


            ...ไม่ใช่ฝันเหรอ


            หวังเจี๋ยซีหันหน้าขวับ เขาเห็นเยี่ยชิวเอนตัวพิงพนังหยิบหนังสือของเขาพลิกหน้าเปิดไปเรื่อย ๆ นั่งอยู่ใต้โคมไฟซึ่งให้แสงสลัว อีกคนเหมือนจะรู้สึกตัวเพราะละสายตาจากหนังสือเงยหน้าขึ้นมองตรงมายังเขา


            “คุณ...” หวังเจี๋ยซีเอ่ยเกริ่นคล้ายอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาหลังจากนั้น


            เยี่ยชิวพูดมาทันที “ขอโทษที่หยิบหนังสือคุณมาอ่านโดยไม่ได้บอก”


            “ไม่เป็นไร” เขาตอบแล้วเอ่ยถามต่อ “คุณตื่นนานแล้วเหรอ”


            “...”


            เยี่ยชิวกำลังคิดว่าเขาควรตอบหวังเจี๋ยซีแบบไหนดีล่ะ? ทว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพูดกลับไม่ใช่เรื่องที่เขาคิดเมื่อครู่ “คุณไปล้างหน้าเถอะ อ้อ จะทานมื้อเช้าเลยไหม เดี๋ยวผมสั่งรูมเซอร์วิสมาให้”


            “ผมขอแค่กาแฟดำก็พอ”


            “แค่นั้นคุณจะอิ่มเหรอ”


            “งั้นผมเอาเหมือนคุณก็แล้วกัน”


            หวังเจี๋ยซีตอบเยี่ยชิวไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียเวลาคิด ความจริงแล้วอาจเป็นนิสัยขี้เกียจซึ่งติดตัวเขาอยู่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้ เนื่องจากสโมสรมีโรงอาหารให้กับทุกคนหวังเจี๋ยซีจึงไม่เคยต้องซีเรียสเรื่องเมนูในแต่ละมื้อว่าจะกินอะไร อีกอย่างเขาจะได้ถือโอกาสนี้เข้าข้างตนเองว่านั่นคือความเป็นห่วงจากเยี่ยชิวก็แล้วกัน




            หลังจากจัดการมื้อเช้าเสร็จสิ้น ทั้งคู่ก็สะพายเป้เดินออกมาจากโรงแรม เยี่ยชิวหยิบสมุดพกเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋า ทันทีที่เห็นเนื้อหาที่ขีดเขียนไว้ในสมุดเล่มนั้นหวังเจี๋ยซีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะนิดหน่อย


            “มีอะไรน่าตลกงั้นเหรอ”


            “ให้ผมพูดตามจริง?”


            ชายหนุ่มผยักหน้า หวังเจี๋ยซีจึงเอ่ยว่า “คุณมาเพื่อพักผ่อนไม่ใช่เหรอ เพราะงั้นสิ่งที่จดอยู่ในสมุดนั้นโยนทิ้งไปดีกว่านะ”


            ใบหน้าของเยี่ยชิวเปลี่ยนแปลงแดงก่ำ กัดปากแน่นกับการถูกจี้ใจดำตรงประเด็น เพราะคำพูดนั้นแทบไม่ต่างจากเยี่ยซิวบอกกับเขาเท่าไหร่ กัปตันทีมเวยเฉ่าไม่ได้พูดอะไรผิดไปจริง ๆ ในเมื่อสมุดจดเล่มนั้นล้วนเต็มไปด้วยการจดชื่อแหล่งท่องเที่ยวในหยางซั่วเพื่อ...หาลู่ทางในการลงทุน!


            เยี่ยชิวปิดสมุดยัดลงกระเป๋าเป้ด้วยใบหน้างอง้ำ เบี่ยงประเด็นจากเรื่องที่ชวนให้รู้สึกอับอายทันใด “แล้วเราจะไปล่องเรือแม่น้ำหลีกันเลยไหม”


            “งั้นไปกันเถอะครับ ช่วงเช้าแบบนี้อากาศกำลังดี ส่วนช่วงบ่ายเราไปถ้ำเงินไหม เผื่อคุณสนใจ” ท้ายประโยคเอ่ยหยอกล้อเยี่ยชิว


            “หวังเจี๋ยซี!


            “ครับ”


            หวังเจี๋ยซียังกล้าหยอกเย้าเยี่ยชิวต่อไป เพราะรู้ว่าที่เยี่ยชิวเรียกชื่อตนเองเมื่อครู่เป็นเพียงการกลบเกลื่อนทำอะไรไม่ถูกจากการถูกแซวเท่านั้น ชายหนุ่มเอื้อมมือออกมากุมมือของเยี่ยชิวไว้แน่น


            “อยู่กับผมจะเอาแต่ใจก็ไม่มีใครว่าหรอกนะเยี่ยชิว”


            “ผม...”


            เยี่ยชิวเผลอเม้มปากน้อย ๆ ขณะที่สมองของเขากำลังประมวลคำพูดของอีกฝ่าย


            เขาไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ ทั้งที่พยายามแล้ว แต่ว่า...


            อีกแล้ว...


            หวังเจี๋ยซีทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกอีกแล้ว เป็นเพราะหวังเจี๋ยซีนั่นแหละ เพราะหวังเจี๋ยซีคนเดียว


            อยู่ใกล้ ๆ อีกฝ่ายแล้ว...เขากลายเป็นคนเอาแต่ใจทุกที


            มือหนาเอื้อมมาจับที่ข้อมือแล้วดึงเบา ๆ ให้เดินไป ทั้งที่เป็นการกระทำที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่ควรจะมีอะไรแท้ ๆ แต่เยี่ยชิวกลับชะงักแล้วยื้อมือกลับมาเล็กน้อย หวังเจี๋ยซีนิ่งไป หากเป็นตามปกติแล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่เยี่ยชิวทำท่าเหมือนไม่สบายใจ ชายหนุ่มจะยอมถอยทุกครั้ง แต่คราวนี้มือข้างนั้นกลับไม่ปล่อยเลย


            ไม่มีใครพูดอะไรออกมา สายตาสองคู่มองสบกันและเยี่ยชิวเป็นฝ่ายที่หลบสายตาไม่กล้าเงยหน้ามองหวังเจี๋ยซีดด้วยซ้ำ ชายหนุ่มหันหน้ามองตามร้านขายของริมถนนและไม่ได้ดึงมือออกจากการเกาะกุมนั้นอีกต่อไป


            เพราะความรู้สึกปั่นป่วนติด ๆ กันทำให้เยี่ยชิวพึ่งมานึกสงสัย...อะไรทำให้เขากับหวังเจี๋ยซียังคุยกันจนป่านนี้นะ อะไรที่ทำให้คุยโทรศัพท์ เล่นกลอรี่หรือ QQ กันแทบทุกวันทั้งที่ต่างคนต่างไม่ว่างแล้วก็ไม่ได้มีเรื่องสำคัญอะไรถึงขนาดนั้น อะไรที่ทำให้อีกฝ่ายคอยตามใจ...กล้าพูดว่าอยู่กับตนเองแล้วเขาจะเอาแต่ใจแค่ไหนก็ได้


.


.


.


            หลีเจียงยาวร้อยลี้ เสมือนระเบียงจิตรกรรมธรรมชาติร้อยลี้




            สองฝั่งของแม่น้ำหลีเปรียบดั่งเข็มขัดหยกที่เคี้ยวคดอยู่ท่ามกลางยอดเขาเขียวชอุ่มสูงตระหง่าน เงี่ยหูฟังเสียงเด็กเลี้ยงควายครวญเพลง ดูชาวประมงตกปลา เยี่ยชิวกับหวังเจี๋ยซีขึ้นมานั่งบนเรือพร้อมกับนักท่องเที่ยว ฟังไกด์บรรยายความงดงามทั้งสี่ของแม่น้ำหลี เขาเขียวน้ำใส ถ้ำแปลกหินสวย


            สิบห้านาทีแรกของการล่องเรือ เยี่ยชิวทอดสายตาชมทิวทัศน์โดยไม่ยอมหันกลับมามองหวังเจี๋ยซีสักครั้งเดียว เพราะการไม่ยอมมองนี้เองทำให้ชายหนุ่มไม่ได้เห็นใบหน้าอมยิ้มของหวังเจี๋ยซีและสายตาที่แทบจะไม่ละไปจากใบหน้าของตนเลย


            ได้ยินเสียงใบพัดจากมอเตอร์แหวกสายน้ำ และเสียงพูดคุยสลับกับเสียงกดชัตเตอร์เก็บภาพความประทับใจตลอดการล่องเรือ


            ระหว่างเยี่ยชิวกับหวังเจี๋ยซีไม่มีบทสนทนาอะไร ระหว่างทั้งคู่รายล้อมไปด้วยความเงียบ มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่เป็นความเงียบที่ชวนให้รู้สึกสบายใจ ความเงียบที่บอกว่าระหว่างพวกเขาทั้งคู่ควรจะเป็นเช่นนี้


            เยี่ยชิวที่ไม่กล้าหันกลับมามองหวังเจี๋ยซีได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายเอาแต่นั่งมองเขาอยู่แบบนั้นแทนทิวทัศน์ของแม่น้ำหลี ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดว่าควรทำเช่นไรดีสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นมาได้จังหวะ


            ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก หวังว่ามันจะช่วยเขาหยุดบรรยากาศแปลก ๆ ที่พยายามไม่คิดถึงนี้บ้าง


            ขณะที่เขากำลังจะรับสายก็มีเรื่องให้เขาต้องขมวดคิ้วถึงสองเรื่องด้วยกัน ประการที่หนึ่ง...ตอนนี้พึ่งจะเจ็ดโมงครึ่ง กลับมีคนโทรหาเขาแต่เช้าแบบนี้มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า แต่ประการที่สองยิ่งทำให้ขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม เพราะคนที่โทรหาเขาคือ...หลี่ลุ่ยเซียง คู่หมั้นของเขาเอง


            เกิดอะไรขึ้น!?


            เขาตัดสินใจรับสายของเธอ


            “สวัสดีครับลุ่ยเซียง”


            เยี่ยชิวไม่รู้ตัวเลยว่าชื่อที่หลุดออกมาจากปากของตนเองนั้นจะทำให้คนที่นั่งมองตนเองอยู่ข้างตัวขมวดคิ้ว


            หวังเจี๋ยซีไม่ได้เจตนาฟังบทสนทนาของทั้งสอง ในใจของเขาตอนนี้กำลังทะเลาะกับตัวเองอย่างหนัก การที่เขาชอบเยี่ยชิวก็ค่อนข้างเป็นเรื่องที่น่าลำบากใจพอสมควร โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายมีคู่หมั้นอยู่แล้ว


            ตั้งแต่เริ่มสนใจอีกฝ่ายนิตยสารไฉจิงก็เป็นสิ่งที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือเป็นประจำ เพื่อให้เข้าใกล้เยี่ยชิวขึ้นมาอีกนิด แต่เหมือนมันจะไร้ความหมาย


            ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน แม้กระทั่งในวันที่รู้จักกันแล้ว เขาก็เดาไม่ออกว่าเยี่ยชิวคิดยังไงกับตนเอง กำลังคิดอะไรอยู่


            ทว่าหวังเจี๋ยซีก็รู้ตัวเองดีว่าเขาคงทำใจปล่อยเยี่ยชิวไปไม่ได้เช่นกัน




            ขณะที่หวังเจี๋ยซีจมอยู่ในความคิดของตนเอง เยี่ยชิวก็สนทนากับปลายสาย คิ้วเรียวยิ่งขมวดมุ่นจนเป็นปม กับปัญหาที่แทบจะกลายเป็นพายุในฝั่งคู่สัญญาของตน ทว่ากลับยังมีกระจิตกระใจถามเขาเสียงใส


            “(กำลังคิดอะไรอยู่คะ)”


            “หมายความว่ายังไง”


            “(ฉันหมายถึงเรื่องของคุณกับหวังเจี๋ยซีนะคะ)”


            เยี่ยชิวทวนถามกึ่ง ๆ จะไม่พอใจกับคู่หมั้นสาว “ที่ถามนี่คุณต้องการคำตอบแบบไหน”


            แน่นอนว่าคำตอบที่เขาได้รับกลับมามีเพียงเสียงหัวเราะ และคำพูดถัดมาจะกวนตะกอนที่นอนนิ่งอยู่ลึกในใจให้ขุ่นฟุ้งขึ้นมา


            “(ฉันว่าคุณนะคิดถึงเรื่องระหว่างคุณกับเขา ไม่ได้คิดถึงตัวเขา)”


            เยี่ยชิวพรูลมหายใจออกมาพลางคิดว่าผู้หญิงเป็นแบบนี้กันทุกคนหรือเปล่า เซนส์ไวกันเหลือเชื่อ! ถึงกับขุดความจริงที่เขาซ่อนเอาไว้ออกมาได้


            “คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปได้ไม่ได้”


            เยี่ยชิวไม่ได้ปฏิเสธ แต่คำตอบของเขาทำให้ปลายสายนิ่งงัน


            เยี่ยชิวรู้ตัวดีว่าความรู้สึกของเขาเป็นยังไง แต่เขาก็มีเหตุผลมากมายที่ทำให้ยอมรับความรู้สึกที่มีต่อหวังเจี๋ยซีไม่ได้


            สายตาของผู้คนภายนอกจะมองมาอย่างไรเขาไม่เคยสนใจ แต่เขาเป็นใคร และหวังเจี๋ยซีเป็นใคร เยี่ยชิวรู้ดีอยู่แก่ใจ เขาจะรู้สึกอะไรกับหวังเจี๋ยซีไม่ได้เด็ดขาด


            ...ต่อให้ต้องโกหกหัวใจตัวเองก็ตาม


            หลังจากเงียบไปชั่วอึดใจ หลี่ลุ่ยเซียงจึงเอ่ยถาม “(...อย่างที่ฉันเคยบอกคุณไว้ที่สตอกโฮล์ม จะล้มเลิกแผนการไหมคะ)”


            “ไม่ มันสายเกินไปแล้วล่ะ”




            ผีเสื้อได้กระพือปีกนำพาพายุมาแล้ว และจะไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งมันได้อีกต่อไป แผนการที่เริ่มไว้ก็ต้องสานต่อให้จบ!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #29 trp1021 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 01:59
    นี่ล่ะนะ บัตเตอร์ฟายเอฟเฟค
    #29
    0
  2. #21 Nakks199817 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 22:44
    อ่าาาาา เห็นแววมาม่า หรือว่าหิววาาาา
    #21
    0