[FanFiction เทพยุทธ์เซียน Glory l QZGS] In your eyes, in my heart

ตอนที่ 13 : 12 :: Lights Festival

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    25 ก.ย. 61

12

Lights Festival


            ปลายเดือนธันวาคมร้านรวงแทบทุกร้านตกแต่งด้วยโทนสีแดงเขียวเป็นหลัก เห็นต้นสนพันด้วยสายรุ้งประดับประดาด้วยหลอดไฟดวงเล็กให้ความสว่าง ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นและปุยนุ่นสีขาวตกลงมาไม่ขาดสาย เสียงเพลงคลาสสิคประจำเทศกาลดังขึ้นแทบทุกร้าน


           
Jingle bells, jingle bells

          Jingle all the way!

          Oh what fun,

          It is to ride

          In a one house open sleigh. Hey!!


            ร้านซวงหมิงชิวเองก็ไม่น้อยหน้าร้านไหน ๆ ภายในร้านถูกเนรมิตรให้เข้ากับเทศกาลคริสต์มาส ขนมหวานนานาชนิดล้วนทำออกมาให้เข้ากับงานเทศกาลทั้งน้ำตาลปั้นรูปซานตาครอส ต้นสน กล่องของขวัญ รถลากเลื่อน กวางเรนเดียร์เท่าที่จะนึกออก มุมหนึ่งของร้านซึ่งติดกระจกประดับด้วยต้นสนสูงตกแต่งอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าซึ่งมาสั่งทำเค้กคริสต์มาสโดยเฉพาะ


            ทว่าวันนี้เยี่ยชิวกลับไม่ได้มาอยู่ประจำร้านซวงหมิงชิวเหมือนทุกปี ในเวลานี้เขาอยู่ที่หลานเซ่อกั่งวาน ลมหายใจก่อให้เกิดควันสีขาวจากความเย็น มือทั้งสองข้างซุกอยู่ใต้เสื้อโค้ท สายตาของเขาจับจ้องผู้คนพลุกพล่านซึ่งมาเข้าร่วมงานโซลานา ไลท์ เฟสติวัล ซึ่งจัดกิจกรรมชมไฟคริสต์มาสและปีใหม่เป็นประจำทุกปีของที่นี่


            เขาไม่เคยเข้าร่วมเลยสักครั้ง แต่ปีนี้ดันพิเศษขึ้นมาหน่อย


            “ขอโทษที่ทำให้ต้องคอยเยี่ยชิว”


            พิเศษตรงที่มายากรแห่งเวยเฉ่าชวนเข้าออกมาข้างนอกด้วยกันนี่แหละ


            ชายหนุ่มหันกลับไปตามเสียงเรียก แล้วเขาก็หลุดหัวเราะคิกกับผ้าพันคอที่ปิดซะครึ่งหน้าเหมือนคนขี้หนาวเผยให้เห็นเพียงดวงตาใหญ่เล็กไม่เท่ากันคู่นั้นของหวังเจี๋ยซี พอรู้ตัวว่าเผลอทำอะไรขายหน้าออกไป เยี่ยชิวก็กระแอมไอแก้เก้อบอกไปคำหนึ่ง


            “ไม่เป็นไร”


            ทั้งสองคนเดินข้างกันไปตามถนน สองข้างทางมีร้านค้ามาออกบูธขายของค่อนข้างมาก ตั้งแต่บูธขายดอกไม้ ตุ๊กตา แอปเปิลไปจนถึงการจัดสตรีทฟู้ดซึ่งมีอาหารนานาชาติ โดยส่วนใหญ่เป็นอาหารญี่ปุ่น อิตาเลี่ยน เม็กซิกัน และอังกฤษ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบสมกับได้ชื่อว่าเป็นไลท์ เฟสติวัลของที่นี่คือการประดับประดาด้วยไฟหลากสีสัน ตรงจุดแลนด์มาร์กที่หนุ่มสาวพากันไปถ่ายรูปเต็มไปด้วยคนแน่นขนัด หวังเจี๋ยซีกับเยี่ยชิวคิดว่าพวกเขาไม่เข้าไปเบียดเสียดแน่ ๆ เลือกเดินชมบรรยากาศแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็ดีเหมือนกัน


            หวังเจี๋ยซีมองรอยยิ้มน้อย ๆ ชวนให้ยิ้มตามของคนข้างตัว แรกสุดเขาแค่อยากพาเยี่ยชิวมาพักผ่อนเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ทำงานหนัก นอกจากงานของบริษัทแล้วก็ยังสรรหาเวลามาจัดการร้านซวงหมิงชิวทุกวัน ความสำเร็จของอีกฝ่ายเป็นเครื่องรับประกันได้เป็นอย่างดีว่าฝาแฝดของอดีตมหาเทพแห่งเจียซื่อนั้นบ้างานมากแค่ไหน


            “ลองชิมนี่ดูสิครับเยี่ยชิว”


            ตุ๊กตาหิมะปั้นทำจากน้ำตาลเคี่ยวโรยด้วยไอซิ่งเสียบไม้ยื่นมาหาเขา ชายหนุ่มยื่นมือออกไปรับลูกกวาดจากมือหวังเจี๋ยซี ปลายลิ้นแตะชิมสัมผัสได้ถึงรสชาติหวานติดปลายลิ้น


            หน้าตาก็ออกจะสวยแต่รสชาติไม่ได้เรื่องเลย


            “คุณตั้งใจแกล้งผมใช่ไหม” เยี่ยชิวถามด้วยท่าทีหวาดระแวง แกว่งน้ำตาลปั้นในมือไปมา ใบหน้าแสดงความไม่พอใจชัดเจนกับการหลุดหัวเราะของหวังเจี๋ยซี


            รอยยิ้มของกัปตันทีมเวยเฉ่าคลี่ออกกว้างเหมือนกำลังบอกว่าคุณเดาถูกแล้ว


            เมื่อชายหนุ่มยิ้มให้เยี่ยชิวแบบนั้น เขาก็ได้รางวัลตอบแทนเป็นการค้อนขวับใส่ สีหน้าเหมือนเด็ก ๆ แบบนี้สับสวิตซ์อยากแกล้งคนของชายหนุ่มขึ้นมาทันที


            เยี่ยชิวลอบมองคนข้างตัวที่ชวนเขาออกมาเที่ยว ปกติเขาไม่ค่อยชอบสถานที่ที่มีคนเยอะ และตัวเขาก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างมากพอที่จะมาเสียเวลาไปกับการเดินเที่ยวเล่น แวะชมสินค้าทีละร้าน ใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ โดยเปล่าประโยชน์แบบนี้


            แต่ว่าการตัดสินใจออกมากับหวังเจี๋ยซีไม่ใช่เรื่องผิดพลาดเลย...


            “เยี่ยชิวอยากกินอะไรไหม”


            หลังจากเดินมาสักพักใหญ่หวังเจี๋ยซีก็เอ่ยถามคนข้างตัว เยี่ยชิวเอียงศีรษะมองหวังเจี๋ยซีแล้วถามกลับแทนว่า “คุณหิวแล้วเหรอ”


            ทว่ากัปตันทีมเวยเฉ่ากลับส่ายหน้ายิ่งทำให้เยี่ยชิวสงสัยว่าอีกฝ่ายถามเขาว่าหิวหรือเปล่าทำไม แต่หวังเจี๋ยซีไม่ทำให้เขาต้องสงสัยนาน


            “เดินมานานแล้วผมกลัวว่าคุณจะเหนื่อย ถ้าอยากนั่งพักเราจะได้ไปร้านอาหารกันนะครับ”


            “ถ้าผมบอกว่าเหนื่อย คุณจะพาผมไปแถวไหนล่ะ” แย้มรอยยิ้มกึ่งหยอกล้อกึ่งท้าทายออกมา ในใจเขาคิดว่าคงหนีไม่พ้นร้านอาหารหรู ๆ สักแห่ง


            แต่เยี่ยชิวก็ได้เปิดประสบการณ์ใหม่


            ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานโซลานา ไลท์ เฟสติวัล จากสถานที่ที่เต็มไปด้วยหลอดไฟประดับตกแต่งหลากสีสันมาสู่ห้างกลางเก่ากลางใหม่ซึ่งผู้คนเองก็พลุ่กพล่านไม่น้อยหน้า เขาอดใจอ่านป้ายห้างไม่ได้ ตลาดอาหารทะเลสด กะพริบตาปริบ ๆ ไม่อยากเชื่อว่าปักกิ่งมีที่แบบนี้ด้วย


            เขาซึ่งกำลังมึนงงสงสัยถูกหวังเจี๋ยซีจับมือให้เดินตามเข้าไปด้านใน กลิ่นคาวของอาหารสดลอยกระทบจมูกจนเยี่ยชิวเผลอย่นคิ้วด้วยความไม่คุ้นชิน หลอดไฟนีออนสว่างให้เห็นภายในได้ชัดเจน ทั้งกุ้งหอยปูปลาสดใหม่บนถาดใส่น้ำแข็ง ในตู้ปลา หรือในถังไม้ตั้งเรียงราย มีทางเดินแคบ ๆ ระหว่างร้านสองฝั่งให้ลูกค้าได้เลือกสรร


            “อยากลองไหมครับ” หวังเจี๋ยซีหันมาถามคนข้างตัวซึ่งมีท่าทางลังเลชัดเจน


            แน่นอนละว่าเยี่ยชิวลังเลมาก ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยมาที่แบบนี้เลยสักครั้ง คิ้วยิ่งขมวดมุ่นเป็นปมยุ่งเหยิงตัดสินใจลำบาก ลอบมองเห็นรอยยิ้มของหวังเจี๋ยซียิ่งทำให้เขาเข้าใจได้เอง ถ้าหากเขาปฏิเสธ คนคนนี้ก็จะทำตามโดยไม่อิดออด แต่พอมาคิดว่าเป็นร้านที่กัปตันทีมเวยเฉ่าอยากให้เขามาลองชิมมันก็พูดคำว่า ไม่ออกมายาก และโดยไม่ทันรู้ตัวเยี่ยชิวก็ผงกศีรษะตกลงออกไปแล้ว


            หวังเจี๋ยซีบอกให้เขาเลือกอาหารทะเลที่อยากทาน จากนั้นก็เลือกร้านที่อยากให้พ่อครัวทำให้ เขาก็จะทำสด ๆ ตรงนั้นเลย จุดนี้เยี่ยชิวประทับใจมาก ทั้งกุ้งมังกร ปลิงทะเล กั้งทอดกระเทียม เป๋าฮื้อราดน้ำแดง


            มื้ออาหารค่ำของเยี่ยชิวกับหวังเจี๋ยซีในครั้งนี้นั้นออกจะวุ่นวายไปนิด แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ถ้าไม่นับที่เยี่ยชิวอยากเห็นการทำอาหารสดใหม่หลายจานทั้งที่ตนเองก็ทานจนอิ่มแล้วน่ะนะ


            ในระหว่างมื้ออาหารไม่มีการรักษามารยาทห้ามพูดคุยระหว่างทานอาหาร ทั้งสองจึงคุยกันเรื่อยเปื่อยไม่มีหัวข้อชัดเจนทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย และต่อให้หวังเจี๋ยซีถอดผ้าพันคอออก ก็แทบจะไม่เป็นเป้าสายตาของใครทั้งนั้น


            จนกระทั่งทานอาหารเสร็จก็ดึกดื่นมากแล้ว ในที่สุดกัปตันทีมเวยเฉ่าซึ่งอาสาเป็นสารถีในวันนี้ก็ขับรถพาเยี่ยชิวมาส่งที่อพาร์ทเม้นต์ของเขา


            “ขอบคุณ แล้วก็...สุขสันต์วันคริสต์มาสนะครับ”


            ก่อนลงจากรถเยี่ยชิวอดไม่ได้ที่จะพูดแบบนี้ออกมาสำหรับวันที่หายากแบบนี้ของเขา


            กัปตันทีมเวยเฉ่าไม่รู้ว่าวันนี้ตนเองหัวเราะและยิ้มมาแล้วกี่ครั้งเพียงแค่ได้อยู่กับเยี่ยชิว และเขายิ่งยิ้มกว้างมากขึ้น ต่อให้ไฟถนนจะเป็นสีส้มนวลตาเขาก็ยังเห็นชัดเจนว่าใบหน้าของเยี่ยชิวเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ ท่าทางกัดริมฝีปากเล็กน้อยเขินอายกับการพูดอะไรแบบนั้นออกมาชวนให้รู้สึกเอ็นดู


            หวังเจี๋ยซีหลุดอุทานออกมาเมื่อเห็นถุงกระดาษถูกวางทิ้งไว้บนเบาะ เขาลดกระจกลงหมายจะเรียกอีกคน แต่ก็ไม่ทันกาลเห็นเยี่ยชิวสาวเท้าเร็วรี่เข้าไปในตึกแล้ว เขาหยิบมันขึ้นมาดูว่าเป็นอะไร สิ่งแรกที่หยิบขึ้นมาได้คือการ์ดใบเล็ก ถูกเขียนด้วยลายมือเรียบร้อย ถึงจะเป็นประโยคหวนสั้นก็ตาม




            ผมให้คุณ




            ข้างในถุงกระดาษคือกล่องเรียวยาวสำหรับใส่นาฬิกาผูกด้วยริบบิ้นเส้นเล็กสีเขียวอ่อนและสีทองตรงมุมด้านบน ของขวัญคริสต์มาสชิ้นนี้ไม่ได้ถูกห่อด้วยกระดาษห่อของขวัญดังนั้นเขาจึงเห็นชื่อยี่ห้อ และมันก็ทำให้หวังเจี๋ยซีต้องเบิกตากว้าง หากเป็นตามปกติเขาคงไม่ชายตาแลมันเพราะราคาค่างวดค่อนข้างสูง อันที่จริงโดยส่วนตัวหวังเจี๋ยซีก็ไม่ใช่คนชอบใส่นาฬิกาอยู่แล้วด้วย แต่ว่า...


            สำหรับเรือนนี้คงเป็นข้อยกเว้น




            เยี่ยชิวยกมือขึ้นตบผนังลิฟต์ดังลั่น ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมากับการทำอะไรแบบนั้นลงไป โชคดีที่ภายในลิฟต์ตัวนี้มีเขาอยู่เพียงคนเดียวไม่งั้นเขาคงไม่รู้ว่าเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน


            ชายหนุ่มไม่รู้ทำไมหัวใจบ้า ๆ ถึงได้เต้นเร็วนัก


            ก็แค่ให้ของขวัญวันคริสต์มาสกับ...กับเพื่อนเท่านั้นแหละ!


            เยี่ยชิวถอนหายใจหลังหาข้ออ้างให้กับตนเองได้แล้ว ขมวดคิ้วมุ่นนิดหน่อยว่าทำไมลิฟต์จึงยังเลื่อนไม่ถึงชั้นที่พักของเขาสักที แล้วเขาก็ต้องสบถออกมาเมื่อตนเองดันลืมกดชั้นที่ต้องการ


            เมื่อขึ้นมาถึงชั้นที่พักอาศัยเขาต้องขมวดคิ้ว ห้องที่ควรจะมืดสนิทกลับเปิดไฟสว่างจ้า ได้ยินเสียงโทรทัศน์ดังลอดออกมาจากบริเวณห้องนั่งเล่น


            มู่ชิวน้อยมาที่นี่?


            “กลับมาแล้วเหรอคุณพ่อ”


            ไม่ผิดจากที่เขาคาดเท่าไหร่ เยี่ยมู่ชิวสวมผ้ากันเปื้อนโผล่หน้าออกมาจากห้องครัวยิ้มจนตาหยี เด็กคนนี้เอียงศีรษะทำจมูกฟุดฟิดตอนเดินเข้ามาใกล้ แล้วพูดปนน้อยใจ


            “ว้า แบบนี้อาหารผมก็เป็นหม้ายสิ”


            เยี่ยชิวกะพริบตาปริบ ๆ กับคำพูดของมู่ชิว เขาเอ่ยแบบไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่า “ไม่ได้บอกว่าปีนี้จะอยู่ที่บ้านใหญ่เหรอ”


            “อืม ตอนแรกก็กะแบบนั้นเหมือนกัน” เยี่ยมู่ชิวยิ้ม แววตาใสซื่อของเด็กชายพลันเปลี่ยนไป ร่องรอยกร้านโลกปรากฏขึ้นมาพร้อมกับคำพูดประโยคถัดไป


            “ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับนาย”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #16 K.Rai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 19:40

    เป็นคืนที่มีแต่เราสองคน(พี่ร่มคือใครเราไม่รู้จัก555)
    #16
    0
  2. #15 Natticha Kookkai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 19:35

    อ๊ายยย

    โรแมนติกมากกกค่าา!!
    มีเรื่องไรกันนๆๆๆ คุณพี่ร่มมม!
    #15
    0
  3. #14 #MoOnLiGht_FaLl (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 19:30

    พี่ร่มในร่างเด็กจะคุยไรนะ
    #14
    0