Love Sin : บาปรักซ่อนพิษ

ตอนที่ 1 : ได้ค่ะ คุณย่าขา หนูจะไม่บอกใคร!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ม.ค. 64

“หลาน ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเชียว” เสียงของหญิงแก่ ที่ริมฝีปากถูกทาด้วยลิปสติกสีแดงสด ก้มลงมาพูดกับหลานสาวตัวน้อยผิวสีน้ำผึ้งอย่างเอ็นดูกึ่งคำสั่ง พร้อมสบสายตาเด็กหญิงตัวน้อยได้แต่ทำหน้าทำตาแวววาว อมยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตานั้นทำให้คนที่ยืนรอบข้างรู้ได้ว่าเธอนั้นไม่ใช่เพียงเด็กหญิงธรรมดาเหมือนเด็กวัยเดียวกัน

“หลานจะไม่บอกใคร ถ้าคุณย่าตามใจ หลาน” เด็กน้อยเอ่ยปาก

“ได้ตามสั่ง” ผู้เป็นย่า ยิ้มรับอย่างชอบใจ

13 ปีต่อมา

เสียงอึกทึกครึกโครมจากการลากสัมภาระ ออกจากสายพานที่สนามบิน กลุ่มเด็กมัธยมปลายที่ดูวุ่นวายไม่หยุด จนคนเป็นอาจารย์หนุ่มต้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

“เร็วเข้า เด็กๆ รถมารอแล้ว” อาจารย์หนุ่มตะโกนเตือนเด็กๆอีกครั้งเพื่อให้ทุกคนเร่งรับสัมภาระให้เสร็จโดยเร็ว

“อ่อ อาจารย์คะ แล้วเนปาลไม่ติด การแข่งครั้งนี้เหรอคะ” เด็กสาวแก้มเป็นชมพู ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ติดสิ แต่ตื่นสายมาไม่ทันเราไง อาจารย์เลยให้ออกตั๋วมาเอง” อาจารย์กล่าวขึ้นปนสีหน้าเบื่อหน่าย

“โห อาจารย์ แล้วเนปาลมันจะมาได้เหรอ บ้านมันยิ่งไม่มีเงินอยู่ให้ออกเองแบบนี้” สิ้นเสียงพูดจบ คนเป็นอาจารย์ก็หยุดชะงักทันที สิ่งที่ผุดมาในหัวเขาตอนนี้ คือความรู้สึกผิดที่เขาอยากแก้เผ็ดลูกศิษย์ที่ไม่มีระเบียบวินัย ให้รู้จักมีความรับผิดชอบเสียบ้าง เมื่อเด็กสาวคนที่ถามเห็นหน้าอาจารย์เปลี่ยนไปจึงอดถามต่อไม่ได้ “อาจารย์อย่าบอกนะ ว่าอาจารย์ลืมเรื่องนี้ไปคะ”

“พอแล้ว นิลลดา อาจารย์ปวดหัว” คำตอบของอาจารย์หนุ่มได้แต่สร้างความตกตะลึงและอ้าปากค้าให้นิลลดา เด็กสาวแก้มใส ไว้เพียงเบื้องหลัง ก่อนที่เขาจะหาที่หลบมุมเพื่อที่จะโทรหาคนผิดเวลา แต่เหมือนเจ้าตัวที่ก่อปัญหาให้วุ่นวายใจ ปิดเครื่องไปซะแล้ว เขาเริ่มเป็นห่วงว่าหากเนปาลมาไม่ถึงภายในวันนี้เย็น เธอคงไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในวันรุ่งขึ้นอย่างแน่นอน อาจารย์หนุ่มเองก็พยายามปลอบใจตัวเองว่า “หากเนปาลมาถึงพร้อมคนอื่น เธอคงไม่ต้องมาออกค่าตั๋วเครื่องบินเอง" แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า "เขาเองก็คงไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าจะหาเงินจ่ายค่าตั๋วได้ไหม” แต่ก็สลัดความรู้สึกผิดออกไปไม่หมดเสียที ก่อนที่จะได้ยินเสียงเหล่าเด็กๆตะโกนร้องหา ทำให้เขาหลุดจากภวังค์ความคิดนี้ไปโดยฉับพลัน

2 ชั่วโมงต่อมา

เด็กๆ ทยอยกันขึ้นรถบัสที่ทางอาจารย์จ้างเอาไว้ ทุกคนนั่งประจำที่ก่อนที่การขานชื่อจะเริ่มขึ้น เมื่อขานชื่อเสร็จครบทุกคน ขาดเพียงเนปาลคนเดียว รถจึงเริ่มเคลื่อนออกไป การสนทนาจึงเริ่มต้นขึ้นในรถอย่างเมามัน เสียงของเด็กๆคุยกันตลอดทางไม่ขาด ส่วนอาจารย์หนุ่มก็ได้แต่มองทางคิดถึงแต่เรื่องของเนปาล แต่เขาก็หลุดจากห้วงความคิด เมื่อเขาเห็นรถเก๋งสีขาวขับคู่มากับรถบัส มีเด็กสาวนั่งที่เบาะหลัง ที่เปิดหน้าต่างรับลมหนาว นั่งกดโทรศัพท์นั้นหน้าตาคุ้นๆ

“เนปาล” อาจารย์หนุ่มพึมพำกับตัวเอง เขาพยายามสังเกตุรายละเอียดของรถคันนั้น เพราะหวังว่าลูกศิษย์เขาคงไม่ได้โดนล่อลวงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่จะรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาจากเสื้อวอร์มสีน้ำเงินคาดขาวที่มีรอยจ้ำที่ปลายแขนเสื้อ

“ตึ๊ดดด ตึ๊ดดด”

“สวัสดีค่ะ อาจารย์ธร” เสียงเนปาลรอดสายมา แต่เขาก็ไม่วางตาจากรถเก๋งคันขาว ก่อนที่หน้าต่างรถสีดำจะค่อยๆเลื่อนขึ้นจนถูกปิดจนสนิท

“อยู่ที่ไหน” อาจารย์ถามเสียงเข้ม 

“อยู่สนามบินค่ะ อาจารย์ หนูเพิ่งหาไฟท์ได้” อาจารย์หนุ่มคิ้วขมวด อย่างสงสัย

“อยู่สนามบินที่ไหนแล้ว”เขาถามย้ำ

“ดอนเมืองค่ะ ทำไมเหรอคะ อาจารย์มีอะไรรึเปล่าคะ” เนปาลเริ่มสงสัยคนถามปลายสาย

“อ่อ เปล่าหรอก อาจารย์กลัวเรามาไม่ทันพรุ่งนี้” เขาโกหกออกไป และยังสงสัยตัวเองว่าทำไมถึงไม่ถามเนปาลออกไปตรงๆ ก่อนที่จะถามอีกครั้ง  “แล้วจะให้อาจารย์ไปรับที่สนามบินไหม ตอนมาถึง”

“ไม่ต้องค่ะ หนูมีญาติที่นั้นเดี๋ยวให้แกไปส่งที่โรงแรมเลยค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ หนูจะขึ้นเครื่องแล้วค่ะ”เนปาลพูดจบก็รีบวางสายไปเลย ทิ้งให้ปลายสาย มองรถที่เธอนั่งอยู่เกิดความสงสัยอยู่ฝ่ายเดียว แล้วรถเก๋งคันขาวก็เร่งความเร็วแล้วลับหายไปจนสุดตาอาจารย์ธร

“ทำไมต้องโกหก” อาจารย์หนุ่มพึมพำอีกครั้งก่อนจะหันไปคุยร่วมวงกับนิลลดาที่ส่งเสียงชวนให้มาคุยด้วยกัน

เมื่อถึงโรงแรมอาจารย์ธร รีบร้อนไปเก็บสัมภาระ ก่อนที่จะปลีกตัวออกมา ดักที่หน้าทางเข้าโรงแรมเพื่อหวังว่าจะได้คำตอบเรื่องที่ค้างคาใจ โดยที่อาศัยร้านข้าวแกงอาหาารตามสั่งที่อยู่ไกล้ๆ เป็นที่สังเกตการณ์ อย่างระมัดระวัง 

3 ชั่วโมงผ่านไป

“คุณคะ จะนั่งอีกนานไหม ป้าจะเก็บร้าน” ป้าแม่ครัวยืนถือตะหลิว หน้าตาฉุนเฉียวที่อาจารย์ธรนั่งนานเกินไป อาจารย์ธรได้แต่ “ครับ ครับ” พร้อมกับหยิบเงินแบงค์ร้อยสีแดงออกมาจ่ายให้คุณป้าแม่ค้า พลางมองไปนอกร้านอย่างถอดใจ ทันใดนั้น รถหรูคันขาวที่เขาคุ้นตาก็จอดเทียบกับฟุตบาท ของอีกฟากถนนที่อาจารย์ธรยืนมองอยู่

คนด้านฝั่งคนขับ ก้าวลงจากรถเพื่อวิ่งมาเปิดประตูให้คนนั่งเบาะหลัง อาจารย์ธรมองตามจังหวะการเปิดประตูอย่างไม่วางตาว่าคนที่ก้าวออกมาจากรถคันนี้คือใคร

“เนปาล” อาจารย์ธรอุทาน พูดออกมาจากอย่างลืมตัว

แต่ก็ยังคงมองเด็กสาวที่อยู่อีกฝั่งอย่างไม่วางตา และจับจ้องพฤติกรรมต่างๆ ของเธออย่างฉงน สีหน้าของเนปาลเรียบเฉยอย่างผิดหู ผิดตาเขา เธอเริ่มถอดสร้อยที่มีจี้วิบวับเมื่อโดนแสงออก ต่อด้วยนาฬิกาสีดำที่ข้อมือ แล้วล้วงนาฬิกาสีดำสายพลาสติกราคาถูกที่เขาเห็นเธอใส่ประจำออกมา  พร้อมกับยกมือไหว้เป็นพิธีให้กับคนที่ลงมาเปิดประตูรถยนต์ให้ ก่อนที่เขาจะไปหยิบกระเป๋าจากท้ายรถมาส่งให้เธอถือเอง แล้วต่างเดินแยกจากกัน

แต่เพียงเธอก้าวได้ไม่กี่ก้าว ชายคนนั้นก็ตะโกนไล่หลัง วิ่งไปหาเธออย่างรวดเร็ว เนปาลหันหลังกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม 

“คุณหนูครับ คุณหนู” เขาทำท่าทางนอบน้อม พร้อมกับส่งโทรศัพท์อีกเครื่องที่เขาดูคุ้นตาเพื่อแลกกับอีกเครื่อง ตอนนี้อาจารย์ธร ไม่ได้ยินอะไรจากชายขับรถ ถึงพยายามฟังแต่ด้วยระยะทางที่ไกลเกินไป แล้วชายคนนั้นก็หันหลังให้เขาอีกด้วย สิ่งเดียวที่เขาจับใจความได้จากปากของเนปาล  คือ!!!

“ขอบใจจ๊ะ”

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น