ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 97 : ตระกูลแอสลาส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,050
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    27 ต.ค. 59

บทที่ 2 : ตระกูลแอสลาส




    หลังจากขบการประมูลแหวนมิติระดับสูงวงสุดท้ายไป การประมูลของชิ้นต่อไปก็ไร้ความน่าสนใจ เพราะไม่มีเสียงจากแท่นหินหมายเลขหนึ่งอีกเลย ทำให้การประมูลเป็นไปตามที่ทุกคนคาดหมาย


    สิ่งของที่เพิ่มอำนาจของกลุ่มคนได้ ก็ถูกพวกขุนนางระดับกลางและระดับสูง ที่มีทุนทรัพย์จำนวนมากพอประมูลไป ส่วนสิ่งของที่เอื้ออำนวยต่อการค้าขาย ก็ถูกทางด้านกลุ่มการค้าต่างๆประมูลไป


    สิ่งที่ทางกลุ่มการค้าต้องการประมูลนั้น มีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น มันคือมุกทะเลดำที่สามารถนำไปทำยาได้ ซึ่งพวกเขาก็ประมูลแข่งกับพวกขุนนางต่างๆ จนในที่สุดก็สามารถประมูลมันไปได้ ด้วยราคาหกสิบเหรียญจิตปีศาจ ซึ่งมีราคามากกว่าราคากลางถึงสิบเหรียญจิตปีศาจ


    หลังจากการประมูลในวันนี้จบลง ทุกคนถูกเชิญให้เข้าพักที่ห้องนอนของทางโรงประมูลแห่งนี้ กฎการประมูลของที่นี้นับว่าไม่แปลกจนเกินไป เพราะอีกหลายๆแห่งก็เป็นเช่นนี้ เพื่อป้องกันการกระจายข้อมูลและระดมทุน รวมทั้งป้องกันการฮั้วประมูลกันอีกดวย


    เมื่อการประมูลของวันนี้จบลง ทุกคนและทุกกลุ่มจะถูกนำไปยังห้องพักของแต่ละกลุ่ม เมื่อเข้าไปในห้องแล้วจะไม่สามารถออกไปข้างนอก หรือทำการติดต่อสื่อสารไปยังโลกภายนอกได้ แต่สามารถสั่งอาหารหรือบริการจากโรงประมูลได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น


    หลังจากผู้คนด้านล่างทยอยไปยังห้องพักจนหมดสิ้น พวกเขาทั้งสองคนก็ได้รับเชิญจากเด็กชายนามว่าเซนต์ เพื่อนำพวกเขาไปยังห้องพักส่วนตัว ที่ได้เตรียมพร้อมสำหรับพวกเขาแล้ว


    "ใส่ชุดเกราะเช่นเดิมเถอะ พวกเราจำเป็นต้องไม่ให้ใครจำได้ เพราะหลังจากนี้เราอาจจะทำบางสิ่งที่ผิดกฎหมายของที่นี้" เขาพูดยิ้มๆ ก่อนจะเริ่มใส่ชุดเกราะทุกชิ้น จนกลายเป็นชุดเกราะสีดำทั้งตัวเช่นเดิม


    "มีเรื่องสนุกๆแล้วสินะค่ะ ท่านอาจารย์" เมย์พูดด้วยร้อยยิ้ม ก่อนจะเรียกเอาชุดเกราะออกมาสวม แล้วเดินออกไปจากห้องพร้อมอาจารย์ของเธอ


    "เชิญตามกระผมมาเลยขอรับ" เซนต์พูดขึ้น เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะนำพวกเขาไปยังทางเดินที่ตกแต่งอย่างดี


    จากโครงสร้างและบรรยากาศของที่นี้ มันสมควรเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สร้างอยู่ใต้ดิน ไม่ก็เป็นถ้ำสักแห่งที่ถูกดัดแปลงเป็นเมืองขนาดย่อมอยู่ด้านใน เพราะมันมีหลายสิบเส้นทางที่จะนำไปที่ต่างๆ


    ตั้งแต่ที่พวกเขาเคลื่อนย้ายเข้าไปยังห้องลงประมูล ที่ทางเดินหน้าห้องนั้น ก็มีเส้นทางถึงสามทิศทางที่มีจุดหมายต่างกัน เส้นทางหนึ่งมุ่งตรงไปยังโถงการประมูล แต่ระหว่างทางก็ยังมีทางแยกย่อยไปอีก


    สถานประมูลนั้นไม่ได้มีเพียงแค่โถงการประมูลที่เหมือนโรงละครแห่งนี้เท่านั้น มันยังมีอีกหลายโรงประมูลที่มีลักษณะแตกต่างกันไป สิ่งที่ทำให้เขาคิดเช่นนั้น ก็เพราะระหว่างเดินไปยังโถงการประมูล เขาได้เจอกับกลุ่มอื่นๆ ที่เดินมาจากทางแยกแห่งหนึ่ง พวกนั้นพูดถึงโรงประมูลที่เหมือนอัฒจันทร์ หรืออีกกลุ่มที่พูดถึงโถงการประมูลที่เหมือนกับถ้ำสมบัติ


    เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากเด็กสาวแล้วเช่นกัน ว่าโรงประมูลแห่งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายส่วนที่ยังคงมีการประมูลอยู่ในเวลาเดียวกัน ส่วนสถานที่ตั้งนั้นไม่มีใครทราบเลยแม้แต่น้อย


    โรงประมูลนี้ มีทางเข้าเพียงแค่ทางวงเวทย์เคลื่อนย้ายเฉพาะเท่านั้น และไม่เคยมีใครสำรวจเมืองใต้ดินนี้จนทำแผนที่ได้ เพราะเหมือนกับว่าเมืองนี้มีชีวิต มันจะเปลี่ยนเส้นทางได้เอง และเมื่อเวลาผ่านไปสามวัน ทุกคนจะถูกส่งกลับไปยังที่ที่จากมาทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนที่ทำหน้าที่ดูแลการประมูล


    ในวันที่สองและวันที่สามของการประมูล ของที่ประมูลในตอนเช้าก็เป็นของราคาไม่เกินสิบเหรียญจิตปีศาจ มีทั้งพวกวัตถุดิบสำหรับทำยาระดับสูง รวมทั้งวัตถุดิบทำอาวุธอีกหลายสิบรายการ พวกนี้มักจะถูกพวกพ่อค้ารายเล็กซื้อไปเสียส่วนใหญ่


    ในช่วงบ่ายก็เป็นพวกสินค้าราคาแพงอย่างยิ่ง ทั้งพวกอาวุธระดับสูง สิ่งประดิษฐ์ยุคโบราณและวัตถุล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง


    ทั้งครรชิตและเมย์ ทั้งคู่ยังคงได้รับความสนใจจากผู้คนในโรงประมูลแห่งนี้เช่นเดิม แต่ยิ่งนานวันเข้าก็เริ่มหมดความสนใจลง จนในวันที่สามเขาก็แทบจะไม่ได้รับความสนใจจากผู้อื่นอีก


    ในวันที่สองของที่รวมประมูลในตอนบ่าย พวกมันเป็นอาวุธระดับสูง หรืออาวุธที่มีอัญมณีเวทย์ระดับห้าประดับอยู่เป็นส่วนใหญ่ มีเพียงแค่สองชิ้นที่น่าสนใจสำหรับพวกเขา


    ชิ้นแรกเป็นเครื่องรางเคลื่อนย้ายในพริบตา มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ในยุคโบราณที่สามารถใช้ได้สามครั้ง เมื่อใช้ครบทั้งสามครั้งมันก็แตกสลายไปเอง มันสามารถส่งผู้ใช้เพียงผู้เดียวไปยังสถานที่ปลอดภัยของตนเอง โดยไม่สนใจระยะทางไม่ว่าจะไกลแค่ไหนก็เคลื่อนย้ายได้


    ส่วนชิ้นที่สอง มันเป็นวงแหวนขนาดใหญ่ที่กว้างเกือบสามเมตร มันใช้สำหรับการสร้างอากาศสำหรับใต้น้ำ มันสามารถสร้างโดมอากาศขนาดใหญ่ที่มากพอจะคลุมทั้งเมือง โดมอากาศนี้สามารถกั้นน้ำและสิ่งมีชีวิตได้ตามที่ผู้ตั้งค่าวงแหวนตั้งไว้


    วงแหวนนี้เคยมีการนำเอาไปใช้ในการสร้างเมืองใต้น้ำของอาณาจักรหนึ่ง แต่เพราะมันไม่สามารถตั้งค่าใดๆได้ จึงทำให้มันปิดกั้นสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิดรวมทั้งมนุษย์ด้วย นั้นทำให้การสร้างเมืองใต้น้ำต้องยกเลิกไป


    ด้วยตัววงแหวนนี้ไม่มีใครสามารถเข้าใจถึงภาษาที่สลักอยู่ ทำให้มันถูกนำประมูลใหม่หลายรอบแล้ว แต่สำหรับพวกเขาแล้วมันก็เป็นเพียงภาษามานาของพวกครึ่งสัตว์เวท ซึ่งพวกเขามีความรู้ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะต้องใช้มันสำหรับการตระเวนไปทั่วทั้งเมืองโคลอสเซียม


    แน่นอนว่าเขาประมูลวงแหวนสร้างอากาศนี้มา ไม่ใช่เพื่อเอาไปสร้างเมืองเหมือนกับคนอื่นๆ แต่เขาจะเอามันไปใช้ในมิติบ้านของตัวเอง เพราะมิตินี้สามารถใช้คะแนนโคลอสเซียมอัพเกรดขนาดพื้นที่ได้ ซึ่งมีแต่พวกกลุ่มใหญ่เท่านั้นที่จะอัพเกรด เพื่อสร้างที่อยู่ที่ประชุมของทุกคน


    มีการแข่งขันกันบางเล็กน้อยแต่ก็ถูกเขาตัดราคาไป จนมีราคาที่สูงเกินกว่าความอยากได้ของทุกคน


    ในวันที่สามเขาก็ได้ประมูลของบางอย่างมาเช่นกัน มันเป็นอาวุธที่คล้ายกับปืนคาบศิลาในโลกของเขา มันมีชื่อว่ากระบอกไฟประทุ เป็นสิ่งประดิษฐ์ในยุคโบราณ มันเต็มไปด้วยอักษรมานาสลักอยู่เต็มตัว


    วิธีใช้งานที่ผู้นำมาประมูลบอกไว้ก็คือ การบรรจุศิลาจิตอสูรธาตุใดก็ได้ลงไปในช่องบรรจุข้างกระบอก แล้วเติมพลังเวทย์ธาตุไฟลงไป มันก็สามารถยิงศิลาจิตอสูรในช่องบรรจุไปยังเป้าหมายได้ ศิลาจิตอสูรอันนั้นจะปลดปล่อยพลังออกมาอย่างรุนแรง อำนาจทำลายล้างก็เปลี่ยนไปตามธาตุของศิลาจิตอสูร


    "วันนี้ก็ครบกำหนดการประมูลสามวันแล้วนะขอรับ กระผมในฐานะตัวแทนของโรงประมูลแห่งนี้ ขอน้อมส่งทุกท่านกลับสู่ที่ที่ทุกท่านจากมา" พิธีกรชายที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำประมูลตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่สาม ได้โค้งให้กลับทุกคน ในขณะเดียวกันวงเวทย์เคลื่อนย้ายก็ปรากฏขึ้นใต้ทุกคนที่อยู่ในโรงประมูลนี้


    ในพริบตาเดียวโรงประมูลที่มีการจัดรูปแบบเหมือนโรงละคร ก็ว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน ไม่เว้นแม้แต่ห้องพิเศษก็ไร้ซึ่งสัญญาณชีวิตเช่นกัน


    ที่ด้านนอกนั้นสุดแสนจะวุ่นวาย ผู้คนต่างเดินไปยังรถม้าที่มารอรับตนเอง หรือบางคนก็เคลื่อนย้ายหายไปด้วยวงเวทย์เคลื่อนย้ายของตัวเอง จนเกิดเป็นแสงสีฟ้าเจิดจ้าไปทุกพื้นที่


    "พวกเราไปกันเถอะ" เสียงดังขึ้นมาจากเจ้าชุดเกราะสีดำ ที่เพิ่งปรากฏตัวออกมาจากวงเวทย์เคลื่อนย้าย มันพูดกับชุดเกราะสีแดงที่ยืนอยู่ด้านข้าง


    ทั้งคู่ต่างปลดปล่อยพลังมานาออกมาจากชุดเกราะ ทำให้ชุดเกราะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ชุดเกราะสีดำงอกปีกโลหะออกมา ส่วนชุดเกราะสีแดงกลับเป็นท่อที่ปรากฏขึ้นที่กลางหลัง จากนั้นทั้งคู่ก็บินขึ้นไปบนฟ้า ก่อนจะพุ่งหายไปจากสายตาของทุกคน


    "บัดซบ! เจ้าพวกนั้นมันเคลื่อนที่ได้เร็วเกินไป เราไม่สามารถตามพวกมันทัน! พวกเจ้ามีใครใช้เวทย์ติดตามได้หรือไม่" เสียงของคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้นที่มุมมืดของบ้านร้างแถวนั้น


    "ไม่ได้ค่ะ หัวหน้า" "ไม่ได้เช่นกันครับ วงเวทย์ถูกทำลายก่อนจะไปถึงครับ" เสียงรายงานของลูกน้องชายหญิงนั้นสิบคน ที่ยืนอยู่ด้านหลังและตามมุมมืดของบ้านหลังนั้น


    "ยกเลิกการติดตาม กลับไปรายงานกับนายท่านกัน" สิ้นเสียงสัญญาณชีวิตภายในบ้านหลังนั้น ก็ค่อยๆหายไปที่ละจุดๆ


    พวกมันไม่ได้รับทราบถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่เหมือนกับแมลง ที่แฝงตัวอยู่กับพวกมันเลยแม้แต่น้อย เจ้าแมลงตัวนั้นกลับสามารถส่งเสียงและมุมมองของมันไปยังคนหนึ่งคนได้


    "กลุ่มของคนผู้นั้นก็ไม่สำเร็จเช่นเดียวกับพวกเราครับ ไม่ทราบว่าเราจะทำไงต่อไปดี" เสียงของผู้ชายที่แหบแห้ง ดังออกมาจากใต้ต้นไม้ที่ยืนต้นตายไกลจากบ้านหลังนั้นพอสมควร


    ด้านข้างของมันปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งขึ้น เธอมองไปยังท้องฟ้าในจุดที่ชุดเกราะทั้งสองบินขึ้นไป "พวกเราก็ถอนตัวเช่นกัน อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ พวกเรากลับ!"


    สิ้นแสียงของหญิงสาว ทั้งคู่ต่างหายไปจากที่แห่งนั้น จนทำให้สภาพบ้านร้างที่อยู่โดยรอบกลับมาเงียบสงบตามเดิม


    ในสถานที่ห่างไกลจากเมืองแบล๊คร็อคนับสิบกิโลเมตร ปรากฏร่างของชายหนุ่มและเด็กสาวขึ้น พวกเขาทั้งคู่กำลังเดินเท้าออกห่างจากเมืองอย่างช้าๆ


    "ท่านอาจารย์ จะให้ข้ากลับไปรอที่โรงแรมสินะค่ะ" เด็กสาวเอ่ยกับชายหนุ่ม หลังจากพวกเขามาถึงตีนเขาที่มีทางขึ้นไปด้านบน ซึ่งถูกปิดด้วยประตูไม้ และมีกำแพงยาวไปจนสุดสายตา


    "ใช่แล้วละเมย์ หลังจากนี้ข้าจะต้องไปด้วยตัวเองแล้ว" ชายหนุ่มส่งสายตาไปให้เด็กสาว ซึ่งเธอก็เข้าใจในความหมาย


    "โชคดีค่ะ ท่านอาจารย์" สิ้นเสียง เด็กสาวก็กระโดดหายเข้าไปในป่า พร้อมกับที่ด้านหลังทางที่เธอจากไป ปรากฏร่างของชายหนุ่มหลายสิบคน ถูกโยนลงมาจากฝากฟ้า


    "แอบฟังที่คนอื่นคุยกันมันไม่ดีนะครับ" ครรชิตหันไปพูดกับกลุ่มคนในชุดเกราะหนัง ที่ตรงหน้าอกมีสัญลักษณ์ของตระกูลแอสลาสอยู่


    "ข้า! บิชอบ จูเนียร์ ดิ แอสลาส! มาตามจดหมายเชิญของพวกท่านแล้ว!" เขาหันกลับไปตะโกนใส่ประตูทางเข้า ซึ่งคลื่นเสียงที่ปล่อยพร้อมกับเสียงตะโกนนั้น ได้ทำให้ประตูถึงกำระเบิดเป็นรูขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถมองเข้าไปยังด้านในได้


    นอกจากจะระเบิดประตูไม้เป็นรูแล้ว คลื่นเสียงนี้ยังทำให้พวกที่แอบซ่อนและถูกโยนลงต่างได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า และยังทำให้เหล่านักรบของตระกูลแอสลาสวิ่งลงจากทางเดินด้วยความเร็วสูง เพื่อลงมาดูสถานการณ์ที่หน้าประตูใหญ่


    ตระกูลแอสลาสมีพื้นที่ในครอบถึงหนึ่งในสามส่วน ของภูเขาที่ล้อมรอบเมืองแบล๊คร็อคเอาไว้ และที่นี้เองก็เป็นทางเข้าหนึ่งเดียวที่มีของตระกูลแอสลาส ทำให้บริเวณนี้มีนักรบประจำอยู่มากมาย และในเวลาไม่นานชายหนุ่มก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้ใช้ศาสตร์ขั้นกลางจำนวนหลายร้อยคน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1129 phairatw (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 19:10
    ขอบคุณครับ
    #1,129
    0
  2. #1009 Gnuh (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 12:03
    ขอบคุณครับ
    #1,009
    0
  3. #1008 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 00:59
    จะดูวิธีแก้ปัญหา
    #1,008
    0
  4. #1007 ทาสรับใช้อันโดรเมด้า (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 00:39
    จะfight กันแล้ว รอลุ้นๆ
    #1,007
    0
  5. #1006 toy (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 23:44
    มาอัพต่อไวๆนะครับ
    #1,006
    0
  6. #1005 มังกรอหังการ (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 23:08
    กำลังสนุกเลยครับ
    #1,005
    0
  7. #1004 akeraim01 (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 22:10
    ติดตามเสมอ ขอบคุณครับ
    #1,004
    0
  8. #1003 kamol1122 (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 21:26
    สนุกดีครับ
    #1,003
    0
  9. #1002 phenixdevill (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 21:17
    #1,002
    0
  10. #1001 kuroyugi (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 21:09
    ขอบคุณครับ กำลังจะได้เวลามันแล้ว 555
    #1,001
    0
  11. #1000 My friend (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 20:34
    รอค่ะรอ คอทเม้นที่1000. พอดีเลย
    #1,000
    0
  12. #999 wava_love (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 20:10
    ค้างอ่าาา. รอครับ. สู้ๆๆๆ
    #999
    0