ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 91 : มุ่งสู่ทางใต้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,957
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    21 ต.ค. 59

บทที่ 2 : มุ่งสู่ทางใต้




    การดำเนินชีวิตของครรชิต เป็นไปอย่างสงบสุขอยู่สองวัน หลังจากนั้นเขาก็เตรียมตัวเดินทาง มุ่งสู่เมืองแบล็คล็อค ที่ที่ตระกูลแอสลาสตั้งอยู่


    ในการเดินทางลงใต้ของเขา เขาไม่ได้บอกล่วงหน้าแก่ผู้ใด มีเพียงลูกศิษบ์ของเขาที่รู้อยู่แล้ว การเดินทางนี้ จะเริ่มในตอนกลางดึกของคืนนี้


    ในตอนเย็นครรชิตในรูปร่างเด็กชายไร้เดียงสา ได้ออกมาเก็บเกี่ยวธัญพืช ด้วยการใช้เวทย์ตัดและลำเลียงพวกมัน เข้าไปเก็บยังโกดังข้างบ้านของเขา โดยความจริงแล้ว พวกธัญพืชเหล่านี้ เข้าจะนำมันไปด้วยในตอนดึกของคืนนี้


    เมื่อเก็บพืชไร่เสร็จแล้ว ต่อไปเข้าก็เริ่มเก็บพวกสมุนไพร ที่ปลูกแซมลงในส่วนของสวนผัก ทุกๆสองก้าวจะมีสมุนไพรแทกอยู่ เพื่อป้องกันและคงสภาพแวดล้อมของสมุนไพร ให้มันได้คุณภาพสูงสุด โดยมีพวกพืชผักสวนครัว ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สำหรับคงสภาพแวดล้อมรอบๆต้นของมัน


    พืชสวนครัวพวกนี้ มักเป็นของที่หาได้ตามป่าใกล้หมู่บ้าน จึงทำให้สวนผักของเขาไม่มีอะไรผิดปรกติ จนเจ้าพวกที่แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้าน ไม่มายุ่งวุ่นวายกับไร่ของเขา


    พวกนี้เป็นคนของตระกูลแอสลาส ที่มาดูต้นทางก่อนที่พวกหัวหน้าจะมา ที่เขาพอจะรู้ ก็เพราะทุกคนมีการไหวเวียนมานา ที่เหมือนกับที่บิดาของเขามี ซึ่งเป็นการไหลเวียนมานา ไปยังส่วนต่างๆของร่างกายจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะทำให้บรรยากาศรอบๆตัวของคนผู้นั้น มันจะผิดแปลกไปจากคนอื่นๆเล็กน้อย


    ด้วยความที่ว่าประสาทสัมผัสและลมปราณตรวจสอบของเขา มีการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก จึงสามารถตรวจพบความผิดปรกติของคนกลุ่มนี้ได้ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจพวกมันสักเท่าไร ถ้าพวกมันยังไม่มารบกวนความสงบของเขา จึงทำให้สองวันที่ผ่านมา เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย


    พืชสมุนไพรพวกนี้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งของจำนวนสมุนไพรหลายร้อยชนิด ที่จำเป็นต้องได้รับแสงอาทิตย์โดยตรง ถึงจะมีคุณภาพสูงสุด ส่วนชนิดที่ไม่ต้องใช้แสงแดดมากนัก เขาก็ใช้วิธีนำมันไปปลูกที่บ้านในเมืองโคลอสเซียม ซึ่งมันเป็นมิติที่มีธรรมชาติเหมือนของจริง แต่ทั้งหมดกลับสร้างขึ้นจากพลังมานาทั้งหมด จึงไม่ได้เหมือนจริงซะทีเดียว


    อย่างน้อยมันก็มีความเหมือนจริงถึงเก้าส่วน ทั้งสภาพแวดล้อม เวลาที่ผ่านไป บรรยากาศ รวมทั้งความรู้สึกของสิ่งต่างๆ แต่ที่ไม่เป็นจริงก็คือ ร่างกายของสิ่งมีชีวิต ไม่อาจจะรับพลังมานาจากพวกมันได้ มีเพียงความรู้สึกทางกายเท่านั้น


    ทั้งสัมผัสมานาและการรับรู้ทางมานา ก็ไม่อาจจะจับสัมผัสสิ่งใดได้ เหมือนกับว่าดินแดนนี้มีอยู่จริง แต่กลับไม่สามารถสัมผัสซึ่งที่มีชีวิตได้


    ด้วยการปลูกพืชและนำสิ่งมีชีวิตเข้ามาเลี้ยง ทำให้มิติที่มีแต่สิ่งของที่ถูกสร้างจากมานา เริ่มมีพลังมานาไหลเวียน และก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตใหม่ ทำให้พวกของที่สร้างจากมานาในมิตินี้ เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง พอจะทำให้สัมผัสถึงมานาในพวกมันได้


    ซึ่งก็เหมาะสมกับการอยู่อาศัยมากขึ้น ดีกว่าตอนแรกๆที่เขามา เพราะในตอนแรก มันมีเพียงบ้านและสระน้ำที่ว่างเปล่า พร้อมพื้นดินปูด้วยหินอยู่ตรงกลางเท่านั้น นอกจากนั้น ก็เป็นพื้นดินประมาณห้าหกไร่รอบๆบ้าน ไม่มีทั้งหญ้าหรือสิ่งมีชีวิตอยู่เลย


    เขาทั้งสสองคนใช้เวลาเกือบเดือน จึงสามารถทำให้บ้านทั้งหลัง มีทั้งพลังมานาที่ไหลเวียน ด้วยอัญมณีเวทย์ต่างๆ ศิลาจิตอสูรที่บดและผสมลงในดิน ที่อยู่รอบๆบ้านหลังนี้ พร้อมกับโรยด้วยเมล็ดหญ้าหลายชนิด จนเกิดเป็นต้นหญ้าขึ้นพร้อมกับพุ้มไม้


    ทั้งหมดเกิดขึ้นในไม่กี่วัน ด้วยการใช้เวทย์ธาตุไม้เร่งการเจริญเติบโตของมัน พร้อมกับการปรับสภาพพลังมานาในอากาศ จนทำให้มีพลังมานามากพอ ที่จะค้ำจุนทุกชีวิตในมิตินี้ ไม่ให้มันตายไปเสียก่อน


    "เมย์ มาช่วยข้าเก็บของหน่อย" เขาตะโกนเรียกเด็กสาว เพราะตอนนี้เขาต้องทำตัวเป็นเด็กไร้เดียงสา ฐานะทางบ้านไม่ค่อยจะดี ไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อพวกอุปกรณ์เวทมนตร์


    ซึ่งที่เขาต้องการทำอย่างงี้ ก็เพื่อลดความวุ่นวายที่จะมาจากความโลภ ของเจ้าพวกญาติๆของเขา ที่ตอนนี้ก็กำลังเดินทางมาที่นี้นั้นเอง จากที่เขาพอรู้มาพวกนี้มักจะชอบขูดรีดเงิน จากพวกที่ออกจากตระกูลไปแล้วเป็นประจำ


    บิดาของเขาก็เคยโดนมาบ้าง ในตอนที่ออกจากตระกูลมาใหม่ๆ แต่เพราะบิดาเขานั้นมีความแข็งแกร่งมากกว่า ทำให้มันไม่อาจจะทำอะไรได้ นอกจากมารังควานเท่านั้น ซึ่งก็ถูกบิดาของตนไล่กลับไป


    พวกมันไม่สามารถเอาผิดบิดาเขาได้ เนื่องจากคนในตระกูลนี้ ที่ไม่ได้ทำตัวเช่นพวกมันและมีตำแหน่งที่ใหญ่กว่า ต่างก็นับถือความแข็งแกร่งของบุคคลเป็นที่หนึ่ง ดังนั้นถ้ามีการต่อสู้แล้วพ่ายแพ้ ก็ไม่อาจจะกล่าวโทษหรือตามล้างแค้นด้วยวิธีอื่นๆได้


    นอกเสียจากการต่อสู้ตัวต่อตัว มิเช่นนั้นก็จะถูกทางตระกูลลงโทษ และถูกขับไล่ออกไปแบบไม่เหลียวแล ซึ่งไม่สามารถจะกลับเข้ามาในตระกูลได้อีก และหมดสิทธิ์ที่จะใช้นามสกุลแอสลาสอีกด้วย


    "มาแล้วค่ะ โถ่~ แค่นี้เองหรอค่ะ" เมย์ทำหน้ามุ่ย หลังจากรีบออกมาจากบ้าน แต่สิ่งที่ต้องขนกลับไป กลับเป็นเพียงผักไม่กี่ตระกร้าเท่านั้น


    "แทบจะไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อยเลยอ่ะ ท่านอาจารย์ เราออกไปล่าสัตว์เวทก่อนจะไปกันดีไหม ข้าอยากยืดเส้นยืดสายบ้างอ่ะ อยู่ในหมู่บ้านมาตั้งหนึ่งอาทิตย์แล้ว ข้าเบื่อ" เด็กสาวเดินตีคู่กับเด็กหนุ่ม ก่อนจะกระซิบกระซาบกันเบาๆ


    "ไม่ต้องบ่นเลย เดี๋ยวคืนนี้ได้ออกแรงแน่ เพราะเราจะตัดตรงไปยังเมืองแบล็คร็อคเลย จำสถานที่บนแผ่นที่ได้ไหม ว่าเราจะต้องผ่านที่ไหนบ้าง" เด็กหนุ่มพูดด้วยเสียงกระซิบเช่นกัน พร้อมกับมีรอยยิ้มน้อยๆปรากฏขึ้น


    "รังของวานรไร้ขน อาณาเขตฝูงหมาป่าสายลม บึงโคลนของกบยักษ์ และก็อาณาเขตของเสือเขี้ยวดาบคู่ผัวเมียสินะค่ะ แต่พวกมันก็เป็นแค่สัตว์เวทระดับสามเองนะ ไม่พอที่จะได้ออกแรงเลยด้วยซ้ำ"


    สิ่งที่เด็กสาวกล่าวออกมา ถ้าเป็นเมื่อสองปีที่แล้ว เขาก็คงไม่อยากจะคิดเลย ว่าสถานที่เหล่านั้นจะน่ากลัวสักเพียงใด แต่เมื่อในตอนนี้ เขามีความแข็งแกร่ง จนตัวเขาเมื่อสองปีที่แล้วเมียบไม่ติด ทำให้เขาอยากจะลองไปดูพวกมันสักครั้ง ถึงแม้ผลของการต่อสู้จะออกมาตั้งแต่ยังไม่พบคู่ต่อสู้ก็ตาม


    สำหรับพวกเขาที่ทุกวันในปีกว่าๆที่อยู่ด้วยกันมา ต่างก็ต้องต่อสู้กับสัตว์เวทระดับสี่ไม่ก็ห้า ซึ่งวันหนึ่งต้องสู้กับมันไม่ต่ำกว่าสิบตัว และยังสามารถเอาชนะมาได้ตลอด ทำให้ฝูงสัตว์เวทระดับสาม ก็ทำได้เพียงอุ่นร่างกายของเขาเพียงเท่านั้น


    "ไม่เห็นจะยากนี้ เจ้าก็ใส่กำไลลดพลังสิ ข้าอุตส่าสร้างมาให้เจ้าโดยเฉพาะเลย" ครรชิตหัวเราะออกมาเบาๆ


    "ใครอยากจะใส่ของพรรค์นั้นกันละ ท่านอาจารย์ ทั้งหนักทั้งกดพลังลง พลังมานาลงแทบจะหายไปเกือบครึ่ง ท่านไปสรรหาวิธีสร้างของพวกนั้นมาจากไหนกัน" เมย์ทำหน้าเหยเกออกมา


    "จากหนังสือสิถามได้ ของที่ใช้ทำก็ไม่ได้หายากสักเท่าไรด้วย เจ้าอยากได้กี่อันล่ะ" เขาพูดไปยิ้มไป


    พวกเขาสองคนหยอกล้อกันไปมา จนกระทั้งเข้าตัวบ้านไป เสียงหัวเราะและเสียงหยอกเย้ากันนั้น ก็หายไปกับเสียงปิดประตูของบ้านหลังน้อย นั้นทำให้คนที่ค่อยสังเกตอยู่ใกล้เคียง ต่างก็เลิกสนใจและหันไปพูดคุยกันเอง


    นอกจากกลุ่มคนพวกนี้แล้วยังมีอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังจับตาดูทั้งกลุ่มแรกและบ้านของครรชิต กลุ่มที่สองนี้ เมื่อดูจากภายนอกต่างก็ดูดีและมีระเบียบวินัยเสียยิ่งกว่ากลุ่มแรก แต่ทว่าพลังมานาที่ปล่อยออกมา กลับมีความคล้ายคลึงกับกลุ่มแรกยิ่งนัก


    พวกมันกำลังจับตามองพฤติกรรมของกลุ่มแรกมานานแล้ว ตั้งแต่พวกมันเข้ามาในหมู่บ้านนี้เลยก็ได้ ส่วนการจับตามองไปยังบ้านของชายหนุ่มนั้น เป็นเหมือนการเฝ้าระวังและดูแลความสงบให้เสียมากกว่า เพราะพวกนี้ไม่มีจิตคุกคามส่งออกมา เช่นดังกลุ่มแรกที่แทบจะปิดจิตคุกคามไม่มิด


    "หัวหน้าเราจะทำอะไรกันต่อไปดี เป้าหมายของเราดูผิดไปจากข้อมูลที่ได้รับมานะขอรับ" หนึ่งในกลุ่มถามอย่างสงสัยไปยังหัวหน้ากลุ่ม ที่ดูเป็นคนเจนศึกและมีแววตาที่แข็งกร้าว


    "ไม่ต้องสนใจรูปลักษณ์ของเป้าหมาย สนใจเพียงความเคลื่อนไหวก็เพียงพอแล้ว เพราะนายหญิงสั่งมาเพียงเท่านั้น ไม่ได้ให้เราเข้าไปสืบสวนหรือจับตัวเป้าหมาย" มันตอบด้วยเสียงที่ทุ้มลึกและมีกลิ่นอายที่่นากลัว


    "ขอรับ" ลูกน้องทั้งสามคนต่างขานรับ ก่อนที่แต่ละคนจะกลับไปทำหน้าที่ของตน


    "นายหญิง ทางต้องการจะทำอะไรกันแน่ ไม่ใช่ว่าท่านเองก็ย่ำแย่เช่นกันหรอกรึ" มันเอ่ยออกมาเพียงแผวเบา ก่อนที่จะหายตัวไปจากพื้นที่นั้นอย่างไร้ร่องรอย


    ส่วนสองศิษย์อาจารย์นั้น ทั้งคู่กำลังเปลี่ยนชุด ครรชิตในรูปร่างที่แท้จริงก็กำลังสวมชุดเกราะสีดำ และนำอาวุธขึ้นมาทดสอบน้ำหนักดู เพื่อสร้างความเคยชินสักเล็กน้อย ส่วนเมย์เด็กสาวที่ใส่ชุดเกราะกึ่งโกเลมครบแล้ว กำลังลองขับเคลื่อนร่างกายของชุดเกราะเบาๆ ด้วยการเดินและยกอาวุธขึ้นฟาดฟันอย่างช้าๆ


    "เอ๊ะ เจ้าพวกนั้นถอนตัวไปแล้ว ท่านอาจารย์" เด็กสาวร้องทักออกมา เมื่อกลุ่มคนกลุ่มที่สองได้แยกย้ายกันออกไป


    ถึงแม้กลุ่มที่สองจะซ่อนพลังได้ดี และทำตัวกลมกลืนไปกับชาวบ้านเป็นอย่างดี แต่ด้วยสัญชาตญาณของเด็กสาว ก็ทำให้เธอสามารถจับสัมผัสของพวกมันได้ และเธอก็ถูกอาจารย์ของเธอ กึ่งบังคับกึ่งไหว้วานให้ทำการติดตามพวกมันไว้


    เพื่อเป็นทั้งการเตือนภัยไปในตัว และเพื่อลับประสาทสัมผัสของเด็กสาว ไม่ให้มันทื่อด้านเสียก่อน เพราะไม่ได้รับคมมานานหลายสัปดาห์


    "งั้นหรอ แต่ก็อย่าประมาทแล้วกัน เราจะต้องไปให้เร็วที่สุด และไร้ซึ่งการติดตามด้วย" เขาตอบรับเมย์ ก่อนที่จะเอาดาบเหน็บไว้ที่ข้างเอวทั้งสองข้าง แล้วเปิดการทำงานของปลอกแขน


    "ทราบแล้วค่ะ ท่านอาจารย์ แล้วบ้านหลังนี้จะปล่อยไว้อย่างงี้หรอ" เด็กสาวตอบออกมา ด้วยน้ำเสียงเหมือนเสียงสังเคราะห์ เพราะเธอปิดหมวกเกราะไปแล้วนั้นเอง


    "บ้านคงต้องปล่อยไว้ ส่วนของต่างๆก็เก็บหมดแล้ว ส่วนพลังมานาที่พวกเราถ่ายลงพื้นดิน ข้าจะเรียกพวกมันกลับทั้งหมด" เขาพูดด้วยน้ำเสียงน่ากลัว


    "ท่านจะทำจริงหรือ" เมย์ถามอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน


    "ใช่ ไม่อย่างนั้น พวกมันจะได้ประโยชน์มากเกินไป ข้าไม่ยอมให้มันได้กำไรมากนักหรอก" ครรชิตตบบนบ่าของชุดเกราะ ที่มีเด็กสาวอยู่ภายในเบาๆ


    ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ แสงอาทิตย์ด้านนอกก็กำลังจะหมดไป ทำให้ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงไฟจะโคมไฟข้างทาง ที่คอยส่องแสงออกมาโดยรอบ ทำมห้หมู่บ้านไม่มืดมิดจนเกินไป


    เมื่อด้านนอกเริ่มมืดลง ภายในบ้านทั้งครรชิตและเมย์ ต่างก็รับรู้ถึงยามค่ำคืนที่กำลังกลืนกินหมู่บ้านได้ มันได้ทำให้ทั้งคู่ต่างลงมือ ในการถอนพลังมานาออกจากพื้นดินรอบๆ จนพลังมานาที่อยู่ในพื้นดินหายไป


    ในตอนแรกพลังมานาของพื้นดินไม่มากพอ สำหรับการเร่งการเจริญเติบโตของธัญพืช พวกเขาจึงใช้วิธีเดียวกันกับในมิติ ที่บ้านในเมืองโคลอสเซียมทะเลทราย ด้วยการใช้ศิลาจิตอสูรบดละเอียดผสมลงในดิน พร้อมกับกระจายพลังมานาออกไป


    "ไปกันเถอะ"


    เมื่อครรชิตพูดเสร็จพวกเขาทั้งคู่ ต่างก็พุ่งตัวออกจากตัวบ้าน ก่อนจะกลายเป็นเส้นแสงสีดำและแดงตัดผ่านท้องฟ้า ก่อนจะหายลับไปในไม่กี่วินาทีต่อมา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1124 phairatw (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 18:33
    ขอบคุณครับ
    #1,124
    0
  2. #941 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 22:07
    ขอบคุณครับ
    #941
    0
  3. #940 kamol1122 (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:22
    สนุกดีครับ
    #940
    0
  4. #939 Gnuh (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 13:06
    ขอบคุณครับ
    #939
    0
  5. #938 Olee-Beer (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 06:28
    เนื้อเรื่องเนียนขึ้นครับ น่าติดตามๆ สู้ไรท์
    #938
    0
  6. #937 cutehell (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 00:10
    พัฒนาขึ้นแล้ว ตอนหลังๆมีการพัฒนาที่ดี อ่านไม่ติดขัด ไม่มีคำฟุ่มเฟือย คำผิดน้อยลงมาก สำนวนดีขึ้นเยอะมาก แบบนี้สิถึงจะไปรอด
    เนื้อเรื่องเริ่มน่าติดตาม
    #937
    0
  7. #936 wava_love (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 22:52
    รออ่านตอนตบเกรียนนน คนในตระกูล
    #936
    0