ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 88 : สุสานดาบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,098
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    18 ต.ค. 59

บทที่ 2 : สุสานดาบ




    หลังจากจบารประลองกับซาซิล ครรชิตไม่ได้ลงประลองอีกเลย เขาเอาแต่ทำภารกิจ และท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ โดยมีโคลอสเซียม ที่เขาได้ซื้อบ้านไว้หนึ่งหลัง เป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทาง


    เขาตระเวนไปตามพื้นที่ต่างๆ ของพื่นที่ชั้นสี่ในภูเขามานาแกล ในระยะทางเกือบสามร้อยกิโลเมตร รอบๆโคลอสเซียมทะเลทราย เขาพบกับโคลอสเซียมอีกแห่ง มันอยู่ไกลจากโคลอสเซียมทะเลทราย เกือบสองร้อยกิโลเมตร


    มันเป็นโคลอสเซียม ที่อยู่ในหุบเหวลึก มันอยู่กลางหุบเหวเลยทีเดียว การจะลงไปนั้น ต้องอาศัยสัตว์ที่บินได้ หรือจะไต่ผนังหุบเหวลงไปก็ได้ ซึ่งตามหุบเหวนั้น จะมีถ้ำอยู่มากมาย ซึ่งสามารถเข้าไปหาแร่ต่างๆมาใช้ได้


    ยิ่งถ้ำอยู่ใกล้กับโคลอสเซียมเท่าใด มันก็ยิ่งเป็นแร่ที่มีค่าเป็นอย่างมาก แต่มันก็เต็มไปด้วยอันตรายเช่นกัน แทบทุกถ้ำ จะมีจุดเคลื่อนย้ายวางไว้ให้ ซึ่งต้องซื้อจารึกเวทย์เคลื่อนย้าย จากโคลอสเซียมแห่งนี้เท่านั้น ไม่สามารถใช้นอกหุบเหวนี้ได้


    ครรชิตมองไปยังถ้ำแห่งหนึ่ง มันเป็นถ้ำที่พิเศษ เพราะมันเหมืองแร่กึ่งดันเจี้ยน ถ้ำนี้มีชื่อเรียกว่า'แสงแห่งแร่' มันเป็นชื่อที่คนในโคลอสเซียมเรียกกัน เพราะสถานที่แห่งนี้ มีแร่พิเศษที่เป็นคริสตัล มันสามารถเรืองแสงได้ เมื่ออยู่ในที่มืดหรือตอนกลางคืน


    ชายหนุ่มไม่ได้อยู่คนเดียวที่หน้าถ้ำแห่งนี้ ยังมีเด็กสาวหรือลูกศิษย์ของเขา'เมย์'อยู่ด้วย เธอกำลังเช็คอุปกรณ์สวมใส่ทุกชิ้น และจัดมันให้เข้าที่เข้าทาง


    "เมย์ เจ้าจะลองลงดันเจี้ยนดูไหม" เขาถามด้วยท่าทางขบขัน เพราะเธอยังไม่เลิกจัด พวกอุปกรณ์เวทย์ทั้งหลายตั้งแต่มาถึง


    "ค่ะ แล้วท่านอาจารย์ล่ะ ไม่ลงไปพร้อมกับข้าหรอ" เธอถามอย่างสงสัย เพราะทุกครั้ง ที่เธอและอาจารย์ลงมายังถ้ำพวกนี้ เขามักจะเข้าไปกับเธอ เพื่อคอยดูแลเธอในตอนแรกๆ หลังจากนั้นพวกเขาก็จะแยกกันสำรวจ


    "ลงสิ แต่เจ้าทำภารกิจเสร็จแล้ว ก็กลับไปก่อนได้เลย ข้าจะเข้าไปสำรวจด้านในส่วนลึก ของดันเจี้ยนนี้ดูสักหน่อย"


    "ทราบแล้วค่ะ ถ้าอย่างงั้น เราเข้าไปกันเลยไหมค่ะ ข้าอยากเข้าดันเจี้ยนมานานแล้ว" แววตาของเธอเป็นประกาย เมื่อพูดถึงเรื่องลงดันเจี้ยน


    "ฮ่าๆ เอาสิ เจ้านำไปก่อนเลย" เขาผายมือไปด้านหน้า ก่อนจะหลบให้เด็กสาว เดินเข้าถ้ำไปก่อนตนเอง


    พวกเขาเดินผ่านม่านน้ำวนสีฟ้าเข้าไป มันคือทางเข้าของดันเจี้ยนทุกแห่ง มันเหมือนสิ่งบ่งบอกว่า สถานที่นั้นมีดันเจี้ยนอยู่หรือไม่ ก็ให้สังเกตม่านน้ำวนนั้นเอง การจะหาม่านน้ำวนนั้น มักจะหาตามจุดที่พลังมานาไม่คงที่ หรือมีสัตว์เวทรวมอยู่กันเยอะๆ ยิ่งสีของน้ำวนเข้มเท่าใด ยิ่งบ่งบอกถึงระดับความยากของมันเท่านั้น


    ระดับความยากของดันเจี้ยน จะแบ่งตามระดับสัตว์เวทที่อยู่ด้านใน อย่างสีฟ้าเช่นนี้ หมายถึงสัตว์เวทอยู่ที่ระดับสี่ถึงห้า ถ้าเป็นม่านน้ำวนสีฟ้าอ่อนจนเกือบขาว นั้นคือระดับสามลงไป ส่วนสีน้ำเงินคือดันเจี้ยน ที่มีสัตว์เวทระดับหกและระดับเจ็ดอาศัยอยู่ ม่านน้ำวนสีม่วงบ่งบอกถึง ดันเจี้ยนนั้นมีสัตว์เวทอยู่ที่ระดับแปด ส่วนสีดำหมายถึงมีสัตว์เวทระดับเก้าอยู่


    บอสของดันเจี้ยนก็จะมีระดับสูงสุด ของสัตว์เวทที่อาศัยอยู่ภายในดันเจี่ยน เช่นดันเจี้ยนแสงแห่งแร่ ก็มีโกเลมธาตุโลหะระดับห้าเป็นบอส ซึ่งปรกติแล้ว ถ้าดันเจี้ยนไม่เป็นระดับม่านน้ำสีดำ ก็จะไม่มีบอสอยู่ในดันเจี้ยน แต่สำหรับที่นี้ ถือว่าเป็นกรณีพิเศษ


    สัตว์เวทที่อาศัยอยู่ภายใน ก็มีความแตกต่างจากสัตว์เวทภายนอก กล่าวคือพวกมันไม่มีศิลาจิตอสูรในตัว พวกมันมีศิลาจิตอสูรรวมกัน ซึ่งมันจะอยู่ในชั้นลึกที่สุด หรืออยู่กลับบอสของดันเจี้ยนก็ได้


    เมื่อพวกมันตายลง จึงไม่เหลือร่างกายให้เก็บเกี่ยววัตถุดิบ แต่จะมีสิ่งของตกอยู่แทน บ้างครั้งก็เป็นชิ้นส่วนของมัน หรืออาจจะเป็นอาวุธที่ทำจากร่างกายของมันก็มี แต่ที่พบได้บ่อยที่สุด กลับเป็นสิ่งที่เรียกว่า'เศษจิตวิญญาณ' ซึ่งถือว่าเป็นของดีพอสมควร


    เจ้าเศษจิตวิญญาณนี้ มีลักษณะเป็นลูกไฟ ซึ่งสีของพวกมัน ก็จะเป็นไปตามสีของม่านน้ำวน พวกมันสามารถนำไปแลกของได้ ที่ห้องหน้าทางเข้าดันเจี้ยน เพราะเมื่อเข้ามาในดันเจี้ยน ก็จะพบกับห้องเริ่มต้น มันจะเป็นห้องที่มีร้านค้าและที่พักบริการ การใช้จ่ายในนี้จะใช้เศษจิตวิญญาณทั้งสิ้น


    เมื่อได้รับเศษจิตวิญญาณมา มันจะถูกบันทึกอยู่ในบัตรแสดงตน เศษจิตวิญญษณจะใช้ได้เฉพาะ ดันเจี้ยนที่มีสีเหมือนกันเท่านั้น ถ้ามีของสีฟ้าก็ไม่สามารถใช้ในระดับสีอื่นๆได้ นอกจากดันเจี้ยนที่มีสีเหมือนกัน


    ส่วนมากของที่ใช้เศษจิตวิญญาณแลก ก็จะเป็นชิ้นส่วนสัตว์เวทนั้นเอง ทำให้มีบ้างอาณาจักร ที่มีดันเจี้ยนจำนวนมาก จนแทบจะไม่มีสัตว์เวทอยู่ด้านนอกเลย ก็จะสร้างเมืองรอบดันเจี้ยน เพื่อเก็บเกี่ยววัตถุดิบจากดันเจี้ยน แทนการเก็บเกี่ยวจากพวกสัตว์เวทด้านนอก ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ


    "เดินหน้าไปอีกสักสี่สิบเมตร เราก็จะถึงส่วนที่เป็นเหมืองแร่แล้ว ตรงนั้นเราสามารถขุดแร่ได้ หรือจะไปต่อยังส่วนที่มีสัตว์เวทก็ได้เช่นกัน" เขาพูดขณะมองแผนที่ถือเอาไว้ มันเป็นแผ่นที่หนังเก่าแผนหนึ่ง ซึ่งมีขายอยู่ที่เมืองโคลอสเซียมหุบเหวแห่งนี้


    "ท่านอาจารย์ พวกนักล่าดันเจี้ยนด้านนอก เขาไม่ลงมากันหรอ"


    เขามองไปที่เธอ ก่อนจะตอบแบบยิ้มๆ "เวลานี้เป็นเวลาพักของพวกเขานะ นี้ก็จะเที่ยงอยู่แล้วไม่ใช่หรอ"


    "นั้นสินะ ว่าแต่เรามาทานข้าวกลางวันกันไหม ท่านอาจารย์" เด็กสาวพูดไม่ทันจบ เธอก็เอากล่องข้าวขึ้นมา พร้อมเตรียมกินเสียแล้ว


    "เจ้านี้ตะกละจริงๆ แต่เอาเถอะ ข้าก็หิวอยู่บ้าง หลังจากกินเสร็จเราก็จะไปลุยกันต่อเลย"


    พวกเขากินข้าวไปหยอกล้อกันไป ตามประสาศิษย์-อาจารย์ ทั้งสองคนใช้เวลาไม่นาน ก็จัดการข้าวกล่องจนหมดสิ้น มันเป็นอาหารง่ายๆ มีเพียงแซนวิชไส้แฮม กินคู่กับน้ำผลไม้สด โดยมีผลไม้เชื่อมเป็นของหวาน


    การต่อสู้กับสัตว์เวทในดันเจี้ยน ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับทั้งคู่ มีแต่เด็กสาวเท่านั้น ที่ไม่สามารถรับมือกับสัตว์เวทจำนวนมากได้ ทำให้การสำรวจดันเจี้ยนนั้น เป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่ก็ไม่มีการหยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย


    เมื่อผ่านชั้นแรกไปแล้วทั้งคู่ก็แยกกัน โดยครรชิตจะลงไปชั้นที่ลึกกว่านี้ ส่วนเมย์จะล่าสัตว์เวทที่ชั้นนี้ไป เพื่อทำภารกิจที่รับมาให้เสร็จเรียบร้อย ก่อนจะย้อนกลับไปที่ชั้นเหมือง เพื่อรวบรวมแร่ตามรายการ ที่ได้รับมาจากช่างตีเหล้กคนหนึ่ง ในเมืองโคลอสเซียมแห่งนี้


    ครรชิตที่มุ่งหน้าไปเรื่อยๆ เริ่มเจอสัตว์เวทระดับห้าบ้างแล้ว แต่เพราะการฝึกฝนและการต่อสู้ที่ผ่านมา ทำให้เขามีความแข็งแกรงมากขึ้น และมีเทคนิครวมทั้งไหวพริบที่มากกว่าเดิม ทำให้พวกสัตว์เวทระดับห้า ไม่อาจจะทำอันตรายแก่เขาได้อีกต่อไป เพราะตอนนี้ ระดับพลังมานาของเขา เข้าสู่ขั้นเจ็ดระดับสองแล้ว ซึ่งถือว่าเขาเป็นจอมเวทย์ทวิธาตุแล้วนั้นเอง


    พลังธาตุที่สองนั้น เขายังไม่ตัดสินใจว่าจะใช้ธาตุใดดี เพราะการใช้พลังมานาและพลังลมปราณนั้น พวกมันทั้งสองต่างแยกกันใช้ ไม่ใช้หนึ่งเดียวกัน เพียงแค่สามารถใช้พลังลมปราณเปลี่ยนมัน ให้เป็นพลังมานาได้ เพื่อให้มีพลังมานาจำนวนมหาศาล แต่ลมปราณของเขา ที่เปลี่ยนไป ก็ต้องรวบรวมขึ้นมาใหม่นั้นเอง


    ยิ่งเข้าไปลึกเท่าใด ความหนาแน่นของสัตว์เวทยิ่งมากขึ้นเท่านั้น จนในที่สุด เขาก็มาถึงชั้นที่ลึกที่สุด มันเป็นห้องที่มีเพดานสูงมาก ซึ่งแตกต่างจากชั้นที่ผ่านมาทั้งหมด เพราะชั้นอื่นๆนั้น มีเพดานสูงเพียงหกถึงเจ็ดเมตรเท่านั้น แต่ชั้นนี้เพดานสูงถึงยี่สิบเมตร ตรงกลางห้อง มีรูปปั้นมนุษย์ขนาดใหญ่ ที่สูงเกือบสิบเมตร มันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น


    มันคือบอสของดันเจี้ยนนี้ไม่ผิดแน่ การทำลายร่างกายของมัน ไม่ใช่สิ่งที่จะฆ่ามันได้ จากคำแนะนำที่ได้มา ต้องทำลายแก่นกลาง หรือศิลาจิตอสูรของมันลง จึงจะเป็นการฆ่ามันได้จริงๆ หลังจากฆ่ามันได้ มันจะเกิดใหม่ในไม่ช้า ทำให้เป็นการยากทีจะฆ่ามันให้ตายจริงๆ เพราะต้องทำลายดันเจี้ยนในคราวเดียว ถึงจะเป็นการทำลายบอสจริงๆนั้นเอง


    ด้วยพลังระดับห้าขั้นปลาย ไม่ใช่ปัญหาของครรชิตแม้แต่น้อย เขาใช้มหาเวทย์โกเลม เพื่อจับมันให้อยู่นิ่งๆ ด้วยการร่ายมหาเวทย์ โดยใช้พลังมานาจำนวนมหาศาล ทำให้จากที่มีเพียงใบหน้าและแขน กลายเป็นรูปร่างมนุษย์อย่างแท้จริง และมีขนาดใหญ่กว่าเจ้าโกเลมโลหะเสียอีก ด้วยการถูกจับเอาไว้ ทำให้ในไม่กี่นาที มันก็ถูกทำลายแก่นกลางลงไป


    หลังจากบอสตายไปแล้ว ก็ปรากฏของรางวัล มันเป็นหีบโลหะสามใบ ทุกใบมีลักษณะเหมือนกัน นี้เป็นรางวัลทั่วไป สำหรับการลงมาที่ชั้นลึกที่สุดของดันเจี้ยนได้ ทุกครั้งที่ลงมาจนสุด จะสามารถเลือกกล่องเพื่อเปิดได้หนึ่งกล่อง


    ของรางวัล มีตั้งแต่วัตถุดิบของสัตว์เวททุกตัว ในดันเจี้ยนแบบสุ่ม ไปจนถึงอาวุธชั้นดีที่ทำจากชิ้นส่วนสัตว์เวท ของที่ดีที่สุด ก็คือศิลาจิตอสูรระดับสูงสุดของดันเจี้ยนเต็มกล่อง


    แต่ของรางวัลส่วนมากแล้ว ทุกคนมักจะได้เพียงชิ้นส่วนสัตว์เวทจำนวนมากก็เท่านั้น มีเพียงไม่กี่กลุ่มที่ได้อุปกรณ์เวทมนตร์ และแทบจะไม่เคยได้ศิลาจิตอสูรเลย หลังจากเขาเปิดกล่อง ปรากฏเพียงชิ้นส่วนสัตว์เวทหลายสิบชิ้น เขาเก็บมันเข้าแหวนมิติไป ก่อนจะเดินลึกลงไปอีก


    แผนที่หนัง แสดงว่าชั้นล่างนี้ เป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่มากกว่าห้องบอสเสียอีก ผนังของมัน มีแร่ที่ส่องแสงอยู่ตลอดเวลา มันมีมากกว่าเหมืองแร่ชั้นบนเสียอีก ทั้งรูปร่างและขนาดก็มีความใหญ่โตยิ่งกว่า


    แผ่นหนังนี้ มีหลายอย่างอย่างเขียนไว้ รวมทั้งวิธีเข้าห้องลับนี้ก็ด้วย ที่ทางเข้าสู่ถ้ำ จะมีม่านน้ำวนเหมือนทางเข้าดันเจี้ยน เพียงแต่มันใสเสียจนเห็นด้านในนั้นเอง วิธีการเข้าไปก็ไม่ยาก เพียงแค่ถ่ายมานาลงไปเล็กน้อย ถ้ามีคุณสมบัติมากพอ มันก็จะเปิดออก แต่ถ้าไม่ มันจะส่งกลับไปยังหน้าทางเข้าดันเจี้ยน


    หลังจากเข้ามาด้านใน เขาก็พบว่าสถานที่ที่เขาลงไป มันเป็นชั้นลับ ที่พวกนักล่าดันเจี้ยนค้นพบ ไม่ผิดแน่นอน มันเป็นชั้นที่เต็มไปด้วยดาบจำนวนมาก ทุกเล่มล้วนปักอยู่บนพื้นหินของชั้นนี้ ดาบพวกนี้ มีทั้งที่พุผังไปบ้างแล้ว และยังมีสภาพดีปะปนกันอยู่


    ดาบชนิดต่างๆในถ้ำนี้ มันจะเป็นผู้เลือกเจ้าเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันจะมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง สถานที่แบบนี้มักจะเรียกว่าสุสานอาวุธ มันเป็นที่ที่ดาบที่มีจิตวิญญาณจะมาร่วมกัน เพื่อรอให้เจ้านายคนใหม่ปรากฏตัว


    สถานที่แบบนี้มีอยู่ทั่วไปทุกมุมโลก แต่ส่วนมากมันจะอยู่ในสถานที่ที่อันตรายสูง เพื่อป้องกันตัวของพวกมันเอง และเป็นการทดสอบไปในตัว


    "ไม่นานเชื่อ ว่าที่นี้จะเข้ามาถึงได้ง่ายดายเช่นนี้ ข้าจะมีโอกาศได้รับดาบไปบ้างไหมน่ะ" เขาพูดออกมาเบาๆ ก่อนจะจ้องมองไปยังถ้ำ ที่พื้นหินเต็มไปด้วยดาบนั้นหมื่นๆเล่ม พวกมันจัดเรียงกันอย่างสวยงาม และมัรูปแบบที่แปลกประหลาด


    ราวกับพวกมันรับรู้ถึงคำพูดของชายหนุ่ม ดาบบางเล่มเริ่มเรืองแสงขึ้นมา และบางเล่มเริ่มมีอาการสั่นสะท้านขึ้น นี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า มีดาบบางเล่ม ที่พร้อมจะรับใช้นายใหม่นั้นเอง


    ครรชิต ค่อยๆเดินเข้าไปยังตรงกลางของสุสานดาบ ตรงนั้น มีแท่นหินที่ยกสูงขึ้นมาเกือบเมตร ตรงกลางแท่นหิน มีดาบหินขนาดใหญ่ปักเอาไว้ บนตัวดาบเขียนด้วยภาษาที่ไม่เคยพบเห็นที่ใดมาก่อน ตัวอักษรเหล่านี้มีพลังกดดันที่รุนแรง ต่อใครก็ตามที่จ้องมองไปยังมัน


    จากคำแนะนำของนักล่าดันเจี้ยน วิธีจะได้รับดาบ คือการส่งพลังมานาของตนไปยังแท่นหิน ซึ่งแท่นหินจะเป็นผู้ตัดสิน ว่าดาบเล่มใดเหมาะสมกับมานาที่ได้รับ และมานานั้น มีความเหมาะสมที่จะได้รับดาบหรือไม่


    โดยไม่รอช้า เขาส่งพลังมานาเข้าไปยังแท่นหิน มันเรืองแสงขึ้นมา ก่อนที่พลังมานาที่เป็นสีฟ้าบริสุทธิ์ จะไหลขึ้นไปตามดาบหิน มันทำให้ตัวอักษรนั้นเรืองแสงขึ้นมา ดาบหินค่อยๆลอยขึ้นจากแท่น เมื่อขึ้นไปถึงระยะหนึ่ง มันก็เปล่งแสงจ้าออกมา ปกปิดการมองเห็นของชายหนุ่มเอาไว้



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1121 phairatw (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 18:16
    ขอบคุณครับ
    #1,121
    0
  2. #933 Gnuh (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 14:06
    ขอบคุณครับ
    #933
    0
  3. #913 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 22:05
    ขอบคุณครับ
    #913
    0
  4. #908 123 (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 01:36
    จอมเวทย์ทวิธาตุไม่ใช่ขั้นแปดหรอ?

    ก็ฝึกฝน ต่ำ กลาง สูง

    ใช้เวทย์ ต่ำ กลาง สูง

    จอมเวทย์ ทวิ ไตร แล้วก็ราชา เป็น10ขั้นป่าวอ่ะ?

    เห็นช่วงสงคราม คาลอสบอกขั้นเจ็ดระดับสาม ยังเป็นแค่จอมเวทย์เลยนี่? ถ้าพระเอกทวิก็ต้องขั้นแปดไม่ใช่หรอ?
    #908
    0
  5. #907 toy (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 00:30
    ค้างครับ มาอัพต่อไวๆนะครับ ขอบคุณ
    #907
    0
  6. #906 Aswin@mao21.24.118.81 (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 00:15
    ฮืมม์ ดาบที่อยากได้เจ้านายถึงสั่นสะท้านนี่ดูระริกระรี้ดีแฮะ
    #906
    0
  7. #905 manima (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 23:50
    ขอบคุณครับ สงสัยทำไม่ไม่ไปแก้มือการประลองเข้าสู่ทำเนียบ100อันดับแรกกันนะ
    #905
    0
  8. #904 kamol1122 (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 21:47
    สนุกดีครับ
    #904
    0