ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 86 : ผลการประลองที่ไม่อาจยอมรับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    17 ต.ค. 59

บทที่ 2 : ผลการประลองที่ไม่อาจยอมรับ




    เสาหินสลักลวดลายภาษาเวทย์ มันพุ่งขึ้นมาจากลานประลองนับสิบต้น พวกมันเรียงตัวเป็นวงกลม อยู่ที่ริมสนามประลอง พวกมันเรืองแสงสีฟ้าออกมาจางๆ ทุกตัวอักษรเวทย์เปล่งแสงสีน้ำตาลออกมา แสงสีน้ำตาลและฟ้าตัดกัน จนเกิดเป็นลวดลายที่น่าพิศวงขึ้นบนสนามประลอง


    แรงกดดันทางเวทมนตร์ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีร่างกายของตัวนิ่มเป็นจุดศูนย์กลาง เปลวไฟรอบข้าง ถูกดูดเข้าไปรวมที่ตรงกลางสนามประลอง ที่ซึ่งมีร่างของตัวนิ่มยักษ์ยืนอยู่


    มันอ้าปากกว้าง ราวกับกำลังดูดอากาศเข้าไป ระหว่างเพดานปากของมัน ปรากฏลูกพลังสีแดงสด มีมวลสารสีน้ำตาลหมุนวนรอบมัน อากาศโดยรอบ มีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรุนแรง จนไม่อาจจะเห็นภาพเบื้องหน้าได้ชัด


    ในขณะที่ ซาซิลกำลังรวบพลังของลูกบอลเพลิงในปาก ทางด้านเสาหินทั้งสิบหกต้น พวกมันก็เริ่มแตกออกเป็นชิ้นๆ พวกมันไปรวมกันตรงชายหนุ่ม ที่กำลังยืนมองลูกบอลเพลิงอย่างนิ่งสงบ จากเสาหินธรรมดาๆ มันเริ่มก่อตัวเป็นบางสิ่ง


    หินสีเทาที่มีตัวอักษรสีน้ำตาล พวกมันพุ่งรวมกันเป็นกลุ่มก้อนทรงกลม อยู่ด้านหน้าของครรชิต ส่วนก้อนหินที่เปล่งแสงสีฟ้า พวกมันกลับก่อตัวเป็นแขนขนาดยักษ์คู่หนึ่ง พวกมันลอยอยู่ด้านข้าง ของกลุ่มหินสีเทา ที่กำลังเปล่งแสงสีน้ำตาลเข้มออกมา


    ครรชิตก้าวเดินไปข้างหน้า เขาเข้าไปในกลุ่มหิน ที่มีตัวอักษรสีน้ำตาลเปล่งแสงอยู่


    แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก!...


    ก้อนหินสีเทา ก้อนแล้วก้อนเล่า พวกมันเริ่มก่อตัวเป็นใบหน้า ของมนุษย์ขนาดใหญ่ ครรชิตอยู่กลางหน้าผากของมัน โดยพวกมันก่อตัวเป็นเกราะป้องกันเขา ดวงตาของใบหน้านี้ เปล่งแสงสีน้ำตาลออกมา ในปากของมัน เต็มไปด้วยหินที่แหลมคม


    มือหินสีเทาที่เปล่งฟ้าทั้งสองข้าง พวกมัน กลายเป็นมือที่เชื่อมต่อกับใบหน้า ด้วยเส้นใยที่มองไม่เห็น ซึ่งเปล่งแสงสีฟ้าผสมสีน้ำตาลออกมา หินที่เปล่งแสงสีน้ำตาล บางส่วนได้ฝั่งลงไป ในบางจุดของมือยักษ์นี้ ทั้งบริเวณปลายนิ้ว และข้อมือ


    ถึงแม้พวกมันจะรวมตัวกันแล้ว ทำให้พวกมันควรมีน้ำหนัก ที่มากมายมหาศาล แต่พวกมันกลับไม่ตกลงบนพื้น ตามกฏแรงโน้มถ่วง แทนที่จะตก พวกมันกลับลอยอยู่กลางอากาศ


    ฮูม!


    ใบหน้าของโกเลมยักษ์นี้ มันส่งเสียงขู่คำรามออกไป จนเกิดเป็นคลื่นเสียง ที่สั่นสะเทือนอากาศ จนเห็นเป็นชั้นเสียงอย่างชัดเจน


    ในเวลาเดียวกัน ลูกบอลเพลิงในปากของซาซิล มันก็เคลื่อนตัวออกไปด้านนอกปากของมัน มันมีความร้อนที่สูงมาก ร้อนเสียจนอากาศถูกเผาไหม้ เกิดเป็นเปลวไฟสีฟ้า แพร่กระจายไปทุกทิศทาง


    โฮก~~~


    เสียงคำราม ที่ดังออกมาจากปากของซาซิล มันทำลายคลื่นเสียงของโกเลมจนหมดสิ้น พร้อมกลับผลักลูกบอลเพลิงออกไปช้าๆ


    ฟุ่บ!


    ลูกบอลเพลิง ที่ตอนแรกเคลื่อนอย่างช้าๆ กลับเร่งความเร็วขึ้นในเสี้ยววินาที กลายเป็นภาพเลือนรางเท่านั้น แต่ทิศทางกลับเด่นชัด มันพุ่งไปยังที่ที่ครรชิตอยู่นั้นเอง!


    อากาศเกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างที่มันผ่าน กลายเป็นเปลวเพลิงสีฟ้าจนหมดสิ้น สนามประลองสว่างวาบไปด้วยแสงสีฟ้า และคลื่นความร้อนสูง


    "บ้าเอ้ย! ชิลด์!" เสียงตะโกนดังขึ้น จากหน้าผากของใบหน้าขนาดยักษ์


    แขนหินทั้งสองข้าง แตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ พวกมันรวมตัวกันใหม่ เป็นโล่รูปหกเหลี่ยม ทั้งหมดหกชิ้น ทั้งหมดซ่อนกันเป็นชั้นๆ ส่วนใบหน้ากลายเป็นโดมหินสีน้ำตาล มันครอบตัวของครรชิตเอาไว้


    ถึงแม้โดมหินจะมืดทึบ แต่คนที่อยู่ด้านใน กลับสามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอกได้ ครรชิตที่อยู่ด้านใน จ้องมองไปยังมหาเวทย์ของสัตว์เวท ที่กำลังพุ่งชนโล่ของโกเลม ที่เขาเพิ่งอัญเชิญออกมา


    เสียงระเบิดดังกึกก้อง สนั่นไปทั่วทั้งโคลอสเซียม โล่หินแตกทีละชั้นๆ จนหมดสิ้น เปลวเพลิงสีฟ้า มันกลืนกินไปทั้งสนามประลอง เห็นเพียงเงาของร่างของสัตว์ยักษ์ ที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้


    แต่ทว่า อีกด้วยหนึ่งของสนามประลอง กองหินขนาดใหญ่ ถูกทำลายเป็นเศษซาก กองอยู่รวมกันในอีกทีหนึ่ง แม้ส่วนใหญ่จะกลายเป็นซากไปแล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วน ที่ยังคงมีแสงสีน้ำตาล และสีฟ้าเรืองแสงอยู่ แต่มันก็ริบรี่เต็มทน


    แกร๊ก!


    เศษหินหลายก้อน ที่ยังคงเปล่งแสงเรืองๆอยู่ พวกมันค่อยๆขยับทีละก้อนๆ นับได้เกือบสิบก้อน มันเคลื่อนตัวเป็นวงกลม โดยมีจุดศูนย์กลาง เป็นส่วนที่มีแสงเปล่งออกมามากที่สุด


    ด้านในตรงกลางของกลุ่มหินนั้น มีครรชิตที่กำลังยืนอย่างสงบนิ่ง จ้องมองไปที่เงาร่างของสัตว์ยักษ์ ที่ตอนนี้มันก็จ้องกลับมาเช่นกัน ทั้งคู่ต่างจ้องมองกันอย่างเฉยชา


    แต่ทว่า มานารอบกายเขา มันกลับบ้าคลั่งและปั่นป่วนอย่างยิ่ง นอกจากคลื่นมาที่ปั่นป่วนแล้ว ยังมีชั้นที่ของเหลวก็ไม่ใช่เป็นก๊าซก็ไม่เชิง พวกมันมีหลากสีสัน นับได้ถึงห้าสี มันมีทั้งสีน้ำตาล สีเขียวออกเหลือง สีเขียวเข้ม สีดำและสีฟ้าจางๆ พวกมันห่อหุ้มผิวของชายหนุ่มไว้ทุกส่วน


    ในตอนที่ลูกพลังของซาซิล กำลังทะลวงโล่หินทรงหกเหลี่ยมเข้ามา พลังมานาที่อยู่ในร่างกายของเขา มันก็ปะทุขึ้นมา ส่งพลังเกือบทั้งหมด ไปยังโล่พลังงานสีน้ำตาล ซึ่งเป็นเกราะชั้นสุดท้าย เช่นเดียวกัน เม็ดพลังลมปราณทั้งสามตน ต่างก็ส่งพลังออกมา จนทะเลลมปราณของชายหนุ่มเกือบเหือดแห้ง


    พลังงานทั้งหมดทั้งมวล ต่างก่อตัวเป็นโล่อีกชั้น ต่อจากโล่หินสีน้ำตาล ทำให้ลูกพลังเพลิง ไม่อาจจะทำลายเกราะป้องกันนี้ได้ แต่มันก็มีผลสะท้อนกลับ ทำให้เขาไม่อาจจะควบคุมพลังที่เรียกออกมาได้


    กรร! แกว๊ก! ฟ่อ!


    เสียงของเหล่าสัตว์ ดังออกมาจากโล่หลากสี พวกมันต่างแยกชั้นกัน แล้วก่อตัวเป็นสิงมีชีวิตสามอย่าง ได้แก่หมาป่าขนาดพอๆ กับเจ้าตัวนิ่มยักษ์เลยทีเดียว นกฮูกสีเขียวน้ำตาล ตัวใหญ่เกือบเท่ารถคันใหญ่ๆ งูสีเขียวมรกต ที่มีดวงตาสีแดงสด มันมีความยาวเกือบสิบเมตร ลำตัวหนาเท่าผู้ใหญ่สองคน


    สัตว์เวททั้งสามตัว ทำให้สนามประลอง ที่กว่าเกือบสิบห้าเมตร กลายเป็นคับแคบในทันที พวกมันไม่สนสิ่งใด ทุกตัวต่างจ้องไปยังเจ้าตัวนิ่มยักษ์ พร้อมเปล่งเสียงขู่คำรามออกมา เสียงนั้น เต็มไปด้วยจิตสังหาร และแรงกดดันมานา ที่มุ่งตรงไปยังซาซิล


    มันทำให้พื้นหินของโคลอสเซียม ส่งเสียงดังลั่น เหมือนกับว่ามันกำลังปริแตก โดยเฉพาะตรงที่มีร่างของซาซิล ร่างของมันถูกกดด้วยแรงกดดันมหาศาล จนร่งกายแทบจะราบไปกับพื้น แม้แต่จะอ้าปากก็ยังทำไม่ได้ มีเพียงสายตา ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และยอมจำนวนเท่านั้น ที่ยังคงกรอกไปกรอกมาได้


    ครรชิตขยับตัว เพื่อจัดท่านั่งของตนเอง จนสามารถนั่งขัดสมาสได้ เข้าเริ่มโคจรพลังลมปราณ และดูดรั้งลมปราณที่ปล่อยออกมากลับเข้าไป พร้อมกลับพยายามควบคุมพลังมานาของเขา ที่ตอนนี้แตกกระจายเป็นสองส่วน ระหว่างส่วนที่กลายเป็นมานาธาตุดิน กับมานาที่ยังคงเป็นมานาบริสุทธิ์


    การฟื้นฟูพลังของชายหนุ่ม เป็นไปอย่างช้าๆ เช่นเดียวกันกับบาดแผลบนร่างกาย ที่ค่อยๆหายสนิท แม้จะมีเกราะลมปราณและมานา คอยรับแรงระเบิดไว้ให้ แต่ยังคงมีบางส่วนที่เล็ดลอดเข้ามาได้ มันสร้างความเสียหายให้แก่เขาเล็กน้อย แต่ก็มีหลายแก่ง ที่เป็นรอยไหม้ขนาดใหญ่พอดู


    เมื่อลมปราณถูกดูดกลับจนหมด สัตว์เวทขนาดยักษ์ทั้งสามตัว ต่างก็เริ่มจางหายไป มันจางหายไปพร้อมกับเอาจิตสังหาร และพลังกดดันทางมานาหายไปด้วย ทำให้ร่างกายขนาดใหญ่ของซาซิล กลับมาขยับได้อีกครั้ง มันหันมามองทางชายหนุ่มอย่างหวาดกลัว ก่อนจะถอยหนีไปสุดสนาม


    ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้น ก็รู้แล้วว่า การประลองครั้งนี้ได้จบลงแล้ว ถึงแม้เขาจะชนะมาได้ แต่ก็ไม่ใช้เพราะพลังของตัวเองทั้งหมด แต่มันเป็นการยืมพลังมาจากสัตว์เวททั้งสามตนนั้น


    "ข้าขอยอมแพ้" สิ้นเสียงของครรชิต สนามประลองก็หายไปจากสายตาของเขา กลายเป็นอุโมงทางเข้าโคลอสเซียมแทน


    เขาเดินออกมาจากโคลอสเซียม ด้วยรอยยิ้มแห้งๆ ก่อนจะพูดคุยกับเมสสักเล็กน้อย แล้วมุ่งตรงกลับที่พักในทันที


    ระบบของโคลอสเซียม ทุกการประลองที่เริ่มขึ้น จะมีสองทางเลือก สำหรับออกจากสนามประลอง หนึ่งคือชนะ และสองคือพ่ายแพ้ การพ่ายแพ้มีหลายรูปแบบ ทั้งยอมแพ้ หมดสภาพการประลอง หรือว่าตาย


    แต่ทว่า การประลองในโคลอสเซียมนั้น ไม่มีการตายกันจริงๆ เพราะมันเป็นหนึ่งในเวทมนตร์ที่ลึกลับที่สุด เวทย์แห่งความตาย เป็นเวทย์ธาตุมืด ที่ไม่ผู้ใดใช่มันได้อีกแล้ว แต่ที่โคลอสเซียมแห่งนี้ ทุกๆสนามประลอง กลับมีการสลักเวทย์บทนี้เอาไว้ มันจะทำให้ผู้ที่เข้าสู้ ไม่มีความตายจริงปรากฏ มีแต่การตายและบาดเจ็บเทียมเท่านั้น


    เมื่อการประลองจบลง ทุกคนจะถูกเคลื่อนย้ายออกมา พวกเขาจะปรากฏตัว ที่อุโมงค์ทางเข้าของโคลอสเซียมเสมอ นั้นทำให้ ทุกการประลอง จะเป็นการต่อสู้ที่จะเอาจริงจนถึงชีวิต และยังเป็นสถานที่สำหรับตัดสินปัญหากันอีกด้วย


    ในขณะที่ ครรชิตกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องของตัวเอง อย่างสงบเสงี่ยมและไร้ซึ่งสิ่งรบกวน


    อีกด้านหนึ่ง ทางด้านของซาซิล หลังจากกลับออกมาจากสนามประลอง มันเดินทางด้วยความรีบเร่ง มันมุ่งหน้าไปยังโซนหนึ่ง ของเมืองโคลอสเซียมแห่งนั้น มันเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยบาร์เหล้า


    'เอลเยือกหนึ่ง' เสียงสั่งเบียร์ของซาซิล เต็มไปด้วยความโกรธ และความหวาดกลัวที่แฝงอยู่


    บาร์เทนเดอร์ของที่นี้ไม่ถามให้มากความ เขานำเอาเยือกขนาดใหญ่ ที่ด้านในเต็มไปด้วยเบียร์ที่มีสีดำเข้ม มาว่างไว้ตรงหน้าของซาซิล หน้าตาของครึ่งมุนษย์ครึ่งตัวนิ่ม ตอนนี้มีลักษณะเหมือนกลืนไม่เข้าคายก็ไม่ออก


    เขาหยิบเบียร์เอลขึ้นมา ก่อนจะกระดกมันจนหมด ก่อนจะเปล่งเสียด้วยความโกรธออกมาเบาๆ "ครรชิต!"


    เสียงของซาซิลดังออกมาจากหลอดลมจริงๆ มันเป็นเสียงที่แหบพร่าเบาๆ แต่มันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจเป็นอย่างมาก ในทุกตัวอักษรที่เปล่งออมา


    ด้วยความที่บาร์เทนเดอร์เป็นเผ่าหมาป่า ทำให้เขาได้ยินอย่างชัดเจน การพูดชื่อของใครสักคน ด้วยเสียงจริงๆของพวกเขา มันมีอยู่วสองความหมายเท่านั้น หนึ่งแค้นอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก จนไม่อาจจะอยู่ร่วมกันได้อีก กับอีกอย่าง คือการยอมรับอีกฝ่ายอย่างที่สุด แต่จากน้ำเสียงแล้ว คงจะเป็นอย่างแรกเสียมากกว่า


    บาร์เทนเดอร์หนุ่ม ได้แต่ภาวนาให้เจ้าของชื่อ มีโชคดี ในการรอดพ้นจากความโกรธ ของซาซิลไปได้อย่างเงียบๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1120 phairatw (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 18:08
    ขอบคุณครับ
    #1,120
    0
  2. #931 Gnuh (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 13:47
    ขอบคุณครับ
    #931
    0
  3. #899 ghjnbvffjkk (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 21:15
    ขอบคุณครับ
    #899
    0
  4. #898 Impact Thunder (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 19:52
    สงสัยกลัวจะคลุมพลังไม่อยู่แล้วเผลอทำลายโคลอสเซียมแหงเลยขอยอมแพ้ ขอบคุณครับ
    #898
    0
  5. #896 manima (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 17:00
    ขอบคุณครับ เสียใจกับพระเอกที่ยอมแพ้เสียแต้มอดซื้อบ้านเลย
    #896
    0
  6. #895 toy (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 16:56
    ขอบคุณครับ
    #895
    0