ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 81 : โคลอสเซียม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    9 ต.ค. 59

บทที่ 2 : โคลอสเซียม




    หลังจากพักกินข้าวเที่ยงกันเรียบร้อย พวกเขาก็อำลาพวกแบล็คไบซัน ด้วยการใช้เวทย์ธาตุดิน นำเอาเจ้าพวกพืชที่อยู่ใต้ชั้นหิมะ ขึ้นมาเป็นอาหารให้พวกมันพอสมควร ถือว่าเป็นการรบกวนการหากินของพวกมันนั้นเอง


    เด็กสาวช่วยอาจารย์ของเธอ ด้วยการใช้เวทย์ธาตุไม้ เร่งการเจริญเติบโตของต้นหญ้า และสร้างต้นไม้ขึ้นมาหลายต้น เพื่อเป็นที่พักพิงของพวกมัน รวมทั้งการสร้างพื้นหญ้าขึ้นมาอีกเล็กน้อย


    "อีกไม่ถึงสิบนาที ของพวกนี้ก็สลายไปแล้ว เจ้าจะสร้างมันขึ้นมามากมายทำไม" ครรชิตหันไปถามลูกศิษย์สาวของตน


    "ข้าอยากลองสร้างดู ข้าทำได้ไม่เลวใช่ไหมล่ะ ท่านอาจารย์"


    "นั้นสินะ เอาเถอะเราไปกันดีกว่า"


    ชายหนุ่มนำเด็กสาวจากไป พวกเข้ามุ่งลึกเข้าไปในชั้นสาม ก่อนจะเจอกันหน้าผาของชั้นถัดไป


    หน้าผาแห่งนี้ มีพวกสัตว์เวทที่บินได้หลายร้อยตัวอยู่ พวกมันทำรังและสร้างที่อยู่บนหน้าผานี้ มันทำรังอยู่ที่นี้ โดยรังของพวกมันทอดตัวยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา มีหลายที่ที่เป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น


    พวกเขาเคลื่อนที่ไปตามชะง่อนหินอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันการโจมตีของพวกมัน ด้วยการหลีกเลี่ยงการปะทะ ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่แข็งแกร่งพอ แต่เป็นเพราะไม่อยากเสียเวลากับพวกมันต่างหาก เพราะเจ้าพวกนี้ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เวทที่มีการสื่อสารกับพวกเดียวกันเอง ทำให้พวกมันสามารถระดมพลมาได้เรื่อยๆ


    ยิ่งขึ้นไปสูงเท่าใด พวกสัตว์เวทก็ยิ่งมีจำนวนมากขึ้นไปด้วย เขามองไปยังชะง่อนหน้าผาขั้นถัดไป ที่นั้นมีถ้ำอยู่ด้านหลังของชะง่อนหินอันนั้น สังเกตได้จากผนังที่อยู่ด้านหลังของมัน มันมีลักษณะยุบเข้าไปเล็กน้อย และมีแสงส่องเข้าไปลึกพอสมควร


    พวกเขาเคลื่อนที่ไปยืนบนชะง่อนผา ที่มีถ้ำอยู่ด้านบนของมัน มันเป็นถ้ำที่เกิดจาดรอยแยกของผาหิน ทางเข้ามันมีความกว้างประมาณสี่เมตรเห็นจะได้ ด้านในไม่มีแสงส่องเข้าไปถึง จึงทำให้ไม่ทราบว่าด้านในมีอะไรบ้าง


    ด้านในถ้ำที่แสงพอส่องไปถึง มันส่องให้เห็นถึงผลึกสีทับทิมอยู่หลายสิบแท่ง พวกมันแทงทะลุออกมาผนังถ้ำ ผลึกนั้นสะท้อนแสงกับแสงอาทิตย์ ทำให้เกิดประกายอย่างสวยงาม และส่องแสงสีแดงลึกเข้าไปในถ้ำเล็กน้อย


    ภายในถ้ำ ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ แล้วด้วยการตรวจสอบด้วยลมปราณ ชายหนุ่มก็ไม่พบกับสัญญาณสิ่งมีชีวิตภายใน เขาส่งสัญญาณให้เด็กสาวหยุด


    "เจ้ารออยู่ที่นี้นะ เมย์ ข้าขอตรวจสอบแร่นี้ก่อน ครั้งที่แล้วข้ามายังไม่เห็นมันเลย" ครั้งที่แล้วของเขาคือเมื่อหกเดือนที่ผ่านมานั้นเอง


    ชายหนุ่มจึงเข้าไปด้านใน โดยให้เด็กสาวคอยเฝ้าหน้าถ้ำเอาไว้ เพื่อนำเอาแร่นั้นออกมาตรวจสอบ ชายหนุ่มเข้าไปอย่างช้าๆ แล้วใช้มือหักผลึกทับทิมนั้นออกมาเล็กน้อย มันไม่แข็งแกร่งมากนัก จึงสามารถหักมันได้อย่างง่ายดาย


    มันเป็นผลึกที่คล้ายกับทับทิมทั่วไป แต่มันมีพลังเวทย์ไหลเวียนอยู่เล็กน้อย มันไม่ได้มีธาตุใดจำเพาะ มีเพียงพลังมานาบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่ เขาลองตรวจสอบองค์ประกอบของมันดู แต่ก็พบว่ามันมีเพียงโครงสร้างของอัญมณีทั่วไปเท่านั้น


    การทดสอบว่ามันเป็นอัญมณีเวทย์หรือไม่นั้น มีสองอย่างที่สำคัญคือ มันมีโครงสร้างเป็นวงเวทย์หรือไม่ กับอีกอย่างคือความคงทนในการบรรจุพลังมานาลงไป ถ้ามีทั้งสองข้อมันก็คืออัญมณีเวทย์ แต่ถ้ามีอย่างใดอย่างหนึ่ง มันจะเป็นเพียงอัญมณีเวทย์ที่ไม่สมบูรณ์ การนำไปใช้ก็จำกัดมากขึ้น ส่วนไม่มีสักข้อ มันก็เป็นเพียงอัญมณีทั่วไปเท่านั้น


    เขานำมันมาบรรจุพลังมานาลงไป มันทนการอัดพลังได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น นั้นทำให้ได้ข้อสรุปว่า มันเป็นเพียงอัญมณีทับทิมที่มีพลังมานาอยู่บางเล็กน้อย เหมาะสำหรับทำเครื่องประดับเท่านั้น ไม่เหมาะทำอาวุธหรืออุปกรณ์เวทย์


    เขาเก็บพวกมันมาห้าหกแท่ง เขาจะนำมันไปทำเป็นเครื่องประดับขายดู น่าจะได้หลายเหรียญจิตมารอยู่


    "ไปต่อกันเถอะ แค่ทับทิมธรรมดานะ" ครรชิตพูด ก่อนจะเดินออกไปจากชะง่อนหินไป


    "ค่ะ" เด็กสาวตอบด้วยเสียงเจือนไปด้วยความเสียดาย


    เธอพอจะรู้อยู่บ้างว่า อัญมณีเวทย์ตามธรรมชาตินั้น มีราคาแพงเป็นอย่างมาก และมันยังสามารถนำไปสร้างเป็นอุปกรณ์เวทย์ได้หลายอย่าง


    การเดินทางในช่วงหลังไม่ยากมากนัก เพราะหลังจากถ้ำทับทิม พวกเขาก็ไม่เจอถ้ำหรือสิ่งที่น่าสนใจอีก ทำให้ความเร็วในการเดินทางมากขึ้น ใช้เวลาไม่นาน ในที่สุดพวกเขาก็ขึ้นมาถึงชั้นที่สี่จนได้


    ในชั้นที่สี่ สภาพแวดล้อมแรกก็ยังเหมือนเมื่อหกเดือนก่อน คือเป็นทุ่งหญ้าสีแดงสด มีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่กลางทุ่ง ใบของต้นไม้เป็นสีม่วงเข้ม มีสัตว์เวทอยู่สองสามตัวใต้ต้นไม้นั้น พวกมันเป็นกระต่ายขนาดใหญ่ กลางหน้าผากของมันมีเขาบิดเป็นเกลียว


    พวกมันกำลังจ้องมายังชายหนุ่มและเด็กสาว ก่อนจะกลับไปกินหญ้าสีแดงและใบไม้สีม่วง ที่หล่นอยู่ตามพื้นตามเดิม ตัวของพวกมันมีสีขาวบริสุทธิ์ เขาที่บิดเป็นเกลียวนั้นมีสีแดงสวยงาม และที่เด่นที่สุดคงเป็น ดวงตาสีม่วงอเมทิสที่ส่องประกายสวยงาม การเคลื่อนไหวของมันเป็นไปอย่างช้าๆ มันใช้ขาหน้ารวบรวมใบหญ้าและใบไม้ไว้ข้างกาย ก่อนจะเคี้ยวมันทีละใบๆ


    ชายหนุ่มมองไปรอบๆ ก่อนจะเอากระโจมเวทย์ออกมา เขาเลือกที่กางกระโจมตรงขอบทุ่งหญ้านี้ ตรงส่วนที่ติดกับพื้นที่ทะเลทราย เพราะตรงรอยต่อตรงนี้ ไม่ค่อยมีสัตว์เวทโผล่ออกมามากนัก ไม่เหมือนกับอีกสองแห่งที่ติดกับทุ่งหญ้าสีแดงนี้


    แห่งหนึ่งเป็นภูเขาที่สูงขึ้นไปในแนวตรง เหมือนหน้าผาเสียมากกว่า มันเป็นภูเขาทรงสีเหลี่ยมผืนผ้าสูงเกือบห้าร้อยเมตร ที่ด้านข้างของมันเป็นผนังหินเรียบๆ ไม่มีด้านไหนเลยที่สามารถปืนขึ้นไปได้ นอกเสียจากจะมีปีกบินขึ้นไป ที่ด้านบนของภูเขานี้ มีพวกสัตว์เวทที่ดุร้ายอยู่มากมาย มันจะลงมาจากเขาเป็นบางครั้ง


    ส่วนอีกด้านเป็นสุสานโครงกระดูก มันเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยกระดูกสัตว์ มีทั้งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ในเวลากลางคิน เจ้าพวกโครงกระดูกนี้จะมีชีวิตขึ้นมา ด้วยการถูกจิตวิญญาณของสัตว์เวทบ้างตัว ควบคุมพวกมันนั้นเอง ทำให้มีกองทัพโครงกระดูกเพ่นพ่านในตอนกลางคืน การจัดการกับพวกมันต้องใช้เวทย์แสง หรือเวทย์ที่รุนแรงพอจะป่นกระดูกเป็นผงได้เท่านั้น


    หกเดือนที่แล้ว เขาก็มาไกลสุดแค่เพียงตรงนี้เท่านั้น และมันก็ไม่เหมาะจะทำเป็นที่อยู่เสียเท่าไร มีเพียงตรงนี้ที่พอจะอยู่ได้หลายวันหน่อย เพราะเขาเคยทดสอบ ด้วยการวางจารึกเวทย์ป้องกันไว้ แล้วกลับมาดูในหนึ่งอาทิตย์ เวทย์ป้องกันยังคงอยู่ ไม่เหมือนที่อื่นๆ ที่เวทย์นั้นอ่อนกำลังลง หรือไม่ก็พังไปเลย


    นอกจากชั้นที่สี่นี้แล้ว เขายังเคยใช้วิธีเดียวกันนี้ กับชั้นสามมาแล้วเช่นกัน แต่ทุกที่ต่างถูกทำลายจนหมด


    ครั้งนี้เขาจะพักอยู่ที่นี้สักเดือน เพื่อสำรวจในชั้นนี้ และเริ่มต้นฝึกฝนฝีมือการต่อสู้เสียบ้าง


    สัตว์เวทระดับสี่ ก็มีพลังมานาและฝีมือพอๆกับ จอมเวทย์ขั้นต้นหรือพวกจอมศาสตราวุธขั้นต้น แน่นอนว่าระดับพลังเวทย์ของเขา ในตอนนี้มันเกินจอมเวทย์ขั้นต้นไปไกลแล้ว มากพอจะเป็นจอมเวทย์ขั้นกลางเสียด้วยซ้ำ แต่การใช้เวทย์ของเขาก็มีเพียงการโจมตีทั่วๆไป ไม่เหมือนพวกที่ฝึกฝนในโรงเรียนเวทย์ ที่มีทั้งการสอนการใช้เวทย์หลากหลายรูปแบบ


    "เจ้าก็หาสัตว์เวทที่ทุ่งหญ้านั้น เพื่อสู้ไปพรางๆก็แล้วกัน พวกมันไม่เร็วไปกว่าเจ้านักหรอก แต่ขอให้ระวังเวทย์โจมตีของพวกมันด้วย พวกมันถือเป็นสัตว์ระดับกลางแล้ว ทุกตัวสามารถใช้เวทย์ได้หลายบท" ครรชิตพูดกับเด็กสาว ที่ตอนนี้กำลังยืนรอเขาอยู่ที่หน้ากระโจมเวทย์


    "ข้ารู้แล้วค่ะ ท่านอาจารย์ ไม่ต้องห่วงข้าหรอก ข้าเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ไม่ใช่ข้าหรอกหรอ ที่เป็นเด็กสาวที่อยู่ลำพังในป่า ที่เต็มไปด้วยสัตว์เวทได้ตั้งหกเดือนนะ" เมย์ส่งยิ้มอย่างทะเล้นๆให้ครรชิต


    เธอถูกเขาดีดหน้าผากอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงขบขัน "อย่าให้ข้าเห็นเจ้า วิ่งร้องไห้มาหาข้าก็แล้วกัน" แล้วสะบัดหน้าไปอีกทั้ง


    "อย่างอนข้าสิ ท่านอาจารย์ แค่ล้อเล่นนิดๆหน่อยๆเอง" เด็กสาวพูดไปยิ้มไป


    ทั้งคู่หัวเราะให้กันสักพัก ก่อนที่เด็กสาวจะออกไปหาคู่ต่อสู้ของตน


    "สู้ไม่ไหว ก็กลับมาที่รอบๆกระโจมนี้ละ มันมีเวทย์ป้องกันที่พอจะช่วยเจ้าได้อยู่" ครรชิตตะโกนไล่หลังเด็กสาว


    "ค้า~" เสียงของเด็กสาวที่พูดไปขณะวิ่งไปด้วยความเร็ว


    "เอาเถอะ ข้าไปสำรวจสิ่งก่อสร้างกลางทะเลทรายดีกว่า ครั้งที่แล้วยังไม่ไปถึงมันอีกนิดเดียวเอง เลยยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ถ้าเจ้าพวกคนนำทางดันเรียกกลับเสียก่อนนะ ฮืม~" ครรชิตพูดเบาๆ ก่อนจะคำรามออกมาในประโยคท้าย


    เขาเอาดาบสองคมขนาดใหญ่ออกมา มันเป็นดาบเดิมที่เขาเคยเอาไป ในเทศกาลล่าสัตว์เวทที่ภูเขาเฟธนั้นเอง หลังจากลองเหวี่ยงมันซักรอบสองรอบ เขาก็สะพายมันไว้ที่หลัง ก่อนจะเอาดาบคู่ออกมาคาดกับเข็มขัดของชุดเกราะ


    เขาเดินออกจากกระโจมเวทย์ แล้วเรียกปลอกแขนสีเงินออกมา ก่อนจะถ่ายพลังมานาไปที่มันเล็กน้อย


    "แสดงแผนที่" เสียงพูดเบาๆของเขาดังขึ้น


    ปลอกแขนสีเงินจะเรืองแสงสีฟ้าออกมาเพียงเสี้ยววินาที หลังจากแสงสีฟ้าดับไป มันก็ปรากฏภาพโฮโลแกรมขึ้นมา มันมีรูปร่างเหมือนภูมิประเทศภายนอกขนาดย่อยส่วน มีหลายพื้นที่ี่ที่เป็นสีทึบ และมีบางจุดที่มีแสงกระพริบๆ


    ปลอกแขนอันนี้ทำงานด้วยวงเวทย์ธาตุดินและลม โดยผสานเวทย์ตรวจสอบของสองธาตุนี้ลงไป โดยเวทย์ธาตุดินจะตรวจสอบด้วย การใช้แรงสั่นสะเทือนกระจายลงไปในพื้นดิน ส่วนธาตุลมจะตรวจสอบด้วยคลื่นอัดอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่วนจุดสีแดงนั้น เป็นพวกสัตว์เวทที่เวทย์ตรวจจับ ทั้งสองธาตุตรวจพบนั้นเอง


    เขาเดินตามแผนที่ไป มันพาเขาไปยังทะเลทรายสีทอง ที่กว้างใหญ่พอๆกับเมืองใหญ่เลยทีเดียว เขาหลบเลี่ยงพวกสัตว์เวทไปด้วย เพราะไม่อยากจะเสียเวลากับพวกมัน จนในที่สุดเขาก็มาถึงกลางทะเลทราย


    ที่นั้น มีซากปรักหักพังกระจัดกระจายอยู่ มันมีขนาดใหญ่เท่ากับเมืองอเคเซีย มันมีร่างเศษซากที่คล้ายกับเศษซากเมืองเมืองหนึ่ง มีซากบ้านหลายหลังที่สมบูรณ์มากพอจะอยู่ได้ แต่มีมีหลายร้อยที่ผุพังจนไม่เห็นถึงสภาพเดิม ที่สุดขอบซากปรักหักพัง มีเขตที่เป็นเนินทรายกระจายรอบเศษซากบ้านเหล่านี้ มันล้อมรอบสิ่งปลูกสร้างนี้เอาไว้ทั้งหมด เหมือนมันจะเป็นกำแพงเมืองเก่า


    ที่ตรงกลางซากปรักหักพัง มีสิ่งก่อสร้างที่เด่นสะดุดตา มันมีลักษณะเป็นทรงกลม มีความสูงเกือบเท่าตึกยี่สิบชั้น มีทางเข้าหลายเส้นทาง มันยังอยู่ในสภาพดี ไม่มีความเสียหายแม้แต่น้อย


    มันไม่ใช่อะไรเลย นอกจากโคลอสเซียนั้นเอง ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงนั้นมานานเท่าใดแล้ว แต่ด้านในของมัน ยังคงมีเสียงการต่อสู้ที่ดังออกมาเป็นระยะๆ และมีพวกสัตว์เวทรูปร่างคล้ายมนุษย์หลายชนิด เดินเข้าเดินออกอยู่บ้าง


    ในตอนแรกเขาก็ไม่ได้สังเกตพวกมัน จนกระทั้งลมทะเลทรายที่คอยพัดอยู่นั้นเริ่มสงบลง ทำให้เขามองเห็นถึงสภาพที่แท้จริงของเมืองนี้ มันยังคงมีผู้คนอาศัยอยู่ แต่พวกมันมิใช่มนุษย์ แต่เป็นพวกสัตว์เวทครึ่งมนุษย์เสียเกือบหมด มีสัตว์เวทเต็มตัวอยู่บ้าง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1115 phairatw (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 17:41
    ขอบคุณครับ
    #1,115
    0
  2. #853 Gnuh (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 22:39
    ขอบคุณครับ
    #853
    0
  3. #818 ghjnbvffjkk (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 20:47
    ขอบคุณครับ
    #818
    0
  4. #817 มาม่า (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 20:01
    สนุกดี
    #817
    0
  5. #812 Ghakjit (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 09:53
    ขอบคุณครับ
    #812
    0
  6. #811 kamol1122 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 00:38
    สนุกดีครับ
    #811
    0
  7. #810 bank6102543 (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 23:00
    น่าจะราวๆ 1ปี กับอีก 6เดือน มั้งครับจากที่อ่านมาอ่ะนะ
    #810
    0
  8. #809 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 22:57
    เจอเมืองครึ่งมนุษย์...
    #809
    0
  9. #806 MojRiSad (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 21:18

    เหลืออีกกี่เดือน ถึงจะกลับไป ประลองในตระกูลน่ะ
    #806
    0
  10. #802 sakime (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 21:00
    ขอบคุณค่ะ
    #802
    0