ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 7 : เมืองหลวงอเคเซีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    12 ส.ค. 59

บทที่ 1 : เมืองหลวงอเคเซีย



     ในเช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวบิชอบได้ออกเดินทางไปพร้อมกับขบวนพ่อค้าเร่ที่กำลังจะไปยังเมืองหลวงเช่นเดียวกับตน นอกจากครอบครัวของบิชอบแล้วยังมีอีกหลายครอบความที่เดินทางไปพร้อมกับขบวนพ่อค้านี้อีกด้วย

     บิชอบและครรชิตเดินทางด้วยรถม้าของตนที่ซื้อมาในราคาไม่กี่เหรียญจิตอสูร

     ค่าเงินของแผ่นทลายฟ้าแบ่งออกเป็นสามสกุลใหญ่ๆได้แต่เหรียญจิตอสูร เหรียญจิตมาร และเหรียญจิตปีศาจ โดยหนึ่งเหรียญจิตปีศาจมีค่าเท่ากับหนึ่งพันเหรียญจิตมาร หนึ่งเหรียญจิตมารมีค่าเท่ากับหนึ่งพันเหรียญจิตอสูรเช่นเดียวกัน

     การเดินทางกับขบวนพ่อค้าขาดใหญ่ทำให้ไม่เจอกับสัตว์แม้แต่ตัวเดียวเพราะสัญชาตญาณของพวกมันที่จับคลื่นพลังมานาที่กระจายออกมาจากผู้คนได้ว่ามีความแข็งแกร่งกว่ามันจึงล่าถอยไม่ออกมาดักโจมตี

     ภายในรถม้าเด็กชายนั่งอยู่คนเดียวเพราะบิดาของตนออกไปบังคับม้าให้ติดตามขบวนเดินทางและคอยป้องกันรถม้าไปด้วยในตัว บิดาของตนนั้นเป็นถึงนักรบมนตราขั้นสูงซึ่งเทียบได้กับผู้ฝึกฝนเวทย์ขั้นสูงเลยทีเดียว นักรบมนตราหรือนักรบที่ใช้เวทย์ช่วยสู้เป็นหนึ่งในกองกำลังหลักของอาณาจักรนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกองทัพหน่วยอารักขากองทัพนักเวทย์ซึ่งอยู่แนวหลัง

     ในหนังสือการจัดทัพทั่วไปในห้องสมุดบอกกับครรชิตว่ากองทัพหลักในแผ่นดินทลายฟ้ามีทั้งหมดสี่กองทัพหลักกองทัพแรกคือทหารที่เป็นนักรบหรือผู้ที่มีพลังมานาน้อยแล้วเน้นไปที่การฝึกฝนร่างกายมีแปดระดับคือ นักรบขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นสูง ผู้ใช้ศาสตราวุธ(ตามอาวุธที่ใช้ เช่นผู้ใช้ดาบมือเดียว เป็นต้น)ขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นสูง จอมศาสตราวุธ(ตามอาวุธที่ใช้ เช่นจอมดาบมือเดียว เป็นต้น) และระดับสุดท้ายคือราชาศาสตราวุธ(ตามอาวุธที่ใช้ เช่นราชาดาบมือเดียว เป็นต้น)

     กองทัพทีสองเป็นนักรบมนตราแบ่งเป็นแปดระดับเช่นเดียวกับนักรบคือ นักรบมนตรา(ใช้พลังมานาในการเสริมร่างกาย)ขึ้นต้น ขั้นกลางและขั้นสูง นักรบเวทย์(แปลงมานาเป็นพลังเวทย์เพื่อให้โจมตีเป็นเวทย์ไร้ธาตุ)ขั้นต้น ขึ้นกลางและขั้นสูง ระดับเจ็ดเรียกนักรบจอมเวทย์(ใช้เวทย์โจมตีคุณสมบัติธาตุได้) ระดับสุดท้ายเรียกนักรบราชาเวทย์(ใช้เวทย์โจมตีหมู่ได้)

     กองทัพที่สามคือนักเวทย์การฝึกเวทย์มนตร์แบ่งเป็นสิบระดับคือ ผู้ฝึกฝนเวทย์ขึ้นต้น ขั้นกลางและขั้นสูง ผู้ใช้เวทย์ธาตุขั้นต้น ขึ้นกลางและขั้นสูง ระดับเจ็ดเรียกจอมเวทย์ธาตุ ระดับแปดเรียกจอมเวทย์ทวิธาตุ ระดับเก้าเรียกจอมเวทย์สามผสานหรือไตรธาตุ ระดับสิบเรียกราชาเวทย์(สามารถใช้มหาเวทย์ได้ มหาเวทย์คือเวทย์โบราณที่ไม่ทราบว่าผู้ใดได้บัญญัติไว้ที่ศิลาทลายฟ้า)

     ส่วนกองทัพสุดท้ายเป็นกองทัพนักฝึกสัตว์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาณาจักรอเคเซีย นักฝึกสัตว์ไม่มีการแบ่งระดับตามพลังการรบหรือพลังเวทย์ แต่แบ่งตามระดับสัตว์เวทที่ครอบครองอยู่ เช่นมีสัตว์เวทในสัญญาเป็นสัตว์เวทระดับสามก็มีระดับนักฝึกสัตว์ที่สามเช่นกัน นักฝึกสัตว์ไม่ได้ผสานสัตว์เวทเข้ากับเม็ดพลังของตนเช่นเดียวกับนักรบ นักรบมนตราหรือนักเวทย์ แต่ใช้การทำพันธะสัญญาจากหนังสือสัญญาของอาณาจักรอเคเซียเท่านั้นในปัจจุบันหนังสือสัญญาสัตว์เวทแพร่กระจายไปทั่วทั้งแผ่นดินแต่โอกาศในการทำสัญญาสำเร็จก็ต่ำมากเพราะหนังสือสัญญาดีๆไม่มีการขายออกสู่ตลาดแม้แต่น้อยมีแต่เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรเท่านั้นที่ครอบครองอยู่

     ครรชิตที่นั่งอยู่ในรถม้ากำลังอ่านเกี่ยวกับทฤษฎีเวทย์เกี่ยวกับการสร้างมิติเช่นเดียวกับสัตว์เวทอีทเตอร์ ตามทฤษฎีที่นักเวทย์คนหนึ่งในอดีตได้ผสานเม็ดพลังกับอีทเตอร์เพื่อศึกษาการใช้พลังของมันอย่างละเอียดแม้คนรอบข้างจะว่าเขาเป็นนักเวทย์ขั้นจอมเวทย์ทวิธาตุที่ไร้ค่าก็ตาม ธาตุในโลกใบนี้มีหกธาตุหลักและอีกสี่ธาตุรอง ธาตุหลักคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ มืดและแสง และอีกสี่ธาตุรองที่หายากในสิบปีจะมีสักคนที่มีธาตุรองได้แก่ สายฟ้า ไม้ โลหะ น้ำแข็ง 

     จอมเวทย์ทวิผู้นี้มีธาตุประจำตัวเป็นธาตุมืดและธาตุที่สองคือไฟเวลาที่เจ้าอีทเตอร์เปิดช่องมิติในตัวมันเพื่อกลืนกินสิ่งต่างๆมันจะปล่อยพลังเวทย์ธาตุมืดและธาตุแสงออกมาก่อนจะควบแน่มันเข้าด้วยกันจนเป็นมิติที่บิดเบี้ยวขึ้นมา แม้จอมเวทย์ทวิธาตุคนนี้จะมีธาตุมืดเป็นธาตุประจำตัวแต่ก็ไม่สามารถระบุปริมาณพลังเวทย์ของสองธาตุที่ใช้เพื่อเปิดมิติได้อยู่ดี เมื่อทฤษฎีนี้ถูกเสมอให้สภาเวทย์พิสูจน์กลับถูกนำไปเก็บไว้โดยไม่ได้รับการแตะต้องเพราะการจะหาจอมเวทย์ทวิธาตุและใช้ได้ทั้งธาตุมืดและแสงในคนเดียวนั้นเป็นไม่ได้เพื่อพลังจะหักล้างกันเอง

     สำหรับครรชิตแล้วเป็นสิ่งที่ง่ายพอดูเพียงแค่เขาหาเม็ดพลังของสัตว์เวทธาตุมืดและแสงมาผสานกับทะเลลมปราณเพื่อกลั่นพวกมันเป็นเม็ดลมปราณได้ก็พอ การฝึกฝนลมปราณในขั้นสี่เป็นการรวบรวมลมปราณมาก่อตั้งเป็นเม็ดลมปราณเพื่อเป็นฐานในการสร้างเสาเซียนทั้งเก้าต้นในตอนฝึกวิถีเซียนอมตะ แม้เขาจะไม่แน่ใจว่ามันจะได้ผลหรือไม่หรือเขาจะผสานเม็ดพลังมานาของตนกับอีทเตอร์ไปเลยก็น่าจะดีเช่นกัน

     การผสานศิลาจิตอสูรกับเม็ดพลังมานาในชั่วชีวิตสามารถทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสัตว์เวทที่ผสานได้อีกต่อไป แต่สัตว์เวทที่ได้รับการผสานแล้วสามารถพัฒนาได้ด้วยการดูดซับมานาของเจ้าของเม็ดพลังยิ่งมีพลังมานาในเม็ดพลังมากเท่าใดสัตว์เวทยิ่งแข็งแกร่งเท่านั้น

     ครรชิตวางแผนหาศิลาจิตวิญญาณทุกธาตุเพราะใช้เก้าธาตุในการเม็ดพลังลมปราณและอีกหนึ่งธาตุผสานกับเม็ดพลังมานาเพื่อให้ตนสามารถใช้ได้ทุกธาตุ

     สิ่งมีชีวิตโดยทั่วไปแล้วสามารถมีธาตุได้ทั้งหมดสองธาตุ คือธาตุประจำตัวที่มีมาตั้งแต่เกิดและธาตุที่สองได้จากการดูดซับมานาที่แฝงธาตุนั้นๆไว้เป็นเวลานาน แต่มนุษย์สามารถใช้ได้สามธาตุเพราะผสานศิลาจิตอสูรซึ่งมีธาตุเป็นของตัวเองลงในเม็ดพลังมานาจนทำให้เปลี่ยนคุณสมบัติของมานาไปเป็นธาตุนั้นๆ

     การผสานศิลาจิตอสูรควรทำหลังจากคนผู้นั้นถึงระดับจอมเวทย์ธาตุหรือทวิธาตุแล้วเท่านั้นเพื่อให้สามารถกลายเป็นจอมเวทย์ไตรธาตุได้ แต่ปัจจุบันการจะเป็นจอมเวทย์นั้นยากลำบากเพราะตำราการฝึกฝนมักอยู่ในมือของอาณาจักรใหญ่ๆจึงทำให้คนทั่วไปเมื่อถึงระดับพลังที่สามารถผสานศิลาจิตอสูรได้ที่ขั้นนักรบขั้นสูง นักรบมนตราขั้นสูงหรือผู้ฝึกฝนขั้นสูงต่างก็ทำการผสานเม็ดพลังมานากันหมดเพื่อเพิ่มความเร็วในการฝึกฝน

     เด็กชายยัดหนังสือเข้าไปในแหวนเมื่อแสงด้านนอกเริ่มหมดลง

     "จูเนียร์ออกมาช่วยพ่อตั้งกระโจมหน่อยเร็ว" บิชอบเรียกลูกชายเมื่อขบวนพ่อค้าเร่หยุดพักที่ริมทางแห่งหนึ่งแล้วเริ่มตั้งเต็นท์และก่อกองไปส่วนนักเวทย์ที่พอใช้เวทย์ตรวจสอบได้ก็เดินตรวจสอบหาสัตว์เวทโดยรอบ

     "ครับๆ" ครรชิตดีดตัวลุกขึ้นจากที่นั้งแล้วแบกเอาม้วนหนังสัตว์ที่ใหญ่กว่าตัวเองออกไปด้านนอกรถมา

     การตั้งเต็นท์และทำอาหารเย็นของสองพ่อลูกเป็นไปด้วยความรวดเร็วเพียงสิบนาทีกระโจมหนังสัตว์ก็ตั้งขึ้นข้างรถม้าก็เสร็จสิ้นพร้อมกองไฟเพื่อทำอาหาร เด็กชายเดินไปให้น้ำและอาหารม้า ส่วนพ่อของตนก็กำลังปรุงอาหารอย่างง่าย เช่นสตูว์เนื้อกวางแห้ง และขนมปังที่ทำจากแป้งข้าวสาลีที่ใช้วิธีย่างไฟอ่อนๆจนได้ขนมปังพร้อมกินเป็นอาหารเย็น

     "เจ้าทำอะไรอยู่ในรถม้าทั้งวัน ไม่เห็นออกมาดูถนนหนทางบ้างเลย"

     "ข้าแค่อ่านหนังสือเท่านั้นเอง ท่านเหงาละสิ" ครรชิตแหย่บิดาของจูเนียร์เล็กน้อย

     "ใครว่าข้าเหงา ไม่มี๊ไม่มี" บิชอบโบกไม้โบกมือด้วยหน้าแดงๆ แต่เมื่อมองด้วยภาพรวมแล้วน่ากลัวเสียมากกว่าเพราะด้วยรูปร่างที่บึกบึนและสูงใหญ่พร้อมรอยบาดแผลเต็มตัวแต่เขินอายแบบผู้หญิงมันทำให้ผู้พบเห็นอดสยองไม่ได้

     "ฮ่าฮ่า ข้าแค่หยอกท่านเล่นเท่านั้นเอง ท่านพอจะสอนการใช้ดาบให้ข้าได้ไหม" เด็กชายอ้อนบิดาของตนด้วยสายตาเพราะจูเนียร์เคยบอกตนว่าเคยขอเรียกวิชาดาบจากบิดาตนมาหลายปีแล้วไม่เคยได้การตอบรับเลยแม้แต่ครั้งเดียว

     บรรยากาศเริ่มอึดอัดขึ้นเล็กน้อยเมื่อชายวัยกลางคนตรงหน้าเด็กชายทำหน้าเจ็บปวดเหมือนกลัวอะไรบ้างอย่างก่อนที่จะกลับมาเป็นปรกติภายในวินาทีถัดมา เขายิ้มให้เด็กชายตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะลูบหัวของเด็กชายเบาๆแล้วพูดด้วยเสียงทุ้มลึกเบาๆ "เอาสิยังไงลูกผู้ชายมันก็ต้องมีสักวันที่ต้องต่อสู้นี้นะ" พูดเสร็จก็ยิ้มด้วยความเอ็นดูไปให้เด็กชายก่อนจะไล่ให้เข้านอนเมื่อเห็นว่าพวกตนอยู่ดึกเกินไปเล็กน้อย

     ผ่านไปสามวันในที่สุดขบวนพ่อค้าเร่ก็เดินทางมาถึงเมืองหลวงอเคเซีย

     ที่ผ่านมาสามวันเด็กชายได้รับการสอนการใช้ดาบจากบิดาตนบางเล็กน้อยอย่างเช่นการจับดาบ การรักษาสมดุล เป็นต้น

     "กำแพงใหญ่จังแทบจะมองไม่เห็นด้านในเลย!" เสียงเจื้อแจ้วดังออกมาจากหน้าต่างของรถม้าคันหนึ่งที่กำลังมุ่งเข้าสู่ประตูสีขาวใหญ่พ่อๆกับประตูโรงจอดเครื่องบินในโลกเลยทีเดียว

     เมืองหลวงอเคเซียมีขนาดใหญ่จากประตูเมืองจะเห็นกำแพงเมืองไปไกลสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียวกำแพงเป็นกำแพงหินสีขาวที่ฉาบไปด้วยวัตสดุอะไรบ้างอย่างสีเทาอ่อนๆความสูงกำพงนี้น่าจะสูงเท่าตึกห้าชั้นเป็นอย่างต่ำ บนกำแพงหินสีขาวแต่ละก้อนมีอักขระบางอย่างเขียนไว้บนหินแต่ละก้อนและมันจะเปล่งแสงสีขาวนวลตาตลอดเวลา

     เมืองมองจากนอกกำแพงจะเห็นยอดปราสาทหลายสิบอันอยู่ไกลลิบๆ และหอคอยหลายอันตั้งอยู่ทั่วในกำแพงเมือง บนกำแพงเต็มไปด้วยทหารที่ใช้ชุดเกราะสีเงินแวววับไปทั่วพื้นที่ และบางช่วงยังมีเครื่องยิงธนูขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่เป็นระยะๆ

     ภายในเมื่องเต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องแน่นไปหมดทั่วทั้งพื้นที่ พื้นถนนปูด้วยหินสีเทาหม่นๆและมีการจัดเสาตะเกียงเวทย์เป็นระยะๆตามถนน การแบ่งพื้นอย่างไรไม่อาจทราบได้แต่ที่แน่นอนคือแทบจะไม่มีที่ว่างสำหรับการตั้งเลยเลยแม้แต่น้อย

     "ฮ่าฮ่า ใจเย็นไอ้ลูกชายเดี๋ยวทำเอกสารเข้าเมืองแล้วไปบ้านดีลก่อน เดี๋ยวพ่อคนนี้จะพาชมเมืองเอง" บิชอบยิ้มให้เด็กชายที่โผล่หน้าออกมาจากรถม้าก่อนจะบังคับรถมาไปยังแถวตรวจสอบอันหนึ่ง

     หลังจากทำเอกสารเรียบร้อยชายหนุ่มก็ถามถึงบ้านที่อยู่ตามที่ดีลได้มอบไว้ให้ก่อนจะย้ายออกมาจากหมู่บ้านจนทราบแน่ชัดก็บังคับรถม้าไปตามถนนสีเทาในเมืองหลวงเมืองอเคเซียแห่งนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1789 I'm nani (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 15:03
    ข้อมูลฐานเรื่องนี้แน่นเปรี๊ยะ! แน่นเปรี๊ยะ! 55 ถึงกับต้องเปิดหน้าตารางอ่านควบคู่กันเลยทีเดียว ยาวๆไปปป จะไปเจอหน้าคู่หมั้นแล้วเย่!
    #1,789
    0
  2. #1700 แก่นจันทน์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 01:54
    ถามว่างงไหม... ขอตอบเลยว่า มาก

    นอกจากพลังจะมีหลายระดับแล้ว ยังมีหลายรูปแบบอีก ...

    คิดว่าไม่น่าจะจำได้
    #1,700
    1
    • #1700-1 Jaliyah(จากตอนที่ 7)
      29 ธันวาคม 2559 / 16:16
      เยอะมากผมจำไม่ได้เลย
      #1700-1
  3. #1410 จิ้งจอกจอมขี้เกียจ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 16:13
    คิดว่าควรค่อยๆบรรยายเพิ่มในแตล่่ะตอนดีกว่า รับข้อมูลเยอะๆภายในตอนเดียวนี่มึนเลย มีหลายอย่างด้วยอ่ะนะ
    #1,410
    0
  4. #882 sosdek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 22:57
    ข้อมูลเยอะไปนิดนึง อ่านแล้ว งง
    #882
    0
  5. #714 realcrown2013 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 18:22
    มาแบบจัดเต็ม เลย อ่านไปแอบมึนไปเล็กน้อย แหะๆ
    #714
    0
  6. #669 SAOW (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 16:02
    งง ข้อมูลเยอะแยะไปหมด 
    #669
    0
  7. #541 phairatw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 11:54
    ขอบคุณครับ
    #541
    0
  8. #377 Gnuh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 13:10
    ขอบคุณครับ
    #377
    0
  9. #368 TheBest (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 03:37
    ขอบคุณครับ
    #368
    0
  10. #343 sonteen005 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 17:02
    เรื่องเวทย์นี่แลดูงงๆ
    #343
    0
  11. #280 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 22:05
    ฝึกทุกอย่างที่ฝึกได้...
    #280
    0
  12. #207 Fresher Aeolus Zephyrus (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 01:51
    โห ระดับขั้นเยอะมากจนยากแก่การจำครับ แล้วก็เรื่องการผสานจิตเวทย์เวทย์เพื่อทวิธาตุอ่านแล้วยังงงๆอยู่บ้าง
    #207
    0
  13. #113 James'z Ks'jaxdd (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 02:50
    ขอบคุณค้าบบ
    #113
    0
  14. #16 arm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 01:56
    ขอบคุณคับ
    #16
    0