ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 69 : ลูกศิษย์?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    27 ก.ย. 59

บทที่ 2 : ลูกศิษย์?




    หลังจากได้รับฟังเรื่องราวของเด็กสาว จนทราบถึงที่มาที่ไปและเรื่องอื่นๆอีกเล็กน้อย เขาก็จัดแจงให้เธอไปอาบน้ำเสียก่อน แล้วค่อยมาดูกันอีกทีว่าจะทำอย่างไร


    จากเรื่องราวที่ฟังมา เธอเหลือเวลาที่มีสติอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ เพราะการเปลี่ยนแปลงมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว เด็กต้องสาปจะเริ่มสูญเสียตัวตน เมื่อเวลาผ่านไปได้สี่เดือนแล้วนั้นเอง เขาจึงคิดว่าจะช่วยเธอฝึกสักสองอาทิตย์เสียก่อน แล้วเขาจะฝึกฝนเองหลังจากนั้น


    เขาเรียกเอาน้ำและเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนออกมา แล้วเดินไปที่ถ้ำหลังห้องนอน เขาจัดการอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วไปนั่งรอเด็กสาวที่โซฟาอย่างสบายๆ เขาได้ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของเธอดู ว่าเธอไม่ได้ทำอะไรแปลกในห้องน้ำใช้หรือไม่ ด้วยการตรวจสอบต่ำแหน่งเท่านั้น


    เขารอเธอประมาณสิบนาที เด็กสาวรูปร่างน่ารักน่ากอด ผมสีเขียวที่ไม่แห้งดียาวถึงกลางหลัง ซึ่งถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างหลวมๆ เธอใส่ชุดเดรสผ้าฝ่ายพื้นเมืองของที่นี้ ซึ่งชายหนุ่มซื้อมาสำหรับเป็นของฝากให้ลิลลี่นั้นเอง ส่วนชุดด้านในนั้นเขาไม่แน่ใจว่าจะพอดีหรือเปล่า แต่เขาก็เอาของที่ซื้อมาครบชุด จากการที่เขาขอพนักงานร้านไปว่าเขาต้องการเสื้อผ้าและชุดชั้นในสำหรับน้องสาวไปนั้นเอง ถึงแม้จะได้สายตาแปลกส่งกลับมาก็เถอะ


    เธอเดินออกมาด้วยสีหน้าเขินอายเล็กน้อย ชายหนุ่มเลยยิ้มให้เธอ ก่อนจะกวักมือเรียกให้เข้ามาเร็วๆ


    "เอาล่ะ เรามาเริ่มกันเลยไหม" ชายหนุ่มถาม เมื่อเด็กสาวนั่งลงแล้วนั้นเอง


    "นี้เป็นครั้งแรก ช่วยอ่อนโดยด้วยนะค่ะ" เด็กสาวตอบด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบ


    "เจ้าว่าอะไรนะเมย์ ข้าได้ยินไม่ชัด" ครรชิตที่ได้ยินชัดเจนทุกคำพูด ได้ถามออกไปเพื่อว่าตนเองจะฟังผิด


    "มะ ไม่อะไรค่ะ อาจารย์ช่วยสอนดิฉันด้วยนะค่ะ" เด็กสาวตอบด้วยเสียงตะกุกตะกัก


    "อาจารย์งั้นหรอ อืม..." ชายหนุ่มลูบหัวเด็กสาวเบาๆ ก่อนจะเริ่มอธิบายเรื่องการควบคุมพลังให้เธอ


    เขาที่กลายเป็นอาจารย์อย่างงงๆ ก็ได้รับคำอธิบายจากเมย์ว่า เธอเคยคิดจะออกหาอาจารย์เพื่อฝึกฝนเวทย์ของตัวเอง เธอมีพรสวรรค์เพียงแค่ขั้นหนึ่งระดับสี่เท่านั้น เธอจึงมุ่งมั่นที่จะเป็นนักรบมนตรา แต่เพราะเกิดเรื่องเสียก่อน เธอจึงจิตตกอยู่หลายเดือน จนทำใจและเตรียมตัวถูกกำจัดได้แล้ว แต่เพราะเขาบอกว่าจะช่วยให้เธอควบคุมมันได้ เธอจึงขอให้เขาเป็นอาจารย์นั้นเอง


    เขาเริ่มสอนเธอให้สัมผัสพลังมานาที่ไหลอยู่ในร่างให้ได้ ด้วยการให้เมย์นั่งสมาธิ ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนในโลกนี้ ต่างใช้ในการรวบรวมมานาและรู้สึกถึงมานาในร่างกาย เมื่อเธอเริ่มจับสัมผัสมันได้ เขาก็เริ่มให้เธอติดตามการเคลื่อนที่ของมัน ซึ่งนี้คือสิ่งที่ยาก เพราะการฝึกทั่วไป เมื่อสัมผัสมานาได้ก็ทำการรวบรวมมันออกมาเป็นก้อนพลัง แล้วใช้มันในการร่ายเวทย์หรือเขียนวงเวทย์ได้เลย แต่เพราะเธอไม่อาจจะทำอย่างงั้นได้ เพราะว่าไม่สามารถควบคุมมานาที่ไหลอยู่ในร่างได้นั้นเอง


    เมื่อเธอเริ่มจับสัมผัสถึงเส้นทางการไหลของมานาได้ เขาก็ได้บอกกับเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง


    "มันเป็นมานาที่พวกสัตว์เวทมันใช้กัน เวลาเจ้านำไปใช้ก็ขอให้ระวังให้ดี เพราะมันจะแผ่จิตคุกคามคล้ายกับของสัตว์เวท ซึ่งข้าจะสอนเจ้าปกปิดมันที่หลัง"


    ที่เขาบอกเช่นนั้น เพราะหนึ่งในตำราที่เขาได้อ่านของเซียนอมตะ มีทางลัดอยู่ทางหนึ่งในการได้รับปราณอันแข็งแกร่ง แต่มีความอันตรายเสียจนแทบไม่มีโอกาศสำเร็จ นั้นคือการฝั่งหนี่ตันของสัตว์อสูรลมปราณเข้าสู่ร่างกาย เมื่อทำการฝั่งแล้ว ก็ปล่อยให้หนี่ตันควบคุมลมปราณในร่างกายของผู้ฝั่ง จนเมื่อสยบมันลงได้ ผู้ฝั่งก็สามารถใช้พลังที่หนี่ตันควบคุมได้ ซึ่งมันจะมีทั้งพลังของผู้ฝั่งรวมกับพลังที่หนี่ตันปล่อยออกมาอีกด้วย


    แต่อันตรายของมันอยู่ที่ ผู้ฝั่งต้องทำให้หนี่ตันนั้นยอมสยบแก่ตนเองให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นหนี่ตันจะใช้พลังลมปราณที่มีในการฝืนคืนชีพให้ตัวเอง ถึงแม้จะไม่เพียงพอต่อการสร้างร่างเนื้อ มันก็จะใช้ร่างกายของผู้ฝั่งเป็นพาหนะในการหาพลังลมปราณ หรือหนี่ตันของสัตว์อสูรตัวอื่น เพื่อเพิ่มพลังให้ตนเอง จนคืนชีพได้ในที่สุด


    ส่วนของเมย์นั้นก็คล้ายๆกัน เพียงแต่อันตรายน้อยกว่าเท่านั้น เพราะมันใช้เวลานานในการควบคุมร่างของผู้ถูกฝั่งนั้นเอง เพราะสัตวอสูรลมปราณนั้นแข็งแกร่งกว่าสัตว์เวทระดับสูงเสียอีก และมันมีจำนวนไม่มากอีกด้วย จึงทำให้แต่ละตัวต่างมีความแข็งแกร่งอย่างที่สุด ทำให้ระยะการฝั่งตัวของพวกมันเพียงแค่ไม่กี่วันก็รู้ผลแล้วนั้นเอง


    เมื่อเมย์รับรู้ถึงเส้นทางของการไหลของมานาไดด้แล้ว ชายหนุ่มก็เริ่มขั้นตอนต่อไป


    "เจ้าสัมผัสถึงมันได้แล้วสินะ ต่อไปก็พยายามส่งความคิดออกไปว่า ต้องการให้มันไหลช้าลงๆ"


    เวลาผ่านไปนานหลายวัน จนในที่สุดเด็กสาวก็สามารถทำให้มานาไหลเวียนได้ช้าลง ร่างกายของเธอก็เริ่มกลับกลายเป็นมนุษย์มากขึ้น แต่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมด จึงทำให้ยังคงมีบางส่วนที่ไม่ได้เปลี่ยนกับ เช่นหูหมาป่าบนหัวนั้นเอง


    "ข้าทำได้แล้ว!" เมย์ที่กระโดดโลดเต้นไปทั่วทั้งลานกว้างหน้าบ้าน ทำให้ร่างกายที่เพิ่งกลับเป็นมนุษย์เกือบหมด กลายเป็นร่างเดินอีกครั้ง


    "ไม่ไหวๆ สมาธิหลุดก็คืนร่างอีกแล้วหรอ" ครรชิตมองภาพตรงหน้าอย่างยินดีลึกๆ เพราะคราวนี้ เด็กสาวสามารถคืนร่างได้นานกว่าเดิม จนสามารถใช้ชีวิตปรกติได้แล้ว


    ถึงแม้พรสวรรค์ด้านพลังเวทย์จะน้อยไปหน่อย แต่พรสวรรค์ในด้านการความเข้าใจเรื่องต่างก็มีพอสมควร นี้ค่อยสมกับที่ความเป็นผู้ใหญ่ตื่นขึ้นมา มันเป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆ ที่คริสตัลเมืองมอบให้กับประชากรในเมืองนั้น


    นอกจากการลงทะเบียนให้กับประชาชน และมอบสิ่งพิเศษสำหรับแต่อย่างที่ได้รับการปรับแต่ง ก็ยังมีอีกสิ่งที่คริสตัลเมืองมอบให้ทุกคน นั้นคือการปลุกสัญชาตญาณหรือบุคลิกของมนุษย์หนึ่งอย่างใดอย่างหนึ่งให้ตื่นขึ้นมา ทั้งความสุขุม การคิดวิเคราะห์ ความมุ่งมั่นหรือบุคลิกภาพต่างๆ บ้างครั้งยังมอบไหวพริบในการเอาตัวรอดมาให้ด้วยซ้ำ หรือบ้างคนอาจจะได้สัมผัสที่เจ็ดก็มี


    สัมผัสที่หกของโลกนี้ก็คือพลังมานานั้นเอง ส่วนสัมผัสที่เจ็ดส่วนมากก็เป็นพวกลางสังหรณ์ การรับรู้อันตรายก่อนจะเกิดขึ้นจริง หรือบ้างคนเห็นอนาคตเลยก็มี แต่มันก็หายากมากๆ ส่วนใหญ่จะได้ความสุขุมและการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลเสียมากกว่า เพราะจำเป็นต้องใช้ในการเอาตัวรอดในอนาคตได้นั้นเอง


    "เอาล่ะ นี้ก็ฝึกฝนมาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว ข้าก็ต้องฝึกบ้างเช่นกัน เจ้าอยากจะทำอะไรต่อไป จะอยู่กับข้าที่นี้ก็ได้ แต่เจ้าจะต้องอยู่คนเดียว อย่างน้อยก็หกเดือน อย่างมากก็หนึ่งปี หรือจะกลับไปยังหมู่บ้านก็แล้วแต่เจ้า เพราะข้าได้สอนถึงการควบคุมพลังให้แล้ว ต่อไปนี้คือเส้นทางของเจ้าเอง" ครรชิตพูดออกมาหลังจากที่เด็กสาวหยุดแสดงความดีใจแล้วนั้นเอง


    เด็กสาวหน้าหมองลงไปในทันที ถึงแม้เธอจะเกือบเป็นปรกติ และสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมก็ตามที่ แต่จะให้แยกจากชายหนุ่มที่เป็นทั้งอาจารย์และผู้ปกครองของเธอมันก็ยังไงอยู่ แต่เธอก็ไม่อยากอยู่คนเดียวกันเช่นกัน เพราะประสบการณ์ของการถูกขังอยู่คนเดียว ทำให้เธอนอนหลับแบบเดิมไม่ได้ ถึงจะพอหลงลืมมันได้บาง แต่ก็เพราะเธอรู้ว่ามีชายหนุ่มอยู่ด้วยนั้นเอง


    เธอหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับศิลาจิตอสูรอยู่ในมือ มันเป็นนิสัยของชายหนุ่ม ที่เวลารอทำสิ่งอื่นหรืออยู่ในช่วงว่างๆนั้นเอง เขามักจะทำอย่างงี้เสมอ เธอจ้องไปยังดวงตาของชายหนุ่มที่ไม่ยินดียินร้ายต่อสิ่งใด เหมือนกับว่าความสนใจของเขาอยู่ที่ศิลาจิตอสูรในมือนั้นเอง


    "ข้าจะอยู่ที่นี้ ข้ายังไม่อยากจากไปไหนในตอนนี้" เด็กสาวตอบอย่างมั่นใจ


    "อย่างงั้นหรอ ก็ได้ เอานี้ไปสิ ฝึกฝนมันระหว่างรอข้าก็ได้" ชายหนุ่มเรียกหนังสือปกสีเขียวอ่อนออกมา ก่อนจะโยนไปให้เด็กสาว


    มันคือตำราการฝึกควบคุมและการดูดซับพลังมานาจากศิลาจิตอสูรที่ฝั่งอยู่ที่หน้าอกของเธอนั้นเอง ถึงแม้เธอจะควบคุมพลังของมันได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำให้มันหายไปในร่างกายของเธอได้ มันจะคงอยู่ตลอดชีวิตของเธอ เพียงแต่มันจะไม่ควบคุมร่างกายและทำให้เธอคลั่งแล้วอีกต่อไปเท่านั้น สิ่งที่ครรชิตให้เธอไป มันสามารถทำให้เธอปกปิดพลังมานาที่ปล่อยออกมาได้ ทำให้เธอเหมือนเป็นคนปรกติทั่วไป


    นอกจากตำราเล่มสีเขียวแล้ว เขายังให้ตำราการฝึกนักรบมนตราให้กับเธอไปอีกเล่ม มันคือตำราที่เขาเอามาจากหอสมุดหลวงนั้นเอง มันเป็นเล่มเดียวที่เขายังเก็บไว้ เพราะมันมีแหล่งอ้างอิงถึงการเป็นนักเวทย์ประชิดนั้นเอง(นักเวทย์รบ) ซึ่งเขายังไม่มีเวลาไปหามาอ่าน จึงได้แต่เก็บมันไว้


    "วันนี้วันสุดท้ายของการฝึกกับข้าแล้วนะ เราออกไปล่าสัตว์เวทกันสักหน่อยไหม?"


    โดยไม่รอคำตอบจากเด็กสาว ชายหนุ่มลุกจากโซฟาหน้าเตาผิง แล้วออกไปด้านห้องบ้านในทันที เด็กสาวที่เห็นอย่างงั้น ก็วิ่งไปยังห้องนอนของเธอ ซึ่งชายหนุ่มได้สร้างให้กับเธอเมื่อหกวันที่แล้ว ในห้องนั้นไม่มีสิ่งใด นอกจากเตียงเรียบๆ และตู้เสื้อผ้าที่มีเสื้อผ้าไม่กี่ชุด กับหุ่นโชว์ชุดเกราะหนังที่พอดีกับตัวเธออยู่อีกหนึ่งอัน


    เธอสวมชุดเกราะหนังและหยิบเอาดาบออกมาจากแท่นวางดาบ ซึ่งมันก็อยู่ข้างๆหุ่นโชว์ชุดเกราะนั้นเอง แล้วตามชายหนุ่มออกไป


    ที่ที่พวกเขาทั้งสองคนออกไปล่า มันอยู่เลยทะเลสาบออกไปหลายกิโลเมตร มันเป็นทุ่งหญ้าโล่งๆ ที่มีสัตว์เวทกินพืชและสัตว์ป่ากินพืชอยู่ปะปนกัน พวกเขาออกมาล่าเจ้าพวกสัตว์เวทที่สามารถนำไปปรุงยาได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมันก็หาได้ไม่อยากมากนัก


    "เชิญเจ้าเลือกสักตัวก่อนเลย จะทำอย่างไงก็ได้ แต่วัตถุดิบต้องไม่เสียหายมากเกินไป" ชายหนุ่มบอกกับเด็กสาว ที่ด้านหน้าของทั้งคู่คือ รังผึ้งขนาดใหญ่ที่อยู่บนต้นไม้โดดเดี่ยวกลางทุ่งหญ้า


    มันคือรังของผึ้งยักษ์นั้นเอง พวกมันจะโจมตีเป็นฝูง แต่ก็มีบางตัวที่ออกมาจากอาณาเขตของรังผึ่ง พวกนนี้สามารถเข้าโจมตีโดยไม่ถูกฝูงมันโจมตีได้ ของที่พวกเขาอยากได้จากพวกมัน ส่วนใหญ่ก็เป็นเหล็กในและน้ำผึ้งที่มันใช้เป็นเสบียงนั้นเอง ส่วนอื่นๆนั้นไม่ค่อยเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้มากนัก


    "ค่ะ" เด็กสาวตอบเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องปรกติ


    เพราะเธอเคยมาฝึกฝนกับพวกมันมาบ้างแล้ว เนื่องจากการฝึกฝนที่ดีที่สุดคือ การเผชิญกับสถานการณ์จริงนั้นเอง ในหลายวันที่ผ่านมา หลังจากควบคุมพลังได้บ้างส่วน เธอก็ถูกครรชิตพามาฝึกควบคุมพลังมานากับพวกมัน ถ้าเธอควบคุมพลังให้น้อยจนมันไม่สามารถสัมผัสได้ พวกมันก็ไม่โจมตีเธอนั้นเอง เพราะเธอจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตไม่มีพลังเวทที่จะสามารถเป็นภัยกับพวกมันได้


    แต่ครั้งนี้มันต่างกัน เธอต้องใช้พลังของเธอโจมตีมันนั้นเอง ถึงแม้ร่างกายของเธอจะทนการเจาะของเหล็กในได้ แต่มันก็เจ็บจากแรงปะทะอยู่ดี และการจะฆ่ามันสักตัวต้องทำอย่างรวดเร็วแล้วแม่นยำ ซึ่งร่างกายของเธอก็มีความสารถในด้านั้นพอดี เพราะร่างกายของเธอมีพลังของหมาป่าพฤษระดับสามอยู่นั้นเอง


    เด็กสาวพุ่งตัวออกไปด้วยร่างกายที่เป็นครึ่งหมาป่า เป้าหมายของเธอคือผึ่งขนาดแม่ไก่ตัวหนึ่ง มันบนอยู่รอบๆดอกไม้ขนาดใหญ่กว่าตัวมันเสียอีก เธอกระโจนเข้าใส่มันทางด้านหน้า


    ควับ! มันหลบการพุ่งเข้าใส่ของเธอได้ ก่อนที่มันจะวกกลับมา เพื่อจะใช้เหล็กในแทงเธอ โดยไม่เสียเวลาแม้แต่เสี้ยววินาที แต่ก็สมกับที่มีพละกำลังและปฏิกิริยาของหมาป่าพฤษ เธอสามารถหลบเหล็กในได้และทำการโจมตีกลับไป ทั้งคู่เริ่มทำการโจมตีสวนกันไปมา


    ครรชิตมองภาพการต่อสู้ของเด็กสาวกับผึ้งยักษ์ตรงหน้าสักพัก ก่อนที่เขาจะเริ่มออกล่าบ้าง ถึงแม้ว่าเธอจะมีตัวช่วยมากมาย แต่ประสบการณ์ต่อสู้ของเธอก็น้อยนิด เขาจึงไม่ได้ออกล่าไกลจากเธอมากนัก เรียกได้ว่าเขาไม่ได้ออกไปไหนเลยจะดีกว่า เพราะเขาใช้เพียงธนูยิงออกไปรอบๆ และใช้เวทย์ควบคุมดินลากเอาซากสัตว์เวทกลับมาก็เท่านั้น


    และการล่าอันแปลกประหลาดนี้ก็ดำเนินต่อไปหลายชั่วโมง จนหมดวันนั้นเอง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1870 Waiwit (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 11:44
    ฝึกฝนตัวเองสักทีเถอะ เสียเวลาเยอะแล้ว
    #1,870
    0
  2. #1103 phairatw (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 15:36
    ขอบคุณครับ
    #1,103
    0
  3. #644 Gnuh (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 15:49
    ขอบคุณครับ
    #644
    0
  4. #640 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 06:33
    ลูกศิษย์คนแรก
    #640
    0
  5. #639 วิโรจน์ ศรเพชร (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 01:38
    ผึ้งตัวเท่าแม่ไก่..เหล็กในจะเท่าไหน
    แล้วรังผึ้งจะมีผึ้งมากขนาดไหน
    แค่คิดก็ สยองจนขนหัวลุก
    #639
    0
  6. #638 manima (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 00:45
    ขอบคุณครับ ต้องอยู่คนเดียวแล้ว
    #638
    0
  7. #637 FuJiTa (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 21:14
    ขอบคุณครับ
    #637
    0
  8. #636 wit000 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 20:54
    #636
    0
  9. #635 inasba (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 20:51
    ขอบคุณครับ
    #635
    0
  10. #634 Pongza Eiei (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 20:45
    ฝึกฝน กองกำลังในอนาคต
    ขอบคุณครับ..
    #634
    0
  11. #633 Gardena (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 20:43
    ขอบคุณค่ะ
    #633
    0