ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 68 : ภูเขามานา'แกล'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    25 ก.ย. 59

บทที่ 2 : ภูเขามานา'แกล'




    หลังจากออกจากหมู่บ้าน ชายหนุ่มพาตัวเองและเด็กสาวมุ่งลึกเข้าไปในป่าหลังหมู่บ้านอย่างชำนาญ เขาใช้เวลาหลายนาทีในที่สุดก็พ้นจากป่าออกมาได้ ด้านหน้าของพวกเขาทั้งสองคนคือ หน้าผาที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆขึ้นไปหลายสิบกิโลเมตร หน้าผานี้มีความชันเกือบเก้าสิบองศา ทุกสิบชั้นหรือหนึ่งกิโลเมตร มันจะมีพื้นที่คล้ายผืนป่ากว้างถึงห้าร้อยเมตรล้อมรอบตัวภูเขาเอาไว้


    ทุกชั้นของพื้นที่นี้ จะมีสัตว์เวทอยู่ตามระดับชั้นของมัน อย่างชั้นแรกนี้ ก็จะมีแต่สัตว์เวทระดับหนึ่งอยู่เต็มไปหมด มีระดับสองบ้าง ซึ่งนานๆถึงจะพบเจอ ในป่าของชั้นที่สอง ก็จะเต็มไปด้วยสัตว์ระดับสองและระดับเล็กน้อย มันเป็นเช่นนี้เรื่อยไป แต่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ เพราะชั้นสูงสุดที่เคยมีมนุษย์ขึ้นไปคือชั้นที่หกนั้นเอง ที่ชั้นนั้นเต็มไปด้วยสัตว์เวทระดับหกทั้งนั้น ไม่พบเจอสัตว์เวทระดับต่ำกว่าเลยแม้แต่น้อย


    นอกจากสัตว์เวทที่มากมายแล้ว มันยังเต็มไปด้วยสมุนไพร แร่โลหะ และวัตถุดิบล้ำค่าอีกนับไม่ถ้วน เพียงแค่ชั้นที่หนึ่ง ก็มีของระดับต่ำให้เก็บเกี่ยวเป็นจำนวนมาก ที่ชั้นนี้มีชาวบ้านที่บางครั้งก็ขึ้นมาเก็บเกี่ยว แต่ก็ต้องรีบขึ้นรีบลง เพราะอาจจะเจอกับสัตว์เวทจำนวนมหาศาลเข้าโจมตีได้ เพราะที่ชั้นนี้เต็มไปด้วยสัตว์เวทระดับหนึ่งที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง


    นอกจากสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าแล้ว ด้านบนยังมีทั้งทะเลสาบเล็กๆ บึงโคลน แม่น้ำลำธาร หรือมีแม้กระทั่งภูเขาขนาดเล็กอยู่ด้วยซ้ำ ทำให้มันเป็นดินแดนที่แทบจะรวมเอาทุกสภาพแวดล้อมในโลกมาไว้เลยด้วยซ้ำ


    เมื่อเขามาถึงที่นี้เป็นครั้งแรก เขาได้ออกสำรวจที่ชั้นที่หนึ่งเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่ก็ไม่เจอสถานที่ที่สามารถพักอยู่อาศัยได้เลยสักที่ เพราะส่วนใหญ่มันเป็นป่าและทุ่งหญ้าโลงๆนั้นเอง จึงทำให้มันเต็มไปด้วยสัตว์เวท เขาจึงขึ้นไปยังชั้นสองด้วยการกระโดดไปตามชะง่อนผาที่ยื่นออกมา จนถึงชั้นที่สอง จึงจะสามารถหาที่เหมาะสมสำหรับทำที่พักได้


    ทั้งหมดนั้นใช้เวลาไปหลายวันทีเดียว เพราะเขาใช้เวลาไปกับการสร้างที่พัก และจัดเรียงสิ่งของสำหรับอยู่อาศัยและสร้างสวนสมุนไพรเล็กๆขึ้นมา นอกจากนี้เขายังต้องกางอาณาเขตและทำสิ่งต่างๆ เพื่อป้องกันสัตว์เวทบุกรุกในยามหลับอีกด้วย


    "เจ้าชั่งหลับสบายเสียจริงนะ" เด็กหนุ่มพูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา เมื่อเด็กสาวในอ้อมกอด มีสีหน้ามีความสุข ไร้ซึ่งความกังวลใดๆยามหลับ


    เขากระชับอ้อมแขน ก่อนจะกระโดดพริ้วตัวไปมาตามชะง่อนผา ถีบตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นที่หนึ่งในที่สุด ในชั้นนี้เด็กหนุ่มสอดส่ายสายตา จับจ้องไปที่แง่งของหินผาอย่างระแวดระวัง เพราะที่แห่งนั้นมักเต็มไปด้วยสัตว์เวทมีปีก ที่ชอบทำรังอยู่ริมผานั้นเอง


    เมื่อมิมีสิ่งมีชีวิตใดอยู่โดยรอบ ชายหนุ่มก็เริ่มถีบตัวเองขึ้นตามชะง่อนผาไปอย่างเงียบๆ ถึงแม้จะไม่มีสัญญาของสัตว์เวทใกล้ๆ แต่การทำอะไรที่ไม่เป็นจุดสนใจย่อมดีกว่า เพราะเขาไม่อาจเสี่ยงได้ ถึงแม้เขาจะไม่กลัวพวกมัน แต่ก็น่ารำคาญอยู่ไม่ใช่น้อย


    หลังจากขึ้นมาถึงชั้นสอง ชายหนุ่มก็มุ่งตรงไปยังภูเขาลูกหนึ่งที่อยู่ไกลริบตา มันเป็นที่ที่ชายหนุ่มสร้างที่พักขึ้นนั้นเอง เขาเดินทางด้วยความระมัดระวัง คอยหลบหลีกพวกสัตว์เวทที่ออกล่าตอนกลางคืน ด้วยการใช้ลมปราณกระจายไปรอบๆตัวในระยะสิบเมตร จนในที่สุดเขาก็มีถึงภูเขาลูกนั้น


    มันเป็นภูเขาที่อุดมไปด้วยต้นไม้สีสนิม ทั้งใบไม้หรือลำตัวต่างก็มีสีสนิท เพราะมันคือต้นสนิมเหล็กหรืออีกชื่อคือต้นไม้โลหะ มันเป็นต้นไม้ที่ขึ้นเฉพาะภูเขาที่อุดมไปด้วยแร่เหล็กเท่านั้น เขาเจอที่นี้โดยบังเอิญ ตอนที่เจอครั้งแรกเขายังไม่เลือกมันเป็นฐานหรอก


    จนเมื่อเขาได้ขึ้นไปมองดูบนยอดเขาแล้วนั้นเอง เพราะด้านหลังของภูเขามีทะเลสาบสีใส ที่มองเห็นถึงก้นทะเลสาบดังกับมองผ่านแก้วใสเลยทีเดียว นอกจากนี้ทะเลสาบแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยปลาและสัตว์ป่าทั่วไปอีกด้วย ด้วยเพราะอะไรก็ไม่อาจทราบ ที่ทำให้บริเวณโดยรอบทะเลสาบและภูเขาลูกนี้ ถึงไม่ได้มีสัตว์เวทอาศัยอยู่เลยแม้แต่ตัวเดียว


    เขาจึงตัดสินใจเอาภูเขาและพื้นที่บริเวณทะเลสาบเป็นที่พักนั้นเอง โดยเขาขุดเขาไปในภูเขา ตรงบริเวณที่หันหน้าไปทางทะเลสาบ มันเป็นถ้ำไม่ลึกมา ด้านในมีห้องอยู่สองห้อง และที่ด้านนอกก็มีบ้านไหมที่สร้างทับปิดถ้ำไว้อีกชั้น ทำให้เหมือนว่ามีเพียงบ้านไม้เท่านั้นที่ตั้งอยู่ โดยไม่อาจจะสังเกตได้ถึงถ้ำที่อยู่ด้านใน


    บ้านมันเป็นบ้านพักตากอากาศธรรมดา ที่สร้างด้วยท่อนซุงและแผ่นไม้ของต้นไม้โลหะ มันมีเพียงชั้นเดียวและมีห้องเพียงสามห้องเท่านั้น คือห้องนอน ห้องรับแขกและห้องน้ำเท่านั้น การทำอาหารนั้นต้องไปทำที่ลานข้างบ้าน ซึ่งตรงนั้นก็มีเตาที่ธรรมดาอยู่หนึ่งเตา พร้อมกับซุ้มเล็กๆที่มีเครื่องครัวไม่กี่อย่างแขวนเอาไว้ ที่ติดกันก็มีโรงเก็บฟื้นอยู่ด้วย ถึงแม้จะใช้เวทมนตร์ได้ แต่ชายหนุ่มก็เพื่อเอาไว้ในกรณีฉุกเฉิน และเอาไว้ประดับให้มันเข้ากับลักษณะบ้านอีกด้วย


    ทั้งห้องนอนและห้องนั่งเล่น ต่างมีการตกแต่งเพียงเล็กน้อย ส่วนมากก็เป็นพรมและหนังสัตว์ที่นำมาประดับเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วของพวกนี้เป็นของที่เขาซื้อมาจากเมืองต่างๆ ในอาณาจักรแห่งนี้นั้นเอง เพื่อความแนบเนียนของการอยู่อาศัย


    ส่วนใหญ่แล้วของที่ซื้อมานอกจากวัตถุดิบและพืชสมุนไพรแปลกๆแล้ว เขาก็ซื้อพวกของพื้นเมืองหรือของดีประจำหมู่บ้านมาด้วย เพราะะวกนี้ไม่ใช้หาซื้อที่อาณาจักรอเคเซียได้ง่ายๆ เขาว่าจะเอาไปเป็นของฝากให้ที่บ้าน


    นอกจากห้องพวกนี้แล้ว เขายังทำห้องใต้ดินของบ้านอีกด้วย เพราะเอาไว้เก็บพวกเสบียงกรังและอาหารแห้ง รวมทั้งพวกเครื่องดื่มมึนเมาต่างๆ ที่เขาว่าจะลองทำและที่ซื้อมา เพราะที่โลกนี้มีแต่เหล้าที่ไม่ได้กลั่น ซึ่งพวกมันก็มักจะทำจากข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ และอีกอย่างก็คือไวน์ที่พอจะหาได้บ้าง แต่เป็นของหายากเพราะที่อาณาจักรอเคเซีย ไม่ค่อยที่จะปลูกองุ่นไว้ทำไวน์สักเท่าไร เพราะสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นที่ราบ จึงทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์กันเป็นส่วนมาก


    ที่เขาทำแบบนี้เพราะส่วนใหญ่ ทุกคนในโลกนี้เป็นโรคติดสุรานั้นเอง เขาต้องการเงินอีกจำนวนมาก สำหรับซื้อผลวิวัฒน์ เพราะเขาใช้มันจนแทบจะหมดอยู่แล้ว เพียงหนึ่งพันผล แทบจะไม่เพียงพอที่จะเติมเต็มทะเลลมปราณของเขาได้ แต่ยังดีที่ตอนนี้ทะเลลมปราณของเขา มีปริมาณมากพอที่จะสร้างเม็ดพลังลมปราณเม็ดที่สองได้แล้ว


    เขามองไปยังห้องรับแขกที่เขาเพิ่งเข้ามา เขาได้ว่างร่างของเด็กสาวเอาไว้บนโซฟา ก่อนที่ตัวเองจะเอาของหลายชิ้นออกมา พวกนี้ส่วนมากเป็นแผ่นไม้ที่ส่งพลังมานาออกมาจางๆ ซึ่งพวกมันเป็นจารึกเวทย์ที่เขาทำขึ้นเอง ซึ่งมันถือว่าเป็นจารึกเวทย์ระดับกลางแล้วนั้นเอง เพราะการแบ่งระดับของจารึกเวทย์ ไม่ได้วัดระดับที่เวทย์ที่จารึกหรือพลังทำลาย แต่วัดจากวัสดุที่ใช้ทำ


    โดยระดับต่ำสุดจะเป็นกระดาษที่ไม่มีมานาอยู่เลย ระดับต่ำก็จะเป็นกระดาษหรือวัสดุอื่นๆที่มีมานาอยู่เล็กน้อย ระดับกลางคือวัสดุที่มีมานากระจายออกมาจนสัมผัสได้ ส่วนระดับสูงมักจะเป็นพวกโลหะเวทย์และต้นไม้เวทย์ รวมถึงหนังสัตว์ระดับสูงเป็นส่วนมาก พวกนี้จะมีพลังมานากระจายออกมาจำนวนมาก ยิ่งวัสดุมีพลังมานาอยู่มากเท่าใด ความแข็งแกร่งของจารึกก็ยิ่งมากตามขึ้นไป เพราะจารึกเวทย์เป็นการพลังมานาของวัสดุในการปล่อยพลังนั้นเอง


    เขาส่งพวกจารึกพวกนั้นไปในอากาศ พวกมันได้ซึมเขาไปในเนื้อไม้สีสนิมทั่วทั้งบ้าน พวกมันถูกจารึกด้วยเวทย์ตรวจสอบ ซึงพวกมันมีหน้าที่เพียงตรวจดูความเคลื่อนไหวภายในและนอกบ้าน ซึ่งถ้ามีสิ่งผิดปรกติให้ส่งสัญญาณเตือนเท่านั้น เจ้าจารึกนี้จะทำงานรวมกับเขตแดนที่ใ้ชจารึกขั้นกลางอีกหลายร้อยแผ่น ที่ได้วางอยู่รอบพื้นที่ ทั้งบนต้นไม้และพื้นดิน


    เมื่อส่งจารึกให้ทำงานทั้งหมดแล้ว เขาก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นไป เพื่อทำการปรุงยาและฝึกฝนของเขาต่อไป


    ในเช้าวันรุ่งขึ้น สัญญาณเตือนปลุกชายหนุ่มที่กำลังหลับสบายให้ลุกขึ้นมา เพราะเด็กสาวที่ชายหนุ่มพามาด้วยกำลังทุบประตูทางออกอยู่นั้นเอง เขามองดูความเคลื่อนไหวของเด็กสาว ที่ดูท่าแล้วจะแข็งแรงกว่าที่คิดไว้เยอะ ขนาดร่างกายไม่แข็งแรงเพราะอดอาหารมานานขนาดนั้น


    เขาออกจากถ้ำด้านหลังห้องนอน แล้วตรงไปยังโชฟาสีน้ำตาลแก่ พร้อมกับมีผ้าห่มพื้นหนาคลุมตัวเธออยู่ ที่เมื่อคืนเป็นที่นอนของเด็กสาว เขาไม่ได้ให้เธอนอนที่ห้องนอน เพราะเธอยังไม่ได้อาบน้ำนั้นเอง ถึงแม้เขาจะสามารถอาบให้เธอได้ก็ตาม แต่เรื่องนี้ต้องให้ตัวเองเป็นผู้จัดการเอง


     "สวัสดีตอนเช้า" ครรชิตทักเด็กสาวด้วยเสียงเนื่อยๆ เพราะเขาก็เพิ่งตื่นนอน


    "อ่ะ เจ้า!" สิ้นเสียงอุทานหนาวๆ เด็กสาวก็พุ่งตัวด้วยความเร็วพอๆกับลูกปืนเข้าใส่ชายหนุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าเธอถูกหยุดด้วยมือเพียงข้างเดียวของชายหนุ่มเท่านั้น


    เด็กสาวที่พลาดท่า เปลี่ยนการโจมตีโดยใช้กรงเล็บของเธอ ตวัดไปยังแขนของชายหนุ่มที่ยกขึ้นมายันหัวเธอนั้นเอง ชายหนุ่มหดแขนกลับ ก่อนจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วกว่า อ้อมไปด้านหลังของเธอ กดตัวเธอลงกับพื้นพรม แล้วรวบแขนและขาของเธอเอาไว้ ก่อนจะใช้เวทย์พันธนาการและมัดร่างเธอเอาไว้ ไม่ให้เธอได้ออกแรงโจมตีอีกครั้ง


    "คุยกันดีๆได้หรือยัง" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบื่อหน่ายที่ด้านหลัง ก่อนจะยกตัวเธอมานั่งลงบนโซฟา


    "ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันก่อน ข้าครรชิต ต่อแต่นี้ไปจะเป็นผู้ดูแลและสอนการความคุมพลังให้เจ้า" ชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามกับเด็กสาวพูดออกมา ก่อนที่เจ้าตัวจะเรียกเอาน้ำออกมาล้างหน้า


    เด็กสาวจ้องไปยังชายหนุ่มด้วยสีหน้าโมโห ก่อนที่เธอจะค่อยๆมีสีหน้าสลดลงเรื่อยๆ ก่อนจะร้องไห้ออกมาในที่สุด


    ชายหนุ่มมองภาพตรงหน้าอย่างเหนื่อยใจ ถ้ามีคนมาเห็นคงคิดว่าผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างแน่นอน ด้วยความที่เด็กสาวตัวเล็กน่ารัก อายุของเธอเพิ่งสิบขวบเพียงเท่านั้น กับถูกมัดด้วยเชือกที่ทำมาจากดิน ชายหนุ่มคลายเวทย์ก่อนจะมองยังเด็กสาวเงียบๆ


    เมื่อเด็กสาวหยุดร้องไห้ ชายหนุ่มถึงได้ชักถามและตอบคำถามของเด็กสาวเป็นระยะๆ


    เด็กสาวมีชื่อว่า เมย์ ไม่มีนามสกุล ซึ่งเป็นเรื่องปรกติของชาวบ้านทั่วไป เพราะคนที่มีนามสกุลส่วนมากมักมีฐานะพอควร โดยส่วนมากจะเป็นพวกพ่อค้าที่ร่ำรวยสักหน่อย ถึงจะมีนามสกุลใช้กัน เธอเพิ่งอายุสิบปีเมื่อไม่นานมานี้ เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ทางหัวหน้าหมู่บ้านรับมาจากเมืองเมเปิ้ลนั้นเอง เธอถูกเลี้ยงดูโดยคนในหมู่บ้าน


    จนเมื่อสามเดือนก่อน ช่วงที่มีทหารออกมากวาดล้างสัตว์เวท ได้มีกลุ่มทหารกลุ่มหนึ่งออกสำรวจจนพบกับสัตว์เวทระดับสาม พวกเขาจึงได้ทำการสังหารหมาป่าพฤษได้ ซึ่งมันเป็นหมาป่าระดับสามขั้นปลายตัวนั้นจนได้ ด้วยความที่ว่ากว่าจะฆ่ามันได้ จึงทำให้ทุกคนได้รับบาดเจ็บหนักพอควร จนไม่อาจจะกลับไปยังหมู่บ้านในช่วงเย็น จึงได้ค้างแรมกันในป่านั้นเอง


    กลุ่มของคนในหมู่บ้านที่เห็นว่า ทหารกลุ่มใหญ่หายไปนานจนผิดสังเกต จึงได้รวมตัวกับทหารที่เหลืออยู่ออกตามหาในวันต่อมา ซึ่งเด็กสาวก็ไปด้วย เพราะเธอมีทักษะในการชำแหละสัตว์เวทและการเดินป่าแทบนี้เป็นอย่างดี เมื่อไปถึงก็พบกับกองทหารที่บาดเจ็บ ตั้งกระโจมพักกันอยู่ พวกเขาจึงช่วยกันจัดการพื้นที่และจัดการกับซากสัตว์เวทโดยรอบ


    ในตอนนั้นเองที่เด็กสาวได้สัมผัสกับศิลาจิตอสูรของหมาป่าพฤษ ทำให้เธอขาดสติจนแทบจะฆ่าทุกคนโดยรอบ ดีที่มีหนึ่งในทหารที่มาด้วยกัน เป็นผู้ใช้เวทย์ธาตุไม้ระดับต่ำ จึงสามารถพันธนาการเด็กสาวไว้ได้ แต่ก็ไม่มีใครสามารถสร้างบาดแผลให้เธอได้แม้แต่น้อย พวกเขาจึงจับเธอขังไว้ที่อาคารที่แข็งแรงที่สุดนั้นเอง


    เธออยู่ในนั้นมาเกือบสามเดือนแล้ว จนชายหนุ่มลักพาตัวเธอออกมานั้นเอง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1869 Waiwit (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 11:35
    ตั้งฐานขนาดนี้จะอยู่กี่เดือนล่ะเนี่ย ยังกะเซฟเฮ้าส์ส่วนตัว
    #1,869
    0
  2. #1102 phairatw (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 15:28
    ขอบคุณครับ
    #1,102
    0
  3. #643 Gnuh (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 15:38
    ขอบคุณครับ
    #643
    0
  4. #631 j3est (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 06:11
    ส่งมาเรื่อยๆเลยครับ กำลังติดเลย
    #631
    0
  5. #630 jumpnut (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 07:18
    กลับไปอ่านตั้งแต่ตอน1ใหม่อีกรอบแล้วสนุกมากๆ
    #630
    0
  6. #627 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 02:49
    ตั้งฐานเรียบร้อย

    ขอบคุณครับ
    #627
    0
  7. #626 Impact Thunder (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 02:16
    ขอบคุณครับ
    #626
    0
  8. #625 Pongza Eiei (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 22:56
    ขอบคุณครับ...
    #625
    0
  9. #624 MojRiSad (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 21:57
    จะรอวันประลอง  อิอิ
    #624
    0
  10. #623 kamol1122 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 21:17
    สนุกดีครับ
    #623
    0
  11. #622 manima (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 21:02
    น้องสาวต้องดูแล
    #622
    0
  12. #621 ปกเงิน& (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 20:33
    ขอบคุณคับ
    #621
    0
  13. #620 Gardena (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 20:00
    ขอบคุณค่ะ
    #620
    0