ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 67 : เด็กต้องสาป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    24 ก.ย. 59

บทที่ 2 : เด็กต้องสาป




    พวกโจเซฟทั้งสามคนต่างร่ำลาชายหนุ่ม โดยพวกเขากลับไปพร้อมขวดยาเวทย์ฟื้นฟูในพริบตา พร้อมกับหนังสือสัญญาที่มีการประทับตรารับรองการคุ้มกันเสร็จสิ้นไปด้วย ทั้งสามคนได้มุ่งหน้ากลับไปยังเมืองเมเปิ้ล ก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังเมืองหน้าด่าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของกิลด์ทหารรับจากของพวกเขา


    ในการจากลานั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย เพราะทุกคนก็ไม่ได้สนิทกันมากนัก และไม่ค่อยได้ทำความรู้จักกันเท่าใด จึงทำให้พวกเขาจากการลาเหมือนคนที่เดินทางมาร่วมกันในเวลาสั้นๆเท่านั้น ซึ่งไม่มีคำพูดลากันซึ้งๆ นอกจากว่า


    "แล้วใช้บริการของพวกเราใหม่นะครับ" โจเซฟหัวหน้าหน่วยคุ้มกันเล็กๆนี้ได้บอกกับชายหนุ่ม ก่อนที่เจ้าตัวและสองสาวจะมุ่งหายลับไปในป่าด้านหน้าหมู่บ้าน ทิ้งให้ครรชิตมองดูอย่างอึ้งๆ


    หลังจากร่ำลากันไปได้ไม่นาน ชายหนุ่มก็เดินเข้าหมู่บ้านไป เขาแจ้งจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้กับทหารยามสองนาย ที่กำลังจับตามองการมาถึงของเขาอยู่ "ข้าอยากจะเข้าไปสำรวจที่ภูเขามานาแกลสักหน่อย" เขาพูดกับทหารยาม เมื่อแจ้งจุดประสงค์เรียบร้อยแล้ว เขาก็ถูกพาไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านโดยตรง โดยทหารยามทั้งสองไม่พูดอะไรกับเขาสักคำ


    ในหมุ่บ้านซาเซรัส มีบ้านอยู่เพียงยี่สิบสองหลังเท่านั้น และมีอีกสองโกดังเก็บผลผลิต นอกจากนี้ก็มีร้านค้าอีกสองแห่ง โดยแห่งหนึ่งเป็นร้านขายของเกี่ยวกับเกษตรกรรม อีกแห่งขายพวกของทั่วไปในชีวิตประจำวัน กับของเดินป่าอีกเล็กน้อย เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ก็เคยต้อนรับนักผจญภัย ที่จะขึ้นไปหาโชคบนภูเขามานาแกลในบางครั้งบางคราว


    แต่เพราะว่าภูเขามานาแกลนั้น เต็มไปด้วยสัตว์เวทระดับกลางจำนวนมาก จึงทำให้มันไม่ค่อยได้รับความนิยมสักเท่าใด นอกเสียจากพวกกองทหารในอาณาจักร ที่นานปีจะมาเยือนสักทีหนึ่ง


    นอกจากบ้านเรือนและสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับหมู่บ้านเกษตรกรรมแล้ว ก็แทบจะไม่มีสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ จะมีก็เพียงอาคารสองชั้นที่ครั้งหนึ่ง มันเคยเป็นตึกของกิลด์นักทหารรับจ้างเล็กๆ กิลด์หนึ่งเท่านั้น ในตอนนี้มันก็เป็นแค่ที่เก็บของที่ไม่ใช้ของคนในหมู่บ้านเท่านั้น


    ข้อมูลพวกนี้ครรชิตได้มาจากการถามหัวหน้าหมู่บ้านนี้เอง หัวหน้าหมู่บ้านที่นี้มีชื่อว่า'เซเปล' เขาเป็นชายชราอายุหกสิบแปดปีแล้วในปีนี้ เขาเป็นหัวหน้าหมู่บ้านรุ่นที่เจ็ดแล้วนั้นเอง เมื่อก่อนตระกูลของเขาเป็นขุนนางเล็กๆ ที่มีผลงานอยู่บ้าง จึงขอที่ดินและสร้างหมู่บ้านแห่งนี้ขึ้นมา โดยพวกเขาขึ้นตรงกับเมืองเมเปิ้ลนั้นเอง


    ที่หมู่บ้านนี้ก็มีคริสตัลเมืองเช่นที่อื่นๆ เพียงแต่คริสตัลของอาณาจักรนี้เป็นสีเขียว และมีการแตกกิ่งก้านสาขาลงในดิน เหมือนมันเป็นต้นไม้คริสตัลนั้นเอง ซึ่งแตกต่างจากอาณาจักรอเคเซีย ที่คริสตัลเมืองของพวกเขา เป็นรูปผลึกสีทองที่แทงทะลุผิวดินขึ้นมา แต่เดินคริสตัลเมืองจะเป็นคริสตัลสีใส ทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสามมิติ


    โดยมีหลายสิบหลายร้อยเมืองอิสระและหลายสิบหลายร้อยอาณาจักร ที่ยังมีคริสตัลเมืองเป็นแบบเดิมอยู่ พวกเขาไม่ได้มีการผสานศาสตร์ในด้านต่างๆลงในคริสตัลนั้นเอง ทำให้คริสตัลเมืองนั้น สามารถทำได้แค่ลงทะเบียนประชากร ไม่สามารถมอบความสามารถพิเศษเช่นอาณาจักรหรือเมือง ที่ปรับเปลี่ยนคริสตัลเมืองของเขาไปแล้วนั้นเอง


    เรื่องพวกนี้เขาไม่ต้องมาคิดก็ได้นี้นะ ตอนนี้เขาต้องหาที่พักให้ได้เสียก่อน


    "ท่านเซเปล ที่นี้มีที่พักหรือโรงแรมสำหรับนักเดินทางเช่นข้าหรือเปล่า" ครรชิตถามไปยังหัวหน้าหมู่บ้าน


    "ถ้าเรื่องที่พัก ท่านสามารถพักที่บ้านของลูกบ้านคนหนึ่งได้ พวกเขาเพิ่งย้ายออกไปนะ ตอนนี้บ้านหลังนั้นเลยยังว่าอยู่ แล้วเจ้าต้องการคนนำทางขึ้นไปตีนภูเขาแกลหรือไม่" เซเปลถามด้วยเสียงเรียบๆ ไม่แสดงออกถึงความยินดียินร้ายแม้แต่น้อย


    เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ก่อนจะพูดตอบกลับไป "ตกลงตามนั้น ส่วนคนนำทางถ้าได้ก็ดี พรุ่งนี้ข้าจะขึ้นภูเขาตั้งแต่เช้า"


    วันเวลาผ่านไปสองอาทิตย์แล้ว นับตั้งแต่เขาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ เขาได้ขึ้นไปสำรวจและหาที่อยู่บนภูเขาแกลได้เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่สองอาทิตย์แรกแล้วที่ขึ้นภูเขาไป แต่เขาก็ไม่ได้บอกใคร และเขายังคงไม่ได้ย้ายออกไปในตอนนั้น เพราะเขาสังเกตได้ถึงผิดปรกติของหมู่บ้านแห่งนี้


    กล่าวคือทุกครั้งที่เขากลับมาจากภูเขา จะมีคนนำทางของเขาคนหนึ่งจะวิ่งลงจากเขาก่อนหน้าของเขา เหมือนต้องการไปส่งข่าวการมาถึงของเขาทุกครั้งไป เมื่อเขามาถึงหมู่บ้าน ก็พบว่าทุกคนยังใช้ชีวิตปรกติดี แต่ที่ไม่ปรกติจะมีก็แต่คนที่อยู่ใกล้กับอาคารกิลด์ทหารรับจ้างเก่านั้นเอง ที่นั้นมักจะมีทหารยามคอยตรวจตราหนาแน่นอยู่เสมอ


    เมื่อใดที่เขาเข้าใกล้ที่แห้งนั้น ทุกคนต่างมีสีหน้ากังวลและหวาดวิตกทุกครั้งไป จนเขาอดสงสัยถึงสิ่งที่อยู่ในที่แห่งนั้นไม่ได้


    จนในวันนี้ เขาได้วางแผนในใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


    กลางดึกคืนนั้น มีเงาของมนุษย์พุ่งออกมาจากบ้านหลังหนึ่งที่ท้ายหมู่บ้าน มันมุ่งตรงไปทางอาคารกิลด์เก่า เงานั้นสวมใส่ชุดคลุมสีดำและมีฮูดปิดบังใบหน้า ทำให้ไม่ทราบถึงตัวตนของเงานั้นได้แม้แต่น้อย เงานั้นลอบเร้นผ่านทหารยามที่เฝ้าอยู่บริเวณนั้นไปทั้งหมด


    ในที่สุดมันสามารถเข้าไปสู่อาคารกิลด์นั้นได้ โดยไม่มียามคนไหนสังเกตถึงตัวตนของมันเลยแม้แต่น้อย เงานั้นเดินสำรวจอาคารกิลด์ร้างไปที่ละส่วนๆ จนในที่สุดเขาก็เจอสาเหตุของความผิดปรกตินั้น


    ในห้องห้องหนึ่ง มันเป็นห้องพักเก่าของคนในกิลด์นั้นเอง มันมีกุญแจล็อคเอาไว้เอาไว้ ซึ่งห้องอื่นๆนั้นไม่ได้ล็อคกุญแจแม้แต่ห้องเดียว ทำให้ห้องนี้ผิดปรกติไปจากห้องอื่น มันมีเสียงหอบหายใจของมนุษย์ดังขึ้นลอดออกมา มันเป็นเสียงของคนที่กำลังฝันร้ายอยู่นั้นเอง


    เขาใช้พลังลมปราณทำลายกุญแจอย่างเงียบเสียบ เพราะเขาไม่ต้องการทำให้ทหารยามที่อยู่ด้านนอกรู้ตัว เขาจึงใช้ลมปราณสลายกุญแจอย่างเงียบๆ แทนที่จะใช้เวทย์ทำลายซึ่งจะทำให้เกิดเสียงดัง


    เมื่อประตูเปิดขึ้น กลิ่นอับชื้นที่ฉุนกึกโชยออกมา มันมีกลิ่นเหม็นสาบสัตว์ลอยมาปะป่นด้วย ด้วยในปรากฏร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง เธอนอนขดตัวอยู่บนที่นอนที่เก่าซอมซ่อ ข้างเตียงมีถาดใส่อาหารว่างไว้อยู่ อาหารในนั้นบางส่วนเริ่มเน่าเสียแล้วด้วย ทั้งห้องมีอยู่เพียงเท่านั้น


    เด็กสาวมีรูปลักษณ์คล้ายเด็กสาวทั่วไป แต่ร่างกายของเธอผอมแห้งแทบจะไม่มีเนื้อหนัง บนศีรษะของเธอมีใบหูของหมาป่าขึ้นมาแทนทีหูมนุษย์ ซึ่งปรกติมันจะอยู่ที่ข้างศีรษะนั้นเอง นอกจากนี้บริเวณข้อมือถึงปลายนิ้ว ทั้งเท้าและแขนต่างก็แปลงเปลี่ยนไปเป็นลักษณะของหมาป่าเช่นกัน ตรงกลางหน้าอกของเธอมีศิลาจิตอสูรขนาดเท่าหัวแม่มือฝั่งเอาไว้


    ชายหนุ่มมองภาพเด็กสาวตรงหน้าด้วยความสงสาร ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ แล้วอุ้มเธอออกมาจากเตียง ก่อนจะพาเด็กสาวกลับบ้านท้ายหมู่บ้านของเขาไปด้วย


    ชายหนุ่มคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน ครรชิตนั้นเอง เขาได้ลักลอบเข้าไปยังอาคารกิลด์ร้าง เพื่อไขข้อคงใจในความผิดปรกติของหมู่บ้านแห่งนี้ นั้นคือเด็กสาวคนนี้เอง เธอน่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าเด็กต้องสาปนั้นเอง


    เด็กต้องสาปคือการที่เด็กมนุษย์ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ตอนพวกเขามีอายุได้สิบขวบนั้นเอง โดยส่วนใหญ่พวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไป จากการที่เด็กคนนั้นมีความเหมาะสมแก่การฝังตัวของศิลาจิตอสูรของสัตว์เวทนั้นเอง เมื่อเด็กคนใดที่มีความเหมาะสมต่อศิลาจิตอสูรบางอย่าง แล้วได้สัมผัสกับศิลาจิตอสูรตัวนั้น ัมนจะทำการฝั่งตัวในทันที


    มันจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงร่างกายของพวกเขาไปทีละเล็กทีละน้อย จนในที่สุดเด็กคนนั้นก็จะกลายเป็นครึ่งมนุษย์และครึ่งสัตว์เวท เมื่อถึงเวลานั้นเด็กคนนั้นก็จะสูญเสียซึ่งสติสัมปชัญญะ จนกลายเป็นคนไร้สติที่มีแต่ความดุร้ายของสัตว์เวทเท่านั้น


    เขามองเด็กสาวในอ้อมแขน ที่ตอนนี้เธอตัวเป็นก้อนกลมๆ เห็นว่าเด็กสาวไร้พิษสงเช่นนี้ แต่ร่างกายของเธอมีความแข็งแกร่งพอๆกับสัตว์เวทระดับสองเลยทีเดียว นี้จะเป็นเพราะศิลาจิตอสูรที่อยู่ตรงกลางหน้าอกของเธอนั้นเอง มันคงเป็นสัตว์เวทระดับสามไม่ก็ระดับสี่แน่นอน มิเช่นนั้นมันคงไม่สามารถมอบพลังเวทย์และความแข็งแกร่งของร่างกายให้กับเธอเช่นนี้ได้


    "ชั่งเป็นพลังที่แข็งแกร่งและดุร้ายเสียจริง เหมือนลมปราณที่บ้าคลั่งเลยสินะ ข้าคงพอจะทำอะไรได้บ้าง" เด็กหนุ่มพูดออกมาหลังจากที่ตรวจสอบสภาพพลังเวทย์ในร่างกายของเด็กสาว ที่ตอนนี้มันไหลเวียนอย่างสับสนและบ้าคลั่งขึ้นที่ละเล็กทีละน้อย


    เขาวางเธอไว้บนเตียง ก่อนที่เขาจะเอากระดาษและปากกาขนนกออกมา เขาได้เขียนข้อความทิ้งไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนที่เขาจะอุ้มเด็กสาวจากไปอย่างเงียบๆ โดยไม่ได้ร่ำลาหรือบอกกล่าวแก่ผู้ใด จุดหมายของเขาย่อมต้องเป็นที่ภูเขามานาแกลอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องของเด็กสาว เขาจะทำยังไงกับเธอดี คงต้องเอาไปคิดตอนถึงที่ภูเขานั้นเสียก่อนละนะ


    ที่ชาวบ้านยังไม่ได้กำจัดเธอ คงเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถทำได้ เนื่องจากคนที่แข็งแกร่งและมีพลังเวทย์มากที่สุด ยังอยู่แค่ในระดับผู้ฝึกฝนเวทย์ขั้นกลางเท่านั้นเอง เขาไม่มีพลังหรืออาวุธที่จะทำร้ายเด็กสาวได้แม้แต่น้อย จึงได้แต่ขังเธอไว้แล้วรอคอยให้เจ้าหน้าที่จากเมืองมาจัดการสินะ เพราะเขาเคยเห็นหัวหน้าหมู่บ้านพูดถึงเรื่องกำหนดการ การมาเยือนของผู้ตรวจการอยู่เหมือนกัน


    เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวการหาตัวไปของเด็กต้องสาปกับนักผจญภัยหนุ่ม ได้กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้าน มันสร้างความปิติยินดีและความกังวลขึ้นมาพร้อมๆกัน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาคิดมากเท่าใดนัก เพราะตัวตนที่สามารถทำลายหมู่บ้านของพวกเขาได้ ได้หายไปแล้วนั้นเอง ถึงจะมีความกังวลเล็กๆเกี่ยวกับนักผจญภัยที่พาตัวเด็กสาวไปก็ตาม


    ชาวบ้านทุกคนต่างใช้ชีวิตกันตามปรกติ ส่วนหัวหน้าหมู่บ้านที่อ่านจดหมายที่ชายหนุ่มทั้งไว้ พร้อมกับเงินจำนวนหนึ่งที่มากพอจะซื้อทาสต่อสู้ได้สองคน ในเนื้อหาของจดหมายไม่มีอะไรมาก นอกจากคำขออนุญาตง่ายๆและคำขอโทษเท่านั้น ในเรื่องของการเอาตัวเด็กสาวไป


    เขามองจดหมายในมือ ก่อนที่จะถอนหายใจออกมา เขาไม่อยากจะเชื่อสักเท่าใดว่าชายหนุ่มจะจัดการกับเรื่องพลังต้องสาปของเด็กสาวได้ เขาทำได้แค่ถอนหายใจเงียบๆเท่านั้น


    "เอาเถอะ ข้าจะลองเชื่อมือท่านดูก็แล้วกัน ขอให้ท่านโชคดีกับทางที่ท่านเลือก และเจ้าก็เช่นกันเมย์" เซเปลเดินออกจากบ้านหลังริมสุดขอบของหมู่บ้าน ที่เมื่อก่อนที่พักของเด็กสาวต้องสาป และเมื่อเร็วๆนี้ก็เป็นที่พักของนักผจญภัยหนุ่มเช่นกัน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1409 hikikomori-i3e (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 16:01
    ได้สาวเพิ่มก็ดีหรอกครับแต่ให้มันอยู่คนเดียวบ้างก็ได้มันเป็นพวกขาดความอบอุ่นรึไงต้องหาคนมาอยู่ด้วยตลอดให้ตัวเองเดินเรื่องฝึกคนเดียวบ้างไม่ได้หรอครับ แค่ความเห็นส่วนตัวแต่สนุกมากครับขอบคุณครับ
    #1,409
    0
  2. #1101 phairatw (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 15:23
    ขอบคุณครับ
    #1,101
    0
  3. #758 cutehell (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 05:56
    อยากอ่านต่อนะ แต่เจอทั้งคำผิด คำไร้ประโยชน์ที่เกินมาเยอะมาก โดยเฉพาะ"นั้นเอง" รูปประโยคแปลกๆ อ่านแล้วเซงจนขี้เกียดอ่านต่อละ ไว้รีไรท์ละจะมาอ่านต่อละกัน

    ปล.ความเห็นส่วนตัว อยากให้ไรท์พัฒนาขึ้น เขียนมา70กว่าตอนแล้ว มันควรจะพัฒนาบ้าง
    #758
    1
    • #758-1 jak2529(จากตอนที่ 67)
      18 ตุลาคม 2559 / 11:34
      ไม่พอใจ ใปเขียนเองดิ
      #758-1
  4. #757 cutehell (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 05:49
    ไม่ใช่นิยายสืบสวนนะ ต้องมาใช้เงา เด็กชาย ทำโน้นนี่นั้น ละมาบอกว่า เด็กชายคนนั้นก็คือครรชิตนั้นเอง คือคนอ่ายมันก็รุ้อยู่แล้วปะ ดำเนินเรื่องมาอยู่ตัวละครเดียวตลอด ใช้สำนวนแบบนี้บ่อยจนน่ารำคาน อ่านแล้วไม่ลื่นไหล 

    เนื้อเรื่องก็ดูน่าสนใจดี แต่สำนวน รูปแบบประโยค แย่มาก
    #757
    0
  5. #619 Gnuh (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 14:09
    ขอบคุณครับ
    #619
    0
  6. #618 jumpnut (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 09:51
    สนุกๆๆรอๆๆ
    #618
    0
  7. #612 Pongza Eiei (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 00:09
    ขอบคุณครับ
    #612
    0
  8. #611 manima (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 23:11
    สนุก ขอบคุณครับ
    #611
    0
  9. #610 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 22:09
    ภารกิจช่วยเหลือ...
    #610
    0
  10. #608 kamol1122 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 21:52
    สนุกดีครับ
    #608
    0
  11. #607 Gardena (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 21:46
    ขอบคุณค่ะ
    #607
    0
  12. #606 MojRiSad (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 21:39
    อ่าหะ ได้สาวเพิ่ม การเดินทางครั้งนี้ไม่ขาดทุนแล้ว
    #606
    0
  13. #605 พู่กันเทพ ฝึกหัด (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 21:26
    สนุกมากครับ เนื้อเรื่องน่าติดตาม
    แต่สำนวนการเขียน มีการใช้คำว่า "นั่นเอง", "นั้นเอง" บ่อยเกินไป
    หลังเขียนจบแล้ว ลองอ่านทวนดูนะครับว่าคำพวกนี้มันถูกใช้บ่อยเกินไปจนเฝือ บางทีไม่จำเป็นต้องมีก็ดันมี
    ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆครับ
    #605
    0
  14. #604 pipawat (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 21:05
    ฮาเร็มสาวน้อยหูแมว หรือเปล่าอ่ะ
    #604
    1
  15. #603 pipawat (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 21:04
    ฮาเร็มสาวน้อยหูแมวหรือเปล่า
    #603
    0